Exclusive
“ห่อข้าวหอม” ร้านข้าวกะเพราไก่ของหนุ่มใจดีวัย20 “ขายไม่หวังกำไร ช่วยคนไม่มีเงินให้กินอิ่ม ก็พอแล้ว” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเจอเข้ากับกระทู้พันทิปกระทู้หนึ่ง โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 5086108 ไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ว่า “เพื่อนๆชาวพันทิป โปรดแชร์เพื่อช่วยน้อง ก่อนที่สังคมจะขาดเด็กดีๆ” จึงกดเข้าไปอ่าน กระทู้เป็นเรื่องราวของเจ้าของโพสต์ที่ไปทำธุระแถวสำโรง ไปเจอเข้ากับร้านขายอาหารราคาถูกมาก แต่ใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ ชื่อร้านว่า “ห่อข้าวหอม” มีเมนูอยู่ 2 อย่าง คือข้าวกะเพราไก่กับข้าวไข่เจียวเท่านั้น อีกทั้งพ่อค้าเป็นวัยรุ่น อายุเพียง 20 ปีเท่านั้น ไม่รอช้า ติดต่อขอสัมภาษณ์พ่อค้าวัยทีนคนนี้ทันที ทราบชื่อ คือ คุณแก้ว – ธนาเทพ ใจพุก พ่อค้าและพ่อครัววัย 20 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า เปิดร้านห่อข้าวหอมมาได้ 1 เดือนกว่า ก่อนจะมาเปิดร้าน เรียนแค่ปวช. และทำงานพาร์ทไทม์เหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป แต่คิดว่า พาร์ทไทม์ เป็นอาขีพที่ไม่มีความมั่นคง สร้างเส้นทางชีวิตที่แน่นอนในอนาคตไม่ได้ อีกทั้งตนเอง เป็นคนชอบทำและชอบทานข้าวกะเพราไก่ และ ข้าวไข่เจียวเป็นประจำ เ
“ขนมปังรสพระทำ” วัดดังเมืองพิษณุโลก สร้างงาน สร้างอาชีพ สงเคราะห์ชุมชน ที่วัดโพธิ์ญาณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีพระภิกษุสงฆ์ ร่วมกันผลิตขนมปังขึ้นมา เพื่อจำหน่ายให้แก่คนที่มาทำบุญเลี้ยงอาหารปลา บริเวณวังปลาหน้าวัด ติดกับแม่น้ำน่าน ได้เริ่มทำการผลิตตั้งแต่เช้า โดยมีพระภิกษุสงฆ์ ช่วยกันปั่นผสมแป้งและส่วนประกอบ เพื่อทำขนมปังนำมาวางจำหน่ายให้ประชาชนซื้อหาไปรับประทาน หรือนำไปใช้เป็นอาหารปลา โดยตั้งชื่อว่า “ขนมปังรสพระทำ” พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ญาณ เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ว่า แนวคิดเกิดจากตัวอาตมาเอง เริ่มจาก แต่เดิมทางวัดสั่งขนมปังจากตลาด มาขายเป็น “ขนมปังปลา”หน้าวัด แต่หลังจากนั้นไม่นานเกิดปัญหา การส่งไม่สม่ำเสมอ บางครั้งนำของหมดอายุมา ขึ้นราบ่อย ไม่มีมาตรฐาน เลยเกิดความคิดจะทำขนมปัง กันเอง แต่ก่อนลงมือ ลงทุน ได้ไปศึกษาข้อปฏิบัติแล้วว่าเข้ากับระบบงานของคณะสงฆ์ ระเบียบของมหาเถรสมาคม หรือไม่ อย่างไร กระทั่งพบระเบียบคณะสงฆ์ ระบุไว้ วัดใดก็ตามที่อบรมประชาชน ต้องสนองงานคณะสงฆ์ ใน 8 หัวข้อ อาทิ ศีลธรรม วัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ ศึกษาสงเคราะห์ ศาสนสงเคราะห์ เ
