Exclusive
อาม่าใจสู้ บ๊ะจ่าง ยอดตกไม่เป็นไร หันทำขาหมูพะโล้ ขายออนไลน์ บ๊ะจ่างเจ้ม่วยนี้ ของดีมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เป็นอีกหนึ่งสินค้าน่าสนใจ ที่เคยมาเป็นแขกรับเชิญของ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ล่าสุดทราบข่าวว่า มี สินค้าใหม่ ออกมา ให้พูดถึงกันอีกรอบ แม้เจ้าของตำรับ เจ้ม่วยนี้ หรือ คุณมณี ปราณีธยาศัย ที่วันนี้จะอยู่ในวัยแปดสิบเศษ ปีแล้วก็ตาม “ปัจจุบันร้านขายของชำที่ทำอยู่ รายได้ไม่มาก ด้วยการจำกัดเวลาปิด-เปิดในช่วงโควิด และลูกค้าส่วนใหญ่ต่างลำบากกันทุกคน ทำให้ยอดขายลดลง ในขณะที่รายจ่ายยังคงเดิม และทำท่าจะเพิ่มขึ้นเสียด้วย” คุณสวิตตา ปราณีธยาศัย ลูกสาวคนโตของ เจ้ม่วยนี้ เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนเล่าต่อ ประกอบกับ บ๊ะจ่าง ที่ช่วงนี้อาจจจะขายออก ยากสักหน่อย เพราะคนทานอาจมองเป็นของทานเล่น ไม่ค่อยจำเป็นต่อชีวิตประจำวันช่วงนี้มากนัก เลยคิดกันในครอบครัวว่า น่าจะทำสินค้าใหม่ๆ อะไรออกมาขายในช่วงสถานการณ์โควิด “มีลูกค้าหลายคนกินบ๊ะจ่างแล้วชมหมูพะโล้อร่อย เหนียวนุ่มกำลังดี เลยกลับมาคิดว่า น่าจะแยกมาทำเป็นขาหมูพะโล้ เลยปรึกษากับคุณแม่ ซึ่งเคยทำข้าวขาหมูขายมาก่อน เพียงแต่ต้องปรับปรุงสูตรเพิ่มเข้าไปอีกหน่อย ให้รสชา
รองเท้ามังสวิรัติ ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ ทำจากต้นยูคาลิปตัส ยางไม้ เมล็ดละหุ่ง เอ่ยถึง มังสวิรัติ แทบทุกคนก็คงนึกถึงอาหารที่ทำจากพืช ไม่มีเนื้อสัตว์ ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น แถมไม่ทำร้ายโลกมากเท่าการบริโภคเนื้อสัตว์ แต่ แต่ แต่ มังสวิรัติ หรือ วีแกน (Vegan) ไม่ได้มีแค่อาหารแล้วนะ ตอนนี้รุกคืบไปถึงรองเท้ากีฬาด้วย ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า รีบอค แบรนด์อุปกรณ์กีฬาในเครืออาดิดาส เตรียมวางจำหน่ายรองเท้าแนวคิดมังสวิรัติ รุ่น Floatride GROW ภายในปีนี้ โดยชิ้นส่วนต่างๆ ของ Floatride GROW ทำมาจากพืชทั้งหมด ตั้งแต่ส่วนบนของรองเท้าที่ทำมาจากต้นยูคาลิปตัส ส่วนพื้นรองเท้าทำจากยางไม้และเมล็ดละหุ่ง ที่สำคัญ Floatride GROW ยังแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับแรงกระแทกและการใช้งานที่หนักหน่วงจากการแข่งขันกีฬา ไม่ใช่แค่สวมใส่แนวลำลองเหมือนรุ่น Newport Classics ที่ก่อนหน้านี้รีบอคนำร่องผลิตจากฝ้ายและข้าวโพด “รีบอค” และ “อาดิดาส” เป็นผู้เล่นรายหลักๆ ที่กระโดดมาบุกเบิกตลาดรองเท้าผ้าใบผลิตจากส่วนประกอบของพืช ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจ ไม่แพ้เบอร์เกอร์เนื้อสังเคราะห์ ส่วน “ไนกี้” ก็ส่งรองเท้ากีฬาท
