Exclusive
บอกหมดไม่มีกั๊ก! เปิดสูตร “สับปะรดกวนกะทิ ป้าละออ” OTOP 5 ดาว จ.ระยอง คุณละออ สุวรรณสว่าง อายุ 75 ปี หรือ ป้าอวย ประธานกลุ่มผลไม้แปรรูปบ้านหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง และเจ้าของแบรนด์ผลไม้แปรรูป “แบรนด์คุณละออ” สินค้าโอท็อป 5 ดาว ที่คนระยองรู้จักกันเป็นอย่างดี พื้นเพคุณละออเกิดและเติบโตที่จังหวัดระยอง มีพี่น้องรวม 9 คน คุณพ่อซึ่งเป็นเสาหลักเสียไปตั้งแต่ยังเด็ก ผู้เป็นแม่จึงรับหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่เลี้ยงลูกๆ ทั้งหมดด้วยอาชีพทำสวนยาง “ครอบครัวยากจน ป้าเรียนจบแค่ป. 4 ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ไม่มีโอกาสได้เรียน พอป้าเรียนจบกลับมาช่วยแม่ และพี่น้องคนอื่นๆ ทำสวนยาง 7 ปีถึงมีรายได้ ระหว่างนั้นก็ปลูกอย่างอื่นแซม เช่น สับปะรด ลูกใหญ่ส่งขายโรงงาน ส่วนลูกเล็ก ถ้าไม่เอามาแปรรูปก็ต้องทิ้ง เลยเริ่มแปรรูปผลไม้มาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ยังไม่ใช่อุตสาหกรรม ทำแจกๆ กันกินแถวบ้าน” เมื่อเห็นว่าคนชอบกินทุเรียนกวนรสชาติหวานมัน คุณละออจึงมีแนวคิดนำสับปะรดมากวนใส่กะทิ “เริ่มทำสับปะรดกวนกะทิ ตอนอายุ 35 ตอนนั้นปลูกสับปะรดส่งขายโรงงานแล้วราคาถูกมาก กิโลละ 1 บาท ลูกเล็กกิโลละ 50 สตางค์ เห็นคนชอบกินทุเรี
ทำได้ ถ้าทุกอย่างมีมาตรฐาน-เท่าเทียม เสียงจาก ผู้ประกอบการทัวร์ต่างประเทศ ต่อ ภูเก็ต โมเดล หลังจากมีข่าวออกมาให้เห็นเป็นระยะๆ สำหรับข่าว ภูเก็ต โมเดล หรือก็คือ การนำนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาในไทย จำนวน 200 คน เข้ามาพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ หลายคนที่พอทราบข่าว ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ทั้งคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและคิดว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงให้เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดกว่าเดิม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พุดคุยกับ เจ้าของธุรกิจทัวร์ต่างประเทศ วัย 53 ปี รายหนึ่ง ที่ตอนนี้ผันตัวมาทำบริการ service care ภายในประเทศ โดยสอบถามความเห็นในฐานะเจ้าของกิจการทัวร์ กับประเด็นดังกล่าวว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เขาให้ความเห็นว่า การมีโครงการ ภูเก็ต โมเดล นั้น ในฐานะผู้ประกอบการทัวร์ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีทั้งระบบสาธารณสุขที่ดี มี หมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพและความสามารถเยอะมาก หากมาตรการและระบบการจัดการทุกอย่าง เป็นไปตามมาตรฐานเท่าเทียม ไม่มีอภิสิทธิชนหรือกรณีพิเศษ ตนก็เชื่อมั่นว่า โมเดลนี้จะดำเนินไปได้อย่างด
