Exclusive
แจ้งเกิดในทำเลตลาดนัด เจาะลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น จนสามารถปลดหนี้ก้อนโต 5 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 2 ปี แถมขยายสาขาได้มากถึง 22 สาขา สำหรับร้านเล้งนายป้อม เมนูสุดแซ่บ “ซุปเปอร์เล้ง” ที่ลือลั่นเรื่องความอร่อย ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ เป็นลูกชายคนโตวัย 30 ปี ทายาทโรงกลึงที่ประสบปัญหาขาดทุน ชีวิตพกผันจากวิศวกรมาเป็นพ่อค้าขายอาหาร อาชีพสุจริตสุดภาคภูมิใจ แถมกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว ชีวิตในช่วงหลังเรียนจบของคุณปกรณ์ ปรีชาวิทย์ หรือคุณปอ เจ้าของร้านเล้งนายป้อม เขาจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทำงานเป็นช่างกึ่งวิศวกรที่จังหวัดระยองได้ 2 ปี หลังจากนั้นลาออกกลับมาช่วยกิจการโรงกลึงที่บ้าน ที่กำลังประสบปัญหาขาดทุน ขณะนั้นเพื่อพยุงธุรกิจ ชายหนุ่มไปกู้เงินธนาคารมา 6 ล้านบาท แต่ทว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย รายได้ไม่พอรายจ่าย ในที่สุดต้องหาหนทางใช้หนี้ “ผมเข้ามาช่วยงานที่บ้านเมื่อ ปี พ.ศ.2555 ตอนนั้นโรงกลึงกำลังแย่ เลยไปกู้เงินธนาคารมา 6 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรรุ่นใหม่ แต่เนื่องจากยังขาดประสบการณ์บริหารงานและการหาคอนเน็คชั่นกับลูกค้า ทำให้ธุรกิจไม่เติบโตอย่างที่ตั้งใจไว้ ดังนั้
ปาท่องโก๋ อาหารเช้าชั้นเลิศที่คนไทยนิยมทานกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนใหญ่มักมีปาท่องโก๋รูปแบบเดิมให้เห็นเหมือนกันหมด ดูแล้วอาจธรรมดาไปสำหรับร้าน “โกเหน่ง” เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ จึงนำความคิดสุดแปลก เปลี่ยนปาท่องโก๋ทอดรูปแบบเดิมมาปั้นเป็นรูปสารพัดสัตว์ ทั้ง มังกร กบ จระเข้ ไดโนเสาร์ ช้าง โดนใจลูกค้าอย่างแรง คุณสัมฤทธิ์ มหาพราหมณ์ วัย 54 ปี เจ้าของร้านปาท่องโก๋ “โกเหน่ง” ตั้งอยู่บริเวณตลาดต้นลำใย ถนนไปรษณีย์ ข้างธนาคารธนชาต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยึดอาชีพขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋มายาวนานกว่า 38 ปี โดยเรียนหนังสือไปด้วย ขายปาท่องโก๋ไปด้วย ตั้งแต่อายุ 15 ส่วนปาท่องโก๋ รูปทรงแปลกตา เป็นบรรดาตัวสัตว์ต่างๆ นั้น โกเหน่ง เล่าว่า ได้แรงบันดาลใจในการปั้นมาจากลูกชายของเขา โดยย้อนไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วว่า พาลูกชายวัย 9 ขวบไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ เขาอยากได้ลูกจระเข้ ตนไม่รู้จะหาจากที่ไหนมาให้ กลับมาบ้านจึงลองปั้นแป้งปาท่องโก๋เป็นรูปจระเข้ พอลูกเห็นเข้าก็ชอบใจ เด็กคนอื่นเห็นก็ชอบเหมือนกัน จึงทำขายมาถึงทุกวันนี้ หลังจากนั้น โกเหน่งได้ทำปาท่องโก๋เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ออกมาขายอย่างต่
นับตั้งแต่ พ.ศ.2538 เป็นต้นมา “เป๊ปซี่โค” สหรัฐอเมริกา บริษัทแม่ของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่าน ‘โครงการส่งเสริมการเพาะปลูกมันฝรั่งอย่างยั่งยืนภายใต้สัญญาข้อตกลงซื้อขายผลผลิตมันฝรั่งที่กำหนดราคารับซื้อที่แน่นอน’ สำหรับโครงการส่งเสริมฯ ดังกล่าวนั้น ครอบคลุมทั้งการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้จากต่างประเทศในด้านเทคนิคการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรและช่วยเพิ่มผลิตผลต่อไร่ให้สูงขึ้น การสนับสนุนหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพและปัจจัยการผลิตต่างๆ รวมทั้งรับซื้อมันฝรั่งจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ อย่างต่อเนื่องทุกปี เกี่ยวกับราคารับซื้อ ตามกรณีมันฝรั่งได้คุณภาพตามที่ตกลง ราคาประกันขั้นต่ำสุด อยู่ที่ กิโลกรัมละ 10.80 บาท สูงสุดอยู่ที่ 12 บาทเศษ โดยสัญญาในแต่ละปีนั้นราคาเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก และตลอดกว่า 22 ปีที่ผ่านมา มีเกษตรกรที่ทาง “เป๊บซี่โค” เข้าไปให้การส่งเสริมในการปลูกมันฝรั่ง ราว 3,500 ราย ครอบคลุมพื้นที่การปลูกรวมกว่า 22,000 ไร่ ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชี
ธุรกิจที่เริ่มต้นจากเอสเอ็มอีเล็กๆ เติบโตมาได้จากการพัฒนาคนและเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ คุณสมชาย นิติกาญจนา กรรมการผู้จัดการบริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด เล่าว่า “เมื่อ 20 ปีก่อน ตัวผมเอง ที่เริ่มก่อตั้งบริษัทมาไม่มีอะไรเลย ผมเริ่มมาจากธุรกิจเอสเอ็มอีเล็กๆ ที่เติบโตมาได้และขยายุรกิจอย่างครบวงจรได้ด้วย 2 สิ่งที่สำคัญคือ 1.จากการได้รับรางวัลการันตีมากมาย ผมส่งธุรกิจอาหารสัตว์เข้าประกวด และได้รางวัลเยอะแยะมากมาย เช่น อุตสาหกรรมดีเด่น ได้รางวัลจากการจัดการพลังงานดีเด่น รางวัลปรัชาญาเศรษฐกิจพอเพียง มันทำให้เราภูมิใจ ทำให้ทั้งลูกค้า คู่ค้า ธนาคาร ให้ความวางใจที่จะมำธุรกิจร่วมกับเรา จากรังวัลที่เราได้รับ มันคือการสร้างภาพลักาณ์ให้เกิดความมั่นใจ เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการบริหารงานธุรกิจ และ 2.การดำเนินงานที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาตั้งแต่วันที่เริ่มต้นทำธุรกิจ เราจึงเติบโตมากับมันตลอด และทำให้ธุรกิจของเราเติบโตมาได้” ปัจจุบันนี้เป็นรุ่นของลูกๆ แล้วที่เข้ามาบริหาร ซึ่งเป็นรุ่นที่สอง สิ่งหนึ่งที่เรายังอยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะ การใช้เทคโนโลยีในการเข้ามาช่วยลดต้นทุนการผลิต และนำเอาทุ
เริ่มธุรกิจ “ชาไข่มุก” ตั้งแต่อายุ 18 ปัจจุบันขึ้นชั้นเจ้าของแฟรนไชส์นับร้อยสาขา คุณแพร-กวิสรา จันทร์สว่าง เจ้าของแฟรนไชส์ชานมไข่มุก “เฟรชมี-Fresh Me” วัยยี่สิบกว่า เล่าใฟ้ฟังว่า เธอฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็กๆ พออายุ 18 ปี ตอนเป็น “เฟรชชี่” คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจ สร้างแบรนด์ชานมไข่มุกของตัวเอง เนื่องจากช่วงเวลานั้นชานมไข่มุกเป็นสินค้าที่ “บูมมาก” เหมือนธุรกิจแฟชั่น ถ้ารอเวลาตัดสินใจเรียนจบแล้วค่อยมาทำธุรกิจอาจไม่ทันการณ์ “ฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นภาพในหัวเลยว่าจะไปทำงานที่บริษัท คิดแต่ว่าถ้ามีเวลาอยากขายของ อยากเจอคนนั้นคนนี้ พูดคุยกับลูกค้า พอรู้ความชอบของตัวเองคืออะไร เลยลงมือทำจากสิ่งที่ชอบ”คุณแพร บอกอย่างนั้น และว่า การเริ่มต้นทำธุรกิจในแบบของเธอตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 นั้น เริ่มจากหาทำเล หาสูตร หาข้อมูล ออกจากบ้านทุกวันหาข้อมูลไปชิมตามร้านต่างๆ ใช้เวลาประมาณเดือนกว่าจึงลงตัว อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดร้านสาขาแรก ที่มหาวิทาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มีเวลาค่อนข้างจำกัด เมื่อเปิดแล้วก็ไม่สมบูรณ์