อร่อยลืมโลก! “บุ๊นรีลกัว” ขนมจีนปูนา เมนูเด็ดเพื่อนบ้าน ในบรรดากลวิธีในการกินขนมจีนของประเทศเพื่อนบ้านเราแล้ว ฉันขอยกนิ้วให้ชาวเวียด แต่ก่อนแต่ไรมาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชาวเวียดจะกินขนมจีนกันมากมายและหลากหลายเช่นนี้ เข้าใจเอาเองว่าชาวไทยเราน่าจะเป็นแชมป์กินขนมจีนในอาเซียน เรามีทั้งน้ำพริก น้ำยา และแกงสารพัด แต่แล้วฉันก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ชาวเวียดนามจะกินขนมจีนทั้งแห้งและน้ำ กินกับหม้อไฟ และยังนำมาห่อผักกินกับอาหารต่างๆ ถูกใจคนรักขนมจีนอย่างฉันมาก ขนมจีนชนิดหนึ่งที่เป็นของโปรดของฉันคือ ขนมจีนปูนา ที่ชาวเวียดเรียกว่า “บุ๊นรีลกัว” (Bún riêu cua) ถ้าใส่หอยโข่งด้วยก็เรียกว่า “บุ๊นรีลกัวอ๊ก” (Bún riêu cua ốc) ขนมจีนปูนา เป็นขนมจีนที่ทำมาจากปูนา โดยนำปูนาไปโขลก เอาน้ำปูมาผสมไข่แล้ว นำไปต้มก็จะเป็นก้อนลอยเหมือนฟองน้ำ ความสำคัญของบุ๊นรีลกัวอยู่ที่น้ำซุป โดยเริ่มจากการต้มกระดูกหมูไว้เป็นน้ำสต๊อก ระหว่างนั้นก็นำหม้ออีกใบ ใส่น้ำมันลงไปผัดกับหอมแดงและกระเทียมสับ ตามด้วยมะเขือเทศเยอะๆ ผัดจนหอม ใส่เกลือ และน้ำตาลทรายนิดหน่อย เมื่อมะเขือนุ่มดีก็นำน้ำสต๊อกมาเทใส่ ใส่เต้าหู้ทอด
ตลาดสิงคโปร์ โดดเด่นมากเรื่องศูนย์อาหารหาบเร่ และไม่ได้มีแต่ข้าวมันไก่ สิงคโปร์ มีประชากร 5 ล้านกว่า เป็นประชากรดั้งเดิมของตัวเองจริงๆ แค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานและได้รับสัญชาติ หรือได้รับสิทธิพำนักถาวร สิงคโปร์ เป็นเกาะ เป็นเมืองหลวง และเป็นประเทศในคราวเดียวกัน มีพื้นที่ 722.5 ตารางกิโลเมตร คนไทยชอบทึกทักว่าสิงคโปร์เล็กกว่าภูเก็ต อันนี้ไม่ถูกนะ ภูเก็ตมีพื้นที่แค่ 576 ตารางกิโลเมตร ถ้าเอาให้ใกล้เคียง คือ สิงคโปร์มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองนนท์หน่อยหนึ่ง หรือราว 3 ใน 4 ของจังหวัดสมุทรสาคร แต่ประเทศเล็กๆ ทั้งที่ดินและประชากรนี้ มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศโลกที่หนึ่งสมบูรณ์แบบ คือคนมีรายได้สูง ประเทศพัฒนาเต็มที่ การศึกษามีคุณภาพ และเห็นเล็กๆ อย่างนี้ สิงคโปร์มีคนไปเยี่ยมเยียนปีละเกือบ 20 ล้านคน เกือบเท่าที่มาประเทศไทย เป็นประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยียนสูงอันดับ 4 ของโลก ที่จริงสิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เป็นแบบนี้ ฮ่องกง ซึ่งมีประชากร 7 ล้านคน และเป็นเกาะขนาด 1,104 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าอยุธยาหน่อยหนึ่ง ก็มีคนเยี่ยมเยียนปีละเกื
