Exclusive
สจ๊วตการบินไทย ขายไม้ด่าง รายได้ 6 หลัก/เดือน บอกวงการนี้เหมือนเทรดหุ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดต้นไม้กำลังเบ่งบาน โดยเฉพาะไม้ด่าง คนซื้อขายกันราคาหลักล้านบาท อย่าง มอนสเตอร่า ด่างมิ้นท์ ซื้อขายกันในราคาสูงถึง 1.4 ล้านบาท และตอนนี้ไม่ว่า ดารา นักร้อง คนวงการอาหาร หรือแม้แต่สจ๊วตการบินไทยก็หันหน้าเข้าวงการต้นไม้กันแทบทั้งนั้น หลังเรียนจบปริญญาตรี และะปริญญาโท เอกภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คุณเบิร์ด-นิติพันธ์ ลีละสุวัฒนากุล เลือกสานฝันให้คุณพ่อ สมัครงานสจ๊วตการบินไทย “ชีวิตการทำงานในช่วงปกติอยู่กับการเดินทางเป็นส่วนใหญ่ บินอย่างต่ำ 80 ชั่วโมงต่อเดือน เข้าช่วงวิกฤตได้รับผลกระทบเหมือนลูกเรือคนอื่นๆ ไม่มีตารางบิน มีแต่ภาระค่าใช้จ่าย ทั้งบ้าน ค่ารถ ที่ต้องแบกรับ” คุณเบิร์ด เล่า หยุดงานแรกๆ สจ๊วตหนุ่มยังไม่ได้หางานเสริมทำ จน 2-3 เดือนให้หลัง น้องสาวซื้อต้นมอนสเตอร่า ยางอินเดีย มาฝาก วางไว้ในบ้านได้ประมาณสองสัปดาห์ต้นไม้ตาย เพราะไม่มีความรู้ ไม่ได้ศึกษาว่าต้นไม้แต่ละชนิดต้องเลี้ยงยังไง ตั้งแต่นั้นมา สจ๊วตหนุ่มในวัย 32 ปี ก็ตั้งใจอยากเลี้ยงต้นไม้ต่อให้อยู่รอด โดยซื้
ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งผู้คร่ำหวอดในวงการ แค็กตัส มายาวนานนับสิบปี สำหรับ คุณจิ๊บ–สุนทรียา ฮวบดี อดีตสาวออฟฟิศ ผู้หลงรักการปลูกกระบองเพชร ไม้หนามต้นเล็กๆ มาแต่ไหนแต่ไร ครั้นเมื่อเวลาผ่านไป จากเคยเล่นบท ผู้เลี้ยง ใช้วันว่างเดินเล่นตามตลาดนัดจตุจักร ทยอยหาซื้อต้นละ 10 บาท 20 บาท มาประดับบ้าน ประดับโต๊ะทำงาน ปัจจุบัน เธอกลายเป็นผู้ขาย ในฐานะเจ้าของสวนขนาดกลางถึง 2 แห่ง แต่ละแห่งมีพื้นที่ปลูกแค็กตัสหลายโรงเรือน ที่สำคัญ ธุรกิจที่เธอลาออกจากงานประจำมาดูแลเต็มตัวนี้ สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างดี (ที่เธอแอบกระซิบว่า มากกว่าเงินเดือนที่เคยได้หลายเท่า) มีลูกค้าหมุนเวียนทั้งซื้อปลีก ซื้อส่ง มาอุดหนุนไม่เว้นวัน เรียกว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อในยามนี้ ไม่สามารถสร้างผลกระทบใดๆ ได้เลย ล้นตลาด ได้ยินมา 6 ปี ไม่เห็นล้นสักที “ตลาดต้นไม้ คึกคักกว่าหลายธุรกิจ อาจเป็นเพราะโควิด ทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น แต่ร้านต้นไม้ไม่ถูกสั่งปิด คนอยากหาต้นไม้เล็กๆ ไปเลี้ยง พอเลี้ยงแล้วเกิดรัก หันมาเล่นจริงจัง มือใหม่มีความสนใจกันมากขึ้น ทำให้ไม้แค็กตัส บูมมาก” คุณจิ๊บ วิเคราะห์ให้ฟังเป็นการเริ่มต้น ก่อนบอก มั่น
