Exclusive
มีงานวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนไม่น้อย ระบุถึงคุณค่าทางอาหารมหาศาล ที่มีอยู่ในผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน และชื่อเรียกขานแสนเลอค่าอย่าง “ทับทิม” อาจเป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้ผลไม้ชนิดดังว่า ได้รับการเพาะปลูกอย่างแพร่หลาย นอกจากนั้นยังถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆสารพัดยี่ห้อ “สรร” น้ำทับทิม ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลและปราศจากสารกันบูด อาจไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในท้องตลาด แต่ถ้าใครมีโอกาสได้เห็นหน้าตาแพคเกจจิ้ง และได้ฟังความตั้งใจของผู้ผลิตรายนี้แล้วหล่ะก็ รับรองต้องรู้สึกได้ถึง “ความไม่ธรรมดา” คุณเอ๊ดดี้ – นิภาพร เตียงทอง เริ่มต้นย้อนความเป็นมา กิจการ “สรร”น้ำทับทิม มีหุ้นส่วน 4 คน ได้แก่ ตัวเธอ ดูแลงานด้านการตลาด , คุณพิษณุ สังข์ทอง เป็นหัวหน้าทีม ,คุณสาธิต บุษราคัม ดูแลกลยุทธ์สื่อสารแบรนด์ และ คุณชาติชาย ทองจรัส เป็นผู้ร่วมพัฒนาสายพันธุ์ ซึ่งหุ้นส่วนทั้งสี่คนนี้ มีงานประจำทำอยู่แล้ว ขณะเดียวกันคุณพ่อของคุณชาติชาย มีสวนทับทิม อยู่ที่ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อมีเวลาว่าง เพื่อนๆจึงมักพากันไปเที่ยว จนทราบว่าสวนของเพื่อนแห่งนี้ มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้ทับทิม
ไม่ว่ายุคใดสมัยใดราคาของกล้วยหอมก็ไม่เคยตกเลย บางช่วงที่ขาดแคลนตกหวีละเป็นร้อยก็มี สมัยก่อนการซื้อกล้วยหอมนั้นต้องซื้อเป็นหวี แต่เดี๋ยวนี้สะดวกขึ้น สามารถหาซื้อเป็นลูกได้ตามร้านสะดวกซื้อ อย่างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น แต่จะมีเฉพาะในกทม.และปริมณฑลเท่านั้น ”คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางไปยังสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จังหวัดเพชรบุรี อันเป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ที่ปลูกกล้วยหอมทองป้อนเซเว่นฯ และยังพาไปลุยสวนเพื่อพูดคุยกับเกษตรกรตัวจริงเสียงจริงเกี่ยวกับวิธีการปลูกกล้วยหอมทองให้ได้ลูกสวยน้ำหนักดี คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว(กลาง) ขายได้วันละแสนลูก ก่อนอื่นคุณสุวิทย์ให้ข้อมูลคร่าวๆว่าสหกรณ์ฯท่ายางเป็นแหล่งผลิตกล้วยหอมขนาดใหญ่สามารถผลิตกล้วยหอมทองได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเน้นความสะดวก รับประทานครั้งละ 1 ลูก และชอบที่สุกกำลังพอดี เปลือกมีสีเหลืองมากกว่าเขียว การจำหน่ายกล้วยลูกเดี่ยวจึงกลายเป็นกระแสนิยมของคนไทย สังเกตุได้จากปริมาณกล้วยหอมทองที่จำหน่ายผ่านเซเว่นฯที่มียอดขายเ
หลังหย่าขาดจากสามีเพราะฝ่ายชายปันใจไปมีครอบครัวใหม่ แถมยังต้องชดใช้หนี้สินทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในอดีต แต่สุดท้ายด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ต้องสู้เพื่อลูก 3 คนเเละครอบครัว ขอเดินหน้าสานต่อธุรกิจขนมเค้ก ปั้นแบรนด์ใหม่ “หอมมนต์” บริหารกิจการสไตล์แม่เลี้ยงเดี่ยว ลุยขายแฟรนไชส์ลงทุนน้อย อาศัยไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เปลี่ยนไป ชอบทานเบเกอรี่ ส่งผลดีต่อธุรกิจ รายได้ทะยาน 200 ล้าน คุณประภาภรณ์ ไชยมาตร หรือคุณผึ้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท หอมมนต์เบเกอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบเกอรี่แบรนด์ “หอมมนต์” เท้าความว่า ในอดีตเคยเป็นแม่ค้าขายส่งเสื้อผ้าแฟชั่น จบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เคยโดนโกงหมดตัว ชีวิตลำบากในช่วงมีลูกคนแรก อาศัยชอบกินขนมเค้ก หาสูตรทางอินเตอร์เน็ต และลงทุนทำเค้กขาย ใช้ชื่อยี่ห้อว่า Sweet’n Soft ตระเวนขายตามตลาดนัด ในราคา 3 ชิ้น 100 บาท กระแสการตอบรับดีเกินคาด ส่งยี่ปั๊วทั่วประเทศ กิจการดำเนินไปได้ด้วยดี จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2560 ครอบครัวนี้เกิดปัญหา ฝ่ายสามีไปมีครอบครัวกับผู้หญิงคนใหม่ นอกจากยังมีหนี้สินทางธุรกิจที่ต้องชดใช้อีกหลายล้านบาท “ครอบครัวระหองระแหงมาตั้งแต่ปี 2556 กระท
โครงการ “ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3” ของบริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ยังคงเดินหน้าเติมยาให้กับชุมชนต่างๆของโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ไปทำกิจกรรมกับชาวชุมชนสมุทรสาคร ซึ่ง เภสัชกรบุญสม เกษจันทร์ทิวา ผู้จัดการฝ่ายประสานงานองค์กร เป็นตัวแทนบริษัทฯ ไปให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพพร้อมทั้งมอบยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้นให้กับเทศบาลนครสมุทรสาคร เพื่อส่งต่อยาคุณภาพไปยัง 32 ชุมชน โดยบางชุมชน อาทิ ชุมชนท้ายตลาด ทางไบโอฟาร์มได้มีโอกาสไปเติมยายังจุดติดตั้งตู้ยาด้วยตัวเองและได้พูดคุยเกี่ยวกับความจำเป็นในการใช้ยาของชาวชุมชนด้วย เภสัชกรบุญสม กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัท คือ อยากให้ชุมชนมีโอกาสเข้าถึงยาคุณภาพมากยิ่งขึ้น มียาใช้ในยามฉุกเฉินซึ่งยาที่นำไปมอบก็เป็นยาพื้นฐานเบื้องต้น เช่น ยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง โรคกระเพาะ แต่หากชุมชนใดอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองเยอะ เช่น ใกล้นิคมอุตสาหกรรมหนัก ก็อาจต้องการพวกยาแก้แพ้เพิ่มเติม สำหรับภาพรวมสุขภาพของคนไทยนั้น เภสัชกรบุญสม สรุปให้ฟังว่า ภาพรวมคนไทยมีอายุยืนขึ้น เพราะวิวัฒนาการทางแพทย์พัฒนาขึ้น ทำให้รู้ตัวเร็วว่าป่วยเป็นโรคอะไร รวมถึงยามีคุณภาพดีขึ้น ซ
ในยุคนี้คนรุ่นหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยมีทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม ซึ่งหลายคนประสบความสำเร็จเพราะมีเทคโนโลยีช่วย ทำให้ประหยัดเวลาและง่ายต่อการบริหารจัดการ “คุณไชยกร ปลื้มเจริญกิจ” นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัย 46 ปี ที่มีดีกรีปริญญาโทด้านการตลาดจากสหรัฐอเมริกา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำธุรกิจมากกว่าหนึ่งอย่าง นั่นคือ การร่วมหุ้นกับเพื่อนทำผลิตภัณฑ์แปรรูปมันสีม่วงของญี่ปุ่น แบรนด์อิโมะ อิโมะ ( imo imo) ส่วนหนึ่งเพราะมองว่าในท้องตลาดมักเน้นไปที่เรื่องของชาเขียวเสียมาก จึงอยากฉีกกระแสไปที่สีอื่นๆบ้าง คุณไชยกร ปลื้มเจริญกิจ (ที่2จากซ้าย) ก่อนหน้านี้ได้หุ้นกับเพื่อนๆบริหาร สำนักพิมพ์ และ Digital Marketing Agency ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่เน้นดูแลเรื่องการสร้างและพัฒนาธุรกิจจากศูนย์ขึ้นมาจนสามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว เพราะต้องการมาเน้นธุรกิจส่วนตัวเป็นหลัก เริ่มต้นจากการชอบทาน คุณไชยกรเล่าถึงแรงบันดาลใจที่เข้ามาทำธุรกิจแปรรูปมันสีม่วงในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวในประเทศไทยว่า ปกติเป็นคนชอบเรื่องการหาของรับประทาน โดยเฉพาะของที่แปลก ใหม่ หรืออะไรที่เป็นนวัตกรรมด้านอาหาร ตั้งแต่
