Exclusive
อาหารของชาวจีนที่นำมาแปรรูปมีอยู่มากมาย ผักแคะอบสมุนไพรตากแห้ง ก็เป็นอีกชนิด ที่มีขั้นตอนการทำอย่างละเมียดละไม ใช้เวลานาน แต่เมื่อนำมาปรุงอาหารก็คุ้มค่าแก่การรอคอย และการทุ่มสรรพกำลังลงไป ด้วยรสชาติอร่อย และเก็บไว้ได้นาน ผักแคะ ที่ว่านี้ คือ ผักกาดเขียวดองตากแห้ง ภาษาจีึนเรียกว่า หั่มช้อยกอน (วิกิพีเดีย) ฮั่มช่อยก๊อน หรือ ไช่กัว คุณองุ่น คุณากรประพันธ์ อายุ 64 ปี เจ้าของสินค้าอาหารจีนแปรรูป “ผักแคะ” เปิดเผย กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ผักแคะที่เธอทำจำหน่ายอยู่นี้ เป็นสูตรโบราณ ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่น รวมแล้ว 5 รุ่น ในเวลาที่นับได้ไม่ต่ำกว่า 100 ปี แต่คาดว่า อาหารเมนูนี้เก่าแก่กว่านั้นขึ้นไปอีกหลายปี คุณองุ่น เผยว่า ที่เรียกว่า ผักแคะ เพราะเป็นสูตรดั้งเดิมของชาวจีนแคะ เป็นผักกาด ที่นำมาทำผักกาดดอง แต่เพิ่มขั้นตอนไปอีกหลายประการ ตั้งแต่ เก็บมาจากไร่เมื่ออายุผักครบ 45 วัน จากนั้น นำมานวดเกลือ หมักไว้ 2 วัน นำมาตากแดดให้แห้ง แล้วนวดสมุนไพร บ่มเอาไว้อีก 6 เดือน ผักสด 11.5 กก. จะเหลือผักแคะแค่ 1 กก.เท่านั้น เมื่อจะนำมาปรุงอาหาร ก็แค่นำไปล้าง 2-3 น้ำ แล้วหั่น ป
ค่ำคืนก่อนที่สำนักพระราชวัง จะประกาศปิดสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ระหว่างวันที่ 24-29 ตุลาคม เพื่อเตรียมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช นั้น ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานบรรยากาศโดยรอบท้องสนามหลวง ปรากฏยังมีประชาชนทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแต่คนชราและผู้พิการ พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีดำ พากันเดินทางมายังบริเวณจุดคัดกรองด้านริมคลองหลอด ข้างตึกกระทรวงกลาโหม และจุดคัดกรองบริเวณท่าช้าง เพื่อต่อคิวเข้าไปถวายพวงมาลัยและดอกไม้สดเพื่อสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง หลังจากได้ถวายพวงมาลัย ดอกไม้สด บนพานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์แล้ว ผู้คนจำนวนมากยังพากันไปก้มกราบ เฝ้ามอง และบันทึกภาพพระเมรุมาศ ซึ่งเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมแล้วสำหรับพระราชพิธีสำคัญ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ และท่ามกลางความมืดริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ในค่ำคืนนั้น สิ่งที่หลายคนพบ นอกจากภาพของผู้คนที่ต่างเดินทางมาด้วยจุดหมายเดียวกัน คือ ถวายอาลัยต่อพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่เทิดทูนยิ่งแล้ว ยังอาจได้ยินเสียงสะอื้นไห
