Exclusive
ผู้ช่วยผู้บริหารโดนเลย์ออฟ ! หันขายเป็ดพะโล้ ร้องไห้ทุกวัน ก่อนเจอทางที่ใช่ คนส่วนใหญ่อาจมี “ต้นทุนชีวิต” ไม่มากมายนัก กว่าจะประสบความสำเร็จ ลืมตาอ้าปากด้วยอาชีพสุจริต ยืนบนขาตัวเองได้อย่างสง่างาม ให้ครอบครัวภูมิใจได้นั้น อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ดูอย่างเรื่องราวของ เจ้าของกิจการร้านขายแอกเซสซอรี่โทรศัพท์มือถือ ใหญ่ที่สุดในตลาดดวงแก้ว จังหวัดนนทบุรี ที่เขานั้นต้องล้มลุกคลุกคลานมาไม่ใช่น้อย กว่าจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แม้จะไม่ได้ใหญ่โต โก้หรูอยู่ในห้างติดแอร์ แต่ก็สามารถทำรายได้ให้อย่างคุ้มเหนื่อย มีกำไรพอที่จะนำไปซื้อรถ ซื้อบ้านหลังละหลายล้าน ได้เรียบร้อยแล้ว คุณวิน-จิรัฎฐ์ พิลา คือ ชายหนุ่มเจ้าของกิจการดัง เกริ่นมาข้างต้น เริ่มบทสนทนาด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง ด้วยการแนะนำตัว ปัจจุบันอายุ 39 ปี เกิดและโตกรุงเทพฯ พื้นเพคุณพ่อ-คุณแม่เป็นคนภาคอีสาน จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท เคยทำงานประจำเป็นผู้ช่วยผู้บริหารในบริษัทเอกชนชื่อดังด้านการสื่อสาร ในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เคยได้เงินเดือนสูงสุดกว่าห้าหมื่นบาท กระทั่งราวปี 2547 เกิดการเปลี่ยนแปลงบอร์ดผู้บริหารใหม่ จึง
หม่าล่ายังฮอต! เจ้าของร้านกาแฟเปิดไม่ถึงเดือนลูกค้าเพียบ ปิ้งไม่หยุดวันละ 700 ไม้ ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้จะลงทุนทำอะไรสักอย่าง หลายคนยังคิดหนัก ไม่กล้าเสี่ยงเพราะกลัวจะสูญเงิน ผิดกับหนุ่มวัย 39 รายนี้ เขาคือหนึ่งในคนทำธุรกิจที่กล้าลงทุน เมื่อธุรกิจแรกประสบความสำเร็จ ก็ถึงเวลาเริ่มธุรกิจต่อไป คุณออส – กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ อายุ 39 ปี อดีตครูประจำชั้นประถมฯ 1 โรงเรียนอนุบาลโรจนวิทย์ นานกว่า 10 ปี ก่อนผันตัวมาทำธุรกิจร้านกาแฟ “มานี มี กาแฟ” “ผมเป็นคนมีใจรักด้านงานบริการ และรักการเป็นครูด้วย ช่วงมีอาชีพหลัก อยากลองหาธุรกิจที่น่าจะเป็นของตัวเอง เพราะถ้ารอจนเกษียนเกรงจะไม่มีแรงทำ ก่อนลาออกจากงานประจำหนึ่งเดือนจึงเริ่มต้นเปิดร้านนี้เลยตั้งแต่ปี 2559” ปัจจุบัน ร้านกาแฟของคุณออส ยังได้รับความนิยมจากลูกค้าไม่ขาดสาย แม้เงินลงทุนแต่ละวันจะแตะหลักหมื่นบาท แต่ยอดขายที่ได้ยังมากพอให้ชื่นใจ รวมๆ แล้ว 8,000-10,000 บาท อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ “มานี มี กาแฟ” ชูจุดขาย ไม่มีเงินล้านก็ซื้อวันวานได้ จากธุรกิจร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จ คุณออสได้ขยายกิจการไปอีกหนึ่งธุรกิจคือ ร้านหม่าล่า ยอดขายทะลุเป้าตั้งแต่ร้า
หนุ่มปวช.ใจรักค้าขาย ไปมาหมดทุกตลาดนัด ล่าสุดผุด “ปลาหมึกบด” ออกอีเว้นต์ คุณเบียร์ – ศาสตรา ถนอมลาภ เจ้าของกิจการปลาหมึกบด “สิ้นคิดโภชนา” วัยยี่สิบเศษ เล่าประวัติความเป็นมา ให้ฟัง จบ ปวช.