แจ้งเกิดในทำเลตลาดนัด เจาะลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น จนสามารถปลดหนี้ก้อนโต 5 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 2 ปี แถมขยายสาขาได้มากถึง 22 สาขา สำหรับร้านเล้งนายป้อม เมนูสุดแซ่บ “ซุปเปอร์เล้ง” ที่ลือลั่นเรื่องความอร่อย ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ เป็นลูกชายคนโตวัย 30 ปี ทายาทโรงกลึงที่ประสบปัญหาขาดทุน ชีวิตพกผันจากวิศวกรมาเป็นพ่อค้าขายอาหาร อาชีพสุจริตสุดภาคภูมิใจ แถมกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว ชีวิตในช่วงหลังเรียนจบของคุณปกรณ์ ปรีชาวิทย์ หรือคุณปอ เจ้าของร้านเล้งนายป้อม เขาจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทำงานเป็นช่างกึ่งวิศวกรที่จังหวัดระยองได้ 2 ปี หลังจากนั้นลาออกกลับมาช่วยกิจการโรงกลึงที่บ้าน ที่กำลังประสบปัญหาขาดทุน ขณะนั้นเพื่อพยุงธุรกิจ ชายหนุ่มไปกู้เงินธนาคารมา 6 ล้านบาท แต่ทว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย รายได้ไม่พอรายจ่าย ในที่สุดต้องหาหนทางใช้หนี้ “ผมเข้ามาช่วยงานที่บ้านเมื่อ ปี พ.ศ.2555 ตอนนั้นโรงกลึงกำลังแย่ เลยไปกู้เงินธนาคารมา 6 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรรุ่นใหม่ แต่เนื่องจากยังขาดประสบการณ์บริหารงานและการหาคอนเน็คชั่นกับลูกค้า ทำให้ธุรกิจไม่เติบโตอย่างที่ตั้งใจไว้ ดังนั้
ปาท่องโก๋ อาหารเช้าชั้นเลิศที่คนไทยนิยมทานกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนใหญ่มักมีปาท่องโก๋รูปแบบเดิมให้เห็นเหมือนกันหมด ดูแล้วอาจธรรมดาไปสำหรับร้าน “โกเหน่ง” เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ จึงนำความคิดสุดแปลก เปลี่ยนปาท่องโก๋ทอดรูปแบบเดิมมาปั้นเป็นรูปสารพัดสัตว์ ทั้ง มังกร กบ จระเข้ ไดโนเสาร์ ช้าง โดนใจลูกค้าอย่างแรง คุณสัมฤทธิ์ มหาพราหมณ์ วัย 54 ปี เจ้าของร้านปาท่องโก๋ “โกเหน่ง” ตั้งอยู่บริเวณตลาดต้นลำใย ถนนไปรษณีย์ ข้างธนาคารธนชาต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยึดอาชีพขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋มายาวนานกว่า 38 ปี โดยเรียนหนังสือไปด้วย ขายปาท่องโก๋ไปด้วย ตั้งแต่อายุ 15 ส่วนปาท่องโก๋ รูปทรงแปลกตา เป็นบรรดาตัวสัตว์ต่างๆ นั้น โกเหน่ง เล่าว่า ได้แรงบันดาลใจในการปั้นมาจากลูกชายของเขา โดยย้อนไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วว่า พาลูกชายวัย 9 ขวบไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ เขาอยากได้ลูกจระเข้ ตนไม่รู้จะหาจากที่ไหนมาให้ กลับมาบ้านจึงลองปั้นแป้งปาท่องโก๋เป็นรูปจระเข้ พอลูกเห็นเข้าก็ชอบใจ เด็กคนอื่นเห็นก็ชอบเหมือนกัน จึงทำขายมาถึงทุกวันนี้ หลังจากนั้น โกเหน่งได้ทำปาท่องโก๋เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ออกมาขายอย่างต่