คนเราเกิดมา โชคชะตาคงกำหนดไว้ไม่เหมือนกัน หลายท่านร่างกายอาจไม่ครบเหมือนคนส่วนใหญ่ ตั้งแต่กำเนิดหรือมาเกิดเหตุไม่คาดคิดเอาเมื่อโตแล้ว แต่ไม่ว่าจะมีสภาพอย่างไร ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป และถ้าเวลานี้ มีใครกำลังท้อแท้ รู้สึกอ่อนแอไร้ที่พึ่ง ขอให้ลองใช้เวลาไม่นาน อ่านเรื่องราวนับจากนี้ดูสักนิด แล้วท่านอาจเปลี่ยนความคิด ก่อนจะ “พลิกขึ้นสู้” อีกครั้ง เหมือนกับ “พวกเขา” ก็เป็นได้ คุณสุวิสา ภูริทัต อายุ 53 ปี คนต้นเรื่องครั้งนี้ เปิดร้าน “นวดศิษย์คอลฟิลด์” ภายใต้การดูแลของสมาคมผู้พิการทางตา บางใหญ่ นนทบุรี ขนาด 1 คูหาติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ ตั้งอยู่ในย่านหมู่บ้านพระปิ่น 3 ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นให้ฟัง ปัจจุบันรับราชการและมีร้านนวดแห่งนี้อยู่ในความดูแลโดยธุรกิจนวดนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจาการที่ คุณเรย์-ชาญยุทธ์ หนูพันธ์ อายุ 31 ปี น้องชายคนเล็กของเธอ มีเหตุอันต้องทำให้กลายเป็นคนตาบอด เมื่อตอนอายุได้ 26 ปี หลังจากที่พาไปเข้ารับการฝึกทักษะหลังจากการมองไม่เห็น จากทางโรงพยาบาลศิริราชแล้ว ทำให้ทราบว่าผู้พิการทางสายตาหลายคน พากันไปฝึกวิชานวดและวิชาหมอดู จาก มูลนิธิคอลฟิลด์เพื่อคนตาบอ
กุ้งก้ามแดง หรือที่บางคนเรียก ล็อบสเตอร์น้ำจืด เป็นสายพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งกุ้งก้ามแดงได้นำมาทดลองเลี้ยงในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้เล็งเห็นความต้องการของตลาด ทรงทดลองเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร และได้มอบหมายให้โครงการหลวงดอยอินทนนท์ ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเชียงใหม่ กรมประมง หน่วยวิจัยประมงน้ำจืดบนพื้นที่สูงอินทนนท์ ทำการศึกษาทดลองเลี้ยง ซึ่งได้ผลผลิตเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยผลผลิตรุ่นแรกได้ถูกนำมาใช้ประกอบอาหารในการถวายเลี้ยงแก่พระราชอาคันตุกะในวันที่ 13 มิถุนายน 2549 ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากนั้นมา หน่วยวิจัยประมงน้ำจืดบนพื้นที่สูงอินทนนท์ก็ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง (ปกากะญอ) ที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในนาข้าว และจากการเลี้ยงในนาข้าวของเกษตรกรที่บ้านแม่กลางหลวงดอยอินทนนท์ นำมาสู่การเลี้ยงและขยายพันธุ์กุ้งก้ามแดงเพื่อจำหน่ายเป็นเชิงการค้าได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 เป็นต้นมา รวมถึงมีการขยายพื้นที่เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในพื้นที่อื่น
