Exclusive
ร้านของฝากของที่ระลึก “พรทิพย์” นับว่าได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งไทย-ต่างชาติ ยามนี้หากใครไปเที่ยวจังหวัดภูเก็ตแล้วไม่แวะหาซื้อสินค้าติดไม้ติดมือไป อาจถูกคนที่บ้านถามไถ่ถึงขั้นต่อว่าต่อขานกันได้เลยทีเดียว ปัจจุบันบริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต) จำกัด มีผลิตภัณฑ์ตราพรทิพย์ วางจำหน่ายใน MODERN TRADE ชั้นนำของไทย และยังส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมา บริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต)จำกัด เคยได้รับรางวัลด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับนานาชาติมาแล้ว โดยในปี 2554 ได้รับ รางวัลชนะเลิศ Asiastar Packaging Awards 2011 ณ ประเทศบังคลาเทศ จากบรรจุภัณฑ์ 2 รายการ คือ บรรจุภัณฑ์ขนมโบราณเมืองภูเก็ตในกล่องชิโน-โปรตุกีส และบรรจุภัณฑ์ชุด Andaman Gift Set “เริ่มธุรกิจครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2534 มีหลายคนบอกจะไปได้หรือ ความจริงกว่าที่จะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ไม่ง่ายหรอก ต้องมีการปรับปรุง ปรับตัวกันอยู่ตลอดเวลา และกล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เข้าถึงใจผู้บริโภค”คุณวิรวัฒน์ เปี่ยมวิวัตติกุล ประธานบริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต) จำกัด เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนเล่าต่อ กิจ
หากเอ่ยถึงเครื่องประดับ คงไม่ได้มีแค่ เพชรนิลจินดาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเครื่องเงิน โดยเฉพาะเครื่องเงินไทยอันเป็นศิลปะล้ำค่าจากฝีมือช่างเงินไทยที่มีคุณภาพจนสร้างมูลค่าการตลาดมากถึง 1,700 ล้านดอลลาร์ และส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก ร้านสล่าเงิน เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายเครื่องประดับเงินจังหวัดน่าน ที่สร้างและผลักดันร้านเครื่องเงินของตนเองจนกลายเป็นร้านเครื่องเงินที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน แม้ในช่วงหนึ่งจะต้องเจอวิกฤตราคาเนื้อเงินพุ่งสูง 2 เท่าตัว คุณไตร เขื่อนธะนะ อายุ 51 ปี เจ้าของร้านสล่าเงินที่เอ่ยถึงข้างต้น เล่าว่า ซึมซับการทำเครื่องเงินมาตั้งแต่เด็ก จนสามารถทำงานได้ในวัยเพียง 16 ปี “จริงๆ เริ่มทำงานตอนอายุ 16 เนี่ยถือว่าเริ่มช้านะ เพราะเด็กต่างจังหวัดส่วนใหญ่เขาเริ่มทำงานกันตั้งแต่ 12-13 ปีแล้ว เพราะไม่ค่อยได้เรียนหนังสือเลยเริ่มทำงานกันเร็ว งานแรกที่ทำเป็นก็คือทำเครื่องเงินนี่แหละเพราะซึมซับมาตั้งแต่เด็กๆ” คุณไตร บอกอีกว่า จากนั้นย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ทำในโรงงานเล็กๆ ซึ่งเป็นกิจการของพี่สาวตนเอง มีคนงานประมาณ 5 คน จากนั้นขยายตามเวลาคนงานเพิ่มขึ้นกว่า 100 คน ทำอยู่ประมาณ 14 ปี ก็แยก
หากเอ่ยถึงปลาทู…ชื่อแรกที่คนนึกถึงคงเป็นปลาทูแม่กลองที่มีฉายาว่า หน้างอคอหัก ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาทำตลาดมากขึ้น อย่างปลาทูเองก็มีฉายาใหม่ว่า ‘หน้าเริ่ดเชิดหยิ่ง’ ตีตลาดภายใต้แบรนด์ Delish Inspirer คุณโอ๊ต-กิตติวุฒิ แสงสุขเอี่ยม อายุ 40 ปี เป็นทายาทรุ่น 2 ของนางสิริอร แสงสุขเอี่ยม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาบริษัท ศิริคุณ ซีฟูดส์ จำกัด ที่ทำธุรกิจค้าปลีกอาหารทะเลมายาวนานกว่า 43 ปี เล่าให้ฟังว่า ปลาทูหน้าเริ่ดเชิดหยิ่ง เป็นสินค้าตัวใหม่ที่เปิดตัวภายใต้แบรนด์ Delish Inspirer (เดลิช อินสไปเรอร์) ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกของ บริษัท ศิริคุณ ซีฟูดส์ จำกัด โดยแบรนด์ดังกล่าวเปิดตัวได้ 3 เดือน เน้นเจาะตลาดไฮเอนด์ โดยที่มาของชื่อปลาทูหน้าเริ่ดเชิดหยิ่งนั้น ได้มาจากความชอบ เพราะเป็นชื่อที่ฟังแล้วน่าสนใจ ปลาทูแม่กลองคือหน้างอคอหัก ของเดลิชขอทำสวนทาง คือปลาทูหน้าเริ่ดเชิดหยิ่งแทน ด้วยมาตรฐาน และคุณภาพในการผลิต รวมทั้งประสบการณ์ค้าปลีกกว่า 43 ปี และคนนึ่งปลาทูที่มีประสบการณ์อีก 40 ปี จึงทำให้ปลาทูของแบรนด์ได้รับเครื่องหมายฮาลาล และเครื่องหมาย อย. ได้ไม่ยาก “มาตร
จากความชอบ สู่แบรนด์…นิยามของเจ้าของแบรนด์ ที่สร้างสรรค์น้ำสลัดด้วยรสชาติไทยๆ ตีตลาดคนรักสุขภาพ คุณมิว-มนทิรา รอบคอบ อายุ 35 ปี เจ้าของไอเดียซอสและน้ำสลัดแบรนด์ Lamoon by Sarada (ละมุน บาย ซาราดะ) คุณมิวเคยเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ ที่ชอบทานสลัด และเมื่อ 2 ปีก่อน เธอเคยเปิดร้านสลัดอยู่แถวมหาวิทยาลัยดัง ย่านบางนา มีกลุ่มลูกค้าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่เพราะต้องย้ายกลับบ้านเกิด ทำให้ร้านปิดตัวลง “มิวปิดร้านไปประมาณ 1 ปี เราก็กลับไปอยู่บ้านที่ลำปาง อะไรหลายอย่างเริ่มลงตัวจึงกลับมาสร้างแบรนด์ต่อ” กลับมาสานต่อในที่นี้คุณมิวไม่ได้กลับมาเปิดร้านสลัดเหมือนเดิม แต่เธอปั้นแบรนด์ขึ้นมาใหม่แต่ยังคงอยู่ในส่วนของสลัด ผลิตภัณฑ์ที่ว่าคือ ดิปปิ้งซอสและน้ำสลัด ขายผ่านออนไลน์และออกบู๊ธ ภายใต้แบรนด์ Lamoon by Sarada ที่เปิดตัวมาได้ 3 เดือนแล้ว “ความตั้งใจของแบรนด์คืออยากนำเสนอความแตกต่างของน้ำสลัด ที่ไม่จำเป็นต้องทานคู่กับผักสลัดเท่านั้น แต่สามารถนำไปเป็นซอสทานคู่กับอาหารชนิดอื่นได้ด้วย เช่น ราดบนสเต๊ก ทานกับสแน็ก” ซึ่งความแตกต่างของแบรนด์ที่คุณมิวสรรค์สร้างขึ้นมานั้น คือรสชาติของตัวซอสและน้ำสลัด โดยช่วงแรกมี
“แม้จะเป็นงานที่ไม่ชอบทำเลย ไม่ชอบซักผ้า ไม่ชอบรีดผ้า เเต่ยิ่งทำก็เหมือนจะยิ่งรุ่ง มีเงินจ่ายลูกน้องเดือนละ 8 หมื่นบาท นั่นคงเป็นเพราะยิ่งไม่ชอบ ก็ยิ่งต้องระวัง ยิ่งต้องใส่ใจ ลูกค้ามีปัญหารีบแก้ไขทันท่วงที” ประโยคนี้กล่าวโดย คุณรวินท์มาศ ลือเลิศ อายุ 38 ปี หรือคุณแตม เจ้าของร้านซัก อบ รีดเสื้อผ้า “มิสไวท์กรีน” อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย คุณแตม เล่าว่า เปิดร้านซัก อบ รีด เสื้อผ้า มานานกว่า 15 ปีแล้ว ก่อนจะมายึดอาชีพนี้ ทำมาแล้วหลายอาชีพ อาทิ เปิดร้านขายโทรศัพท์มือถือ ขายกิ๊ฟช็อป เคยเป็นลูกจ้างทำงานโรงงาน แต่ส่วนตัวรู้สึกไม่ชอบงานประจำ ประกอบกับได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่คนนึงที่เปิดร้านซัก อบ รีด สุดท้ายเลยลองทำตามแล้วรุ่ง “หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ดิฉันทำมาหลายอาชีพ จนในที่สุดมีรุ่นพี่ให้คำแนะนำเรื่องการเปิดร้าน ซัก อบ รีด ผ้า โดยส่วนตัวมองว่า เป็นงานที่ทำที่บ้านได้ ไม่ต้องพบปะผู้คนมาก เลยใช้เงินเก็บ 6 หมื่นบาท เปิดร้านซักรีด” การเปิดร้านในช่วง 2 ปีแรก เจ้าของ เล่าว่า รับซัก อบ รีด เสื้อผ้าลูกค้าตามบ้านทั่วไป ซึ่งรายได้ก็ดี แต่เริ่มพบปัญหา คือ เสื้อผ้ามีหลากหลา