ที่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี มีร้านอาหารปักษ์ใต้ ที่ชื่อว่า “ร้านหนมจีนอุบลราชธานี” ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับการตกแต่งแบบร้านอาหาร สร้างบรรยากาศแตกต่างจากร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ทั่วไป อีกทั้งยังเป็นร้านอาหารปักษ์ใต้ ที่มาปักหลักขายให้กับคนอีสาน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ติดต่อพูดคุยกับ คุณธชพล ณ นคร เจ้าของร้าน ได้ความว่า คุณธชพลมีคุณพ่อเป็นคนมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่งงานกับคุณแม่ ซึ่งเป็นคนอุบลฯ คุณแม่มีฝีมือในการทำอาหารปักษ์ใต้ ได้สูตรและเรียนรู้การทำมาจากญาติทางฝั่งคุณพ่อ และมักทำให้รับประทานเสมอๆ จึงเกิดแนวคิดเปิดร้านอาหารปักษ์ใต้แนวร้านขนมจีนเมืองคอน ที่เมืองอุบลฯ “ปกติอาหารอีสานจะมีรสชาติจัดจ้าน ผมคิดว่า อาหารปักษ์ใต้ที่มีรสเผ็ดร้อนก็น่าจะถูกปากคนอีสาน อีกทั้งจะได้เปลี่ยนบรรยากาศการกินอาหารหลายๆ รูปแบบ” ร้านแห่งนี้ เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2549 ระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา คุณธชพล ว่า ได้ผลตอบรับดีเกินคาด “ที่ผมว่าได้ผลตอบรับดีเกินคาดเพราะผมไม่คิดว่า คนอีสานจะชอบกินอาหารใต้ รวมทั้งคนใต้ในพื้นที่ด้วย ช่วงแรก ก็กระท่อนกระแท่นนิดหน่อย ยอดขายไม่ค่อยดี แต่เราก็สู้มาตลอด ต้อ
เริ่มต้นธุรกิจครั้งแรกราวปี 2541 เมื่อครั้งหลังวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” โดยปรับรูปแบบค้าขาย จากการสั่งโรงงานผลิตแล้วนำมาจำหน่ายต่อให้กับผู้ประกอบการเป็นล็อตใหญ่ เปลี่ยนมาเป็น “เท่าไหร่ก็ขาย” ให้กับพ่อค้าแม่ขายรายเล็ก-รายย่อย เหตุเพราะช่วงเวลานั้น มีหนุ่มสาวออฟฟิศจำต้อง “ตกงาน” จำนวนมาก ครั้นจะ “เปิดบิล” ขายให้แต่แบบขายส่ง หลายคนคงไม่มีทุนรอนพอจะมาซื้อเป็นแน่ และด้วยช่วงเวลานั้น รูปแบบการจำหน่ายดังว่ายังไม่มีใครทำมาก่อน ส่งผลให้ยอดจำหน่ายเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งขึ้นแท่นเป็น “ขวัญใจ” เหล่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีน้อยใหญ่…มานับแต่นั้น ปัจจุบัน บริษัท ยูนิแพค เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์อาหาร, เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ ประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ได้เปิดร้านบรรจุภัณฑ์ PAK CENTER (แพค เซ็นเตอร์) บริการลูกค้า จำนวน 6 สาขา ครอบคลุมในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 5 สาขา คือ ศูนย์จำหน่ายวิภาวดีรังสิต 60, สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์, สาขาดิ อเวนิว ถนนแจ้งวัฒนะ, สาขาเซียร์ รังสิต และสาขาแฮปปี้แลนด์เซ็นเตอร์ ถนนลาดพร้าว และให้บริการในเขตต่างจังหวัดอีก 1 สาขา ที่สาขาพัทยา-นาเกลือ จังหวัด
อึ้งและทึ่งไม่น้อย เมื่อทราบข่าวที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นถึงนายตำรวจระดับสารวัตรและรองสารวัตร ใช้เวลาส่วนตัวตั้งแต่เช้ามืด เข็นรถขายโจ๊ก-ข้าวต้ม-ก๋วยจั๊บ เพื่อหารายได้เสริม ก่อนจะปิดการขายไม่เกินแปดโมง เพื่อแยกย้ายกันไปแต่งเครื่องแบบ ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติทุกวันแบบไม่บกพร่อง หลายวันก่อนมีโอกาสเดินทางไปทำงานที่จังหวัดอุบลฯ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงนัดหมายขอเข้าไปพูดคุยกับทั้งสองท่านตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งได้การต้อนรับแบบเป็นกันเอง ก่อนหนึ่งในเจ้าของเรื่องจะสละเวลามาพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี แม่ค้าใบหน้าสะสวย แนะนำตัวให้รู้จัก ชื่อว่า คุณหน่อย หรือ ร.