“ก๋วยเตี๋ยวเรือ 10 บาท” ธุรกิจพลิกวิกฤตโควิด-19 ของสาวพิษณุโลก เตี๋ยวเรือสู้โควิด – ในยุคโควิด-19 แพร่ระบาดแบบนี้ ธุรกิจทั่วทุกหย่อมหญ้าต่างได้รับผลกระทบกันหมด แต่ธุรกิจที่เป็นปัจจัย 4 อย่าง “ธุรกิจอาหาร” กลับสวนทาง ทำให้หลายๆ คนที่ตกงาน หรือได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว หันมาทำอาหารทั้งคาวหวานขายกันมากมาย คุณโบ-เปมิกา บัวแย้ม สาววัย 23 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดพิษณุโลก ก็เป็นอีกคนที่หันมาประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารในยุคโควิด-19 โดยเธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เดิมทีที่บ้านประกอบธุรกิจรับจัดโต๊ะจีนมาเกือบ 20 ปีแล้ว จนเมื่อโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้ไม่มีการจัดจ้างเลี้ยงโต๊ะจีน คุณโบที่เพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน จึงเข้ามาช่วยที่บ้านคิดหาทางออกกับสถานการณ์นี้ “รายได้มันหายไป แต่ค่าใช้จ่ายมันยังมีอยู่ทุกวัน แล้วโบก็ช่วยธุรกิจครอบครัวมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว ก็มีวิชาการทำอาหารติดตัวอยู่บ้าง ก็ทำกับข้าว ทำก๋วยเตี๋ยวได้ แถวบ้านก็มีร้านอาหารตามสั่งเยอะแล้ว แล้วเราก็มีสูตรก๋วยเตี๋ยวอยู่ในมือ เลยคิดว่างั้นเปิดก๋วยเตี๋ยวดีกว่า” คุณโบ
พีอาร์สาว เข้าครัวทำ ขนมกลีบลำดวน ขายช่วงโควิด ชูรสมันม่วง-ชาเขียวมัตฉะ เอาใจสายเฮลตี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดำเนินมาได้ครึ่งปีแล้ว ภาคธุรกิจ พนักงานทุกอาชีพ ต่างก็ได้รับผลกระทบและปรับตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้ากันมากขึ้น หนึ่งในอาชีพยอดนิยมเลยคือ การทำอาหาร-ขนม ขาย ซึ่งก็มีคนทำเป็นอาชีพเสริมอยู่ก่อนแล้ว เช่นเดียวกับ คุณแอนนา-สุกัญญา สังขะมาน วัย 44 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท ไอเดีย คอมมูนิเคชั่น จำกัด คุณแอนนา เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอทำอาชีพเป็นนักประชาสัมพันธ์องค์กร หรือ พีอาร์ มา 15 ปี ควบคู่กับการทำอาชีพเสริมอย่าง การทำขนมไทยขาย “พี่เป็นคนไม่ชอบทานเบเกอรี่ เลยจะทานพวกขนมไทย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องของความชื่นชอบ พอชอบแล้วก็อยากทำ ก็ไม่ได้ไปเรียนทำขนมที่ไหน อาศัยครูพักลักจำ ดูในยูทูบบ้าง ไปทานขนมร้านไหนอร่อยๆ ก็มานั่งแกะสูตรมาทำให้สามีกับลูกทานบ้าง แล้วตอนเด็กๆ ปู่ย่าตายายทำให้ทาน พี่ก็จะจำได้ว่ารสชาติมันประมาณไหน ก็พยายามทำออกมาให้ได้แบบนั้น แล้วก็ทำแจกจ่ายให้คนรอบตัวลองทาน พอบ่อยเข้า เขาก็เกรงใจไม่อยากกินฟรี ก็จะมีขอซื้อบ้าง สั่งทำบ้าง เลยกลายมาเป็นกา