โดนดิสรัปต์ ไวรัสบุก สนพ.แสงแดด เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เปิดร้านขายสินค้าปลอดสาร เกาะเทรนด์สุขภาพ สู้วิกฤต ในช่วงยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของผู้คนมากขึ้น มีธุรกิจไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงนี้ อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนหันมาสนใจเรื่องของสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวทำให้ เทรนด์สุขภาพ ได้รับความสนใจมากขึ้นกว่าเดิม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณโน้ต-ชญานุตม์ หงษ์วิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักพิมพ์แสงแดด รุ่นที่ 2 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการโดนดิสรัปต์และการแพร่ระบาดของโควิด-19 คุณโน้ต เล่าให้ฟังว่า สำนักพิมพ์แสงแดด เปิดดำเนินการมาได้กว่า 40 ปีแล้ว ก่อตั้งโดย คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์ หรือที่รู้จักกันในนาม ป้านิดดา กูรูธรรมชาติบำบัด และมีสำนักพิมพ์ในเครืออย่าง แสงแดด มีเดีย กรุ๊ป ที่ทำเรื่องการผลิตงานพิมพ์และงานคอนเทนต์ต่างๆ เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นผู้นำทางการตลาดเกี่ยวกับตำราอาหารของยุคนั้นเลยทีเดียว กิจการดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดการดิสรัปต์ของอิน
ปั่นราคา Dark Side วงการไม้ด่าง มือเก่า-มือใหม่ ไม่อยากเป็นเหยื่อ ต้องตั้งสติ ปั่นราคา กลเม็ดหลอกล่อทางการตลาดที่อาจไม่ผิดกฎหมาย พบเห็นได้ในหลายวงการ แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในแวดวงใดก็ตาม การกระทำดังกล่าว ย่อมส่งผลคล้ายกัน คือ ผู้ตกเป็นเหยื่อมีความโลภเข้าครอบงำ และเมื่อถึงเวลานั้น สติปัญญาที่ควรนำมาไตร่ตรองไม่ถูกนำมาใช้ สุดท้ายผลที่ได้ มีแต่ความสูญเสีย “ปั่นราคาในวงการไม้ด่าง ส่วนตัวเชื่อว่ามีจริง เพราะเคยได้ข้อมูลจากสมาชิกในกลุ่มขายไม้ด่างเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เขาอยากเตือนสติคนซื้อ โดยแคปแชตโชว์ให้ดูการสนทนาอย่างเปิดเผยว่าไม่มีการซื้อขายจริง แต่เป็นการปั่นราคา ซื้อขายกันเอง สุดท้ายก็คืนเงินให้กัน” หนุ่มใหญ่ เจ้าของสวนไม้ด่างรายย่อย ที่ผันตัวเข้าวงการได้ไม่นาน เผยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ กรณีเวลานี้ เกิดข่าวครหามีการปั่นราคาเกิดขึ้นกับ ไม้ด่าง บางตัว ถ้ามีการปั่นราคา ในวงการไม้ด่างจริง แล้วเหยื่องานนี้คือใคร เจ้าของสวนท่านเดิม บอก เหยื่อก็คือคนที่อยากซื้อมาขายต่อทำกำไร ซึ่งบางคนอาจโชคดี ขายได้กำไร 2-3 เท่า เป็นการขายให้คนซื้อที่ไม่รู้เรื่องเหมือนกันอีกทอดหนึ่ง ด้านไกด์สาวท่านหนึ่ง ซึ่งหั