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์สืบทอดนับพันปี ล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี-พระพุทธรูปมีชีวิต” หากใครมีโอกาสไปท่องเที่ยวที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เชื่อว่าต้องไม่พลาดที่จะเข้าร่วมพิธีล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี” 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวเมียนมา จากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ปรากฏ ระบุไว้ “พระมหามัยมุนี” เป็นพระพุทธรูปหล่อทองสำริด ปางมารวิชัยทรงเครื่อง หน้าตักกว้าง 9 ฟุต สูง 12 ฟุต สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยพระเจ้าจันทสุริยะ กษัตริย์แห่งเมืองธรรมวดี แคว้นยะไข่ ซึ่งทรงศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าอย่างมาก จึงได้สร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ขึ้น เมื่อกาลเวลาล่วงมาถึง พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุง ซึ่งเป็นกษัตริย์พม่าได้ไปตีเมืองยะไข่ และอัญเชิญพระพุทธมหามัยมุนี ข้ามแม่น้ำอิรวดีมาประทับที่มัณฑะเลย์ได้สำเร็จ ปัจจุบันองค์พระประดิษฐานอยู่ที่ “วัดมหามัยมุนี” ในเมืองมัณฑะเลย์ กล่าวสำหรับความเชื่อของชาวเมียนมานั้น เชื่อกันว่าพระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะพระพุทธเจ้าได้ประทาน “ลมหายใจศักดิ์สิทธิ์”เข้าไปในพระวรกายของพระพุทธรูปองค์นี้ ซึ่งความเชื่อนี้เอง ที่เป็นต้นกำเนิดของ “พิธีล้างพระพั
หลายคนมีร้านโปรดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางร้านโปรด ร้านของหวานเจ้าประจำในห้าง ร้านอาหารที่มักไปผูกปิ่นโตด้วย หรือ ร้านขายเครื่องดื่ม ที่เป็นร้านขวัญใจในรั้วมหาวิทยาลัย “ร้านมุมอร่อย” ร้านคีออสเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณตึก 8 ภายในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จำหน่ายน้ำ ขนม และอาหารราคาถูกให้บรรดานักศึกษา อาจารย์และบุคคลทั่วไป โดยมีเหล่าคุณลุง คุณป้า ท่าทางคุยเก่ง เป็นมิตรกับลูกค้า และ ลูกมืออีกหนึ่งคน อยู่ประจำร้าน ลุงจี๊ด – กิตติพัฒน์ แสงอุทัย วัย 60 ปี กับ ลุงเล็ก – นันทพงศ์ สิงหราไช วัย 59 ปี มือชงเครื่องดื่มประจำร้าน ป้าเล็ก – สุรัมภา ปิยวชิรานนท์ วัย 59 ปี กับ พี่นิ่ม – มณี สุวรรณวงศ์ วัย 53 ปี รับผิดชอบในการจำหน่ายอาหารและขนมต่างๆ และ ป้าจ๋อม – ภารดี ทองสง่า วัย 58 ปี ทำหน้าที่รับออร์เดอร์และคิดเงิน ป้าจ๋อม ให้สัมภาษณ์สั้นๆกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ก่อนที่จะมารวมตัวกันทำร้านคีออสเล็กๆ ภายในมหาวทิยาลัยแห่งนี้ แต่ละคนทำอืชีพอื่นกันมาก่อน ส่วนตนเอง เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับตกแต่งภายใน ขายผ้าม่าน พอมีคนรู้จักเขาประมูลพื้นที่ขายของในมหาวิทยาลัยได้ ก็มาไถ่ถาม ตนเลยชักชวนคนอื