คุณสมศักดิ์ จิตติพลังศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เดนกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ แบรนด์ “ซัยโจ เดนกิ” กรุณาสละเวลา เปิดสำนักงานย่านงามวงศ์วาน เป็นสถานที่พูดคุยกัน ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มกันเอง เริ่มต้นให้ฟังเกี่ยวกับข้อมูลกิจการ ปัจจุบันธุรกิจซัยโจ เดนกิ มีขนาด 2 พันล้าน มีคนงานกว่า 500 คน ฐานะทางการเงินระดับ AAA ไม่ต้องกู้เงินธนาคารมาเกือบ 20 ปีแล้ว ส่วนยอดขายอยู่ในระดับ “ท็อปไฟว์”ของตลาดเมืองไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับบริษัทข้ามชาติแล้ว ซัยโจ เดนกิ คงเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ แต่ถ้าเทียบกับบริษัทคนไทยด้วยกัน ต้องถือว่าเป็นผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ที่สุดของประเทศ แม้วันนี้ ซัยโจ เดนกิ จะมีฐานะมั่นคงไม่น้อย แต่เมื่อลองมองย้อนไปเมื่อครั้งเริ่มต้น คุณสมศักดิ์ ยอมรับว่า เคยผ่านอุปสรรคมามากมาย ขนาดต้องล้มลุกคลุกคลาน ถึงขั้นเกือบล้มละลายมาแล้ว “ธุรกิจของครอบครัว ดั้งเดิมคือโรงงานรับจ้างผลิตเครื่องปรับอากาศให้คนอื่น พอมาทำยี่ห้อของตัวเองก็ไม่เป็นที่รู้จัก ช่วงเรียนอยู่ม.ปลาย เริ่มรับรู้ได้ว่าฐานะการเงินทางบ้านเริ่มมีปัญหา” เจ้าของเรื่อง
กิจการร้านดอกไม้ประดิษฐ์ เริ่มต้นได้ด้วยคำแนะนำของคุณแม่ ว่าธุรกิจนี้ยังน่าสนใจอยู่ไม่น้อยในตลาด คุณปวีณ์สุดา ธีรกุลวิจารณ์ หรือคุณแป้ง เจ้าของร้านวัย 26 ปี บอก “จึงได้กลายเป็นที่มาของกิจการร้านดอกไม้ประดิษฐ์ ดอกไม้ปลอม ชื่อว่า ร้าน PP Flowers ซึ่งดำเนินกิจการมาได้เกือบ 3 ปีแล้ว โดยคุณแป้ง เธอบอกว่า เรียนจบคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย แต่ด้วยคำแนะนำของคุณแม่ว่าธุรกิจดอกไม้ประดิษฐ์ก็ยังน่าสนใจ และอยากให้ลองทำดู จึงได้เริ่มต้นทำ เป็นกิจการเล็กๆ และมันขายได้ ไปได้ดี เลยทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นขายบนออนไลน์ แต่ก็มีหน้าร้านโชว์สินค้าอยู่ที่เยาวราช อย่างดอกไม้ประดิษฐ์ ที่ทางร้านทำจำหน่ายก็เช่น กุหลาบ ทานตะวัน ทิวลิป ลิลลี่ เดซี่ เป็นต้น ดอกไม้แห้งที่ทำมาจากของจริง แล้วมาทำเป็นแห้ง ก็เช่น ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต รวงข้าว หญ้าหางกระรอก เป็นต้น” แต่ดอกไม้ประดิษฐ์ที่ขายดีมากในช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคมนี้ ที่มีความต้องการกันมากคือ ดอกดาวเรือง โดยคุณแป้งให้ข้อมูลว่า “ดาวเรืองมีหลายเกรดมากค่ะ มีทั้งจากโรงงานที่ผลิตในเมืองไทย และโรงงานที่จีน แต่ที่ร้านใช้ดอกดาวเรืองที่ผลิตในเมืองไทย เพราะดาวเรืองที่เม