ต.อ.(หญิง) นภัสรพี สุโภภาคชัยพงศ์ ปัจจุบันอายุ 41 ปี มีหน้าที่รับผิดชอบเป็น รองสารวัตรธุรการ สภ.พิบูลมังสาหาร ส่วนสามีของเธอ ชื่อ พ.ต.ท. พัฒนพงศ์ พันธ์ใหญ่ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสารวัตรอำนวยการ สภ.โขงเจียม ซึ่งที่ตั้งสภ.นั้นอยู่ห่างออกไปจากตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร ประมาณ 30 กิโลเมตร คุณหน่อย เล่าความเป็นมาส่วนตัวให้รู้จักกันเล็กน้อย พื้นเพเป็นคนอำเภอพิบูลมังสาหาร เมื่อเรียนจบการศึกษาระดับ ปวช. จึ
ใครก็อยากเป็นนายตัวเอง อยากมีธุรกิจ หรือกิจการที่เป็นของตนเองทั้งนั้น และสามารถดูแลจนกระทั่งประสบความสำเร็จ ดั่งที่คาดหวังเอาไว้ทั้งสิ้น แต่การจะก้าวเข้าไปสู่การทำธุรกิจ และสามารถฟูมฟักให้สามารถเป็นรูปเป็นร่างได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นักธุรกิจหลายท่านทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ต่างก็มีแนวคิดในการทำธุรกิจ และความมุ่งมั่นในวิธีการที่แตกต่างกันในการทำธุรกิจของตนให้สำเร็จ แต่จุดมุ่งหมายก็ยังคงเป็นความสำเร็จ แต่หนทางจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนภาพฝันเสียทีเดียว จำเป็นต้องอาศัยความพยายามและความอดทนหลายอย่าง ได้ฟังเรื่องราวของนักธุรกิจวัยรุ่น วัย 16 ปี เด็กหนุ่มที่มีความตั้งใจจริง อยากทำธุรกิจให้เป็นรูปเป็นร่าง และประสบความสำเร็จ ด้วยความทุ่มเท และความสามารถของตนเอง โดยมีแนวคิดอยากผลิตอาหารว่าง ซึ่งเป็นพื้นฐานและมีความคล้ายคลึงกับกระยาสารทของไทย แต่ต้องมีความนุ่ม กรอบ และไม่เหนียวอย่างกระยาสารท ธุรกิจเด็กหนุ่มวัย 16 ข้าวกรอบสยาม คุณบิ๊ก ผุยมาตย์ เจ้าของธุรกิจข้าวกรอบสยาม ซึ่งเป็นขนมแปรรูปมาจากข้าว วัย 16 ปี เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “ข้าวกรอบสยาม เป็นการแปรรูป นำเอาข้าวซึ่งเป็นเอกลัก
คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาพืชสวน คณะเกษตร อาชีพหลักเธอทำงานในแวดวงข่าวเกษตร มากว่า 10 ปี ปัจจุบัน เธอเป็นเจ้าของแผงขายมะละกอขนาดใหญ่ ที่ตลาดไท โดยรับซื้อและส่งเสริมลูกไร่ปลูกมะละกอ มีแปลงลูกไร่กระจายอยู่ในหลายจังหวัดทั้ง ชุมพร กำแพงเพชร นครสวรรค์ สระแก้ว พื้นที่รวมกว่า 200 ไร่ นอกจากนั้น ยังส่งห้างสรรพสินค้าใหญ่ และขึ้นเสิร์ฟสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส วันนี้ คุณหนึ่งฤทัย พร้อมที่จะแชร์ประสบการณ์ พร้อมวิเคราะห์การตลาดมะละกอให้กับผู้ที่สนใจ ผ่าน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” คุณหนึ่งฤทัย มองว่า มะละกอเป็นพืชที่มีศักยภาพสูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ และมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงที่จะเข้ามาทำในเชิงการค้า ด้วยตลาดรองรับที่ค่อนข้างกว้าง เนื่องจากมะละกอเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่มีกลุ่มผู้บริโภคทุกกลุ่มในทุกช่วงอายุ มะละกอสามารถจำหน่ายได้ทั้งตลาดล่างอย่างตลาดนัด ไปจนถึงตลาดบนอย่างห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงสายการบินที่มีความต้องการมะละกอสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น เธอจึงมองเห็นโอกาสและเป็นแรงผลักดันให้ก้าวสู่ธุรกิจปลูกและจำหน่ายมะละกอฮอลแลนด์ เธอเริ่มต้นเข้า