พอถึงช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ทีไร บรรดาคนมีคู่ก็จะเตรียมตัวหาของขวัญเพื่อเซอร์ไพรส์คนรักของตนกันอย่างครึกครื้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นที่สยาม พ่อค้าแม่ค้าต่างเอาดอกไม้สดและดอกไม้ประดิษฐ์มาวางขายหน้าร้านกันประปราย เดินดูของนั่นนี่ไปเรื่อย จนสะดุดตาเข้ากับดอกไม้แปลกๆ ในร้านขายเครื่องประดับร้านหนึ่ง ชื่อร้าน “Fairy Dust” ไม่รอช้าจึงเดินเข้าไปดูและสอบถามด้วยความสนใจทันที “ดอกกุหลาบสีรุ้ง” คือ ชื่อเรียกของดอกไม้แปลกๆ ที่ว่า โดยมี คุณชีน – รัฐศรินทร์ ธีราพิบูลโฆษิท สาวสวยเจ้าของร้านวัย 29 ปี เป็นคนทำดอกไม้สีรุ้งนี้ขึ้นมา เธอเล่าให้ฟังว่า ตนทำพวกงานแฮนด์เมด เครื่องประดับ ขายกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบมาได้ 6 ปีแล้ว พอถึงช่วงเทศกาลอย่าง วันวาเลนไทน์ ดอกไม้ที่คนนำมาขายกันนั้นมีราคาแพง ให้เป็นดอกไม้สดพอเวลาผ่านไปก็เหี่ยวไม่สวย ส่วนดอกไม้ประดิษฐ์ก็ใช้วัสดุไม่ค่อยดีในการทำ จะซื้อมาให้คนรอบข้าง เธอก็รู้สึกว่าสู้ให้ของดีๆไปเลยดีกว่า บวกกับเคยได้ยินมาว่ามีการสั่งทำดอกกุหลาบชุบทอง 24 k มาบ้าง แต่ราคาค่อนข้างแพง จึงมีดัดแปลงวัสดุที่ใช้เล็กน้อย จากดอกกุหลาบชุบทองทั้งดอก ก็สั่งชุบทองแค่ก้าน ส่ว
“ช่อดอกไม้ธนบัตร” ของขวัญสายเปย์ ยอดขายกระฉูดรับวันวาเลนไทน์ ต้อนรับวันแห่งความรัก ด้วยธุรกิจยอดขายมาแรง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เชื่อว่า หลายๆ คนคงเคยเห็นผ่านตามาแล้ว โดยเฉพาะงานรับปริญญา อย่าง “ช่อดอกไม้ธนบัตร” ดอกไม้ธนบัตร – ร้านช่อขวัญ ร้านรับทำช่อดอกไม้ บายศรี และพวงมาลัยจากธนบัตร เจ้าของคือ คุณญาณี ญาณีภรณ์ เจ้าของร้าน วัย 30 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนทำธุรกิจมา 5 ปีแล้ว ปกติ ยอดสั่งซื้อของลูกค้าจะอยู่ที่ 10 – 20 ช่อ แต่วาเลนไทน์ปีนี้ มียอดขายมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว รายได้อยู่ที่หลักหมื่น มีออร์เดอร์สั่งทำกว่า 40 ช่อ โดยกลุ่มลูกค้าจะมีในทุกระดับอายุ ทั้งขาจรและขาประจำ เธอกล่าวว่า ตนศึกษาวิธีการพับกระดาษ และการทำช่อดอกไม้จากยูทูบ มาต่อยอดเป็นธุรกิจ ลูกค้าส่วนใหญ่ จะนิยมสั่งทำรูปดอกกุหลาบ และดอกลิลลี่ แน่นอนว่า ในการทำธุรกิจที่ต้องใช้ “ธนบัตร” หรือ “เงิน” เป็นวัตถุดิบหลักในการจัดทำ คุณญาณี กล่าวว่า ใช้ทั้งเงินของทางร้าน และเงินที่ลูกค้าโอนมา โดยในกรณีที่ต้องใช้ธนบัตรจำนวนมาก จะใช้เงินของลูกค้า เพราะทางร้านสะสมไว้ไม่เพียงพอ ซึ่งตนเคยทำมากที่สุดถึง 300 ใบ แต่ก็ไม่ใช่เรื
