Exclusive
เจ้าแรกในไทย! หนุ่มสายเฮลท์ ผุด อาหารคลีนในขวด ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ดังไกลต่างประเทศ หากพูดถึง อาหารคลีน หลายคนนึกถึงอาหารจากธรรมชาติ ที่ผ่านกรรมวิธีการแปรรูปปรุงแต่งน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยวัตถุดิบยังคงไว้ซึ่งความครบถ้วนของสารอาหาร ทำให้เราจะคุ้นเคยกับอาหารคลีนกันในรูปแบบของอาหารกล่องกันเสียเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง แต่วันนี้ภาพจำของอาหารคลีนจะเปลี่ยนไป เพราะ choize คือแบรนด์ อาหารคลีนในรูปแบบของ ขวด เป็นเจ้าแรกของไทย โดยผู้ที่เป็นเจ้าของไอเดียนี้ คือ คุณกฤตย์ เธียรนุกุล วัย 30 ปี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เพรสทิจ กิฟท์ แอนด์ พรีเมี่ยม จำกัด คุณกฤตย์ เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์มาจาก การที่ตนและแฟนสาวนั้นชอบทานอาหารคลีน ซึ่งเมื่อซื้อมาทานก็มักจะพบเจอกับปัญหาหลายอย่าง ทั้งการให้ผักน้อย ทำให้ได้รับสารอาหารที่ไม่ครบ 5 หมู่ ระยะการเก็บรักษาสั้น เพราะเก็บผักไว้เพียง 3 วันก็เน่าเสีย อีกทั้งอุปกรณ์เยอะ ทำให้ทานไม่สะดวก ไม่ตอบโจทย์ชีวิตคนในเมืองที่เป็นสายรักสุขภาพ เมื่อสั่งซื้อมาแล้วทานไม่ทันก็เกิดเป็นขยะอีก จึงอยากทำอะไรที่แก้ปัญหาเหล่านั้น “พอเราพบแล้วว่าปั
กว่าจะถึง 1 ธันวา ไม่รู้ ผับ บาร์ ร้านอาหาร จะเหลือกี่ราย ที่กลับมาเปิดได้ ตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวตอนหนึ่งในแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี เมื่อคืนวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา กรณีเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่กักตัว โดยระบุ ภายในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ จะพิจารณาอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ และจะพิจารณาอนุญาตให้สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และสถานบันเทิง เปิดให้บริการได้ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนและกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว การพักผ่อนและบันเทิง “รู้ว่าการตัดสินใจแบบนี้มีความเสี่ยง ที่เกือบจะแน่นอนเลยว่า เมื่อเราเริ่มต้นการผ่อนคลายต่างๆ จะทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เป็นการชั่วคราว ซึ่งเราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินดูว่า เราจะรับมือกับสถานการณ์นั้นอย่างไร เราต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้ เพราะถ้าเราต้องเสียโอกาส ในช่วงเวลาทอง ของการทำมาหากินไปอีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ผมคิดว่าประชาชนคงรับมือไม่ไหวอีกต่อไป” พลเอกประยุทธ์ กล่าว เมื่อวันที่ 12 ต.ค. คุณสรเทพ โรจน์พจนารัช เจ้าของกิจการร้านอาหารในเครือสตีฟคาเฟ่ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงกรณีด
เคยกินไหม เค้กรังมด ขนมมีรูตำรับอินโดฯ-มาเลย์ เด้งดึ๋งเหมือนเยลลี่ ทำง่ายภายใน 10 นาที หากใครอยู่บ้านเบื่อๆ กำลังหากิจกรรมสักอย่างทำ เราขอแนะนำให้ลองมาทำขนมกันดู เพราะนอกจากแก้เบื่อได้ ยังเอาไว้ทานเล่นได้ และหากทำไปทำมา ก็ต่อยอดมาสร้างอาชีพได้เช่นเดียวกัน โดยขนมง่ายๆ ที่อยากให้ลองทำกันวันนี้ คือ เค้กรังมด หรือ เค้กรังผึ้ง เป็นขนมเค้กของทางประเทศแถบมาเลเซีย-อินโดนีเซีย ที่ใช้เวลาทำไม่นานนัก แต่หากใครกลัวรู ก็ขอให้กดข้ามผ่านไปได้เลย คุณแซมมี่ Chotiros Saengsrinual เจ้าของช่อง Sammie’s cooking ที่มีผู้ติดตามในยูทูบกว่า 9.19 พัน คน ใจดีอนุญาตให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำสูตร เค้กรังผึ้ง หรือรังมด มาบอกต่อ โดยรสชาติของเค้ก หวานน้อย กลมกล่อม เด้งดึ๋งเหมือนเยลลี่ แต่ไม่ได้ใส่ผงเจลาตินหรือผงวุ้น ทั้งยังหอมกลิ่นคาราเมลจากน้ำตาลไหม้ ทานแล้วจะรู้สึกอร่อย และใช้เวลาทำเพียง 10 นาทีเท่านั้น ส่วนผสม 1. น้ำตาล 170 กรัม 2. น้ำร้อน 220 กรัม 3. เนยจืด 80 กรัม 4. ไข่ไก่เบอร์ 1 4 ฟอง 5. นมข้นหวาน 155 กรัม 6. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 125 กรัม 7. ผงฟู 1/2 ชช. 8. เบกกิ้งโซดา 1/2 ชช. 9. กลิ่นวานิลลา 1 ชช. 10. เกลือปล
งานหดหาย! ครูสอนดำน้ำลึก ผันตัวเข้าครัวทำ บลูเบอร์รี่ชีสเยิ้ม ขายหารายได้ รอวิกฤตหมด วิกฤตโควิด-19 ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวกันสุดฤทธิ์ จากที่ทำธุรกิจโรงแรมก็มารับจ้างทำความสะอาด จากเจ้าของธุรกิจทัวร์ก็มาทำบะหมี่ บางคนเป็นแอร์ฯ สวยๆ บนเครื่องบินก็ต้องผันตัวมาขายทุเรียน เช่นเดียวกันกับ คุณหนอม-ถนอม นิลบวร วัย 52 ปี และคุณเกียว-นัทธมน ตั้งชัยธนกิจ วัย 49 ปี ผู้ประกอบอาชีพสอนดำน้ำลึก (Scuba Diving) และจัดทริปดำน้ำในไทยและต่างประเทศ ร้านดำน้ำ BanDamNam By Kru Noam ที่ผันตัวมาช่วยกันขาย บลูเบอร์รี่ หารายได้ช่วงงานหด คุณเกียว เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ตนเองนั้นมีงานประจำทำอยู่ ส่วนสามี หรือ คุณหนอม ยึดอาชีพเป็นครูสอนดำน้ำลึกแบบส่วนตัวและรับจัดทริปดำน้ำทั้งในและต่างประเทศ กระทั่งได้ย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ จนไม่กี่ปีหลังจากนั้น ก็ตัดสินใจเปิดกิจการเป็นหลักแหล่งที่เมืองเอก จ.ปทุมธานี โดยใช้ชื่อว่า ร้านดำน้ำ BanDamNam By Kru Noam กิจการดำเนินมาได้ประมาณ 3 ปี ก็ต้องมาประสบกับวิกฤตโควิด-19 ทำให้ทริปดำน้ำที่จองไว้ โดนยกเลิกไปกว่าครึ่ง “ช่วงระลอกแรก ครูหนอมเขาก็เพิ่งกลับจากการไปดูสถา