ยังมีหนทาง! เอาต์บาวนด์ไม่สามารถ บริษัททัวร์จัดทริปใกล้กรุง กำไรหัวละร้อยก็สู้ เพราะเป็นคนชอบเดินทางหาประสบการณ์ เลยตัดสินใจพาตัวเองเข้าสู่ “ธุรกิจทัวร์” ด้วยการทำงานในแวดวงการท่องเที่ยวตั้งแต่ ปี 2542 เก็บหอมรอมริบได้จำนวนหนึ่ง จึงตัดสินใจเปิดบริษัทเล็กๆ เมื่อราวปี 2558 ด้วยทุนจดทะเบียนหนึ่งล้านบาท มีพนักงานประจำออฟฟิศ 2 คน คุณเก๋-สรัญรัชต์ หาญภาคภูมิ ผู้บริหาร บริษัท อะเดปท์ ทัวร์ จำกัด ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08353 เริ่มต้นบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนให้ข้อมูลต่อเพื่อรู้จักกันมากขึ้นว่า ที่ตั้งสำนักงานแรกบริษัททัวร์ของเธอ เป็น บ้านพักอาศัยตัวเอง ทำได้ไม่นานรู้สึกไม่เหมาะ เลยย้ายออกมาเช่าคอนโดฯ ขนาด 32 ตารางเมตร ย่านมีนบุรี ทำเป็นสำนักงาน เพื่อทำงานธุรการ ส่วนการทำธุรกิจที่ดูแล ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าเป้าหมายนั้น ใช้วิธีการเก่าแก่ นั่นคือการ เคาะประตู “ช่วงนั้น สื่อโซเชียล ยังไม่แพร่หลาย จึงใช้วิธี น็อกดอร์ โทรศัพท์หาลูกค้า สวัสดีค่ะ ขอสายฝ่ายเอชอาร์ค่ะ ไม่ทราบว่าทางบริษัทของท่าน จะมีการจัดสัมมนาประจำปีมั้ยคะ เรามีโปรแกรมน่าสนใจ มานำเสนอ…ประมาณนี้ค่ะ” คุณเก๋ อธิบายภาพ
เถ้าแก่หนุ่มรวยน้ำใจ ทำข้าวเหนียวหมูกรอบ-น้ำจิ้มแจ่วขาย ราคาแล้วแต่คนกินจะให้ ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ข้าวของแพง ไหนจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีก ทุกสิ่งทุกอย่างดูถาโถมจนหลายคนอาจจะรู้สึกว่า หนทางทำมาหากินเลี้ยงชีพนั้น ช่างมืดมนเสียจริง แม้แต่เงินไว้ซื้อข้าวทานยังแทบไม่มี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเอ็ม-ภัควรรธน์ ธนวัฒน์กันยกร วัย 22 ปี เจ้าของธุรกิจรับตัดกางเกงส่งขายรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ที่มีใจอยากช่วยเหลือแบ่งปันความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในยามยาก โดยการทำข้าวเหนียวหมูกรอบน้ำจิ้มแจ่วขาย ซึ่งราคาขายนั้นไม่เหมือนกับเจ้าอื่นๆ เพราะ ข้าวเหนียวหมูกรอบน้ำจิ้มแจ่วชุดที่ว่า ลูกค้าสามารถจ่ายเงินซื้อในราคาเท่าไหร่ก็ได้! โดยคุณเอ็ม เล่าว่า ตนเองยึดอาชีพรับตัดกางเกงส่งขายรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี มาได้ 4 ปีแล้ว และเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี ผนวกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้มีคนตกงานเพิ่มมากขึ้น ตนเองที่พอจะมีกำลังทรัพย์จึงอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แม้จะเล็กน้อยก็ยังดี “ยุคนี้ก็เป็นยุคที่คนตกงาน
“ลดค่าใช้จ่าย-จัดโปรแจกเครื่องดื่ม” วิธีปรับตัวของคาเฟ่น้องหมา ในยุคโควิดครองเมือง คาเฟ่หมา – ในยุคที่ไวรัสแพร่ระบาดไปแทบจะทั่วทุกมุมโลกแบบนี้ แน่นอนว่าธุรกิจหลายๆ อย่างย่อมหยุดชะงัก แต่เมื่อตั้งตัวได้ ต่างก็หาวิธีรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เช่นเดียวกันกับ Dog In Town Ari – Dog Cafe คาเฟ่หมาอารีย์ ที่ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงผลกระทบและการปรับตัวให้อยู่รอดในช่วงไวรัสระบาดว่า ปัจจุบัน คาเฟ่น้องหมา ด๊อกอินทาวน์ มีทั้งหมด 2 สาขา ได้แก่ สาขาเอกมัย ที่เปิดมาได้ 5 ปี และสาขาอารีย์ ที่กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 1 อย่างเต็มตัว ทางร้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กิจการก่อนโควิด มีเเนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่องเเละเป็นช่วงท่องเที่ยว โดยทางร้านมีลูกค้าต่างชาติ ทั้งทางฝั่งเอเชียเเละยุโรป คิดเป็น 40% และลูกค้าในประเทศ 60% ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงที่ธุรกิจสามารถทำรายได้ได้มากที่สุดของปี “พอมีโควิด ทางร้านเราเตรียมการรับมือในการป้องกันโรคทันที หลังจากทราบข่าวว่ามีการเเพร่เชื้อที่อู่ฮั่น เราก็เเจ้งลูกค้าต่างชาติก่อนเข้าร
จึง เตี่ย ฮวด ธุรกิจกระดาษเงิน กระดาษทอง กว่า 6 ทศวรรษ เข้าสุ่ยุคออนไลน์ ในหนึ่งปีจะขายดีมากช่วงเทศกาลตรุษจีน สารทจีน และเช็งเม้ง สำหรับ กระดาษเงิน กระดาษทอง ซึ่งคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนที่มีความเชื่อและศรัทธาต่อบรรพบุรุษจะต้องมาซื้อของเซ่นไหว้ ส่งผลให้ธุรกิจสินค้าประเภทนี้ยังคงอยู่คู่เทศกาลดีๆ ของคนจีนอย่างขาดไม่ได้ จึง เตี่ย ฮวด ร้านขายกระดาษเงิน กระดาษทอง เก่าแก่บนถนนเยาวราช ติดกับศาลเจ้าหลีตี๊เมี้ยว เปิดมานาน 60 ปี ปัจจุบันทายาทรุ่น 3 เข้ามาสานต่อ เติมไอเดียคนรุ่นใหม่ด้วยการเปิดเพจเฟซบุ๊กขายออนไลน์และมีบริการจัดส่งทั่วไทย หวังผลขยายกลุ่มลูกค้า นอกจากนั้น ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกของไหว้แก่บรรดามือใหม่หัดไหว้เจ้าอีกด้วย คุณนัท-พีรสรณ์ จิรพิชิตชัย เจ้าของร้าน “จึง เตี่ย ฮวด” วัยเพียง 25 ปี เล่าว่า ร้านนี้เปิดมา 60 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นอากง อาม่า ท่านมาจากประเทศจีน แรกเริ่มขายในตลาดเก่าเยาวราช ต่อมาขยายร้านอยู่ริมถนนพลับพลาไชย ประเภทสินค้าที่ขาย มีของไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ งานกงเต๊ก และสินค้ามงคล มีทั้งขายปลีก ขายส่ง เกือบทั้งหมดรับจากประเทศจีนเพราะต้นทุนถูก ในส่วนของกระดาษเงิน กระด