เสียงครวญจากแม่ค้ากุหลาบ “วันวาเลนไทน์ปีนี้หากินกับคนไทยแทบไม่ได้ ต้องพึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ เขามีกำลังซื้อ” วันวาเลนไทน์ เป็นอีกวันหนึ่งที่ผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนมีคู่ ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เป็นวันที่คู่รักสามารถแสดงความรักได้อย่างเต็มที่ ทำให้บรรยากาศในแต่ละปีเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจบรรยากาศก่อนวันวาเลนไทน์ เมื่อคืนวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ตลาดนัดรถไฟ ถนนรัชดาฯ บรรยากาศเริ่มคึกคัก นักท่องเที่ยวต่างให้ความสำคัญ และถือโอกาสซื้อของขวัญต่างๆ เช่น เสื้อคู่ พวงกุญแจ เคสโทรศัพท์ต่างๆ แต่คนไทยกลับไม่ค่อยให้ความสนใจ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี คู่รักไทยจำต้องรัดเข็มขัดไปด้วยกัน คุณจันทร์แสง ไชยอง วัย 68 ปี แม่ค้าขายดอกกุหลาบ ให้สัมภาษณ์ว่า กระแสวันวาเลนไทน์ปีนี้ ถ้าจะหากินกับคนไทย แทบไม่ได้รับผลตอบรับเลย เพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดี ต้องหากินกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เขามีกำลังซื้อพอ คุณสันติ เจ้าของร้าน cotton prints รับสกรีนเสื้อคู่ กล่าวว่า รายได้ส่วนใหญ่จากการสกรีนเสื้อคู่ 70% มาจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ อีก 30% จะเป็นคนไทย แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลก่
แม่ค้าสำเพ็งเซ็ง! วาเลนไทน์ไม่คึกคัก-ยอดขายลดต่อเนื่อง เหตุเทคโนโลยีล้ำ เป็นกระแสทุกปี สำหรับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักหรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อ “เทศกาลวาเลนไทน์” เชื่อว่าในวันนี้คนมีคู่และใครอีกหลายคนคงรอคอยที่จะได้รับช่อดอกไม้สวยงามนานาพันธุ์ ของขวัญแทนใจ หรือสิ่งของอื่นๆ อีกมากมายที่แสดงถึงความรักที่มีต่อกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสแวะเวียนไปที่ตลาดสำเพ็งช่วงกลางวัน พบว่ามีเพียงไม่กี่ร้านที่ให้ความสนใจกับกระแสวันแห่งความรักนี้ ทั้งดอกไม้ปลอม ตุ๊กตา สินค้าตั้งโชว์ เครื่องประดับตกแต่ง และอื่นๆ แม้ตลาดจะมีผู้คนเดินเลือกซื้อของกันอย่างไม่ขาดสาย แต่ถือว่าสินค้าที่บ่งบอกถึงการเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ได้อย่างชัดเจนนั้น ยังมีผู้เลือกซื้อบางตา จากการสอบถามเจ้าของร้านกิ๊ฟต์ช็อปในตลาดสำเพ็ง เผยว่า ไม่เพียงเฉพาะแค่ปีนี้เท่านั้นที่กระแสวันวาเลนไทน์เงียบเหงา แต่ยอดขายลดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นเพราะปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนมากขึ้น เพียงแค่ถ่ายภาพส่งให้คนรัก การซื้อของขวัญแทนใจแทบจะไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว สอดคล้องกับแม่ค้าร้านขายตุ๊กตา ที่พูดไปในทิศทางเดียวกั
