Exclusive
แม่ฮ่องสอน-ยากจนเรื้อรัง สสว. จับมือส่วนราชการในพื้นที่ เร่งยกระดับคุณภาพขีวิตทุกมิติ เมื่อเร็วๆนี้ ที่ศูนย์ศิลปาชีพ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพิธีแถลงข่าวการจัดทำโครงการต้นแบบการแก้ไขปัญหาความยากจน จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี คุณสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับผู้บริหารส่วนราชการในพื้นที่ พร้อมกับการเสวนาในหัวข้อ “แนวทางการดำเนินงานภายใต้โครงการต้นแบบการแก้ไขปัญหาความยากจน จังหวัดแม่ฮ่องสอน” คุณสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เกียรติร่วมงานแถลงข่าวโครงการต้นแบบการแก้ไขปัญหาความยากจน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ ศูนย์ศิลปาชีพ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นตามข้อสั่งการของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในคราวเดินทางมาตรวจราชการ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยโครงการต้นแบบการแก้ไขปัญหาความยากจน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปีงบประมาณ 2562 เป็นโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย
ร้านอาหาร ถ้าอร่อย-ไม่แพง-บรรยากาศดี ไกลแค่ไหนก็ต้องมีคนไปกิน ผมยังมีความเชื่อว่า…ร้านอาหาร ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหน ถ้าอร่อย ราคาไม่แพง และบรรยากาศดี อย่างไรก็ต้องมีคนไปกินทั้งนั้น เพราะตลอดชีวิตผ่านมา ผมอาจเดินทางไปทั่ว ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด จึงมักพบเห็นร้านอาหารเหล่านี้ซุกซ่อนอยู่ตามชานเมืองต่างๆ ทั้งๆ ที่อยู่ไกล แต่ยังมีคนเดินทางไปรับประทาน ยิ่งถ้าร้านอาหารนั้นๆ มีคอนเซ็ปต์ของตัวเองชัดเจน มีสไตล์การตกแต่งร้านที่ไม่เหมือนใคร แถมยังมีเมนูซิกเนเจอร์ที่มิควรพลาดด้วยประการใดๆ ทั้งปวง ร้านอาหารนั้นๆ ก็จะได้รับความนิยม เพราะต้องโท.รสั่งจองล่วงหน้าถึงจะมีโต๊ะรับประทาน ประเภทวอล์กอินเดินดุ่มๆ เข้าไปคงต้องรอนานเสียหน่อย ดีไม่ดีอาจไม่มีที่นั่งก็ได้ ผมกำลังพูดถึงร้านอาหารในสวนของหลายๆ แห่งในต่างจังหวัดครับ อย่างร้านแรกที่ผมอยากแนะนำให้ท่านผู้อ่านรับรู้คือ “Little Tree Garden” ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร เพราะอยู่ลึกเข้าไปในซอยวัดนักบุญเปโตร ตรงข้ามกับซอยหมอศรี ใกล้ๆ กับโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ร้านนี้อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่กว่
ฟังเรื่องน้อยใจของยายจำปี! แม่ค้าวัย 78 ขึ้นล่องขายของ นครสวรรค์-กรุงเทพฯ ไม่มีวันหยุด ได้ข้อมูลแนะนำจากแหล่งข่าวท่านหนึ่ง อยากให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพูดคุยกับแม่ค้าวัยเกือบแปดสิบ ที่ยังกระฉับกระเฉงมีเรี่ยวแรงมาตั้งแผงขายของแถวซอยอารีย์ ริมถนนพหลโยธินขาออก ก่อนสิบเอ็ดโมงวันก่อน จึงไปตามเบาะแสที่แจ้งมา เดินวนมองหาอยู่หลายเที่ยว ยังไม่เห็นวี่แวว เลยเปิดภาพในไลน์กลุ่มให้พ่อค้ารถเข็นขายผลไม้ในละแวกดู ก่อนถามไถ่… รู้จักคุณยายคนนี้มั้ย “รู้สิ ขายของอยู่แถวนี้แหละ แต่ยังมาไม่ถึง….