ช่างยนต์ จากวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง หลังเรียนจบตอนอายุได้ 18 ปี เคยทำงานเป็นพนักงานที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ชื่อดังอยู่ได้ประมาณ 5 ปี พออายุ 23 ปี ลาออกมาขายของรองเท้ามือสอง “ตอนทำงานในร้านอาหาร เกือบได้เป็นผู้จัดการแล้ว แต่รู้สึกเบื่อ ต้องอยู่กับที่ ไม่สนุกกับงาน เลยลาออกมาขายของตามตลาดนัด ไปมาหมดแล้วตั้งแต่ รัชดาไนท์ ตลาดรถไฟ จตุจักรกรีน” คุณเบียร์ เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา ก่อนบอกต่อ สินค้าก่อนหน้านี้ เป็นพวกรองเท้า-เสื้อผ้ามือสอง ส่วน “ปลาหมึกบด” นี้ เพิ่งเริ่มขาย เมื่อไม่กี่ปีก่อน ที่ตลาดหัวมุม ส่วนเหตุผล หันมาขายปลาหมึกบดนี้ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คิดว่าหันมาขายของกินน่าจะดีกว่า นึกสงสัย ทำไมต้องเป็นปลาหมึกบด คุณเบียร์ เล่าว่า “ผมชอบกินอยู่แล้ว เลยคิดว่าขายสิ่งที่เราชอบน่าจะดีกว่า นอกจากนี้ยังมีอยู่ช่วงหนึ่ง ตอน ขายน้ำเฉาก๊วยข้างทาง ได้รู้จักรุ่นพี่คนหนึ่งเขามาออกกำลังกาย และนั่งคุยกัน ต
แม่ค้าน่าร้ากกก! ทำมาสารพัดอาชีพ พริตตี้-เปิดผับ-ลูกจ้าง-เจ้าของร้านวุ้น หลายวันก่อน มีโอกาสไปเดินเตร็ดเตร่แถวห้างดังย่านฝั่งธน แหล่งช็อปปิ้งทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีโอกาสพบปะกับแม่ค้าขนมหวานท่านหนึ่ง อัธยาศัยยิ้มแย้ม น่ามอง เลยลองเข้าไปเลียบเคียงดูสินค้าที่เธอกำลังเชิญชวนให้เลือกซื้อ เห็นเป็นวุ้น สีสันสดใสสารพัดหน้า ราคาขายชิ้นละไม่แพงนัก เลยอุดหนุนมาชุดหนึ่ง ระหว่างรอขนมใส่ถุงกลับบ้าน ถือโอกาสชวนคุย แม่ค้าหน้าหวานใจดีเหลือหลาย ให้ข้อมูลกันแบบกันเอง แนะนำตัว ชื่อ มิว – แพรวไพลิน ยูโซะ อายุสามสิบเศษ พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ เรียบจบปริญญาตรีจากคณะการโรงแรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยรับจ๊อบ เป็น “พริตตี้” ตามงานอีเว้นต์ต่างๆ ทั้งงานบ้าน งานรถ ทำอยู่จนเรียนจบ แม้รายรับจะดีมากแต่ก็ไม่แน่นอน บางเดือนมี บางเดือนไม่มี เลยรู้สึกเบื่อ กระทั่งเลิกรับงานไปในที่สุด เมื่อหันหลังให้วงการพริตตี้รับงานตามอีเว้นต์แล้ว คุณมิว คิดอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เลยไปลงหุ้นเปิดร้านเหล้า ย่านตลิ่งชันอยู่ 5 ปี โดยเธอ ทำหน้าที่ทุกอย่าง ทั้งคุมลูกน้อง ทำบัญชี ดูแลร้าน ฯลฯ พ
SMEs ชี้ “เศรษฐกิจเข้าขั้นวิกฤต!” คนใช้เงินน้อย ต้องจัดโปร-ลดราคา เรียกลูกค้า วิกฤตเศรษฐกิจ – หันซ้ายแลขวา เห็นมีแต่คนบ่นกันให้หนาหู โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายที่บ่นกันว่า “ขายของไม่ค่อยได้” ไม่ก็ “เศรษฐกิจแย่” แม้แต่ในโลกโซเชียล ก็มีคนออกมาตั้งคำถามว่า “ตอนนี้เรียกว่าอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจแล้วยัง?” ถือเป็นคำถามชวนสะกิดใจที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้นำไปสอบถามเหล่าผู้ประกอบการต่างๆ คุณภาพ- สุภาพ แนบกลาง วัย 49 ปี เจ้าของร้าน “ครูภาพ ตำยำนัว” ให้สัมภาษณ์ว่า โดยส่วนตัวเธอคิดว่า เศรษฐกิจไม่ดี คนลดการกินการใช้ลงมาก หลายคนตกงานออกมาค้าขาย มีแต่คนขาย คนซื้อไม่มี ทุกร้านในบริเวณเดียวกันก็เงียบเหงาไม่ค่อยมีลูกค้า ร้านเธอเองจากที่เคยขายดีลูกค้าเต็มร้าน ตอนนี้ต้องลุ้นกันวันต่อวันว่าจะขายทุนหรือเปล่า มีเงินจ่ายลูกน้องไหม เพราะตั้งแต่ต้นปีมาขายของยาก ยอดขายตกลงมาก เธอจึงต้องประคองตัวด้วยวิธี จัดโปรโมชั่นอาหารบางรายการที่สามารถลดราคาได้ แต่ยังคงจำนวนและคุณภาพของอาหารเหมือนเดิม และเพิ่มการขายผ่านออนไลน์ในทุกแอพพลิเคชั่น เช่น ไลน์แมน แกร็บฟู้
