Exclusive
คุณสุดใจ แซ่แต๋ง อายุ 61 ปี เจ้าของตลาดพระรูปคลองสอง ขาออก รังสิต-นครนายก จังหวัดปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ถึงกิจกรรมถวายอาลับในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องว่า ตอนท่านยังใม่เสด็จสวรรคต จะให้พ่อค้าแม่ขาย ใส่เสื้อเหมือนกันเจ็ดเจ็ดสีเจ็ดวันเลย แจกเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม ใส่เอี๊ยม ใส่หมวก ตามสีของวันด้วย พอท่านสิ้น ก็แจกเสื้อสีดำ เอี๊ยม หมวกสีดำ ให้หมด ใส่ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ปีที่แล้ว เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ และยังบอกอีกว่า ก่อนหน้าวันที่ 13 ตุลาคม ปีที่แล้ว กิจกรรมสำคัญของพ่อค้าแม่ขายนับบร้อยชีวิตในตลาดพระรูป จะต้องทำตอนห้าโมงเย็นและหลังสามทุ่มของทุกวัน นั่นคือการร่วมกันร้องเพลงเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่หลังจากที่พระองค์เสด็จสวรรคต พวกเราจะร่วมกันร้องเพลง “รักพ่อ…ไม่มีวันพอเพียง” ตอนเวลาห้าโมงเย็น ก่อนเริ่มทำการค้าขาย จากนั้นราวเวลาหลังสามทุ่มก่อนกลับบ้าน จะร่วมกันร้องอีกสามเพลง คือ “ผู้ปิดทองหลังพระ” , “ค่าของแผ่นดิน” และ “รักพ่อ…ไม่มีวันพอเพียง” ซึ่งตลอดที่ร่วมกันทำมา ได้รับความร่วมมือจากบรรดาพ่อค้าแม่ขายเป็นอย่างดี
“จากธุลีดินถึงจักรวาลของพ่อ” คือ นิทรรศการประจำเดือนตุลาคม นี้ จัดโดย “ช่างชุ่ย” ร่วมกับองค์กรพันธมิตร มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายความอาลัยแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทยทั้งแผ่นดิน และเป็นการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “๕๙ เมตตาแห่งพระบารมี” สำหรับกิจกรรมที่มีขึ้นตลอดทั้งเดือนนี้ ประกอบด้วย เนื้อหาน่าสนใจหลากหลาย อาทิ นิทรรศการ ‘ละออง’ ส่งความคิดถึงจากดวงใจผ่านผลงานศิลปะเพื่อเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 โดยศิลปินไทยกว่า 70 คน กิจกรรม เสวนาจากโครงการพอแล้วดี ดนตรีจากคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นิทรรศการ ‘๕๙ เมตตาแห่งพระบารมี’ เป็นต้น การแสดงโขนประเพณี ตอน นารายณ์ปราบนนทก “จากธุลีดินถึงจักรวาลของพ่อ” ที่ ช่างชุ่ย จัดขึ้นระว่างวันที่ 7 – 29 ตุลาคม (หยุดวันจันทร์)เวลา 11.00 – 23.00 น. วันธรรมดาเข้าชมฟรี /ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เสียค่าผ่านประตูท่านละ 40 บา
ช่วง 4-5 ปีมานี้ ราคามะพร้าวในตลาด มีความผันผวนมาก ขึ้นสูงสุดผลละ 49 บาท ลงต่ำสุดผลละ 2-3 บาท ก็เคยปรากฎ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรผู้ปลูก ผู้ประกอบการในวงการนี้ ต่างต้องรับมือกับภาวะความไม่แน่นอน ออลโคโค่ เป็นอีกหนึ่ง แบรนด์น้ำมะพร้าวแปรรูป ที่เข้ามาสู่ในวงการนี้ ด้วยสินค้านับ 10 ชนิด ซึ่งแน่นอนว่า ต้องพบกับภาวะราคามะพร้าวผันผวน บางครั้งสินค้าขาด บางครั้งสินค้าเกินความต้องการ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณวราภรณ์ มนัสรังษี รองประธานบริษัท เค-เฟรช จำกัด เจ้าของแบรนด์ออลโคโค่ คุณวราภรณ์ บอกว่า การส่งมะพร้าวสดออกต่างประเทศ แน่นอนว่าย่อมต้องมีบางลูกมีตำหนิ ผิวไม่สวย ช้ำ แต่เนื้อ น้ำข้างในยังดี นั่นเป็นการนำมาสู่การแปรรูป เป็นน้ำมะพร้าวเกล็ดหิมะ และไอศกรีม “การส่งผลไม้ผลสด เราจะได้มะพร้าวปริมาณหนึ่งเท่านั้น ถ้าส่งออก ก็จะติดด้วยข้อกำจัด ในเรื่อง ขนาด รูปทรง ความแก่ อ่อน ตำหนิ รอยช้ำ หรือการกระแทก ซึ่งมันก็ขายไม่ได้ ไม่ว่า จะขายผลสดมากแค่ไหน ก็จะมีสินค้าเกรดรองเสมอ บางทีถึง 60 เปอร์เซนต์ ดังนั้น เราจึงมองว่าผลสดเป็นงานตั้งรับ งานแก้ปัญหา แต่งานแปรรูปมะพร้าว เป็นง