ปันกันกรีน น้ำยาทำความสะอาด ผลิตจากผัก-ผลไม้อินทรีย์ ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ปันกันกรีน เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ผลิตจากธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ไอเดียนี้เกิดจากแนวคิดของ คุณเก๋- ชัฏศิญาณ์ พรหมมงคลกุล คุณแม่ที่อยากให้ลูกได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ในชีวิตประจำวัน คุณเก๋ เล่าว่า ปันกันกรีน ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกซึ่งแพ้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตามท้องตลาด ประกอบกับปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ เธอและครอบครัวต้องย้ายไปอยู่มาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี ที่นั่นทำให้คุณเก๋ได้เรียนรู้ศาสตร์พระราชา ตลอดจนวิธีการทำน้ำยาสูตรต่างๆ จากธรรมชาติ “เราได้เรียนรู้ศาสตร์พระราชาที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องหลายอย่าง เช่น การปลูกข้าว การทำน้ำยาล้างจาน การใช้สมุนไพรรักษาตัวเอง และรู้ว่ามีเงินก็ทำอะไรไม่ได้ ตัวแปรหลักคือข้าวที่เราต้องกิน ข้าวปลาคือของจริง แต่เงินทองคือของนอกกาย” คุณเก๋ เล่า เมื่อกลับกรุงเทพฯ คุณเก๋นำความรู้ที่เรียนมาผลิตน้ำยาทำความสะอาดด้วยผักและผลไม้อินทรีย์ให้ลูกใช้ เพราะโรงเรียนของลูกเน้นให้ทำกิจกรรมเชิงปฏิบัติ ไม่ต้องทำการบ้าน แต่ทุกเย็นต้องช่วยพ่อแม่ทำความสะอาดบ้าน เช่น ถูพื้น ซักผ้า ล้างจ
รู้ยัง! The Coffee Club ร้านดังสัญชาติออสเตรเลีย เขาไม่ได้มีแค่กาแฟนะ หากพูดถึงร้านกาแฟในประเทศไทย ภาพในหัวของหลายคนจะเป็นร้านที่มีเครื่องดื่มประเภทกาแฟ ชา น้ำปั่น และอิตาเลี่ยนโซดา รวมไปถึงขนมจำพวกเบเกอรี่ จำหน่ายให้เลือกซื้อทานแล้วแต่จริตความชอบ ราคาถูกแพงก็แล้วแต่ว่าเป็นแบรนด์ดังมากน้อยแค่ไหน The Coffee Club ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ ไมเนอร์ ฟู้ด (The Minor Food Group PCL.,) ถือหุ้นอยู่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้สัมภาษณ์กับ คุณจันทร์ – วณญาดา วรรณวิไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ของ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ประเทศไทย เธอเล่าที่มาที่ไปของร้านกาแฟที่มีมากกว่ากาแฟนี้ ให้ฟังว่า The Coffee Club เป็นร้านกาแฟสัญชาติออสเตรเลีย ที่ก่อตั้งโดย Mr. Emmanuel Kokoris และ Mr. Emmanuel Drivas สองพี่น้องชาวกรีก ที่วันดีคืนดี เกิดอยากดื่มกาแฟรสเลิศขึ้นมากลางดึก แต่ก็ไม่สามารถหาร้านที่ว่านั้นได้เลยในเมืองบริสเบน (เมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย) จึงปรึกษากันและก่อตั้ง The Coffee Club ขึ้นในปี 2532 โดยคอนเซ็ปต์ร้านกาแฟที่สองพี่น้อง Emmanuel วางเอาไว้ คือ