เอ๊า นั่นไง นั่นไงมาแล้ว แหมมม! ยายนี่มีแฟนคลับมาตามหาด้วยนะ” คู่สนทนาท่านเดิม ให้ข้อมูลด้วยน้ำเสียงร่าเริง มองตามรถตุ๊กๆ ที่คุณยายโดยสารมา คะเนด้วยสายตาคร่าวๆ บรรดาสัมภาระ ซึ่งประกอบด้วย พืชผัก ผลไม้ ถุงใหญ่หลายถุง น้ำหนักรวมๆ กันแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 กิโล ใช้เวลาขนของลงจากรถ ตั้งเก้าอี้ วางกระจาด จัดสินค้าบนแผงอยู่พักใหญ่ โดยมีพ่อค้าแม่ขายร้านค้าใกล้ๆกัน มาช่วยจัดอีกแรง นั่งพักแหนื่อยอยู่ครู่หนึ่ง คุณยาย จึงสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยสีหน้ายิ้มแย้มใจดี “ชื่อ จำปี นามสกุลตัว-บุญรักษา นามสกุลแฟน-เปรมปรีดิ์ ปัจจุบั
“ไฉไล เฉาก๊วย” เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่กำลังตีตลาดเฉาก๊วย กับสโลแกน เนื้อหนึบ น้ำอร่อย ด้วยการผลิตแบบโฮมเมด มี คุณจิ๊ก-นันทิยา อัจฉราวรรณ วัย 32 เป็นเจ้าของ เธอเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า แต่ก่อนยึดอาชีพเป็นครูสอนชั้นประถม ภายหลังลาออกมาช่วยกิจการค้าขายของที่บ้านแถวพระประแดง ด้วยเป็นร้านของครอบครัวจึงอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของตัวเองวางจำหน่าย ซึ่งเมนูที่คิดได้คือ เฉาก๊วย หลังได้ไอเดีย สิ่งแรกที่คุณจิ๊กเริ่มทำ คือเนื้อเฉาก๊วย เธอเฟ้นหาวัตถุดิบจากหลายแห่ง ทำทิ้งอยู่หลายรอบที่สุดก็พบแหล่งเฉาก๊วยคุณภาพดีจากเวียดนาม ใช้กระบวนการต้ม ตี และคั้น เพื่อเอาน้ำยางจากใบจนได้เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบคล้ายกับเนื้อไข่มุกเมนูยอดนิยม เมื่อได้เนื้อเฉาก๊วย สิ่งที่ทำต่อมา คือน้ำชาสำหรับทานคู่กับเฉาก๊วย ด้วยความที่คุณจิ๊กเป็นคนชอบทานชาไทย ชาเขียวอยู่แล้ว จึงลงมือคิดสูตรเอง ฝึกฝีมือชงน้ำอยู่นาน นำใบชาจากหลายๆ ที่มาชงเพื่อหารสชาติที่ดีที่สุด “เพื่อดึงรสชาติของชาให้โดดเด่นและแตกต่าง จิ๊กผสมคาราเมลกับโอวทึ้งลงไปในน้ำชาด้วย กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปโดยปริยาย ใช้เวลาคิดอยู่นาน เพราะต้องดูเรื่องอัตราส่วนให้รสชาติโอเคท
“ห่อข้าวหอม” ร้านข้าวกะเพราไก่ของหนุ่มใจดีวัย20 “ขายไม่หวังกำไร ช่วยคนไม่มีเงินให้กินอิ่ม ก็พอแล้ว” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเจอเข้ากับกระทู้พันทิปกระทู้หนึ่ง โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 5086108 ไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ว่า “เพื่อนๆชาวพันทิป โปรดแชร์เพื่อช่วยน้อง ก่อนที่สังคมจะขาดเด็กดีๆ” จึงกดเข้าไปอ่าน กระทู้เป็นเรื่องราวของเจ้าของโพสต์ที่ไปทำธุระแถวสำโรง ไปเจอเข้ากับร้านขายอาหารราคาถูกมาก แต่ใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ ชื่อร้านว่า “ห่อข้าวหอม” มีเมนูอยู่ 2 อย่าง คือข้าวกะเพราไก่กับข้าวไข่เจียวเท่านั้น อีกทั้งพ่อค้าเป็นวัยรุ่น อายุเพียง 20 ปีเท่านั้น ไม่รอช้า ติดต่อขอสัมภาษณ์พ่อค้าวัยทีนคนนี้ทันที ทราบชื่อ คือ คุณแก้ว – ธนาเทพ ใจพุก พ่อค้าและพ่อครัววัย 20 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า เปิดร้านห่อข้าวหอมมาได้ 1 เดือนกว่า ก่อนจะมาเปิดร้าน เรียนแค่ปวช. และทำงานพาร์ทไทม์เหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป แต่คิดว่า พาร์ทไทม์ เป็นอาขีพที่ไม่มีความมั่นคง สร้างเส้นทางชีวิตที่แน่นอนในอนาคตไม่ได้ อีกทั้งตนเอง เป็นคนชอบทำและชอบทานข้าวกะเพราไก่ และ ข้าวไข่เจียวเป็นประจำ เ