เมื่อโลกไร้พรมแดน แคบลงมาทุกขณะ สมัยนี้ใครจะหยิบจะจับค้าขายอะไรก็เป็นไปได้หมด ยกตัวอย่าง คนขายอยู่นครปฐมติดต่อขาย “ปลากัด”ให้ลูกค้าที่สหรัฐอเมริกา ใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนก็เป็นคู่ค้ากันได้แบบชิว-ชิว แต่กว่าจะจะก้าวเป็นผู้ประกอบการ “ข้ามชาติ”ดังว่ามานั้น ใช่จะเป็นเรื่องง่ายดายนัก สองสามีภรรยา เจ้าของกิจการ คุณหน่อย – รมิดา ตาณธนพันธ์ เจ้าของกิจการ BettaberryThailand (เบตต้าเบอร์รี่ ไทยแลนด์) ผู้จำหน่าย “ปลากัด”สายพันธุ์ต่างๆ แต่ไม่มีหน้าร้านแม้แต่คูหาเดียว อาศัยเพียงช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์เท่านั้น หากสามารถทำรายได้เลี้ยงตัวและครอบครัวได้เป็นอย่างดีมานานนับปีแล้ว กรุณสละเวลามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมากิจการในแบบของเธอด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นด้วยความเป็นมาส่วนตัวว่า พื้นเพเป็นชาวนครปฐม จบปริญญาตรีด้านบริหาร จาก มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ส่วนคุณจิ๋ว-ณภัทร ตาณธนพนธ์ หุ้นส่วนทั้งชีวิตและธุรกิจ เป็นคนกรุงเทพฯ จบคณะนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนหน้านี้ เคยเป็นลูกจ้าง ทำงานในบริษัทเกี่ยวกับโรงพิมพ์ด้วยกันทั้งคู่ ทำงานประจำอยู่กว่าสิบปี ทั้งตัวเธอ
ช่วงเดือนตุลาคมนี้ เป็นช่วงที่ดอกดาวเรืองเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก ทีมข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดดอกไม้ สวนจตุจักร ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ค้า นำต้นไม้ ดอกไม้ นานาพรรณ หลากหลายชนิด จากสวนมาเปิดท้ายกันที่นี่ ทุกวันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี ซึ่งพบว่า มีพ่อค้าแม่ค้าจำนวนหลายร้านที่นำเอาต้นดอกดาวเรืองมาขายที่นี่ด้วย เนื่องจากตลาดนี้ เป็นตลาดที่ขายดอกไม้ทั้งปลีกและส่ง จากการสอบถามเจ้าของร้านดอกดาวเรือง ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกดอกดาวเรืองเองด้วย และนำต้นดาวเรืองที่เพาะปลูกไว้หลากหลายสายพันธุ์นำเอามาขายที่ตลาดแห่งนี้ คุณขวัญตา แสงทอง แม่ค้าที่นำเอาต้นดาวเรืองที่สวนของตนที่ปลูกมาเปิดท้ายขาย บอกว่า “ช่วงนี้ดอกดาวเรืองเป็นที่นิยมสูงมาก คนทั่วไปก็ต้องการหาซื้อดอกดาวเรืองกันมาก อย่างที่นำมาขาย 3 วันนี้ ประมาณ 3,000 ต้น ตอนนี้เหลือราวประมาณ 500 ต้น เท่านั้นและคงจะขายหมด” โดยราคาของต้นดาวเรือง แต่ละร้านก็จะแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของดอกดาวเรืองชนิดนั้นด้วย จากการลงพื้นที่ราคาที่พบเห็นก็เฉลี่ยอยู่ที่ต้นละ 40-120 บาท ด้านแม่ค้าอีกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของสวนเอง และนำเอาดอกดาว