สูตรเป๊ะ! “ทำทานง่าย ทำขายได้” ครัวอิ่มอร่อย By คุณตุ๊ก – Cookbook อ่านเพลิน ด้วยพื้นนิสัยเป็นคนสนใจใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา ประกอบได้รับการถ่ายทอดฝีมือการปรุงจาก “แม่” ส่งผลให้ คุณตุ๊ก – พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รักการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ “คุณแม่ ท่านเรียนจบการเรือน และทำอาหารอร่อยมาก เลยมีโอกาสได้เห็นท่านทำและได้รับการถ่ายทอดเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอยู่เสมอ วันหนึ่งเมื่อตัวเองเป็นแม่ จึงต้องลุกขึ้นมาทำให้ลูกทานและถ่ายทอดความรู้ด้านอาหารให้ลูกมีติดตัวไว้บ้าง” คุณตุ๊ก เกริ่นบทสนทนา ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เป็นกันเอง ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น จบการศึกษาระดับมัธยมฯ จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาตรีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านการสื่อสาร จากสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันทำงานอยู่บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คุณตุ๊ก เล่าให้ฟังต่อ กระทั่งเมื่อราว 4 ปีที่แล้ว มีโอกาสลอง “ฝึกเขียน” เรื่องการทำอาหารประจำบ้านเมนูต่างๆ ลงคอลัมน์ “ครัวอิ่มอร่อย” ลงในนิตยสารเส้นทางเศรษฐี เครือมติชน ตามคำชักชวนของ คุณวิมล ตัน บรรณาธิการ ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นคนที่มีงาน
เปิดราคาเช่าแผง ‘ตลาดยิ่งเจริญ’ ตลาดสดทำเลดี พรีออร์เดอร์สินค้าออนไลน์ได้ ติด 1 ใน 5 ตลาดสดน่าเดินกรุงเทพมหานคร ที่พ่อบ้านแม่บ้านต้องไปเยือน สำหรับตลาดยิ่งเจริญเปิดมายาวนานกว่า 65 ปี ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2498 ก่อตั้งโดย คุณสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ถูกพัฒนาเรื่อยมา กระทั่งปัจจุบัน “ตลาดยิ่งเจริญ” กลายเป็นตลาดทำเลดี เปิด 24 ชั่วโมง ติดถนนใหญ่พหลโยธิน และรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานใหม่ มีร้านค้ามากกว่า 1,500 แผง จอดรถได้ 800 คันต่อวัน คึกคักมีลูกค้าหมุนเวียนในตลาดไม่ต่ำกว่าวันละ 16,000 คน ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม มีระบบบริหารจัดการขยะ บ่อบำบัดน้ำเสีย เเละระบบรักษาความปลอดภัย คุณสายชล สวัสดิชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและบริหารพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญ ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อตั้งจากรุ่นสู่รุ่นตลาดยิ่งเจริญมีนโยบายสร้างงานสร้างอาชีพ ไม่ใช่แค่เอาคนมาขายของ แต่เป็นความผูกพันที่ดีระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายยาวนานกว่า 65 ปี สำหรับพื้นที่ 30 ไร่ หรือราว 20,000 ตารางเมตร ถูกพัฒนาพื้นที่การค้าออกเป็น 8 โซน ประกอบด้วย 1.ศูนย์อาหาร 24 ชั่วโมง 2.โซนอาหารทะเลสดและแปรรูป มีสินค้า 3 กลุ่ม คือ ก