คุณฉัตรชัย วชิระเธียรชัย วัย 45 ปี เจ้าของธุรกิจ กระเทียมแกะเปลือก พริกสด พร้อมใช้งาน เข้าสู่ร้านอาหารยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารระดับประเทศ ด้วยการเริ่มต้นจากห้องแถวเล็กๆ ที่ปากคลองตลาด จนกลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ปัจจุบันได้พัฒนามาสู่สินค้า พริกป่น หอมเจียว กระเทียมเจียว ในแพ็กเกจสวยงานที่ชื่อว่า เอื้ออารี ฟู้ด โปรดักท์ ล่าสุด ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาอีก เรียกได้ว่าก้าวไปอีกขั้น นั่นคือ กระเทียมเจียวปรุงรส ในชื่อ เปปเปอร์-จี โดยใช้กระเทียมนำไปทอดด้วยน้ำมันรำข้าว จากนั้น นำไปอบจนกรอบเพื่อรีดน้ำมัน แล้วปรุงรส ปัจจุบัน มี 3 รสชาติ ได้แก่ รสพริกไทยดำ คั่วพริกเกลือ และ รสกระเทียมสวรรค์ ขนาดบรรจุขวด 92 กรัม ราคา 110 บาท เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง คุณฉัตรชัยถึงแนวทางการตลาดของสินค้าใหม่ตัวนี้ คุณฉัตรชัย บอกว่า เปปเปอร์-จี เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับครัวเรือนผู้บริโภค จึงต้องเจาะตลาดค้าปลีก ซึ่งแตกต่างกับการดำเนินงานบริษัท ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา โดยมองว่า ปัจจุบันการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนไป นอกจากต้องการในเรื่องของการเตรียม การปรุงอาหาร ที่อาศัยความรวดเร็ว ซึ่งกระเทียมก็เป็นส่
โครงการ “ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3” ของบริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ยังคงเดินหน้าเติมยาให้กับชุมชนต่างๆ ของโครงการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ไปทำกิจกรรมกับชาวชุมชนสมุทรสาคร ซึ่ง เภสัชกรบุญสม เกษจันทร์ทิวา ผู้จัดการฝ่ายประสานงานองค์กร เป็นตัวแทนบริษัท ไปให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ พร้อมทั้งมอบยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้นให้กับเทศบาลนครสมุทรสาคร เพื่อส่งต่อยาคุณภาพไปยัง 32 ชุมชน โดยบางชุมชน อาทิ ชุมชนท้ายตลาด ทางไบโอฟาร์ม มีโอกาสไปเติมยายังจุดติดตั้งตู้ยาด้วยตัวเองและได้พูดคุยเกี่ยวกับความจำเป็นในการใช้ยาของชาวชุมชนด้วย เภสัชกรบุญสม กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัท คือ อยากให้ชุมชนมีโอกาสเข้าถึงยาคุณภาพมากยิ่งขึ้น มียาใช้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งยาที่นำไปมอบก็เป็นยาพื้นฐานเบื้องต้น เช่น ยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง โรคกระเพาะ แต่หากชุมชนใดอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองเยอะ เช่น ใกล้นิคมอุตสาหกรรมหนัก ก็อาจต้องการพวกยาแก้แพ้เพิ่มเติม สำหรับภาพรวมสุขภาพของคนไทยนั้น เภสัชกรบุญสม สรุปให้ฟังว่า ภาพรวมคนไทยมีอายุยืนขึ้น เพราะวิวัฒนาการทางแพทย์พัฒนาขึ้น ทำให้รู้ตัวเร็วว่าป่วยเป็นโรคอะไร รวมถึงยามีคุณภาพดีขึ้น ซึ่
กระแสสัตว์เลี้ยง ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้คนยินดีเป็นทาสของเพื่อนรักต่างเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นแมว สุนัข นก กระต่าย และอีกสารพัดสัตว์ ที่แสนจะน่ารักในสายตาแต่ละคน ความรักสัตว์เช่นนี้ทำให้เกิดธุรกิจตามมามากมาย ทั้งสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงต่างๆ บริการสปาสำหรับน้องหมาน้องแมว แต่อีกธุรกิจที่หลายคนอาจคิดไม่ถึง นั่นคือ “นักสืบสารพัดสัตว์เลี้ยง” ซึ่งมักเป็นที่พึ่งของเหล่าทาสในยามที่เจ้านายสี่ขาหนีออกจากบ้าน “เจแปนไทม์ส” เล่าถึงอาชีพนี้ที่มีงานเข้ามาไม่ขาดสาย โดยหยิบยกเรื่องราวของ “มาซาตากะ เอนโดะ” หนุ่มวัย 41 ปี ที่ทำงานนี้มา 20 ปีแล้ว ใช้เวลาเดินตามหาสัตว์เลี้ยงที่หายออกจากบ้านเฉลี่ยวันละ 