ร้านอาหารทะเลหลายแห่งยามนี้ กำลังฮิตเมนู “คั่วพริกเกลือ” เพราะทำได้ทั้งปลาทอดกรอบตัวเล็กๆ กุ้งแม่น้ำ กุ้งทะเล ปลาหมึก ปูม้า ปูทะเล ปูนิ่ม เครื่องของคั่วพริกเกลือหลักๆ คือ รากผักชี กระเทียม พริกไทย เกลือ และ พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเล็กๆ กระเทียมสับเจียวกรอบ ต้นหอมซอยฝอย ซอสปรุงรสมี น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ ซอสฝาเหลือง 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน ทำมากกว่านี้เพิ่มสัดส่วนได้ อัตราส่วนคล้ายปลาทอดขมิ้น คือ รากผักชี กับ กระเทียมเท่ากัน พริกไทยหน่อยเดียว เกลือก็หน่อยเดียว พอเค็ม อันนี้โขลกแล้วแยกไว้ ตัวอาหารทะเลทำสะอาดให้เรียบร้อย ถ้าเป็นกุ้ง ตัดหนวด เกรียง ผ่าหลัง เอาเส้นดำออก ไม่ต้องลอกเปลือก ทอดแล้วไม่สวย โรยเกลือ พริกไทยนิดหน่อย ปลา ปู ก็ทำอย่างนี้ ไม่ต้องหมัก ลงไปทอดน้ำมันท่วมให้สุก แล้วตักขึ้น จากนั้นเทน้ำมันในกระทะออก เอาแค่เหลือติดกระทะ ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย ที่โขลกไว้ลงผัดให้หอม ใส่ซอสปรุงรสที่ผสมไว้ ตามด้วยของทะเลทอด (ปลาหมึกหั่นเป็นแว่น คลุกแป้งมันแห้งก่อนทอด ไม่งั้นกระเด็น) ลงไปคลุกเร็วๆ ผัดให้แห้ง โรยพริกแดง ต้นหอมหั่นเยอะๆ สีสวยๆ ตักใส่
“ยิ่งให้ยิ่งได้ สุขใจกว่าผู้รับ” ความปลื้มปีติของจิตอาสา ที่หันมาทำดีเพื่อผู้อื่น “ยิ่งให้ยิ่งได้ สุขใจกว่าผู้รับ” เป็นคำกล่าวที่ คุณหทัยรัตน์ รุ่งสาโรจน์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรมธนาคารจิตอาสา บอกว่า รู้ซึ้งมากับตัวเอง คุณหทัยรัตน์ บอกว่า เธอก็เหมือนกับใครๆ อีกหลายคน ที่เคยผ่านการทำงานอย่างหน้าดำคร่ำเครียด ฟาดฟันทุกอย่าง เพื่อให้งานออกมา แต่มาถึงวันหนึ่งก็พบว่า สิ่งเหล่านั้นคือความเครียดสะสม ที่รังแต่จะแผดเผาตัวเอง “เมื่อก่อนเคยทำงาน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังรายการโทรทัศน์หลายรายการ แต่ยิ่งทำยิ่งเครียด เลยตัดสินใจลาออก จากนั้นก็เข้าไปช่วยเพื่อนทำโครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัม ซึ่งเป็นโครงการของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งจากโครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักกับเครือข่ายจิตอาสา และลงไปทำงานจิตอาสาในหลายๆ โครงการ เช่น หนังสือเสียง อ่านหนังสือให้คนตาบอดฟัง (อันนี้ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว) ได้ช่วยงานธนาคารจิตอาสา เป็นต้น” หลังจากออกจากงาน มา 1 ปี และได้เข้าร่วมงานจิตอาสา คุณหทัยรัตน์ บอกว่า เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนขึ้นกับตัวเอง ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ยิ่งให้ย
นับเป็นอีกคนที่มีจิตอาสาทำดีเพื่อสังคม ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 สำหรับ “เกรียงไกร ธาตวากร” หรือ แอ๊ดดี้ ชายหนุ่มวัย 43 ปี เกิดที่จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ที่เสียสละชีวิตส่วนตัวมาตระเวนตัดขนสุนัขจรจัด แปลงโฉมหมามอมแมมสกปรกให้กลายเป็นตูบน่ากอด หวังเพียงให้บรรดาสัตว์เลี้ยง 4 เท้าเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นับเป็นการตอบแทนน้ำใจให้กับผู้ที่รับสุนัขจรจัดมาเลี้ยงอีกรูปแบบหนึ่ง เปิดชีวิตจิตอาสา แปลงโฉมให้สุนัขจรจัด เปลี่ยนชีวิตให้ตูบ 4 ขา มีคุณภาพชีวิตที่ดี คุณแอ๊ดดี้ จิตอาสาเปลี่ยนโฉมให้สุนัขจรจัด ดีกรีไม่ธรรมดา จบปริญญาบัตร 2 ใบ แถมเกียรตินิยมอันดับ 1 อีก 1 ใบ ซึ่งปริญญาตรีใบแรก ได้จากวิทยาลัยการโรงแรมดุสิตธานี ใบที่สอง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านกรูมมิ่ง OH!MyDog อาบน้ำ ตัดขนสุนัข ที่จังหวัดศรีสะเกษ จุดเริ่มต้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชายหนุ่มทำความดีนั้น มาจากความสงสารสุนัขจรจัด และเพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่คนรักที่ล่วงลับไปแล้ว เขาเข้าสู่วงการตัดขนสุนัขเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ด้วยการไปเรียน ได้ความรู้เรื่องเทคนิคการใช้ปัตตะเลี่ยน กา
มะพร้าว พืชผลทางการเกษตรที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคใต้ที่มีสวนมะพร้าวจำนวนมาก การเก็บมะพร้าวนั้น แต่เดิมใช้ “แรงงานลิง”ที่ถูกฝึกมาอย่างดีเพื่อเก็บมะพร้าว รวมไปถึงการใช้แรงงานคน ภายหลังทั้ง “ลิง”และ “คนที่มีความสามารถ” ในการเก็บมะพร้าวอย่างเชี่ยวชาญ มีจำนวนลดน้อยถอยลง รวมถึงคนรุ่นใหม่อาจยังไม่เชี่ยวชาญชำนาญมากพอ อันอาจเกิดสิ่งไม่คาดฝันกับผู้ที่ปีนเก็บลูกมะพร้าวได้ จากความช่างสังเกตเห็นถึงปัญหา ทำให้นักเรียนจากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง ประกอบไปด้วย นางสาวดลยา ชูจันทร์ นางสาวพิชชานุช คงพูล และ นายณัฐภัทร น้อยนาดี โดยมี นางพัชรา พงศ์มานะวุฒิ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้เข้าร่วมโครงการ “ต่อกล้าให้เติบใหญ่” ที่ดำเนินโครงการโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และได้รับการสนับสนุนโดย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ลงมือกันพัฒนา EASY – CLIMB อุปกรณ์ที่จะช่วยให้ผู้ที่ไม่เคยปีนต้นมะพร้าวมาก่อน ให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยอุปกรณ์ปีนมะพร้าวนี้ เป็นอุปกรณ์ที่เรียบง่าย ประกอบด้วย 2 ชิ้น คือ ชิ้นแรกจะเป็นส่วนที่ใช้นั่ง เวลาใช้จะติดตั้งไว้
คนจีนที่เข้ามาอาศัยในเมืองไทย นอกเหนือจากความขยันขันแข็งแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นก็คือ วัฒนธรรมด้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการทำน้ำปลา ซอสปรุงรส รวมถึงวิธีประกอบอาหาร ทั้งการผัด การต้ม หรือตุ๋น สำหรับเมนูอาหารที่ถือเป็นภูมิปัญญาของชาวจีนที่นำติดตัวมาจากแผ่นดินใหญ่มีมากมายทั้งคาวและหวาน “ขนมเปี๊ยะ” นับเป็นอีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของชาวจีนที่นิยมทำกัน เพื่อนำมาประกอบพิธีไหว้ จนมีการทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันในหลายพื้นที่ ปัจจุบันขนมเปี๊ยะ จึงแพร่หลาย และมีรสชาติที่แตกต่าง พัฒนาตามความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนทำ “The Mom – เดอะมัม” นับเป็นขนมเปี๊ยะอีกหนึ่งแบรนด์ ซึ่งมีที่มาจากความพยายามของคนรุ่นใหม่ ที่ใฝ่รู้ โดยการเรียนรู้ รวมถึงศึกษาด้วยตัวเอง นำข้อเด่นของแต่ละแห่งมาผสมผสานกัน จนกลายเป็นขนมเปี๊ยะรสอร่อยที่มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย “ขนมเปี๊ยะ The Mom อาจทำให้ความรู้สึกในการทานขนมเปี๊ยะของคุณเปลี่ยนไป! ด้วยสัมผัสที่นุ่มนิ่ม ละมุนลิ้นของแป้งและไส้ขนม บวกกับความหวานและหอมที่มาคู่กันแบบพอดี รวมถึงแพ็กเกจจิ้งที่ดูโมเดิร์น เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ทำให้ขนมเปี๊ยะ The Mom เป็นที่ชื่