อุดมการณ์และความมุ่งมั่นในการพัฒนามีได้ทุกอาชีพ และมีได้กับคนทุกคน เช่นเดียวกับ ครูนฤมล แก้วสัมฤทธิ์ หรือ ครูเจี๊ยบ ผู้ประกอบอาชีพครูกว่า 21 ปี ปัจจุบันเป็นครูผู้สอนชั้นอนุบาล และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านกรูโบ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เริ่มต้นเป็นครูอาสา และยังเป็นตลอดมา ครูนฤมล เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “แต่เดิมพื้นเพเป็นคนกำแพงเพชร พอเรียนจบ มศ.5 ก็เรียนต่อวิทยาลัยครู กำแพงเพชร จนจบปริญญาตรี ช่วงจบใหม่ๆ ก็ไปเป็นครูอาสาอยู่ที่กำแพงเพชร แต่ตอนหลังก็ตัดสินใจไปทำงานเป็นครูอาสาอยู่ที่จังหวัดตาก ตั้งแต่ปี 2539 ชีวิตความเป็นครูก็เริ่มตั้งแต่ตอนนั้น ช่วงสองปีแรกที่เริ่มทำงาน เป็นครูอาสาอยู่ที่อำเภอแม่สอด หมู่บ้านม้ง 2 ปี ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งต่อมาเมื่อมีการขยายศูนย์การเรียนรู้ไปที่บ้านกรูโบ หมู่บ้านกะเหรี่ยง ที่อยู่ไกลสุดของอำเภออุ้มผางติดชายแดนพม่า ครูก็ตัดสินใจเลือกที่จะเดินทางไปเป็นครูในพื้นที่ห่างไกลมากที่สุดแห่งนี้ ด้วยเหตุผลคือ การเดินทาง ที่ต้องใช้เวลาเดินทางจากอุ้มผางถึง 3 วัน ในตอนนั้น กว่าจะถึง และเป็นพื้นที
The Milk (เดอะมิลค์) คือ ร้านขนมหวานร่วมสมัย ขายสินค้าสุดฮิตในหมู่คนหนุ่มสาว ประเภท ปิงซู ฮันนี่โทสต์ และ เครื่องดื่มสารพัด ตั้งอยู่ในย่านชุมชนเขตอำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร แม้จะเป็นร้านเล็กๆสองชั้น คูหาเดียว แต่การตกแต่งร้าน ความสะอาดสะอ้าน และรสชาติของขนมหวานแต่ละถ้วยแต่ละจานนั้น นับว่าอยู่ในเกณฑ์ผ่านในระดับดี สู้ร้านใหญ่ๆในเมืองหลวงได้สบายเลยทีเดียว ความตั้งอกตั้งใจของเจ้าของกิจการแห่งนี้ ยังมีให้เห็นเด่นชัดอีก แม้จะเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ พลันสายตาเหลือบไปเห็น กระดาษขาวแผ่นไม่ใหญ่ไม่เล็ก พิมพ์ข้อความให้แง่คิดไว้น่าสนใจ สิ่งที่พนักงานร้านเดอะมิลค์ทุกคนไม่ควรกระทำ ยักท่า …. คือ การเชิดหน้าไม่สนใจ ไม่ไยดีลูกค้าและผู้ร่วมงาน หน้างอ …คือ เป็นพวกเสือยิ้มยาก หน้างอตลอดวัน ไม่ต้อนรับลูกค้าและผู้ร่วมงาน รอนาน…คือ ไม่สนใจ ทำงานไปเรื่อยๆ ให้ลูกค้าต้องรอจนเกิดความโมโหได้ งานมาก…คือ ทำตัวยุ่งตลอดเวลา ทั้งที่ไม่มีงานหรือมีงานแต่งานไม่คืบหน้า ปากเสีย …คือ เป็นคนพูดมาก ปากร้าย มือไว พูดไม่สนใจผู้อื่นและผู้ร่วมงาน …… กิจการไหนจะนำไปเป็นแบบอย่างใช้กับพ