“ขนมปังรสพระทำ” วัดดังเมืองพิษณุโลก สร้างงาน สร้างอาชีพ สงเคราะห์ชุมชน ที่วัดโพธิ์ญาณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีพระภิกษุสงฆ์ ร่วมกันผลิตขนมปังขึ้นมา เพื่อจำหน่ายให้แก่คนที่มาทำบุญเลี้ยงอาหารปลา บริเวณวังปลาหน้าวัด ติดกับแม่น้ำน่าน ได้เริ่มทำการผลิตตั้งแต่เช้า โดยมีพระภิกษุสงฆ์ ช่วยกันปั่นผสมแป้งและส่วนประกอบ เพื่อทำขนมปังนำมาวางจำหน่ายให้ประชาชนซื้อหาไปรับประทาน หรือนำไปใช้เป็นอาหารปลา โดยตั้งชื่อว่า “ขนมปังรสพระทำ” พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ญาณ เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ว่า แนวคิดเกิดจากตัวอาตมาเอง เริ่มจาก แต่เดิมทางวัดสั่งขนมปังจากตลาด มาขายเป็น “ขนมปังปลา”หน้าวัด แต่หลังจากนั้นไม่นานเกิดปัญหา การส่งไม่สม่ำเสมอ บางครั้งนำของหมดอายุมา ขึ้นราบ่อย ไม่มีมาตรฐาน เลยเกิดความคิดจะทำขนมปัง กันเอง แต่ก่อนลงมือ ลงทุน ได้ไปศึกษาข้อปฏิบัติแล้วว่าเข้ากับระบบงานของคณะสงฆ์ ระเบียบของมหาเถรสมาคม หรือไม่ อย่างไร กระทั่งพบระเบียบคณะสงฆ์ ระบุไว้ วัดใดก็ตามที่อบรมประชาชน ต้องสนองงานคณะสงฆ์ ใน 8 หัวข้อ อาทิ ศีลธรรม วัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ ศึกษาสงเคราะห์ ศาสนสงเคราะห์ เ
อร่อยลืมโลก! “บุ๊นรีลกัว” ขนมจีนปูนา เมนูเด็ดเพื่อนบ้าน ในบรรดากลวิธีในการกินขนมจีนของประเทศเพื่อนบ้านเราแล้ว ฉันขอยกนิ้วให้ชาวเวียด แต่ก่อนแต่ไรมาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชาวเวียดจะกินขนมจีนกันมากมายและหลากหลายเช่นนี้ เข้าใจเอาเองว่าชาวไทยเราน่าจะเป็นแชมป์กินขนมจีนในอาเซียน เรามีทั้งน้ำพริก น้ำยา และแกงสารพัด แต่แล้วฉันก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ชาวเวียดนามจะกินขนมจีนทั้งแห้งและน้ำ กินกับหม้อไฟ และยังนำมาห่อผักกินกับอาหารต่างๆ ถูกใจคนรักขนมจีนอย่างฉันมาก ขนมจีนชนิดหนึ่งที่เป็นของโปรดของฉันคือ ขนมจีนปูนา ที่ชาวเวียดเรียกว่า “บุ๊นรีลกัว” (Bún riêu cua) ถ้าใส่หอยโข่งด้วยก็เรียกว่า “บุ๊นรีลกัวอ๊ก” (Bún riêu cua ốc) ขนมจีนปูนา เป็นขนมจีนที่ทำมาจากปูนา โดยนำปูนาไปโขลก เอาน้ำปูมาผสมไข่แล้ว นำไปต้มก็จะเป็นก้อนลอยเหมือนฟองน้ำ ความสำคัญของบุ๊นรีลกัวอยู่ที่น้ำซุป โดยเริ่มจากการต้มกระดูกหมูไว้เป็นน้ำสต๊อก ระหว่างนั้นก็นำหม้ออีกใบ ใส่น้ำมันลงไปผัดกับหอมแดงและกระเทียมสับ ตามด้วยมะเขือเทศเยอะๆ ผัดจนหอม ใส่เกลือ และน้ำตาลทรายนิดหน่อย เมื่อมะเขือนุ่มดีก็นำน้ำสต๊อกมาเทใส่ ใส่เต้าหู้ทอด
ตลาดสิงคโปร์ โดดเด่นมากเรื่องศูนย์อาหารหาบเร่ และไม่ได้มีแต่ข้าวมันไก่ สิงคโปร์ มีประชากร 5 ล้านกว่า เป็นประชากรดั้งเดิมของตัวเองจริงๆ แค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานและได้รับสัญชาติ หรือได้รับสิทธิพำนักถาวร สิงคโปร์ เป็นเกาะ เป็นเมืองหลวง และเป็นประเทศในคราวเดียวกัน มีพื้นที่ 722.5 ตารางกิโลเมตร คนไทยชอบทึกทักว่าสิงคโปร์เล็กกว่าภูเก็ต อันนี้ไม่ถูกนะ ภูเก็ตมีพื้นที่แค่ 576 ตารางกิโลเมตร ถ้าเอาให้ใกล้เคียง คือ สิงคโปร์มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองนนท์หน่อยหนึ่ง หรือราว 3 ใน 4 ของจังหวัดสมุทรสาคร แต่ประเทศเล็กๆ ทั้งที่ดินและประชากรนี้ มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศโลกที่หนึ่งสมบูรณ์แบบ คือคนมีรายได้สูง ประเทศพัฒนาเต็มที่ การศึกษามีคุณภาพ และเห็นเล็กๆ อย่างนี้ สิงคโปร์มีคนไปเยี่ยมเยียนปีละเกือบ 20 ล้านคน เกือบเท่าที่มาประเทศไทย เป็นประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยียนสูงอันดับ 4 ของโลก ที่จริงสิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เป็นแบบนี้ ฮ่องกง ซึ่งมีประชากร 7 ล้านคน และเป็นเกาะขนาด 1,104 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าอยุธยาหน่อยหนึ่ง ก็มีคนเยี่ยมเยียนปีละเกื