นับตั้งแต่ พ.ศ.2538 เป็นต้นมา “เป๊ปซี่โค” สหรัฐอเมริกา บริษัทแม่ของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่าน ‘โครงการส่งเสริมการเพาะปลูกมันฝรั่งอย่างยั่งยืนภายใต้สัญญาข้อตกลงซื้อขายผลผลิตมันฝรั่งที่กำหนดราคารับซื้อที่แน่นอน’ สำหรับโครงการส่งเสริมฯ ดังกล่าวนั้น ครอบคลุมทั้งการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้จากต่างประเทศในด้านเทคนิคการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรและช่วยเพิ่มผลิตผลต่อไร่ให้สูงขึ้น การสนับสนุนหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพและปัจจัยการผลิตต่างๆ รวมทั้งรับซื้อมันฝรั่งจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ อย่างต่อเนื่องทุกปี เกี่ยวกับราคารับซื้อ ตามกรณีมันฝรั่งได้คุณภาพตามที่ตกลง ราคาประกันขั้นต่ำสุด อยู่ที่ กิโลกรัมละ 10.80 บาท สูงสุดอยู่ที่ 12 บาทเศษ โดยสัญญาในแต่ละปีนั้นราคาเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก และตลอดกว่า 22 ปีที่ผ่านมา มีเกษตรกรที่ทาง “เป๊บซี่โค” เข้าไปให้การส่งเสริมในการปลูกมันฝรั่ง ราว 3,500 ราย ครอบคลุมพื้นที่การปลูกรวมกว่า 22,000 ไร่ ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชี
ธุรกิจที่เริ่มต้นจากเอสเอ็มอีเล็กๆ เติบโตมาได้จากการพัฒนาคนและเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ คุณสมชาย นิติกาญจนา กรรมการผู้จัดการบริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด เล่าว่า “เมื่อ 20 ปีก่อน ตัวผมเอง ที่เริ่มก่อตั้งบริษัทมาไม่มีอะไรเลย ผมเริ่มมาจากธุรกิจเอสเอ็มอีเล็กๆ ที่เติบโตมาได้และขยายุรกิจอย่างครบวงจรได้ด้วย 2 สิ่งที่สำคัญคือ 1.จากการได้รับรางวัลการันตีมากมาย ผมส่งธุรกิจอาหารสัตว์เข้าประกวด และได้รางวัลเยอะแยะมากมาย เช่น อุตสาหกรรมดีเด่น ได้รางวัลจากการจัดการพลังงานดีเด่น รางวัลปรัชาญาเศรษฐกิจพอเพียง มันทำให้เราภูมิใจ ทำให้ทั้งลูกค้า คู่ค้า ธนาคาร ให้ความวางใจที่จะมำธุรกิจร่วมกับเรา จากรังวัลที่เราได้รับ มันคือการสร้างภาพลักาณ์ให้เกิดความมั่นใจ เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการบริหารงานธุรกิจ และ 2.การดำเนินงานที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาตั้งแต่วันที่เริ่มต้นทำธุรกิจ เราจึงเติบโตมากับมันตลอด และทำให้ธุรกิจของเราเติบโตมาได้” ปัจจุบันนี้เป็นรุ่นของลูกๆ แล้วที่เข้ามาบริหาร ซึ่งเป็นรุ่นที่สอง สิ่งหนึ่งที่เรายังอยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะ การใช้เทคโนโลยีในการเข้ามาช่วยลดต้นทุนการผลิต และนำเอาทุ
เริ่มธุรกิจ “ชาไข่มุก” ตั้งแต่อายุ 18 ปัจจุบันขึ้นชั้นเจ้าของแฟรนไชส์นับร้อยสาขา คุณแพร-กวิสรา จันทร์สว่าง เจ้าของแฟรนไชส์ชานมไข่มุก “เฟรชมี-Fresh Me” วัยยี่สิบกว่า เล่าใฟ้ฟังว่า เธอฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็กๆ พออายุ 18 ปี ตอนเป็น “เฟรชชี่” คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจ สร้างแบรนด์ชานมไข่มุกของตัวเอง เนื่องจากช่วงเวลานั้นชานมไข่มุกเป็นสินค้าที่ “บูมมาก” เหมือนธุรกิจแฟชั่น ถ้ารอเวลาตัดสินใจเรียนจบแล้วค่อยมาทำธุรกิจอาจไม่ทันการณ์ “ฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นภาพในหัวเลยว่าจะไปทำงานที่บริษัท คิดแต่ว่าถ้ามีเวลาอยากขายของ อยากเจอคนนั้นคนนี้ พูดคุยกับลูกค้า พอรู้ความชอบของตัวเองคืออะไร เลยลงมือทำจากสิ่งที่ชอบ”คุณแพร บอกอย่างนั้น และว่า การเริ่มต้นทำธุรกิจในแบบของเธอตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 นั้น เริ่มจากหาทำเล หาสูตร หาข้อมูล ออกจากบ้านทุกวันหาข้อมูลไปชิมตามร้านต่างๆ ใช้เวลาประมาณเดือนกว่าจึงลงตัว อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดร้านสาขาแรก ที่มหาวิทาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มีเวลาค่อนข้างจำกัด เมื่อเปิดแล้วก็ไม่สมบูรณ์