น้ำพริกแปลงกาย กว่าจะทำได้แต่ละกระปุก ไม่ง่ายเลย คนซื้อโปรดเห็นใจเถิด หลังโควิดซา ซึ่งไม่อยากให้กลับมาอีก จังหวัดลพบุรี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ลพบุรี ให้ แม่บ้านทันสมัย ไปคิดหาวิธีดัดแปลง ปลาส้ม กับ ปลาร้า ให้เป็นอาหารทำขายได้อย่างอื่น ตามความต้องการของกลุ่มแม่บ้านปลาส้มป้าแอ๊ว ลพบุรี เขามีเศษปลาส้มและปลาร้าส่วนเกินจากการผลิตและการขายอยู่เยอะ เก็บแช่แข็งไว้เรื่อยๆ จะทิ้งก็เสียดายเป็นเงินทั้งนั้น เลยอยากแปรรูปวัตถุดิบนี้ให้เป็นอาหารอื่นที่ลูกค้าน่าจะนิยมชมชอบ ปลาร้า ปลาส้ม ของป้าแอ๊ว ขึ้นชื่อมาก มีปลาร้าจากปลาจีน และมีของแปลกเป็นพุงปลาจีนทำปลาส้ม และพุงปลาจีนปลาร้า ที่อื่นมีหรือเปล่าไม่รู้ ขอบอกว่าพุงปลาจีนนั้นมันมาก โดยเฉพาะปลาส้มพุงปลา บีบมะนาว ซอยหอม ใส่พริกหน่อย มันสุดยอด การดัดแปลงอาหารเพื่อการทำขายคนไทยนั้น ต้องคิดหลักๆ อยู่ว่า ทำมาแล้ว คนต้องชอบ อยากซื้อ อยากกิน ถ้ามันแปลกเกิน คนกินก็ไม่ไหว เนื่องจากปลาร้า ปลาส้มมีรสชาติ และ กลิ่นแรง ปลาร้า มี รสเค็มเป็นหลักด้วย อาหารที่เหมาะสมคือพวกน้ำพริกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำพริกแห้งๆ ทำแล้วเก็บขายได้นาน สามารถผสานส่วนผสมกับกลิ่นและรสของว
ช่วงออร์เดอร์เยอะ คุณแม่แม้ป่วยอยู่ ท่านจะนั่งบนเตียง ช่วยทำดอกมะลิ คุณปาริชาติ สุขารมย์ เป็นเจ้าของงานศิลป์สุดแสนวิจิตรบรรจง พวงมาลัยดอกมะลิ ที่ผลิตมาจาก กระดาษทิชชู วัสดุตั้งต้นที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลงานน่าทึ่ง ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ แต่เมื่อคุณพ่อของเธอ ย้ายไปรับราชการที่จังหวัดตาก สมาชิกในครอบครัวจึงตามไปด้วย หลังเรียนจบชั้น ม.3 ที่จังหวัดตาก เธอมีโอกาสย้ายกลับไปเรียนต่อสายอาชีพที่เทคนิคนครสวรรค์ กระทั่งจบระดับ ปวส. สาขาสถาปัตยกรรม ก่อนออกมาทำงานออฟฟิศ รับผิดชอบด้านคุมงานก่อสร้าง ทำงานประจำอยู่พักใหญ่จนถึงปี 2540 เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตก งานการที่เคยทำมีอันต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย จนเมื่อราวปี 2543 คุณแม่ของเธอ เปิดร้านขายดอกไม้สด ที่จังหวัดตาก รับจัดงาน-จัดแจกัน-พวงหรีด ชื่อ ร้านดอกไม้ปาหนัน โดยมีพี่น้องทั้ง 4 คนมาช่วยกัน ซึ่งรวมถึงตัวเธอด้วย ทำเป็นธุรกิจครอบครัว คุณปาริชาติ สุขารมย์ “งานจัดดอกไม้ งานร้อยมาลัย เห็นมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณแม่รับจ้างร้อยมาลัยแต่งงานมานานแล้ว พวกดอกไม้ ส่วนใหญ่รับมาจากจังหวัดเชียง