เปิดเคล็ดลับ “คุ้มระกา” ร้านดังเมืองระยอง “เศรษฐกิจแบบนี้ เปิดร้านยังไงให้อยู่รอด?” คุ้มระกา – “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้เดินทางไปทำธุระที่จังหวัดระยอง และมีโอกาสได้แวะทานอาหารที่ร้าน “คุ้มระกา” ร้านอาหารไทยพื้นบ้าน โดยมี คุณอ๋อ-นิกร แก้วดวงเล็ก วัย 50 ปี เป็นเจ้าของร้าน และมีคุณมล-พัชรนันท์ เสงี่ยมจิต วัย 46 ปี ผู้เป็นภรรยาคอยช่วยดูแลร้านด้วยอีกแรงหนึ่ง คุณมล เล่าให้ฟังว่า ร้านคุ้มระกาแห่งนี้เปิดมาได้ 12 ปีกว่าแล้ว แรกเริ่มเดิมที เธอและสามีทำงานเป็นพนักงานบริษัททั่วๆ ไป แต่ด้วยความที่คุณอ๋อนั้นชอบสังสรรค์ ชอบชวนเพื่อนๆ มาทานข้าวฝีมือคุณแม่ที่บ้าน เมื่อเพื่อนได้ทานก็ชมเป็นเสียงเดียวกันว่าอาหารอร่อย จึงเชียร์ให้คุณอ๋อเปิดร้าน “ร้านอาหารนี้เป็นธุรกิจแบบครอบครัวค่ะ เราเริ่มจากการเปิดเป็นร้านอาหารไทยพื้นบ้านเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยขยับขยายตกแต่งร้านให้ใหญ่ขึ้น ตอนนี้ก็มี 25 โต๊ะ รับคนได้ประมาณ 180 คน โดยมีแม่ครัวประจำร้านเป็นคุณแม่มาตั้งแต่เริ่ม เพราะท่านทำอาหารได้หลากหลายมาก รสชาติจึงยังไม่เปลี่ยน ร้านเราอาศัยการบอกปากต่อปากของลูกค้า
“รถเข็นรักษ์โลก” ปฏิวัติ! วงการสตรีตฟู้ด หวังไทยขึ้นแท่น “มหาอำนาจทางอาหาร” เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ โดยถือฤกษ์ “วันแห่งความรัก” ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผล เป็นนวัตกรรม “รักษ์โลก” ที่มีความรักให้กับโลกใบนี้ ไม่น้อยกว่าใคร “รถเข็นรักษ์โลกเพื่อสตรีตฟู้ด” คือ นวัตกรรมที่เกริ่นถึง มี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. รับหน้าที่เป็น “หัวเรือใหญ่” “ข้อมูลในปี 2560 พบว่ามีธุรกิจร้านอาหารริมทาง หรือ Street Food ของไทยมากกว่า 103,000 ร้านทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าตลาดสูงกว่า 270,000 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวมากขึ้นทุกปี โดยปัจจุบันธุรกิจ สตรีตฟู้ดของไทยเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 6 – 7 และมีแนวโน้มเติบโตขยายตัวถึงร้อยละ 10 จากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก” ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในฐานะประธานในพิธี เกริ่นนำอย่างนั้น ก่อนบอกต่อ สตรีตฟู้ด จะมีส่วนแบ่งการตลาดจากการท่องเที่ยว อยู่ที่ร้อยละ 10-20 ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการผลักดันธุรกิจร้านอาหารริมทาง หรือ สต
อยากทำธุรกิจกับแกร็บต้องรู้! “แกร็บมินิ-จีซี” โมเดลธุรกิจเพื่อเอสเอ็มอี ลงทุนเริ่มต้น 3 หมื่นบาท บุกตลาดภูธร GRAB (แกร็บ) ประเทศไทย ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์เจ้าใหญ่ ทั้งการเดินทาง ส่งพัสดุ ชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้บริการส่งอาหาร ล่าสุด เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ “แกร็บมินิ-จีซี” Grab Mini-GC เป็นศูนย์อบรบ รับสมัครงานผู้ที่ต้องการขับแกร็บ จำหน่ายสินค้าของแกร็บ ซึ่ง “แกร็บมินิ-จีซี” ลงทุนเริ่มต้น 30,000 บาท ใช้พื้นที่ขั้นต่ำ 48 ตารางเมตร บุกพื้นที่ต่างจังหวัด ตั้งเป้าปีนี้ขยายครอบคลุม 30 จังหวัด คุณเมธิณี อนวัชกุล ผู้อำนวยการแกร็บไบค์ และศูนย์ส่งเสริมธุรกิจแกร็บสาขาย่อย แกร็บ ประเทศไทย กล่าวถึง โมเดลธุรกิจ “แกร็บมินิ-จีซี” ว่าจะช่วยสร้างโอกาสธุรกิจให้กับผู้ประกอบการต่างจังหวัด เพราะพันธกิจหลักของแกร็บ คือ การสร้างโอกาส และสร้างรายได้ให้คนไทย ที่ผ่านมาได้เพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ และร้านอาหาร ล่าสุด แกร็บเล็งเห็นกลุ่มผู้ประกอบการต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจของแกร็บเติบโตขึ้น แกร็บมินิ-จีซี ใช้เกณฑ์ในการพิจารณาผู้ประกอบการ 3 ส่ว