ดีเจพุฒยังมาซื้อ! นักเรียนนอก เห็นโอกาสทำเงิน ผุดแฟรนไชส์ ไก่ทอด-ชาชัก กระแสดี 8 เดือน ผุด 30 สาขา ปัจจุบัน คนวัยหนุ่มสาวหันมาทำธุรกิจเป็นของตัวเองมากขึ้น และประสบความสำเร็จกันตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่ง คุณบลู-นวรรษ บึงกาญจนา เจ้าของธุรกิจ ไก่ทอดหาดใหญ่ไชน่า & Teh Tarik ชาชัก วัย 20 ปี ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่กล่าวมาข้างต้น ชายหนุ่ม เล่าที่มาที่ไปในการมาทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย ให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ครอบครัวของชายหนุ่มทำธุรกิจหมู่บ้านจัดสรร จึงเห็นและคุ้นเคยกับการทำธุรกิจมาประมาณหนึ่ง ต่อมาเมื่อตนมีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่ประเทศจีน และทำธุรกิจร้านอาหารกับเพื่อน เพื่อหาเงินมาใช้ ประกอบกับสังเกตเห็นว่า ไก่ทอด ที่ตนและเพื่อนทำขายอยู่ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมาก “เริ่มจากผมไปเรียนที่จีน แล้วทำธุรกิจร้านอาหาร พอดีเพื่อนสนิทผมเขาเป็นคนหาดใหญ่ เขาก็มีสูตรไก่ทอด ก็ขายไก่ทอดกับเพื่อน เพื่อหาเงิน คนที่นั่นโดยเฉพาะคนไทยที่ไปเรียนต่อเขาชอบกันมาก บอกอร่อย ก็ทำขายกันอยู่ 2 คน ทีนี้พอช่วงที่กลับมาไทย ดันเจอโควิดพอดี ผมกลับไปเรียนต่อที่จีนไม่ได้ เลยต้องเรียนออนไลน์จากที่ไทยแทน แล้วเรีย
แฟรนไชส์หลักหมื่น กุยช่ายสะพานหัน หวังไม่มาก แค่อยากส่งขายทั่วโลก เป็นทายาทรุ่น 4 อายุยี่สิบเศษ ที่ตั้งใจแน่วแน่จะสานต่อกิจการเล็กๆ ของครอบครัว ก่อนทุ่มเทความรู้ความสามารถทุกด้าน จนสามารถนำพา กุยช่ายสะพานหัน ดั้นด้นมาถึงจุดล่าสุด มีถึง 8 สาขา แบ่งเป็นของตัวเอง 5 สาขา และแฟรนไชส์ 3 สาขา “มาเช่าร้านทำสาขา 2 ตอนโควิดระลอกแรก เป็นสาขาตลาดพลู ทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผลตอบรับดี อาจเป็นเพราะใส่เมนูกุยช่ายตอกไข่เข้าไป ทำให้ร้านมีชื่อเสียงขึ้นมา” คุณท็อป-กิตติศักดิ์ ไกรบำรุง เจ้าของกิจการ กุยช่ายสะพานหัน ให้ข้อมูล เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง ก่อนเผยถึงเหตุผล เหตุใดตัดสินใจ พากุยช่ายสะพานหัน ไปเปิดสาขา 2 แถวตลาดพลู ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าย่านดังกล่าว มีร้านขายกุยช่าย รวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 40 เจ้า ว่า เมื่อเอ่ยถึงกุยช่าย ผู้คนมักนึกถึงตลาดพลู แต่ไม่ใช่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง หากพากุยช่ายของตัวเองไปอยู่ย่านนั้น น่าจะเกิดผลดีมากกว่าผลเสีย ทั้งยังมั่นใจสินค้าของเขาดีพอ จึงอยากทำให้ชื่อของกุยช่ายสะพานหัน เป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำไมเสี่ยงลงทุนขยายสาขา 2 ตอนโควิดระลอกแรก คุณท็อป บอก ตอนเซ็น