ต้นกล้าการพิมพ์ ใส่ดีไซน์ลงบรรจุภัณฑ์ เจาะตลาด SMEs สร้างแบรนด์แตกต่าง คุณวรารัตน์ สามัตถิยดีกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ต้นกล้าการพิมพ์ จำกัด กิจการรับงานการพิมพ์ทุกชนิดแบบครบวงจร ย้อนที่มาธุรกิจให้ฟังว่า ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2533 เริ่มจากรุ่นคุณพ่อคุณแม่ของเธอเอง เป็นการเริ่มต้นจากศูนย์ เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ของเธอทำธุรกิจอย่างอื่นมาก่อน แต่ช่วงนั้นท่านมองเห็นโอกาสในธุรกิจโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจมาทำธุรกิจนี้ คือ เริ่มจากซื้อเครื่องมา 1 เครื่อง จ้างคนงาน 1 คน คุณพ่อของเธอเป็นคนวิ่งหาลูกค้า เริ่มจากของานลูกค้ามาผลิตเพียงชิ้นเดียวก่อน “ช่วงขวบปีแรก ลูกค้าเริ่มเห็นแล้วว่า ผลงานของเราดี มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ ลูกค้าจึงไว้วางใจ ทำให้ธุรกิจมีงานเข้ามามากขึ้น คุณพ่อจึงเริ่มขยับขยายธุรกิจ ซื้อเครื่องเพิ่ม จ้างพนักงานเพิ่ม ค่อยๆ สร้างขึ้น ค่อยๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาประมาณ 10 ปี จึงทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และเป็นที่ยอมรับของลูกค้า มาจนถึงปัจจุบัน” คุณวรารัตน์ เล่าสีหน้าภูมิใจ และจากการที่ ต้นกล้าการพิมพ์ ทำธุรกิจมายาวนาน จึงสามารถสร้างความแตกต่างได้อีกขั้นหนึ่ง ซึ่ง คุณวรารัตน์ แจงประ
“ตุ้บตั้บ” ขนมหวานของชาวจีน ที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ และตกทอดมายังลูกหลานให้ทำเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้แบบสบายๆ รายนี้ มีชื่อเรียกขานตัวเองว่า “เล้าโหงว” โดยคุณนูญ – รัฐธรรมนูญ ชัยรัตน์กาญจน์ เป็นตัวแทนกิจการมาให้ข้อมูลว่า ขนมตุ้บตั้บเล้าโหงว นี้ มีการสืบทอดสูตรและกรรมวิธีแบบจีนโบราณมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ซึ่งโดยปกติตัวเขาและทีมงานอีกราวสิบชีวิต จะไปตั้งร้านขายกึ่งสาธิตกรรมวิธีการทำ ในเทศกาลกินเจ ที่ซอยโรงเจ ตลาดน้อย ย่านเจริญกรุง เป็นประจำ “เทศกาลเจทุกปี จะไปเปิดขายที่ตลาดน้อย คำนวณไม่ได้ว่าขายได้วันละกี่ห่อ รู้แต่ว่าใช้ถั่วลิสงคั่วตกราววันละ 50 กิโลกรัม และตลอดสิบวันมีลูกค้าเข้าคิวซื้อกันตลอด คนหนึ่งซื้อที 20-30 ห่อ ปัจจุบันขายห่อละ 30 บาท มีกำไรเลี้ยงตัวได้สบาย เพราะผมเป็นคนพอเพียง ไม่เล่น ไม่กิน ไม่เที่ยว กินแค่พออิ่ม” คุณนูญ บอกมาอย่างนั้น บรรยากาศเทศกาลเจ เมื่อปีก่อนๆ ก่อนบอกต่อ ตุ้บตั้บแบบดั้งเดิมนั้น ส่วนผสมมีแค่ น้ำเปล่า น้ำตาลทราย แบะแซ และถั่วลิสงคั่ว ซึ่งวิธีการทำนั้นไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไร เริ่มจากนำน้ำใส่กะทะ เทน้ำตาลทรายลงไป ตั้งไฟรอให้เดือด ตักแบะแซปาดลงในกะทะเล็กน้อย เคี่ยวต่อจ
