Exclusive
สาวโรงงานถูกเลิกจ้าง สร้างอาชีพใหม่ งานศิลป์บนใบไม้ ทำให้มีเงินจ่ายหนี้ การมาของโควิด-19 เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตแบบเว้นระยะห่าง ไลฟ์สไตล์แบบใหม่ที่หน้ากากและเจลล้างมือ กลายเป็นสิ่งของขาดไม่ได้ พอๆ กับโทรศัพท์มือถือ ยิ่งไปกว่านั้น การระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องตกงาน ถูกหั่นเงินเดือนและค่าเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ส่วนที่ทำอาชีพอิสระก็รายได้หดหาย แต่ในทุกวิกฤตก็มีโอกาส สำหรับบางคน โควิด-19 ทำให้หลุดจากเส้นทางหนึ่ง ไปเดินอีกเส้นทางหนึ่ง ที่อาจจะดีไม่แพ้กัน เหมือนเรื่องราวของ “แมรี่ เม ดาคาเนย์” สาวโรงงานชาวฟิลิปปินส์ วัย 23 ปี ที่เปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นอาชีพใหม่ หลังถูกเลิกจ้าง นั่นคือ การสร้างสรรค์งานศิลปะจากใบไม้ ที่กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของ “ดาคาเนย์” แบบคาดไม่ถึง และไม่เหมือนใคร จริงๆ แล้ว การสร้างสรรค์ศิลปะจากใบไม้ เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะแรกเริ่ม “ดาคาเนย์” อยากวาดภาพบนผ้าใบ ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่เธอชื่นชอบ แต่การหาอุปกรณ์ศิลปะในช่วงล็อกดาวน์ทำได้ยาก พอกักตัวอยู่บ้านนานๆ เธอก็เลยคิดหาวิธีสร้างสรรค์งานศิลปะแบบใหม่ ไอเดียมาหยุดอยู่ที่การนำใบขนุนจาก
ครูสาวผุดไอเดีย “ถุงผ้าลายจิ๊มิ” ผลักดันการพูดเรื่องเพศศึกษาให้เป็นเรื่อง…ปกติ ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่มีการทำความเข้าใจและออกมารณรงค์ผลักดันเรื่อง Feminist (สิทธิและความเสมอภาคของสตรี) และ LGBTQ (ความหลากหลายทางเพศ) กันเยอะขึ้น คุณออม-มานิตา ชอบชื่น อาจารย์สาวผู้สอนวิชาการแสดง วัย 30 ปีท่านนี้ ก็เป็นอีกคนที่ออกมาผลักดันเรื่องสิทธิความเสมอภาคและความหลากหลายทางเพศ การผลักดันของเธอแตกต่างจากคนอื่นและสร้างสรรค์กว่านั้น โดยคุณออมแสดงออกผ่านการทำ “ถุงผ้าลายจิ๊มิ” ออกมาขาย ซึ่งเธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ที่มาที่ไปในการทำถุงผ้าจิ๊มิ หรือถุงผ้าลายอวัยวะเพศหญิงนี้ มาจากความคิดที่อยากผลักดันให้คนสามารถพูดเรื่องเพศศึกษาได้อย่างเสรี “จริงๆ ต้องเล่าเท้าความก่อนว่า พี่เองเป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งที่สอบติดมหา’ลัยธรรมศาสตร์และเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ก็มีโอกาสได้ทำละครเวที ได้เรียนเกี่ยวกับสายวิทย์ จิตวิทยา สิทธิมนุษยชน ก็เกิดความอินกับเรื่องพวกนี้ แต่ก็ไม่ได้อะไรต่อ จนมีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ไปเจอวัฒนธรรมที่หลากหลาย บวกกับพี่ได้ไปเที่
ของอื่นขายไม่ค่อยออก! แต่ หน้ากากผ้า รุ่น “ไหม 70 สี” คนรุมเพียบ หน้ากากผ้า 70 สี – ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานบรรยากาศ การจัดอีเว้นต์เกี่ยวกับของตกแต่งบ้าน ซึ่งจัดโดยห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแถบชานเมืองเมื่อวันก่อน ปรากฏภาพรวมเป็นไปอย่างหงอยเหงา แม้จะมีลูกค้าเดินบ้าง แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครจับจ่าย เนื่องจากสินค้าที่นำมาออกบู๊ธอย่าง กรอบรูป โซฟา ของเสริมฮวงจุ้ย นั้นอาจยังไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันมากนัก ผู้คนมีความระมัดระวังในการจับจ่าย อาจถึงขั้น ต้อง “รัดเข็มขัด” ส่งผลให้บรรดาพ่อค้า-แม่ขาย แทบทุกรายต่างพากันนั่งจับเจ่า มองดูผู้คนเดินผ่านไปมา หลายคนฆ่าเวลาด้วยการนั่งเล่นโทรศัพท์ แต่เมื่อเดินสำรวจมาถึงบู๊ธขายเครื่องนอนยี่ห้อดัง ปรากฏมีลูกค้าเป็นบรรดาสาวน้อย-สาวใหญ่กลุ่มหนึ่ง กำลัง “มะรุมมะตุ้ม” อยู่หน้าเชลฟ์วางสินค้า เมื่อเข้าไปสังเกตการณ์ใกล้ๆ จึงทราบว่าหลายคนกำลังเลือกซื้อ “หน้ากากผ้า” ซึ่งเป็นสินค้า “น้องใหม่” รับสถานการณ์โควิด-19 ของเครื่องนอนแบรนด์ดังกล่าว “หน้ากากผ้าไหม ชิ้นละ 190 บาท มี 70 เฉดสีให้เลือก ใช้แล้ว สวย ปลอดภัย ได้บุญ เพราะรายได้
เปิดทริก ขาย หม่าล่า ปรับตัวสู้โควิดยังไง ขายได้วันละ 1,000 กว่าไม้ เรียกว่าเป็นธุรกิจขายดีสวนกระแสวิกฤตเลยก็ว่าได้ สำหรับ หม่าล่า เมนูยอดฮิต ราคาย่อมเยาที่วัยรุ่นยังนิยมทานต่อเนื่อง แม้ในช่วงวิกฤตยังขายได้เป็นพันๆ ไม้ รายได้เฉลี่ยวันละหมื่นกว่าบาท อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง หม่าล่ายังฮอต! เจ้าของร้านกาแฟเปิดไม่ถึงเดือน ลูกค้าเพียบ ปิ้งไม่หยุดวันละ 700 ไม้ คุณออส-กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ อายุ 39 ปี อดีตครูประจำชั้นประถมฯ 1 โรงเรียนอนุบาลโรจนวิทย์ เจ้าของ ร้าน หม่าล่าจงเจริญ เล่าให้ฟังว่า วิกฤตโควิดไม่ได้กระทบกับร้านหม่าล่า แต่กระทบกับร้านกาแฟ ธุรกิจแรก เพราะต้องปิดร้านตามประกาศของรัฐไปช่วงหนึ่ง “หม่าล่า ยังเปิดขายได้ เพราะลูกค้าซื้อกลับไปทานที่บ้าน มีทั้งมาซื้อด้วยตัวเอง และสั่งดีลิเวอรี่แอพ ลูกค้าทานแล้วชอบจนบอกต่อ ปากต่อปาก ถ่ายรูปแก้วใส่หม่าล่าลงเฟซบุ๊ก ลงไอจี ทำให้ร้านเป็นที่รู้จักต่อเนื่อง เมื่อเกิดวิกฤตจึงมีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาด” “ช่วงที่ร้านกาแฟปิด หม่าล่า กลายเป็นอาชีพหลัก หลายคนบอกผมโชคดียังมีตรงนี้อยู่ ทุกๆ ไม้ที่ปิ้งให้ลูกค้ากิน ต้องสวย ผักที่เสียบไม้ต้องเท่ากัน เน้น
บอกหมดไม่มีกั๊ก! เปิดสูตร “สับปะรดกวนกะทิ ป้าละออ” OTOP 5 ดาว จ.ระยอง คุณละออ สุวรรณสว่าง อายุ 75 ปี หรือ ป้าอวย ประธานกลุ่มผลไม้แปรรูปบ้านหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง และเจ้าของแบรนด์ผลไม้แปรรูป “แบรนด์คุณละออ” สินค้าโอท็อป 5 ดาว ที่คนระยองรู้จักกันเป็นอย่างดี พื้นเพคุณละออเกิดและเติบโตที่จังหวัดระยอง มีพี่น้องรวม 9 คน คุณพ่อซึ่งเป็นเสาหลักเสียไปตั้งแต่ยังเด็ก ผู้เป็นแม่จึงรับหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่เลี้ยงลูกๆ ทั้งหมดด้วยอาชีพทำสวนยาง “ครอบครัวยากจน ป้าเรียนจบแค่ป. 4 ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ไม่มีโอกาสได้เรียน พอป้าเรียนจบกลับมาช่วยแม่ และพี่น้องคนอื่นๆ ทำสวนยาง 7 ปีถึงมีรายได้ ระหว่างนั้นก็ปลูกอย่างอื่นแซม เช่น สับปะรด ลูกใหญ่ส่งขายโรงงาน ส่วนลูกเล็ก ถ้าไม่เอามาแปรรูปก็ต้องทิ้ง เลยเริ่มแปรรูปผลไม้มาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ยังไม่ใช่อุตสาหกรรม ทำแจกๆ กันกินแถวบ้าน” เมื่อเห็นว่าคนชอบกินทุเรียนกวนรสชาติหวานมัน คุณละออจึงมีแนวคิดนำสับปะรดมากวนใส่กะทิ “เริ่มทำสับปะรดกวนกะทิ ตอนอายุ 35 ตอนนั้นปลูกสับปะรดส่งขายโรงงานแล้วราคาถูกมาก กิโลละ 1 บาท ลูกเล็กกิโลละ 50 สตางค์ เห็นคนชอบกินทุเรี
ทำได้ ถ้าทุกอย่างมีมาตรฐาน-เท่าเทียม เสียงจาก ผู้ประกอบการทัวร์ต่างประเทศ ต่อ ภูเก็ต โมเดล หลังจากมีข่าวออกมาให้เห็นเป็นระยะๆ สำหรับข่าว ภูเก็ต โมเดล หรือก็คือ การนำนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาในไทย จำนวน 200 คน เข้ามาพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ หลายคนที่พอทราบข่าว ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ทั้งคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและคิดว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงให้เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดกว่าเดิม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พุดคุยกับ เจ้าของธุรกิจทัวร์ต่างประเทศ วัย 53 ปี รายหนึ่ง ที่ตอนนี้ผันตัวมาทำบริการ service care ภายในประเทศ โดยสอบถามความเห็นในฐานะเจ้าของกิจการทัวร์ กับประเด็นดังกล่าวว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เขาให้ความเห็นว่า การมีโครงการ ภูเก็ต โมเดล นั้น ในฐานะผู้ประกอบการทัวร์ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีทั้งระบบสาธารณสุขที่ดี มี หมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพและความสามารถเยอะมาก หากมาตรการและระบบการจัดการทุกอย่าง เป็นไปตามมาตรฐานเท่าเทียม ไม่มีอภิสิทธิชนหรือกรณีพิเศษ ตนก็เชื่อมั่นว่า โมเดลนี้จะดำเนินไปได้อย่างด
“ก๋วยเตี๋ยวเรือ 10 บาท” ธุรกิจพลิกวิกฤตโควิด-19 ของสาวพิษณุโลก เตี๋ยวเรือสู้โควิด – ในยุคโควิด-19 แพร่ระบาดแบบนี้ ธุรกิจทั่วทุกหย่อมหญ้าต่างได้รับผลกระทบกันหมด แต่ธุรกิจที่เป็นปัจจัย 4 อย่าง “ธุรกิจอาหาร” กลับสวนทาง ทำให้หลายๆ คนที่ตกงาน หรือได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว หันมาทำอาหารทั้งคาวหวานขายกันมากมาย คุณโบ-เปมิกา บัวแย้ม สาววัย 23 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดพิษณุโลก ก็เป็นอีกคนที่หันมาประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารในยุคโควิด-19 โดยเธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เดิมทีที่บ้านประกอบธุรกิจรับจัดโต๊ะจีนมาเกือบ 20 ปีแล้ว จนเมื่อโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้ไม่มีการจัดจ้างเลี้ยงโต๊ะจีน คุณโบที่เพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน จึงเข้ามาช่วยที่บ้านคิดหาทางออกกับสถานการณ์นี้ “รายได้มันหายไป แต่ค่าใช้จ่ายมันยังมีอยู่ทุกวัน แล้วโบก็ช่วยธุรกิจครอบครัวมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว ก็มีวิชาการทำอาหารติดตัวอยู่บ้าง ก็ทำกับข้าว ทำก๋วยเตี๋ยวได้ แถวบ้านก็มีร้านอาหารตามสั่งเยอะแล้ว แล้วเราก็มีสูตรก๋วยเตี๋ยวอยู่ในมือ เลยคิดว่างั้นเปิดก๋วยเตี๋ยวดีกว่า” คุณโบ
พีอาร์สาว เข้าครัวทำ ขนมกลีบลำดวน ขายช่วงโควิด ชูรสมันม่วง-ชาเขียวมัตฉะ เอาใจสายเฮลตี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดำเนินมาได้ครึ่งปีแล้ว ภาคธุรกิจ พนักงานทุกอาชีพ ต่างก็ได้รับผลกระทบและปรับตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้ากันมากขึ้น หนึ่งในอาชีพยอดนิยมเลยคือ การทำอาหาร-ขนม ขาย ซึ่งก็มีคนทำเป็นอาชีพเสริมอยู่ก่อนแล้ว เช่นเดียวกับ คุณแอนนา-สุกัญญา สังขะมาน วัย 44 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท ไอเดีย คอมมูนิเคชั่น จำกัด คุณแอนนา เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอทำอาชีพเป็นนักประชาสัมพันธ์องค์กร หรือ พีอาร์ มา 15 ปี ควบคู่กับการทำอาชีพเสริมอย่าง การทำขนมไทยขาย “พี่เป็นคนไม่ชอบทานเบเกอรี่ เลยจะทานพวกขนมไทย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องของความชื่นชอบ พอชอบแล้วก็อยากทำ ก็ไม่ได้ไปเรียนทำขนมที่ไหน อาศัยครูพักลักจำ ดูในยูทูบบ้าง ไปทานขนมร้านไหนอร่อยๆ ก็มานั่งแกะสูตรมาทำให้สามีกับลูกทานบ้าง แล้วตอนเด็กๆ ปู่ย่าตายายทำให้ทาน พี่ก็จะจำได้ว่ารสชาติมันประมาณไหน ก็พยายามทำออกมาให้ได้แบบนั้น แล้วก็ทำแจกจ่ายให้คนรอบตัวลองทาน พอบ่อยเข้า เขาก็เกรงใจไม่อยากกินฟรี ก็จะมีขอซื้อบ้าง สั่งทำบ้าง เลยกลายมาเป็นกา
ยังมีหนทาง! เอาต์บาวนด์ไม่สามารถ บริษัททัวร์จัดทริปใกล้กรุง กำไรหัวละร้อยก็สู้ เพราะเป็นคนชอบเดินทางหาประสบการณ์ เลยตัดสินใจพาตัวเองเข้าสู่ “ธุรกิจทัวร์” ด้วยการทำงานในแวดวงการท่องเที่ยวตั้งแต่ ปี 2542 เก็บหอมรอมริบได้จำนวนหนึ่ง จึงตัดสินใจเปิดบริษัทเล็กๆ เมื่อราวปี 2558 ด้วยทุนจดทะเบียนหนึ่งล้านบาท มีพนักงานประจำออฟฟิศ 2 คน คุณเก๋-สรัญรัชต์ หาญภาคภูมิ ผู้บริหาร บริษัท อะเดปท์ ทัวร์ จำกัด ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08353 เริ่มต้นบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนให้ข้อมูลต่อเพื่อรู้จักกันมากขึ้นว่า ที่ตั้งสำนักงานแรกบริษัททัวร์ของเธอ เป็น บ้านพักอาศัยตัวเอง ทำได้ไม่นานรู้สึกไม่เหมาะ เลยย้ายออกมาเช่าคอนโดฯ ขนาด 32 ตารางเมตร ย่านมีนบุรี ทำเป็นสำนักงาน เพื่อทำงานธุรการ ส่วนการทำธุรกิจที่ดูแล ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าเป้าหมายนั้น ใช้วิธีการเก่าแก่ นั่นคือการ เคาะประตู “ช่วงนั้น สื่อโซเชียล ยังไม่แพร่หลาย จึงใช้วิธี น็อกดอร์ โทรศัพท์หาลูกค้า สวัสดีค่ะ ขอสายฝ่ายเอชอาร์ค่ะ ไม่ทราบว่าทางบริษัทของท่าน จะมีการจัดสัมมนาประจำปีมั้ยคะ เรามีโปรแกรมน่าสนใจ มานำเสนอ…ประมาณนี้ค่ะ” คุณเก๋ อธิบายภาพ
เถ้าแก่หนุ่มรวยน้ำใจ ทำข้าวเหนียวหมูกรอบ-น้ำจิ้มแจ่วขาย ราคาแล้วแต่คนกินจะให้ ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ข้าวของแพง ไหนจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีก ทุกสิ่งทุกอย่างดูถาโถมจนหลายคนอาจจะรู้สึกว่า หนทางทำมาหากินเลี้ยงชีพนั้น ช่างมืดมนเสียจริง แม้แต่เงินไว้ซื้อข้าวทานยังแทบไม่มี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเอ็ม-ภัควรรธน์ ธนวัฒน์กันยกร วัย 22 ปี เจ้าของธุรกิจรับตัดกางเกงส่งขายรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ที่มีใจอยากช่วยเหลือแบ่งปันความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในยามยาก โดยการทำข้าวเหนียวหมูกรอบน้ำจิ้มแจ่วขาย ซึ่งราคาขายนั้นไม่เหมือนกับเจ้าอื่นๆ เพราะ ข้าวเหนียวหมูกรอบน้ำจิ้มแจ่วชุดที่ว่า ลูกค้าสามารถจ่ายเงินซื้อในราคาเท่าไหร่ก็ได้! โดยคุณเอ็ม เล่าว่า ตนเองยึดอาชีพรับตัดกางเกงส่งขายรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี มาได้ 4 ปีแล้ว และเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี ผนวกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้มีคนตกงานเพิ่มมากขึ้น ตนเองที่พอจะมีกำลังทรัพย์จึงอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แม้จะเล็กน้อยก็ยังดี “ยุคนี้ก็เป็นยุคที่คนตกงาน