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์สืบทอดนับพันปี ล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี-พระพุทธรูปมีชีวิต” หากใครมีโอกาสไปท่องเที่ยวที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เชื่อว่าต้องไม่พลาดที่จะเข้าร่วมพิธีล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี” 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวเมียนมา จากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ปรากฏ ระบุไว้ “พระมหามัยมุนี” เป็นพระพุทธรูปหล่อทองสำริด ปางมารวิชัยทรงเครื่อง หน้าตักกว้าง 9 ฟุต สูง 12 ฟุต สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยพระเจ้าจันทสุริยะ กษัตริย์แห่งเมืองธรรมวดี แคว้นยะไข่ ซึ่งทรงศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าอย่างมาก จึงได้สร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ขึ้น เมื่อกาลเวลาล่วงมาถึง พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุง ซึ่งเป็นกษัตริย์พม่าได้ไปตีเมืองยะไข่ และอัญเชิญพระพุทธมหามัยมุนี ข้ามแม่น้ำอิรวดีมาประทับที่มัณฑะเลย์ได้สำเร็จ ปัจจุบันองค์พระประดิษฐานอยู่ที่ “วัดมหามัยมุนี” ในเมืองมัณฑะเลย์ กล่าวสำหรับความเชื่อของชาวเมียนมานั้น เชื่อกันว่าพระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะพระพุทธเจ้าได้ประทาน “ลมหายใจศักดิ์สิทธิ์”เข้าไปในพระวรกายของพระพุทธรูปองค์นี้ ซึ่งความเชื่อนี้เอง ที่เป็นต้นกำเนิดของ “พิธีล้างพระพั
หลายคนมีร้านโปรดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางร้านโปรด ร้านของหวานเจ้าประจำในห้าง ร้านอาหารที่มักไปผูกปิ่นโตด้วย หรือ ร้านขายเครื่องดื่ม ที่เป็นร้านขวัญใจในรั้วมหาวิทยาลัย “ร้านมุมอร่อย” ร้านคีออสเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณตึก 8 ภายในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จำหน่ายน้ำ ขนม และอาหารราคาถูกให้บรรดานักศึกษา อาจารย์และบุคคลทั่วไป โดยมีเหล่าคุณลุง คุณป้า ท่าทางคุยเก่ง เป็นมิตรกับลูกค้า และ ลูกมืออีกหนึ่งคน อยู่ประจำร้าน ลุงจี๊ด – กิตติพัฒน์ แสงอุทัย วัย 60 ปี กับ ลุงเล็ก – นันทพงศ์ สิงหราไช วัย 59 ปี มือชงเครื่องดื่มประจำร้าน ป้าเล็ก – สุรัมภา ปิยวชิรานนท์ วัย 59 ปี กับ พี่นิ่ม – มณี สุวรรณวงศ์ วัย 53 ปี รับผิดชอบในการจำหน่ายอาหารและขนมต่างๆ และ ป้าจ๋อม – ภารดี ทองสง่า วัย 58 ปี ทำหน้าที่รับออร์เดอร์และคิดเงิน ป้าจ๋อม ให้สัมภาษณ์สั้นๆกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ก่อนที่จะมารวมตัวกันทำร้านคีออสเล็กๆ ภายในมหาวทิยาลัยแห่งนี้ แต่ละคนทำอืชีพอื่นกันมาก่อน ส่วนตนเอง เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับตกแต่งภายใน ขายผ้าม่าน พอมีคนรู้จักเขาประมูลพื้นที่ขายของในมหาวิทยาลัยได้ ก็มาไถ่ถาม ตนเลยชักชวนคนอื