ทำน้ำเต้าหู้ เรียนหมอดู ดีกว่าอยู่เฉยๆ สจ๊วต ปลื้มได้ช่วยงานโรงพยาบาลสนาม ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดแบบเต็มๆ สำหรับกลุ่มอาชีพสายการบิน แต่ใช่ว่าจะยอมแพ้กันง่ายๆ คือเรื่องราวของ คุณสรรธร ไกรยูรเสน อดีตสจ๊วตวัยสี่สิบเศษ ซึ่งผ่านงานสายการบินดังมาแล้วหลายแบรนด์ ทั้งไทยและต่างประเทศ “ไม่คิดว่าโควิด จะแย่ขนาดนี้ ยาวนานขนาดนี้ คิดว่าไม่กี่เดือนคงดีขึ้น ช่วงแรกรอไปเรื่อยๆ อยู่บ้านเฉยๆ หลังจากนั้น ก็ เอ๊ะเริ่มนาน สงสัยต้องหาอะไรทำ ทำนั่นนี่ แต่ก็ยังไม่มีรายได้หลัก” คุณสรร เริ่มต้นบทสนทนากับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อ ช่วงว่างงาน ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ พยายามหางานที่คิดว่าทำได้ อย่าง ไปเรียนทำน้ำเต้าหู้ ปรับปรุงสูตรลงตัว แต่ไม่รู้จะไปส่งที่ไหน ร้านรับซื้อไม่เปิด ร้านที่เปิดก็ไม่รับเจ้าเล็กๆ อย่างเขา ครั้นจะไปขายตามตลาดก็ลำบาก เลยหันไปเรียนวิชาดูหมอ เพราะคิดว่าดีกว่าอยู่เปล่าๆ “ลองไปเรียนศาสตร์ตัวเลข เป็นการดูตามตำราแล้วตีความ ดูไป ดูมา เกิดความเครียดกว่าเดิม คือ ตัวเราเครียดเอง เพราะสงสารชีวิตคนมาดู” คุณสรร เล่าก่อนหัวเราะอารมณ์ดี กระทั่งล่าสุด คุณสรร ได้สมัครเข้า
“แว่น สิริรัตน์” อดีตนักบาสสาวหล่อ ปรับตัวยุคโควิด ใช้โซนหน้าบ้าน เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว อดีตนักบาสสาวหล่อ เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว – หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ในยุคนั้นคงไม่มีใครไม่รู้จัก “แว่น” สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล อดีตนักบาสเกตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่เป็นที่รู้จักในฐานะ นักบาสเกตบอลสาวหล่อ นอกจากจะมีความสามารถแล้ว ยังมีรูปร่างหน้าตาและบุคลิกใกล้เคียงกับหนุ่มหล่อ จนได้รับฉายา “ศรราม 2” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้คุยกับสาวหล่อวัย 43 คนนี้ โดยเธอเล่าว่า เธอติดบาสทีมชาติตอนอายุ 18 เล่นไปด้วยเรียนไปด้วย จบออกมาได้ทำงานในโปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งหนึ่ง พร้อมกับลงเรียนปริญญาโทอีกใบ การทำงาน 3 อย่างพร้อมกัน ทำให้เธอล้า บวกกับอยู่ในจุดอิ่มตัวของวงการกีฬา จนปี 2547 เธอจึงตัดสินใจอำลาวงการลูกบาส หันมาทำงานและเรียนต่อเต็มตัว “ตอนเรียนจบใหม่ๆ ตอนนั้นพ่อกับแม่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดีแล้ว ก็มาดูแลช่วยงานเขา เพราะเดิมที่บ้านแว่นก็มีอาชีพค้าขายมาตั้งแต่สมัยอาม่า ก็ขายพวกหมูสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยว ต้มเลือดหมู อยู่ที่สวนพลู ซอย 8 จน 2 ปีที่แล้ว เพื่อนมาชวนไปทำร้านกะเพร