ในโลกนี้ยังมีเมืองขึ้นอยู่อีกหลายแห่งนะคุณ อย่างสเปนก็ยังมีเมืองขึ้นอยู่แถวแอฟริกา ใครว่าไม่มีนี่อย่าไปเชื่อทีเดียวเชียว เปอร์โตริโกนี่เรียกง่ายๆ ก็เป็นเมืองขึ้นของอเมริกา เป็นเขตปกครองพิเศษ เป็นพื้นที่ภายใต้การดูแล คือแล้วแต่จะเรียกกันไป แต่ที่จริงก็คืออยู่ภายใต้การปกครองของอเมริกา มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1898 คือร้อยกว่าปีแล้ว เปอร์โตริโก มีฐานะเป็นดินแดนของอเมริกา แต่ไม่มีฐานะเป็นมลรัฐ แม้พลเมืองราว 3 ล้านกว่าคนของเปอร์โตริโกจะมีสถานะเป็นพลเมืองสหรัฐ แต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งสภาใหญ่ของประเทศ มีแค่สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าการของตัวเอง แม้จะพยายามเรียกร้องขอเป็นรัฐกับเขาบ้างมายาวนานแค่ไหนก็ตาม เขาไม่ยอม เขาไม่ให้ เปอร์โตริโกเป็นภาษาสเปน แปลว่าเกาะแห่งความร่ำรวย ซึ่งก็คงจะร่ำรวยมิใช่น้อยในยามก่อน เพราะเจ้าอาณานิคมทั้งหลายในยุคล่าอาณานิคม ทั้งฝรั่งเศส ฮอลันดา อังกฤษ แย่งกันครอบครอง แต่ที่ได้ครองยาวนานที่สุดถึง 400 กว่าปีคือสเปน จนทำให้คนที่นี่เป็นคนเชื้อสายสเปนไปเกือบทั้งหมด เปอร์โตริโกอยู่ในทะเลแคริบเบียน ทางตอนใต้ของแผ่นดินใหญ่อเมริกา เขามีทะเลสวยทรายละเอียด ผู้คนผิวสีน้ำตาล ผู้หญิงสวย ตาคม
หากคุณมีน้ำพริกแกงคั่วอยู่ในตู้เย็นอยู่แล้ว ให้ดมและชิมน้ำพริกแกงก่อน เพราะน้ำพริกแกงสำเร็จส่วนใหญ่มักจะขมและเค็ม หากพ่อครัวไหวตัวทัน อย่าใส่เยอะ แต่ถ้าดมแล้วมีกลิ่นหอม ชิมแล้วไม่ขม ให้เอาขมิ้นสดมาโขลกลงไปสัก 2 แง่ง ทำแกงคั่วปูใบชะพลูลูกครึ่งใต้ ก่อนตักน้ำพริกแกงลงไปโขลกด้วยอีก 2 ช้อนโต๊ะ ได้น้ำพริกแกงสีเหลืองสะใจ แต่ยังสะใจไม่พอ พริกขี้หนู 1 กำมือเด็ก ประมาณ 20 เม็ด โขลกให้ละเอียดผสมไปด้วย พอได้ปูม้าตัวเขื่องมา 2 ตัว ก่อนทำ ปู ล้างให้ดี ตัดปลายก้าม ปลายขา กันทิ่มเหงือก เอานมเอาเหงือกออก ตัวหนึ่งสับ 4 กระดองเก็บไว้ประดับจาน ใบชะพลูหามาเยอะๆ ยิ่งใส่มากยิ่งอร่อย หั่นซอยฝอย กะทิมีแต่กล่อง ที่จริงมีต้นมะพร้าว ขึ้นไม่ไหว กะทิกล่องเทลงกระทะหน่อยเดียวก่อน เปิดไฟให้กะทิเดือด รอแตกมัน มีน้ำมันลอย ค่อยใส่น้ำพริกแกงที่ตำ ผัดคั่วไปเติมกะทิไป เป็นที่มาของคำว่า “แกงคั่ว” จนน้ำพริกสีสวย หอม ใส่ปูลงไปผัดเดือดๆ ให้สุกทันที เติมกลางกะทิลงไปอีกสัก 2 ถ้วย ใส่ใบชะพลู กระดิกขานับเวลาไปหลายอึดใจ คะเนให้เนื้อปูซึมซาบน้ำแกง ใบชะพลูสลด กลิ่นกระจาย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียกรั้งท้าย รสเผ็ด เค็มนำ