สจ๊วตการบินไทย ขายไม้ด่าง รายได้ 6 หลัก/เดือน บอกวงการนี้เหมือนเทรดหุ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดต้นไม้กำลังเบ่งบาน โดยเฉพาะไม้ด่าง คนซื้อขายกันราคาหลักล้านบาท อย่าง มอนสเตอร่า ด่างมิ้นท์ ซื้อขายกันในราคาสูงถึง 1.4 ล้านบาท และตอนนี้ไม่ว่า ดารา นักร้อง คนวงการอาหาร หรือแม้แต่สจ๊วตการบินไทยก็หันหน้าเข้าวงการต้นไม้กันแทบทั้งนั้น หลังเรียนจบปริญญาตรี และะปริญญาโท เอกภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คุณเบิร์ด-นิติพันธ์ ลีละสุวัฒนากุล เลือกสานฝันให้คุณพ่อ สมัครงานสจ๊วตการบินไทย “ชีวิตการทำงานในช่วงปกติอยู่กับการเดินทางเป็นส่วนใหญ่ บินอย่างต่ำ 80 ชั่วโมงต่อเดือน เข้าช่วงวิกฤตได้รับผลกระทบเหมือนลูกเรือคนอื่นๆ ไม่มีตารางบิน มีแต่ภาระค่าใช้จ่าย ทั้งบ้าน ค่ารถ ที่ต้องแบกรับ” คุณเบิร์ด เล่า หยุดงานแรกๆ สจ๊วตหนุ่มยังไม่ได้หางานเสริมทำ จน 2-3 เดือนให้หลัง น้องสาวซื้อต้นมอนสเตอร่า ยางอินเดีย มาฝาก วางไว้ในบ้านได้ประมาณสองสัปดาห์ต้นไม้ตาย เพราะไม่มีความรู้ ไม่ได้ศึกษาว่าต้นไม้แต่ละชนิดต้องเลี้ยงยังไง ตั้งแต่นั้นมา สจ๊วตหนุ่มในวัย 32 ปี ก็ตั้งใจอยากเลี้ยงต้นไม้ต่อให้อยู่รอด โดยซื้
ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งผู้คร่ำหวอดในวงการ แค็กตัส มายาวนานนับสิบปี สำหรับ คุณจิ๊บ–สุนทรียา ฮวบดี อดีตสาวออฟฟิศ ผู้หลงรักการปลูกกระบองเพชร ไม้หนามต้นเล็กๆ มาแต่ไหนแต่ไร ครั้นเมื่อเวลาผ่านไป จากเคยเล่นบท ผู้เลี้ยง ใช้วันว่างเดินเล่นตามตลาดนัดจตุจักร ทยอยหาซื้อต้นละ 10 บาท 20 บาท มาประดับบ้าน ประดับโต๊ะทำงาน ปัจจุบัน เธอกลายเป็นผู้ขาย ในฐานะเจ้าของสวนขนาดกลางถึง 2 แห่ง แต่ละแห่งมีพื้นที่ปลูกแค็กตัสหลายโรงเรือน ที่สำคัญ ธุรกิจที่เธอลาออกจากงานประจำมาดูแลเต็มตัวนี้ สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างดี (ที่เธอแอบกระซิบว่า มากกว่าเงินเดือนที่เคยได้หลายเท่า) มีลูกค้าหมุนเวียนทั้งซื้อปลีก ซื้อส่ง มาอุดหนุนไม่เว้นวัน เรียกว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อในยามนี้ ไม่สามารถสร้างผลกระทบใดๆ ได้เลย ล้นตลาด ได้ยินมา 6 ปี ไม่เห็นล้นสักที “ตลาดต้นไม้ คึกคักกว่าหลายธุรกิจ อาจเป็นเพราะโควิด ทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น แต่ร้านต้นไม้ไม่ถูกสั่งปิด คนอยากหาต้นไม้เล็กๆ ไปเลี้ยง พอเลี้ยงแล้วเกิดรัก หันมาเล่นจริงจัง มือใหม่มีความสนใจกันมากขึ้น ทำให้ไม้แค็กตัส บูมมาก” คุณจิ๊บ วิเคราะห์ให้ฟังเป็นการเริ่มต้น ก่อนบอก มั่น
โดนดิสรัปต์ ไวรัสบุก สนพ.แสงแดด เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เปิดร้านขายสินค้าปลอดสาร เกาะเทรนด์สุขภาพ สู้วิกฤต ในช่วงยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของผู้คนมากขึ้น มีธุรกิจไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงนี้ อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนหันมาสนใจเรื่องของสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวทำให้ เทรนด์สุขภาพ ได้รับความสนใจมากขึ้นกว่าเดิม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณโน้ต-ชญานุตม์ หงษ์วิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักพิมพ์แสงแดด รุ่นที่ 2 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการโดนดิสรัปต์และการแพร่ระบาดของโควิด-19 คุณโน้ต เล่าให้ฟังว่า สำนักพิมพ์แสงแดด เปิดดำเนินการมาได้กว่า 40 ปีแล้ว ก่อตั้งโดย คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์ หรือที่รู้จักกันในนาม ป้านิดดา กูรูธรรมชาติบำบัด และมีสำนักพิมพ์ในเครืออย่าง แสงแดด มีเดีย กรุ๊ป ที่ทำเรื่องการผลิตงานพิมพ์และงานคอนเทนต์ต่างๆ เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นผู้นำทางการตลาดเกี่ยวกับตำราอาหารของยุคนั้นเลยทีเดียว กิจการดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดการดิสรัปต์ของอิน
ปั่นราคา Dark Side วงการไม้ด่าง มือเก่า-มือใหม่ ไม่อยากเป็นเหยื่อ ต้องตั้งสติ ปั่นราคา กลเม็ดหลอกล่อทางการตลาดที่อาจไม่ผิดกฎหมาย พบเห็นได้ในหลายวงการ แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในแวดวงใดก็ตาม การกระทำดังกล่าว ย่อมส่งผลคล้ายกัน คือ ผู้ตกเป็นเหยื่อมีความโลภเข้าครอบงำ และเมื่อถึงเวลานั้น สติปัญญาที่ควรนำมาไตร่ตรองไม่ถูกนำมาใช้ สุดท้ายผลที่ได้ มีแต่ความสูญเสีย “ปั่นราคาในวงการไม้ด่าง ส่วนตัวเชื่อว่ามีจริง เพราะเคยได้ข้อมูลจากสมาชิกในกลุ่มขายไม้ด่างเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เขาอยากเตือนสติคนซื้อ โดยแคปแชตโชว์ให้ดูการสนทนาอย่างเปิดเผยว่าไม่มีการซื้อขายจริง แต่เป็นการปั่นราคา ซื้อขายกันเอง สุดท้ายก็คืนเงินให้กัน” หนุ่มใหญ่ เจ้าของสวนไม้ด่างรายย่อย ที่ผันตัวเข้าวงการได้ไม่นาน เผยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ กรณีเวลานี้ เกิดข่าวครหามีการปั่นราคาเกิดขึ้นกับ ไม้ด่าง บางตัว ถ้ามีการปั่นราคา ในวงการไม้ด่างจริง แล้วเหยื่องานนี้คือใคร เจ้าของสวนท่านเดิม บอก เหยื่อก็คือคนที่อยากซื้อมาขายต่อทำกำไร ซึ่งบางคนอาจโชคดี ขายได้กำไร 2-3 เท่า เป็นการขายให้คนซื้อที่ไม่รู้เรื่องเหมือนกันอีกทอดหนึ่ง ด้านไกด์สาวท่านหนึ่ง ซึ่งหั
