Exclusive
อาชีพเกษตรกรรมยังคงเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างรายนี้ แต่ก่อนเคยทำงานในกรุงเทพฯ ไม่นานเริ่มอิ่มตัว เธอเลือกผันชีวิตมาทำเกษตรเปิดฟาร์มด้วง เริ่มต้นจากเลี้ยงแค่ 50 กะละมัง ปัจจุบันมีมากถึง 500 กะละมัง คุณทิติยา คำเถื่อน หรือ คุณญา วัย 29 ปี เจ้าของธุรกิจด้วงสาคูฟาร์มมาดี เล่าให้ฟังว่า หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ยึดอาชีพขายหมูกระทะอยู่นานถึง 8 ปี ด้วยระยะเวลาขนาดนี้ ตนรู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว อยากลองหาสิ่งใหม่ๆ ทำดูบ้าง คุณญา เล่าต่อว่า ตอนนั้นตนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี กระทั่งมีโอกาสลงไปเที่ยวภาคใต้ ได้ทานด้วงสาคู เกิดติดใจในรสชาติ เห็นว่าน่าจะนำมาทำเป็นธุรกิจได้ จึงซื้อพ่อแม่พันธุ์มาเพาะขาย “วิธีการเลี้ยงด้วงสาคูเรียนรู้จากคนที่เลี้ยงด้วงทางภาคใต้ ช่วงแรกเลี้ยงด้วยต้นสาคู จากนั้นปรับสูตรอาหารเองให้เหมาะกับวัตถุดิบในพื้นที่” โดยเริ่มแรกคุณญาเลี้ยงแค่ 50 กะละมังเท่านั้น ผลผลิตที่ได้ออกมาตามต้องการ จาก 50 กะละมัง ก็ขยายมาเรื่อยๆ เปิดเป็นฟาร์ม เพิ่มจำนวนเป็น 500 กะละมัง วิธีการเพาะพันธุ์ด้วงสาคูฟาร์มมาดี คุณญาจะใช้กะล
ชาวเขาเผ่าม้ง ลูกหลานเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ฐานะยากจน แต่ใฝ่ดีตั้งใจเรียนจนจบปริญญาตรี เลือกกลับบ้านมาพัฒนาถิ่นกำเนิด เป็นเกษตรกรปลูกผัก พร้อมเป็นตัวแทนรับซื้อผักจากเพื่อนเกษตรกรหลายกลุ่มมาทำการตลาดให้ ส่งขายแม็คโคร โดยมีทีมงานฝ่ายจัดซื้อของแม็คโครเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้ คำแนะนำการผลิตและวางแผน จนยอดขายสูงขึ้นเรื่อยๆ ต่อยอดการสร้างอาชีพให้เพื่อนพี่น้องชาวเขาได้มีอาชีพ มีรายได้ ล่าสุด พัฒนาปุ๋ยเป็นสูตรของตัวเอง ส่งผลให้ผักขายดี ถอยรถตู้คอนเทนเนอร์มาส่งผักแล้ว วันนี้ คุณวิทยา หวานซึ้ง ชาวเขาเผ่าม้ง อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแม่เหาะ หมู่ 4 ตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเกษตรกรและเจ้าของธุรกิจ SMEs มีชื่อกิจการว่า “วิทยาการเกษตร” รับซื้อผักจากเครือข่ายเกษตรกรกว่า 1,800 -2,000 ครอบครัวในหลายพื้นที่ทั่วภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน โดยมีผักประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว มะเขือม่วงก้านเขียว มะเขือเทศท้อ มะเขือเทศราชินี บีทรูท คุณวิทยา เกิดในครอบครัวเกษตรกร ปากกัดตีนถีบ เรียนจบปริญญาตรี จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล คณะเกษตรศาสตร์บางพระ สาขาพืชไร่ จังหวัดชลบุรี ห
ข้าวโพดปกติ มักนำไปต้ม หรือย่าง หรือนำไปแปรรูป แต่ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพบมาคราวนี้คือ ข้าวโพดฝักดิบ รับประทานได้ดิบๆ คุณรฐา ธนากรอภิรัช หรือคุณอ้อ เป็นเจ้าของร้าน ที่นำมาออกกับงานอีเว้นต์ ฟันฟู้ดแฟร์ แม่มณีชวนชิม ที่จัดไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ คุณอ้อ เล่าให้ฟังว่า ไปเห็นข้าวโพดตัวนี้ ที่งานอีเว้นต์ แห่งหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิล์ด จากนั้นก็ติดต่อมาขายบ้าง เป็นข้าวโพดพันธุ์ทับทิมสยามไทย สีม่วง และพันธุ์ฮอกไกโด สีขาว มีแหล่งปลูกอยู่ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งจะว่าไปแล้วที่จังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ก็มีปลูกอยู่ ราคาขายหน้าร้าน ฝักละ 35 บาท 3 ฝัก 100 บาท เป็นข้าวโพดรับประทานดิบ ไม่ต้องต้ม ไม่ต้องย่าง นำไปแช่เย็น กินดิบๆ รสชาติ หวาน กินแล้วท้องไม่อืดเหมือนข้าวโพดทั่วไป ทั้งนี้ ใครจะนำไปต้มก็ได้ แต่วิตามินก็จะลดลง เท่านั้นเอง ส่วนช่องทางการตลาด ก็ออกอีเว้นต์ไปเรื่อยๆ รวมทั้งขายผ่านทางเฟซบุ๊ก และไลน์ด้วย คุณอ้อ เล่าว่า เดิมเคยทำงานเป็นพนักงานธนาคาร มีหน้าที่ หาลูกค้าทำบัตรเครดิต แต่ด้วยความที่ลูกค้าติดแบล็คลิสต์กันเยอะ เ
เป็นที่ทราบกันดีว่า ภายในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ “สุสานทหารสัมพันธมิตร” ซึ่งปัจจุบันได้การยอมรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศแวะเวียนมาเยี่ยมชมแทบจะตลอดทั้งปี และเมื่อไม่นานมานี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ออกสำรวจบรรยากาศค้าขายโดยรอบสถานที่สำคัญดังกล่าว พบมีร้านค้าทำการค้าขายเปิดอยู่ใกล้เคียงอย่างคึกคัก หลักๆ แล้วจะเป็นแผงผลไม้สด ถัดไปอีกฟากถนนฝั่งเดียวกับสุสานดัง มีร้านโจ๊ก-ต้มเลือดหมู ตั้งขายกันแต่เช้าอยู่ถึงสองเจ้า แต่เจ้าที่สะดุดตาและดูเหมือนว่าจะมีลูกค้าหนาตากว่า น่าจะเป็นร้านที่ชื่อว่า “โจ๊กหลังป่าช้า ตั้ม สาขา 8 “ เพราะกำลังง่วนกับชั่วโมงทำเงิน คุณตั้ม เจ้าของกิจการ “โจ๊กหลังป่าช้า” จึงไม่มีเวลามาพูดคุยด้วย แต่แฟนสาวของเขา กรุณาเจียดเวลามาให้ข้อมูลคร่าวๆ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ก่อนหน้านี้เปิดร้านขายโจ๊กอยู่หลังสุสานทหารสัมพันธมิตร ซึ่งชาวบ้านที่นี่เรียกกันติดปากว่า “ป่าช้าฝรั่ง” ร้านเราเลยกลายเป็นโจ๊กหลังป่าช้า แต่ปัจจุบันเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดระเบียบ ร้านจึงต้องถอยร่นลงมา ล่าสุดแทบจะเข้าไปขายใน “ป่าช้าจี
คุณออยลี่ – ทิพวรรณ เสนา วัยสามสิบเศษ เคยสร้างความฮือฮาไปเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัวแฟรนไชส์กาแฟถัง “แก้วสองใจ” ใส่น้ำได้สองช่อง โดยก่อนจะมาทำธุรกิจส่วนตัวนี้ เธอเคยทำงานประจำมาแล้วหลายตำแหน่ง ล่าสุดได้เป็นถึงผู้จัดการฝ่ายประกันชีวิต ประจำส่วนกลางของธนาคารพาณิชย์ชื่อดัง แต่ด้วยหน้าที่การงานต้องเดินทางไปทั่วประเทศบ่อยมาก ชีวิตอยู่แต่บนรถ เครื่องบิน และโรงแรม บ้านแทบไม่ได้กลับมานอน เลยตัดสินใจลาออกมาสร้างธุรกิจที่ตัวเองชอบคือ เปิดร้านกาแฟ ที่บ้านเกิด ใกล้กันกับร้านคาร์แคร์ของสามี ซึ่งอยู่กลางเมืองน่าน “ก่อนตัดสินใจลาออก ไปเข้าคอร์สอบรมการทำกาแฟอยู่หลายที่ ประกอบกับเป็นคนชอบดื่มกาแฟเป็นทุน ช่วงว่างจึงชอบนำเครื่องดื่มมามิกซ์แอนด์แมตช์กัน กระทั่งเมื่อราว 2 ปีก่อน ได้ไอเดียกาแฟถังออกมา นำถังขนมมีหูหิ้วมาใส่กาแฟขาย ปรากฏคนสนใจกันมาก สื่อมาสัมภาษณ์กันหลายรายเลย” คุณออยลี่ เคยว่าไว้อย่างนั้น และด้วยเป็นคนชอบต่อยอดธุรกิจ ล่าสุดเธอได้สรรหาแพ็กเกจสวยๆ มาเพื่อสร้างยอดขาย และความแปลกให้กับวงการอีกครั้ง ให้ชื่อแฟรนไชส์ “กินดื่ม-คุ้มค่าในหนึ่งเดียว” ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 2,999 บาท “ลูก
โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานานโข มาถึงวันนี้ถูกยกย่องให้เป็น “พระเอกตลอดกาล” ล่าสุดได้รับบทบาทโดดเด่น “ออกญาโหราธิบดี” ในละครดังแห่งยุคอย่าง “บุพเพสันนิวาส” สำหรับดารารุ่นใหญ่ วัย 70 กะรัต อย่าง “นิรุตติ์ ศิริจรรยา” และคงเป็นเพราะยังดู “สมาร์ท” และ “สดใส” อยู่เสมอนี่เองกระมัง ที่ทำให้ใครต่อใครนึกสงสัย เขามีเคล็ดลับอย่างไรในการใช้ชีวิต “การมีสุขภาพดีต้องดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ กินอาหารที่ดี พักผ่อนให้เพียงพอ และ ต้องไม่เครียด” อาหนิง ของเหล่านักแสดง เคยว่าไว้อย่างนั้น ด้วยความที่เป็นคนใส่ใจในสุขภาพและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ประกอบกับมีความสนใจในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาแต่ไหนแต่ไร ปัจจุบัน คุณนิรุตติ์ ศิริจรรยา ได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการ ในบทบาทประธาน บริษัท สไมล์ นาโน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า “นวัตกรรม” หลายชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่ “ต่อยอด” มาจากงานวิจัยของนักวิจัยไทย หวังสร้าง “รอยยิ้ม” และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้บริโภค “มีความสนใจและติดตามงานของนักวิชาการซึ่งทำวิจัยออกมาอยู่เสมอ ส่วนมากเป็นงานวิจัยที่ดี ได้รางวัลชมเชยมากมาย เป็นร้อยเป็นพันเรื่อง แต่ไม่เคยถูกนำออกมาต่อยอ
คุณกล้อง-อาริยะ คำภิโล เจ้าของร้านและแอดมินเพจ Jones’ Salad หนุ่มคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ความเกี่ยวข้องจะเป็นเจ้าของร้านสลัด หรือแอดมิน นั้นมีน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย โดยทุกอย่างผ่านจากการฝึกฝน ศึกษาเรื่องสุขภาพจนสามารถแนะนำเรื่องสุขภาพและเปิดร้านสลัดได้ ชายหนุ่ม เริ่มต้นเล่าประสบการณ์ด้านสุขภาพซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของร้านสลัด ให้ฟังว่า “ผมเริ่มทำธุรกิจหลังเรียนจบ คือการเปิดร้านกาแฟ ทำได้ไม่นาน ผมพบความผิดปกติบนร่างกาย คือมีก้อนเนื้อโตขึ้นที่ขา ไปตรวจมากว่า 3 โรงพยาบาล ซึ่งทุกที่บอกตรงกันหมดว่า มีโอกาสเป็นเซลล์มะเร็งมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์” แต่บนความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่ “หลังผ่าตัดเสร็จ ผมได้รับข่าวดี เพราะก้อนเนื้อดังกล่าว ไม่ใช่เซลล์มะเร็ง” คุณกล้อง พูดด้วยท่าทางดีใจ ย้อนไปตอนผ่าตัด คุณกล้องเลือกผ่าตัดก้อนเนื้อในโรงพยาบาลรัฐ เต็มไปด้วยความแออัด ผู้ป่วยมากมายต่างมานั่งรอการรักษา “ตอนที่เห็นคนป่วย ผมคิดแล้วว่า ทำอย่างไรดีหากผมอยากมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพให้กับผู้อื่นได้บ้าง บ้านผมอยู่จังหวัดเชียงราย เป็นบ้านติดแม่น้ำ ที่นั่นมีผักปลอดสารพิษให้กินเยอะแยะ
คุณอุบลรัตน์ หลักหาญ หรือ คุณหนิง อายุ 47 ปี หนึ่งในพนักงานที่เจอพิษฟองสบู่แตก โดนเลิกจ้างงานแบบกะทันหันเมื่อปี 2543 จนทำให้เธอต้องหาธุรกิจทำ โดยการเปิดร้านขายขนมครกเศรษฐี 9 หน้า “หลังโดนเลิกจ้างงาน ช่วงแรกยังไม่รู้จะทำอะไร พอดีคุณยายที่สุราษฎร์ฯ ท่านมีสูตรทำขนมครก เป็นสูตรโรยน้ำตาลแบบคนใต้ทาน พี่ก็เลยไปเรียนกับแก” เรียนจนความรู้แน่น คุณหนิงเปิดร้านขายทันที โดยเริ่มจากเข็นรถเข็นขาย แต่ยังไม่ถูกปากลูกค้าเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไม่เคยกินขนมครกแบบโรยน้ำตาล จึงกลับมาปรับสูตรใหม่ ใส่กะทิแบบขนมครกทั่วไป เพิ่มหน้าขนมครก แรกเริ่มแค่ 2-3 อย่าง เช่น ข้าวโพด ฟักทอง แต่ถึงอย่างนั้น ผลตอบรับก็ยังไม่ดี คุณหนิง เล่าต่อ กลับมาปรับสูตรกันอีกรอบ คราวนี้เพิ่มหน้าขนมครกมากถึง 9 หน้า เช่น ฟักทอง ข้าวโพด มันม่วง แปะก๊วย งา ต้นหอม ฝอยทอง เผือก ข้าวบาร์เลย์ และมีหน้าอื่นๆ อีกสลับกันไปวันละ 9 หน้า รวมทั้งหมด 9 หน้า (ที่มาของชื่อขนมครกเศรษฐี 9 หน้า) ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนแป้ง นอกจากกรอบอร่อยแล้ว คนกินยังได้รับประโยชน์อีกด้วย หลังปรับสูตรจนเป็นขนมครกเศรษฐี 9 หน้าฉบับสมบูรณ์ ยอดขายดีขึ้นทันตาเห็น จากเข็นรถขาย
ประเทศไทย 4.0 ทำอะไรชักช้า เยิ่นเย้อ ไม่ทันกิน เจ้าของร้านอาหารกล่องสุขภาพขึ้นชื่อมากเจ้าหนึ่ง ยอดขายชักตก เพราะคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นทุกที ใครๆ ก็อยากขายอาหารกล่องสุขภาพ น่าคิดเหมือนกันว่าแล้วใครจะกิน ถ้าเป็นคนขายกันหมด ของเขาคนนี้ ตอนออกใหม่ๆ ก็มาปรึกษาทำโน่นทำนี่ ตอนนี้รายได้เริ่มหด พอดีเขาเช่าที่ไว้ทำโรงครัวอยู่แล้ว มีตัวร้าน ปูสนามหญ้าสวยงาม จอดรถได้ 2-3 คัน (ซึ่งเป็นข้อเสีย ไม่พอจอด แต่ดีกว่าไม่มีเลย) เมื่อก่อนเขาเปิดร้านให้คนนั่งสั่งอาหารมากินอยู่แล้ว มีคนกินบ้าง หลังๆ ชักหาย มาซื้ออาหารกล่องกลับบ้านอย่างเดียว ช่วงหนึ่งเคยเปิดขายก๋วยเตี๋ยว ขายดีพอใช้ แต่คนขายมือเติบ ใส่หมูสับเป็นก้อน ลูกชิ้นเป็นสิบ ของเหลือโยนทิ้ง เก็บไว้กลัวไม่อร่อย ขายได้เท่าไหร่คืนแม่ค้าตลาดไปหมด ปีใหม่ ฟ้าใหม่ ยุค 4.0 เขาเลยมาปรึกษาว่า ทำอะไรขายเร็วๆ ดี มีแอ๊กชั่น ไม่ทื่อๆ เหมือนเคาะอาหารกล่องมาใส่จาน ความคิดเขาอยากขายข้าวมันไก่สุขภาพหน่อยๆ ใช้อกไก่ ข้าวไม่ใช้น้ำมันผัด แต่ลีลามันน้อยไป ผมเลยนึกถึงสูตร “ข้าวมันไก่หมก” ของ อาจารย์พลศรี ในหนังสือแม่บ้านทันสมัยรุ่นโบราณ เคยมีคนเอาไปทำขายถึง อำเภอฝาง เชียงใหม่ กว่า
คุณยามีละ ตาเละ สาวพิการทั้งแขน-ขา แต่มีความกตัญญู ใจสู้ไม่ถอย เจ้าของเรื่องราวดีๆครั้งนี้ อาศัยอยู่ที่บ้านยะลูตง ต.กาเยาะมาดี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ปัจจุบันอายุ 28 ปี มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เธอเป็นลูกคนที่ 4 คุณแม่ประกอบอาชีพค้าขาย ส่วนคุณพ่อไม่ได้ทำงานมานานกว่า 15 ปีแล้ว เนื่องจากมีโรคประจำตัว เมื่อขออนุญาตถามถึงความปกติของร่างกาย เธอเล่าเสียงหม่น เป็นมาตั้งแต่กำเนิด สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่รู้สึกลำบากอะไร แต่ไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไป บางครั้งก็รู้สึกท้อแท้บ้างที่เกิดมาเป็นแบบนี้ ส่วนความสามารถด้านการแต่งหน้านั้น เธอเล่าด้วยน้ำเสียงแจ่มใสขึ้นว่า เป็นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าฝันอยากเป็น “ช่างแต่งหน้า” พออายุได้ราว 17-18 ปี เลยฝึกแต่งหน้าตัวเอง และฝึกมาเรื่อยๆ พวกญาติและเพื่อนๆ เลยจะทราบดีว่าเธอแต่งหน้าได้ จนอยู่มาวันหนึ่งที่บ้านของเธอมีงานแต่งงาน ญาติ 2-3 คน เลยมาขอให้ช่วยแต่งหน้าให้ หลังจากนั้นไม่นานละแวกบ้านมีงานเดินพาเหรด เลยมีคนมาขอให้ช่วยแต่งหน้าให้อีก เธอเลยคิดค่าแรงหน้าละ 300 บาท ส่วนเครื่องสำอาง เธอเป็นคนออกเอ