จัดเป็นสินค้า “ขายดี” ที่มีวางขายในร้านสะดวกซื้อระดับชาติ มานานนับปีแล้ว สำหรับผงแป้งสมุนไพร คุณสมบัติระงับกลิ่นใต้วงแขน ชื่อแบรนด์ชวนอมยิ้ม อย่าง “เต่าเหยียบโลก” แต่ “เส้นทาง”บนธุรกิจสายนี้ ใช่จะมี “ลู่วิ่ง” เรียบเนียน ให้เดินเหินได้อย่างสบายอุรา ทว่ามีทั้งหลุมบ่อและขวากหนาม คอยเป็นเครื่องทดสอบความอุตสาหะของ “เต่าน้อย”ตัวนี้ อยู่เป็นระยะ หากอุปสรรคดังเกริ่นมานั้น ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายาม ในการเดิน “ทีละก้าว-ทีละก้าว” จนนำพาตัวเองเข้าสู่ “เส้นชัย” แซง “กระต่าย”บางตัว ที่มัวหลับใหลได้ อย่างสง่างาม คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์ ประธานบริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด วัย 61 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เต่าเหยียบโลก” เปิดบ้านพักหลังงามย่านสุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นด้วยการย้อนความเป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก พื้นเพเป็นคนอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ครอบครัวทำอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวเล็กๆน้อยๆ พวกพริก-มะเขือ-เผือก-มัน ส่วนการศึกษาในโรงเรียน จบชั้นสูงสุดแค่ประถมฯสี่ ก่อนได้ไปเรียนต่อด้านภาษาจีนกับผู้ใหญ่ในละแวกบ้าน อีกประมาณ 4 ปี อายุ 16 ปีเศษ ได้งานทำในตำแ
“นกแก้ว” สบู่หอมยี่ห้อแรกของไทย ยืนหยัดบน “ตัวตน” กว่าเจ็ดสิบปี เมื่อกว่าเจ็ดสิบปีก่อน คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักสบู่หอม และนิยมใช้ “สบู่กรด” เพื่ออาบน้ำล้างตัวและซักผ้าในก้อนเดียวกัน จนเมื่อ พ.ศ. 2490 นักธุรกิจชาวสวิตเซอร์แลนด์ นามว่า “วอลเตอร์ เลโอ ไมเยอร์” ผู้จัดการ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ แอนด์ โก ในประเทศไทย เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจและคุณค่าของดอกไม้พื้นเมือง จึงตัดสินใจทำ “สบู่หอม” ออกมาขายเป็นเจ้าแรก ส่วนแรงบันดาลใจ ในการตั้งชื่อตราสินค้านั้น มาจากสีสันสวยงามของนกชนิดหนึ่งในป่าของบ้านเรา เลยใช้ชื่อแบรนด์สบู่หอมยุคบุกเบิก ยี่ห้อแรกของไทยนี้ว่า “นกแก้ว” ซึ่งการผลิตสมัยนั้น ทำกันในโรงงานเล็กๆ เป็นห้องแถวย่านกล้วยน้ำไท มีพนักงานไม่ถึง 20 คน ระหว่างขั้นตอนการกวนเนื้อสบู่ กลิ่นน้ำหอมจากดอกไม้ไทยนานาพันธุ์ มักฟุ้งกระจายไปทั่วคุ้ง ทำให้ชาวบ้านมามุงดูกันเป็นจำนวนมาก และด้วยเอกลักษณ์ของกลิ่น เนื้อสบู่ที่แข็งไม่ละลายง่าย และเปิดราคาขายระดับชาวบ้าน ทำให้ “นกแก้ว” เป็นที่นิยมแพร่หลายได้ไม่ยาก ภายในเวลาอันรวดเร็ว ปรับตัวเพื่อต่อกร ทวงคืนบัลลังก์แชมป์ ขึ้นแท่นเป็นรายเดียวในตลาดได้ไม่นาน การแข