เปิดมาแล้วร้อยปี! “บ้านต้นมะขาม” ร้านเครื่องประดับหัตถศิลป์ เล็งเปิด WorkShop ในต่างแดน บ้านต้นมะขาม – สมัยก่อน หากพูดถึงงานหัตถกรรมเครื่องทองชั้นสูง คงไม่มีใครไม่นึกถึงร้าน “บ้านต้นมะขาม” เป็นแน่ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเติ้ง- ธามาริน เจริญพิทักษ์ ผู้บริหารแบรนด์บ้านต้นมะขาม รุ่นที่ 4 เขาเล่าให้ฟังว่า ร้านทองบ้านต้นมะขามแห่งนี้ เปิดกิจการมานานกว่า 100 ปีแล้ว โดยมีจุดกำเนิด ณ ริมฝั่งแม่น้ำน้อย อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อ พ.ศ. 2453 ฉื่น กั๊ด หยี่ หรือคุณทวดของคุณเติ้ง ได้มาตั้งรกรากพร้อมเริ่มกิจการร้านทองเล็กๆ ใต้ต้นมะขามใหญ่ โดยตั้งชื่อร้านว่า “กวง ง่วน เซียง” ซึ่งมีความหมายว่ารุ่งเรืองและสว่างไสว จนได้รับการกล่าวขวัญปากต่อปาก กลายเป็นที่มาของชื่อร้านใหม่ “ต้นมะขามช่างทอง” ในปี พ.ศ. 2480 ที่สร้างสรรค์งานฝีมือด้วยทอง นาค และเงิน ต่อมาคุณแม่ของคุณเติ้ง หรือก็คือเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 ได้ขยับขยายสาขามาที่ ซอยนายเลิศ ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร “จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้คิดจะมาทำกิจการร้านทองของที่บ้านเลยนะ ด้วยความท
ช่องทางธุรกิจใหม่ รับยุคโควิด ตู้กระจกอวดทารก บริการเตาเผาศพเคลื่อนที่ โควิด-19 เปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของผู้คนไปจากเดิม รวมถึงธุรกิจที่ต้องหาไอเดียใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการในยุค New Normal สำนักข่าวรอยเตอร์ส นำเสนอเรื่องราวของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ในเมืองมอนเตร์เรย์ของเม็กซิโก ที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานรับยุคโควิด-19 และสร้างรายได้จาก ธุรกิจใหม่ที่หลายคนคาดไม่ถึง บริษัทดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้คนในท้องถิ่น เช่ารถบรรทุกที่ดัดแปลงเป็นห้องกระจก สำหรับอวดโฉมทารกน้อย ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว โดยไม่ต้องห่วงเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสระหว่างญาติๆ กับเด็กน้อย รถไอเดียเก๋คันนี้จะเดินทางไปถึงจุดนัดหมาย และทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน ก่อนให้คุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงและลูกน้อยเข้าไปอยู่ด้านใน พร้อมโชว์ตัวให้บรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่อยู่ในรถของตัวเอง และพากันกดแตรแสดงความยินดี มีเพียงญาติที่สนิทมากๆ ถึงจะได้สิทธิยืนเชยชมความน่ารักของเจ้าตัวน้อยแบบใกล้ชิดอยู่ข้างห้องกระจก สนนราคาค่าเช่ารถเคลื่อนที่คันนี้อยู่ที่ชั่วโมงละประมาณ 900 เปโซ หรือราว 40 ดอลลาร์ “อัดมาน เออร์เนสโต้ กอนซาเลส” เจ้าของธุรกิจ ปิ๊งแนวคิดนี