เค็มบักนัด ปลาหมักสับปะรด ต้นเค้าชาวเวียด สมัยก่อนไม่ใช่จะหากินกันง่ายๆ สมัยที่ฉันเป็นเด็ก เวลาเพื่อนของน้าสาวมาจากอุบลราชธานีบ้านเกิด เธอจะนำขวดเครื่องปรุงอาหารอย่างหนึ่งมาฝากทุกครั้ง เธอเรียกว่า เค็มบักนัด เด็กเมืองกรุงไม่ประสีประสาอย่างฉัน รู้สึกขบขันกับชื่อประหลาดนี้ แต่ก็ทำให้ฉันจำได้แม่นยำทีเดียว เมื่อโตมาจึงคุ้นเคยกับอาหารชนิดนี้ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นไม่ใช่จะหากินกันง่ายๆ ถ้าไม่ได้ไปถึงอุบลราชธานีก็ไม่ได้กินหรอก ไม่เหมือนสมัยนี้ที่มีโอท็อปทำให้หาซื้อได้ง่ายขึ้น เค็มบักนัด หรือ เค็มหมากนัด ถ้าแปลเป็นภาษากลางคือ เค็มสับปะรด ก็เพราะมีสับปะรดเป็นส่วนผสมสำคัญ โดยจะนำไปหมักกับปลาแม่น้ำที่เป็นปลาหนัง ที่นิยมกัน คือ ปลาสวายและปลาเทโพ ใส่เกลือ น้ำตาล หมักราวครึ่งปี นำมาปรุงอาหารได้ ถ้ากินอย่างง่ายๆ ซอยพริก กระเทียม และหอมแดงใส่ นำมากินเป็นเครื่องจิ้มกับบรรดาผักสดทั้งหลาย จะให้หรูกว่านั้น ก็นำมาหลน ซึ่งนับว่าหลนเค็มบักนัด เป็นเมนูที่นิยมมากที่สุด และฉันก็ว่ามันเข้าท่าดี วิธีทำเหมือนหลนทั่วไป คือ นำหม้อตั้งไฟใส่กะทิ หมูสับ หอมแดง ใบมะกรูด พริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้าตามสะดวก เครื่องสมุนไพรนั้น บา
จากเด็กโดดเรียน เป็นลูกมือร้านเสริมสวย สู่เจ้าของห้องเสื้อชื่อเก๋ ตัดชุดให้นางงามใส่ จากร้านเสริมสวยเล็กๆ ในหมู่บ้าน ต่อยอดเป็น “ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ” ที่ใครได้ยินถึงกับต้องสงสัยในความแปลกของชื่อ ด้วยฝีมือการออกแบบและตัดเย็บที่ไม่ธรรมดา ทำให้ห้องเสื้อนี้มีโอกาสตัดเย็บชุดให้กับสาวงามเวทีดังมาแล้ว เจ้าของห้องเสื้อ มีชื่อว่า คุณแคท-ดุสิตา ดุเหว่าคำ อายุ 38 ปี เล่าให้ฟังว่า เธอเป็นคนชอบเรื่องสวยงามมาตั้งแต่เด็ก สมัยเรียน ปวช. ปี 3 ชอบโดดเรียนไปเป็นลูกมือร้านเสริมสวย แต่เรื่องนี้ไม่เป็นความลับอีกต่อไปเมื่ออาจารย์ฝ่ายปกครองแวะไปเป็นลูกค้าสระไดร์ ซึ่งอาจารย์ท่านนั้นโทรไปบอกพ่อกับแม่ว่าลูกชอบทางนี้ควรสนับสนุน ผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจส่งไปเรียนเสริมสวยจริงจัง ทั้งๆ ที่เหลือปีสุดท้ายก็จบ ปวช. แล้ว คุณแคทใช้เวลาเรียนเสริมสวยนาน 8 เดือน เมื่อมีความรู้มากพอเธอจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปเป็นลูกมือร้านเสริมสวย อยู่ในวงการนี้เกือบ 5 ปี กระทั่งกลับมาเปิด “ร้านตัดผมกาญจนา” ร่วมกับแม่ที่อยุธยา ธุรกิจเสริมสวยเริ่มเติบโต คนในชุมชนเห็นความสามารถ นอกจากตัดผมเป็นแล้วเรื่องเย็บปักถักร้อยยังไม่เป็นรอ