30 กิโลเมตร สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ที่เอนโดะตามหา คือ แมว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการหนีออกจากบ้าน เคล็ดลับของเขาอยู่ที่การมองในมุมเดียวกับเจ้าเหมียวที่ต่ำกว่าระดับสายตามนุษย์ ปัจจุบัน เอนโดะเป็นผู้นำทีมที่มีทั้งหมด 10 คน ในบริษัท “เจแปน ลอสต์ เพ็ต เรสคิว” ที่ให้บริการตามหาสัตว์เลี้ยง โดยเริ่มต้นทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่ปี 2553 สาเหตุที่แมวเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตในการตามหา ก็เพราะคนญี่ปุ่นชื่นชอบแมวมาแต่ไหนแต่ไร เห็น
เรื่องเล็กๆ แต่สำคัญไม่แพ้กัน และกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับน้ำใจของ “ร้านซักผ้า” แห่งหนึ่ง ที่มี “จิตอาสา” รับซักรีดเสื้อผ้า-เครื่องแบบของเหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่ ที่กำลังร่วมกันปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ต่อสายตรงพูดคุยกับคนต้นเรื่องท่านนี้ ทราบชื่อ คือ คุณเปรม – รวินท์มาศ ลือเลิศ เธอเป็นเจ้าของกิจการซักอบรีด “มิสไวท์คลีน” ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านป่าสักหลวง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย สอบถามประวัติส่วนตัวเพื่อให้รู้จักกันมากขึ้น คุณเปรม เล่าน้ำเสียงแจ่มใส พื้นเพเป็นคนอำเภอแม่จัน ปัจจุบันอายุ 38 ปี จบปริญญาตรีด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ก่อนหน้านี้ เคยทำธุรกิจหลายอย่าง เปิดร้านมือถือ ขายเครื่องออกกำลังกาย ขายกิ๊ฟต์ช็อป แต่ไม่ประสบความสำเร็จ หลังเรียนจบปริญญาตรี ยังไม่รู้จะทำธุรกิจอะไรต่อ พอดีไปเที่ยวหาพี่สาว เห็นเขาเปิดร้านซักรีด เลยคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้ เลยไปหาเช่าตึกแถวบ้านดู ตัวเมืองเชียงราย เปิดร้านซักอบรีดเล็กๆ มีเครื่องซัก 3 เครื่อง เครื่องอบ 1 เครื่อง ทำอยู่สองปี จ
บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ผู้นำตลาดในการผลิตและจำหน่ายนมจากถั่วอัลมอนด์ระดับพรีเมี่ยมยอดขายอันดับหนึ่ง แบรนด์ 137 ดีกรี เพิ่มคุณค่านมอัลมอนด์คั้นสดด้วยเกสรดอกมะพร้าวออร์แกนิก ตอบโจทย์กระแสคนรักสุขภาพ พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาไทย สร้างงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชน คุณอริสา กุลปิยะวาจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทย ด้วยการเป็นผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์นมอัลมอนด์คั้นสดจากถั่วเต็มเมล็ดรายแรกของประเทศไทย ซึ่งมีคุณค่าสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อาทิ ไขมันดี แคลเซียม วิตามินบี อี และโอเมก้า 3 ที่สามารถดื่มทดแทนนมวัว นมถั่วเหลืองหรือธัญพืชได้ ทั้งยังเป็นผู้ผลิตระดับอุสาหกรรมรายแรกและรายใหญ่อันดับต้นของไทย ที่มีการใช้เกสรดอกมะพร้าวออร์แกนิก ซึ่งเป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติที่มีดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำ แทนการเติมน้ำตาล ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ช้า ไม่สะสม และระดับน้ำตาลในเลือดไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป ดังนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผู้ต้องการควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน หรือรูปร่างเป็นอย่างมาก สำหรับจุดเริ่มต้นของการใช้น้ำห