อาชีพทำสวนสมรม รายได้ไม่เดือดร้อน ส่งลูกเรียนในตัวเมืองได้ 5 คน เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันรวม 8 คน เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปงานศพเพื่อนที่เมืองคอน (นครศรีธรรมราช) หลังจากงานศพผ่านพ้นไป เราได้ชักชวนกันไปเยี่ยม จรูญ สุประดิษฐ ซึ่งเป็นเพื่อนชั้นมัธยมรุ่นเดียวกัน เราเดินทางไปพบ จรูญ ด้วยความตื่นเต้น ตื่นเต้นทั้งเส้นทางที่ต้องนั่งรถไปบนถนนที่ลัดเลาะเข้าป่าของเทือกเขาหลวง (เทือกเขานครศรีธรรมราช) แล้วยังตื่นเต้นที่จะพบกับจรูญด้วย เพราะไม่ได้พบกับเขามานานมาก ก็ตั้งแต่เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 รวมเวลาร่วม 60 กว่าปี ไม่น่าเชื่อว่า จากวัยเด็ก มาถึงวัยแก่ ผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน บ้านของจรูญ อยู่ที่ ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ การนัดพบกันครั้งนี้ มี อนันต์ สิงหโกวินทร์ เพื่อนคนหนึ่งของพวกเราเป็นผู้ประสานงานให้ทางโทรศัพท์ จรูญ บอกมาตามสายว่าจะรอทุกคนอยู่ที่วัดบ่อน้ำพุร้อน เพราะจะสะดวกไปง่ายกว่านัดพบที่บ้าน เมื่อได้พบกัน เราต่างจำกันไม่ค่อยได้ เพราะต่างคนต่างแก่ ทุกอย่างเปลี่ยนไป จำได้แต่ความหลังว่าเราเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนหนังสือมาด้วยกัน จรูญ ได้จัดอาหารเลี้ยงเราที่บ้าน ซึ่งอยู
ไก่สามถ้วย เรื่องเล่าเป็นเรื่องเศร้า แต่ ความอร่อย ปลอบประโลมใจได้ ซัน เปย จี” 三杯鸡 แปลว่า ไก่สามถ้วย เป็น อาหารจีนแผ่นดินใหญ่ ของ มณฑลเจียงซี แต่ไปโด่งดังในไต้หวัน มีเรื่องเล่ากันว่าอาหารจานนี้เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ ราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 เหวินเทียนเสียง 文天祥 เสนาบดีผู้เก่งกล้า ไม่ยอมจำนนต่อกองทัพราชวงศ์หยวน ของจักรวรรดิมองโกล ที่แผ่ขยายอำนาจลงมา ด้วยความซื่อสัตย์และภักดีของเขา จึงปฏิเสธตำแหน่งที่ศัตรูหยิบยื่นให้ และต้องถูกทรมานในคุกถึง 4 ปี ซึ่งระหว่างนั้นเขาได้ประพันธ์บทกวีที่ถือเป็นวรรณกรรมสำคัญของชาติ ซัน เปย จี เป็น อาหารมื้อสุดท้าย ที่ผู้คุมทำให้เขากินก่อนที่เขาจะถูกประหารชีวิต โดยใช้เครื่องปรุง 3 ถ้วย ได้แก่ เหล้า มันหมู และ ซีอิ๊ว ในอัตราส่วนเท่ากัน ฉันใช้ไก่ส่วนสะโพกน่อง นำมาสับเป็นชิ้น แล้วหมักกับซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วหวาน น้ำมันงา เหล้าจีน และพริกไทย หมักไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เตรียมส่วนผสมอื่นๆ ได้แก่ ใบโหระพา ขิงไม่ต้องปอกเปลือก เพราะความหอมอยู่ที่เปลือก กระเทียมบุบ และพริก เพิ่มความเผ็ด จะใช้พริกสดหรือพริกแห้งก็ได้ทั้งนั้นค่ะ เมื่อพร้อมแล้วก็นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันห
