Exclusive
“ปลาร้า” นับเป็นอาหารพื้นบ้านสำคัญของคนไทยในหลายภูมิภาค และด้วยรสชาติที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น คงเป็นสาเหตุหลักทำให้หลายคนติดใจ ถึงขั้นต้องมีติดไว้เป็นเครื่องปรุงหลักประจำบ้านกันเลยทีเดียว และด้วย “ดีมานด์”ที่มีอยู่ในตลาดไม่ใช่น้อย จึงมีข้อมูลน่าสนใจจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุเกี่ยวกับสินค้าที่ชื่อว่าเจ้า “ปลาร้า”นี้ ไว้ว่า “ปัจจุบันการผลิตปลาร้า ได้ขยายตัวจากการผลิตระดับครัวเรือนไปสู่การผลิตเชิงการค้าที่มีอัตราการผลิตสูงถึงปีละ 40,000 ตันต่อปี รวมมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีการจำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออก” โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ขอนำทุกท่านไปรู้จักกับ “โรงปลาร้า”เจ้าดังของจังหวัดสระบุรี ที่หมักขายส่งมายาวนานกว่า 30 ปี จนปัจจุบันมีสต๊อกอยู่ถึงกว่า 300 โอ่ง และล่าสุดยังได้ทำการวิจัยพัฒนายกระดับให้เป็น “ปลาร้าพาสเจอไรซ์” กระทั่งสามารถส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ในเร็วๆนี้แล้วด้วย คุณดาว –เนตรดาว ขันดวง อายุ 40 ปี ลูกสาวคนเดียว ของ “โรงหมักปลาร้าป้าสาย” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลว่า กิจการนี
เรื่องราวของเปิ้ล หรือ นวลปรางค์ คำชื่นวงศ์ วัย 33 ปี ที่ลาออกจากงานเมื่อราว 5 ปีที่ผ่านมา ใช้เงินก้อนสุดท้ายที่ได้จากการออกจากงาน (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ราว 200,000 บาท บวกกับเงินของสามี ไปลุยธุรกิจฟู้ดทรัก ล้มลุกคลุกคลาน แต่สู้ไม่ถอย ถอยไม่ได้ เพราะยึดเป็นอาชีพสุดท้าย อีกทั้งมีลูกน้อยที่ต้องดูแล กระทั่งปัจจุบันสามารถโลดแล่นอยู่ในวงการ ฟู้ดทรัก อย่างมีความสุข มีงาน มีเงิน เข้าตลอด หลักแสนบาทต่อเดือน หักโน่นนี่ รายจ่ายต่างๆ เหลือเก็บอีกวันละ 2,000 บาท สบายๆ ทั้งหมดนี้ ใช้เวลาปั้นอยู่กับมัน 3 ปีเต็ม คำถามแรกคือ ทำไมต้องเป็นฟู้ดทรัก “3 ปีก่อน กระแสฟู้ดทรัก กำลังมา ก็ปรึกษากับสามีเอาเงินที่มีอยู่มาลงทุนดีมั้ย ก็สรุปว่าไปดาวน์รถมือสองมา 130,000 บาท ตกแต่ง ซื้ออุปกรณ์เข้ารถ รวมๆ แล้ว 200,000 บาท จากนั้นก็เลือกว่าจะขายอะไร เอาเป็นว่าเราเลือกขายอะไรที่เราชอบกินก่อน มีอยู่ช่วงหนึ่งชอบกินข้าวแกงกะหรี่มาก ก็เลยคิดว่าขายอันนี้ดีกว่า” ทำอาหารญี่ปุ่นเป็นมาก่อนเหรอคะ หรือเริ่มต้นยังไง “ไม่เป็นเลย พอคิดจะทำ ก็คิดว่าจะทำยังไงให้มันอร่อยเหมือนที่ร้าน เริ่มต้นจากเปิดเว็บดูการทำอาหารญี่ปุ่นแกงกะหรี่ แล้ว
เจนไน หรือ เชนไนที่คนไทยชอบเรียก เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ เขาบอกว่าเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมกัมพูชาและเมืองไทยด้วย ที่ชัดๆ คือ ปราสาทหินนครวัดและปราสาทหินแถวภาคอีสานของเรา มหาพลีปุรัม คือชื่อเมืองที่ตั้งกลุ่มปราสาทหินเก่าแก่ อยู่ริมทะเล กว้างใหญ่มากครับ ตั้งอยู่ทางใต้ของอินเดีย ไปจากตัวเมืองเจนไน นั่งรถใช้เวลาหลายตื่นอยู่ ประมาณ 60 กิโลเมตร แต่ด้วยความที่เราไม่ชินทาง รถติดบ้าง เลยนานหน่อย แต่ก่อนเป็นเมืองท่าที่เจริญมาก มีอายุนานนับพันปี ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 มาเที่ยวที่นี่ เที่ยวให้ทั่วต้องใช้เวลาทั้งวัน แต่ต้องเป็นคนชอบของเก่าแก่ ศรัทธาองค์พระศิวะ พระนารายณ์ พระแม่อุมา พระพิฆเนศวร์จะเดินดูอย่างสนุกสนาน ถ่ายรูปสวย ควบคู่กับความร้อนระเบิด แดดเปรี้ยง น่าทึ่งมากคือประติมากรรมแต่ละแห่ง คนโบราณแกะลงไปในภูเขาหินทรายก้อนใหญ่ๆ ทั้งก้อน ไม่ว่าจะเป็นปราสาท วัด ภาพแกะสลักหน้าผา ทุกอย่างประณีตบรรจงสวยงามจริงๆ ยากแก่การบรรยาย เสียดายผมไม่มีเนื้อที่ลงรูปสวยๆ ได้มากนัก สถาปัตยกรรมแบบนี้เขาเรียกว่าแบบดราวิเดียน ลักษณะสำคัญคือการแกะสลักแบบนูนสูง ให้ตัวภาพลอยขึ้นมาจากหิน ความเป็นมาของโบราณสถานแต่ละแห่
รีวิวผ่านทางหน้าเพจ “ร้านบิ๊กเต้ – Big Te Shop” ไปเมื่อวาน เกี่ยวกับขั้นตอนการหาเมนูแปลกใหม่ ฉีกกฎการรับประทานแบบเดิมๆ นั่นคือ การนำ “ซีอิ๊วดำหวาน” มาราดเป็นท็อปปิ้งบนไอศกรีม ปรากฏมีการกดไลก์ กดแชร์ กันเป็นจำนวนมากจากบรรดาลูกเพจ รวมทั้งยังมีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนาน แตกออกเป็นสองฝ่าย ด้านหนึ่งบอกน่าลอง แต่อีกจำนวนไม่น้อยบอกไม่น่าจะเข้ากัน รวมทั้งยังมีการท้วงติงเกี่ยวกับเรื่องปัญหาท้องไส้ด้วย ล่าสุด คุณเต้ คุณเต้-ศตวัสส์ ฝ่ายรีย์ เจ้าของกิจการ บิ๊กเต้ช็อป ย่านรังสิต ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โชห่วยพันธุ์ใหม่ ขวัญใจเด็กแนว” เจ้าของสโลแกน “มินิมาร์ตรุ่นใหม่ ใส่ใจทุกความต้องการของนักศึกษา” ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีตามสไตล์ว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ ไปเดินในซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็น “ซีอิ๊วดำหวาน” ยี่ห้อดังตั้งขายบนเชลฟ์ แล้วมีฉลากติดไว้ที่ขวด บอกให้นำไปราดบนไอศกรีมแล้วจะได้รสชาติแปลกใหม่ เลยซื้อมาหนึ่งขวดตั้งใจจะซื้อมาให้ลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้องๆ ที่อยู่ในวัยนักศึกษาทดลองทานกันดู แต่ก่อนจะให้น้องๆ ทาน ตัวเขาต้องทดลอ
“แจ่วฮ้อน บอย ชาบูแจ่วสำเร็จรูป” มิติใหม่แห่งการกิน “แจ่วฮ้อน”ที่ไม่ต้องไปสั่งซื้อน้ำซุปถุงใหญ่มาทาน เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป คราวนี้มาในรูปแบบแห้ง พกพาไปทานได้ทุกที่ เพียงแค่ฉีกซองเติมน้ำก็สามารถอร่อยได้เลย คุณจูน-เอรียา อัตถากร เจ้าของผลิตภัณฑ์ “แจ่วฮ้อนบอย ชาบูแจ่วสำเร็จรูป” อายุ 20 ปี เริ่มต้นให้ฟัง ทำ แจ่วฮ้อน บอย ขายมาตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยขายออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊กแฟนเพจมา 2 ปี ด้วยความอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณจูน แนะนำตัวให้รู้จัก เรียนจบระดับมัธยมฯจากประเทศนิวซีแลนด์ และจบหลักสูตรปริญญาตรีจาก Raffles International College ด้วยวัยเพียง 18 ปี ความที่อายุยังน้อย จึงไม่สามารถทำงานตามบริษัทได้เหมือนคนอื่นทั่วไป จึงไปสมัครเป็นครูสอนศิลปะตามสิ่งที่เรียนมา หากมีเวลาก็ไปขายของตามตลาดนัด “ตอนที่สอนพิเศษรู้สึกว่าอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว มันเหนื่อยมาก สอนอาทิตย์ละ 6 วัน 8 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม ได้ค่าสอนชั่วโมงละ 300-400 บาท ทำๆ ไปรู้สึกว่าเงินที่ได้นั้นไม่มาก อยากมีเงินเป็นของตัวเอง อยากได้กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง กระทั่งเกิดความคิดคงไม่มีงานไหนที่หาเงินได้เยอะแล้วนอกจากทำธุรกิจ”คุณจูน เล่า &n
“สันต์ ไชยมาตร” หนุ่มใหญ่วัยกลางคน หุ่นสูงชะลูดบุคลิกมั่นใจ พูดจาฉะฉาน พื้นเพอยู่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ก้าวเข้าสู่วงการตลก ด้วยการชักนำของ “หม่ำ จ๊กมก” ในฐานะคนบ้านเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2540 และด้วยความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งมี “เอกลักษณ์” ทำให้เขาโด่งดังขึ้นมาตามลำดับ กระทั่งปัจจุบันสามารถขึ้นแท่น “หัวหน้า” มีคณะตลกเป็นของตัวเองแล้ว เกริ่นแนะนำกันมาเสียยืดยาว หลายคนอาจยังเดาไม่ออกว่าเขาผู้นี้เป็นใคร แต่ถ้าเอ่ยชื่อ “ยาว ลูกหยี” รับรองต้องมีคนร้อง อ๋อ! เป็นร้อย เป็นพันคน…แน่นอน ช่วงบ่ายของวันทำงาน คุณยาว ลูกหยี แขกรับเชิญในครั้งนี้ กรุณาสละเวลาพักผ่อนตอนกลางวันตามปกติ (ของเขา) มานั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเอง เริ่มต้นด้วยความเป็นมาส่วนตัวให้ฟัง ชีวิตในวัยเด็กได้บรรพชาเป็นสามเณรและศึกษาเล่าเรียนจนจบการศึกษาชั้นมัธยมปลาย ก่อนสึกออกมาเรียนต่อในระดับ ปวส. แต่ด้วยเป็นคนรักการเรียน เมื่อไม่นานมานี้ จึงไปลงทะเบียนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ในคณะบริหารการจัดการศึกษา และกำลังจะได้เป็นบัณฑิตสมใจแล้ว ส่วนอาชีพที่ทำมาก่อนจะเข้าวงการตลกนั้น คุณยาว ย้อนความทรงจำ หลังสึกจากสามเณร เขาได้ไปสม
“จ๊าบ” คือ หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้แปรรูป มีวัตถุดิบเริ่มต้น เป็นไม้ผลจำพวก มะพร้าว มังคุด สละ ที่ปลูกอยู่ในสวนหลังบ้าน จากจุดเริ่มเล็กๆ ด้วยเงินทุนหลักหมื่น ทำกันเองในครอบครัว แต่เพราะมีเอกลักษณ์เป็นความต่าง ทำให้ทุกวันนี้ ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปของ “จ๊าบ” ได้รับความสนใจ ถึงขั้นเข้าไปขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช่วงบ่ายของวันทำงาน คุณลักขณา บำรุงพนิชถาวร กรุณาสละเวลา เปิดร้าน “จ๊าบ” ซึ่งตั้งอยู่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เธอเริ่มต้นให้ฟังพื้นเพเป็นคนเมืองจันท์ สามีคือ คุณสมบัติ บำรุงพนิชถาวร เคยทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ส่วนตัวเธอเคยเปิดร้านขายทองรูปพรรณในตัวเมือง ธุรกิจของทั้งสองดำเนินมาด้วยดีกระทั่งปี 2540 เกิดวิกฤติ “ต้มยำกุ้ง” ได้รับผลกระทบ ขาดทุนย่อยยับถึงกับล้ม ต้องเป็นหนี้แบงก์…หลักล้าน จนปี 2543 ตัดสินใจเลิกกิจการ ขายทรัพย์สินที่เหลือเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ ก่อนจะขอกู้เงินจากบริษัทประกันชีวิตมา 80,000 บาท เพื่อลงทุนทำ “วุ้นน้ำมะพร้าว”ขาย สงสัยทำไมหันมาขายวุ้นน้ำมะพร้าว คุณลักขณา ยิ้มน้อยๆก่อนแจงให้ฟัง “ตอนนั้นอยากทำอะ
ลองนึกย้อนไปในช่วงเวลาไม่ถึงสิบปีที่ผ่านมา หากพูดถึง “ผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้” เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ อาจเกิดอาการ “งงงัน” ถึงขั้น “ไม่เก็ท”ว่าคืออะไร บ้างคงอาจแย้งในใจ จะจำเป็นแค่ไหนกันนักเชียว ถึงต้องนำของที่ ใครๆก็เห็นเป็น”ขยะ” กลับมาประดิดประดอย ทำเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะมันอาจสร้างความขบขันให้แก่ผู้พบเห็นได้ไม่ยากเลย แม้บ่อยครั้งในอดีต จะถูกมองว่าเป็น “ตัวประหลาด”ในสายตาของผู้คนรอบข้าง แต่เจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ นับว่าเป็นผู้มีความมุ่งมั่นเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ จึงสามารถประคับประคองธุรกิจที่เขารัก ให้ดำเนินมาได้ถึงวันนี้ คือ วันที่ผลงานผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ ในนาม “The Remaker- เดอะ รีเมคเกอร์” ได้การยอมรับ โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติ เคย “ออเดอร์””สินค้าจากมันสมองของเขาไปขายต่อ ถึงขนาดเป็น ตู้คอนเทนเนอร์…มาแล้ว คุณยุทธนา อโนทัยสินทวี คือ เจ้าของกิจการ “The Remaker- เดอะ รีเมคเกอร์” ซึ่งเกริ่นมาข้างต้น เริ่มต้นบทสนทนาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเอง ด้วยเรื่องราวความเป็นมาให้ฟัง ปัจจุบันอายุสี่สิบเศษ จบการศึกษาปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ เคยทำธุรกิ
ข้าวโพดคั่ว หรือ ป๊อปคอร์น เป็นอาหารว่าง ทานง่ายยอดนิยมอย่างหนึ่ง หาซื้อไม่ยาก ตามท้องตลาด ห้างสรรพสินค้า และโรงภาพยนตร์ ราคามีแตกต่างกันไป รสชาติเมื่อก่อนอาจมีแค่หวานกับเค็มแต่ปัจจุบันมีให้เลือกชิมนับสิบรส เส้นทางเศรษฐีมีหนึ่งตัวอย่างธุรกิจป๊อปคอร์นกระแสดังขวัญใจลูกค้า คั่วสดหน้าร้านทุกวันเปิดขายแฟรนไชส์ทั่วประเทศไปแล้วกว่า 148 สาขา ร้านนี้มีชื่อว่า มือปืนป๊อปคอร์น มือปืนป๊อปคอร์น เป็นธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มไม่เล็กและกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ในไม่ช้านี้ของ คุณชยุต ยอดโต หรือ คุณพี วัย 36 ปี จบจากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา คุณพี เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า เพื่อนและคนใกล้ตัวชอบซื้อป๊อปคอร์นเวลาไปดูหนัง ซึ่งมีราคาแพงจึงคิดว่าหากทำขายเองคุณภาพต้องเทียบเท่า ที่สำคัญ ราคาต้องไม่แพง ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถซื้อทานได้ ไม่เพียงแค่คิดแต่คุณพีลงมือทำทันที อาศัยการลองผิดลองถูกอยู่เป็นเดือน ดูวิธีการทำจากยูทูบและในตำราทำป๊อปคอร์น เสียวัตถุดิบไปก็เยอะเพราะขั้นตอนค่อนข้างยาก และไม่ง่ายแบบที่คิด จนถอดใจไป ครั้งหนึ่ง “ผมได้อ่านนิตยสารของเส้นทางเศรษฐีเมื่อปี 2556
คุณอาร์ต สมมุติวงษ์ วัยห้าสิบเศษ เจ้าของกิจการร้าน “กาแฟสดเขาค้อ” ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกรื่นฤดี ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เผยถึงการดำเนินกิจการของครอบครัวที่ทำมาร่วม 20 ปี แล้ว ว่า รายรับพออยู่ได้ เพราะตลอดทั้งปี จะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนไม่เกิน 6 เดือน นอกเหนือจากนั้นแล้ว เขาจะหารายได้จากการทำไร่พืชผัก-ผลไม้ ทำสวนกาแฟอาราบิก้า รวมทั้งรับซื้อเมล็ดกาแฟจากชาวสวนอื่นๆ นำมาคั่วและบด ขายหารายได้เสริมอีกทางหนึ่ง และด้วยความที่คลุกคลีกับ “กาแฟ” มาตลอด ก่อนหน้านี้ เขาจึงสร้างสรรค์ เครื่องชงกาแฟสด แบบเคลื่อนย้ายได้ หรือที่ยุคสมัยปัจจุบัน นิยมเรียกกันว่าเครื่องชง “กาแฟดริป” “การบริโภคกาแฟ ถ้าจะให้ได้ความสุนทรี ต้องมาทั้งกลิ่นและรส ซึ่งเครื่องชงดริปแบบพกพานี้ สามารถตอบโจทย์บรรดาคนรักกาแฟ ได้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมามีลูกค้าให้ความสนใจกันพอสมควร เป็นงานแฮนด์เมด ตามออร์เดอร์ ชุดละ 500 บาท ไม่รวมแก้วกาแฟ สนใจสั่งซื้อไปเป็นของขวัญของฝาก ติดต่อกันมาได้ครับ” คุณอาร์ต ฝากประชาสัมพันธ์มาอย่างนั้น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณอาร์ต โทรศัพท์ 089-856-9257 หรือ Facebook/อาร
