Exclusive
เมื่อสังคมกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิตอล การดำเนินชีวิตของผู้คนจำนวนมากจำต้องพึ่งพาอาคารชุดอย่างคอนโดมิเนียม อพาร์ตเม้นต์ หรือแม้แต่ทาวน์โฮม ทั้งนี้เพื่อให้ตอบสนองกับความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย สะดวก และรวดเร็วต่อการเดินทางที่ใกล้จุดหมายที่สุด ขณะเดียวกัน ปัญหาที่ผู้พักอาศัยมักพบมากคือ การทำความสะอาดห้องพัก ถึงแม้สถานที่พักบางแห่งมีบริการแม่บ้านไว้รองรับ แต่อาจไม่ตรงกับความต้องการ หรือขาดความเป็นมืออาชีพ ด้วยเหตุนี้ธุรกิจทำความสะอาดจึงตอบโจทย์ลูกค้าได้ เนื่องจากมีความเป็นมืออาชีพ บุคลากรได้รับการฝึกฝนให้มีความเชี่ยวชาญและชำนาญทางด้านการทำความสะอาดทุกรูปแบบ ตลอดจนมีอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย ดังนั้น จึงสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ตรงตามความต้องการด้วยการทำงานที่มีประสิทธิภาพ KEEN Cleaning House เป็นอีกหนึ่งธุรกิจทำความสะอาดน้องใหม่ที่ให้บริการมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี อันเป็นผลมาจากเมื่อไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป จากครอบครัวขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง ถูกปรับเปลี่ยนไปเพราะวิถีการดำรงชีวิต อาทิเช่น การทำงาน การท่องเที่ยว การใช้ชีวิต และการเ
ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับดอกดาวเรือง นี้ เปิดเผยโดยศูนย์สารสนเทศสมุนไพรอภัยภูเบศร ระบุว่าที่ผ่านมามี การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่าดาวเรือง มีสารลูทีน ที่ช่วยปกป้องสายตา ซึ่ง สารลูทีน และ ซีแซนทีน เป็นสารสีเหลืองที่มีอยู่มากบริเวณจุดโฟกัสของจอประสาทตา เชื่อว่าสารทั้งสองช่วยดูดซับแสงสีฟ้าและแสงยูวีซึ่งมีพลังงานสูง และเป็นสารต้านออกซิเดชัน ช่วยป้องกันเซลล์รับแสงของตาไม่ให้ได้รับอันตรายจากอนุมูลอิสระ จากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีสารลูทีนและซีแซนทีน สะสมอยู่ที่จอประสาทตามาก จะมีความเสี่ยงการเกิดต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม(Age-related macular degeneration :AMD) อันมีสาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นได้น้อยมาก ดังนั้น ดาวเรื่อง ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีสารเหล่านี้อยู่ปริมาณมาก จึงเป็นตัวช่วย ทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพตาได้ การนำดาวเรืองไปปรุงให้สุกก่อนบริโภคจะช่วยเพิ่มการออกฤทธิ์ของลูทีนได้ดี และจะมีการดูดซึมลูทีนไปใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นหากรับทานควบคู่กับอาหารที่มีไขมัน ส่วนประกอบ ดอกดาวเรือง ต้มเข้มข้น 45 กรัม แป้งเค้ก 330 กรัม ไข่ไก่ 6 ฟอง นมผง 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 210 กรัม วนิลา 1 ช้อนโต
คุณซาน – ชัชวาล งามอุตส่าห์ พื้นเพเป็นชาวจังหวัดหนองบัวลำภู เจ้าของกิจการจำหน่ายของตกแต่งบ้านสไตล์ “ต้นไม้แต่งทรง” หรือ Topiary ประดิษฐ์จากดอกไม้แห้ง แบรนด์ “Santony Topiary – ซานโตนี่ โทพิอารี่” เริ่มต้นให้ฟัง ปัจจุบันประกอบอาชีพค้าขายบนเว็บไซต์ อี-เบย์ แบบซื้อมาขายไป สินค้าส่วนใหญ่เป็นพวกของตกแต่งบ้าน และของที่ระลึกประเภทงานฝีมือ แต่มาระยะหลังเริ่มมีออเดอร์แปลกออกไป ซึ่งในโปรไฟล์ที่เขาโพสต์ขายไว้นั้นไม่มี จึงมองหาอาชีพอื่นทำ ตั้งต้นจากงานอดิเรกส่วนตัว ด้วยความที่เป็นคนต่างจังหวัด คุ้นเคยกับการมี “บ้านในสวน” แต่เมื่อเข้ามาอยู่คอนโดฯในกรุงเทพฯ การปลูกต้นไม้ในห้องพัก คงเป็นเรื่องค่อนข้างลำบาก ทั้งยังต้องรดน้ำทุกวัน และตัดแต่งกิ่งก้านสองสามวันครั้ง เลยใช้เวลาว่างทดลองประดิษฐ์“ต้นไม้แต่งทรง” จากวัสดุธรรมชาติ เริ่มจากนำใบไม้แห้งมาลองทำให้แต่อยู่ไม่นานกรอบร่วงหมด ต่อมานำกระดาษมาตัดแต่ง ไม่ทันไรเริ่มบิดงอ เพราะกระดาษไม่ค่อยคงรูป ลองค้นหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต เห็นต่างประเทศ นิยมนำ “ดอกหงอนไก่” มาชุบสี ก่อนนำมาเข้าช่อแขวนไว้ที่ประตูหรือไม่ก็ใส่กระถาง เพื่อประดับบ้านช่วงมีเทศกาล ลองทำตามบ
อาจคุ้นตากันดี สำหรับขนมหวานอย่าง วุ้นน้ำมะพร้าวบรรจุถ้วย ตรา แม่ละมาย ซึ่งวางขายอยู่เป็นประจำในตู้แช่ของร้านสะดวกซื้อ อย่าง เซเว่นอีเลฟเว่น ผลิตภัณฑ์นี้ มี คุณวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งในแวดวงคนทำมาค้าขาย หลายต่อหลายคนยกย่องให้เขาเป็นหนึ่ง ใน “เอสเอ็มอี ไอดอล” ด้วยเหตุผลเป็นคน “เคยล้ม” แต่สามารถ “ลุกขึ้น” ได้อย่างสง่างาม มาจนถึงทุกวันนี้ “กิจการโรงพิมพ์ของผมค่อนข้างไปได้ดี กระทั่งปี 2540 มาเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง ขณะกำลังเตรียมขยายงาน เหมือนตึกถล่มลงมาเลย เจ๊งแบบไม่มีอะไรเหลือ ยอมรับว่าหมดตัวจริงๆ” คุณวีระ ย้อนความทรงจำ เสียงหม่น ก่อนเล่าต่อ ช่วงนั้นกลับมาตั้งหลักที่จังหวัดสุพรรณบุรี บ้านเกิดของภรรยา เพื่อหารือกันจะทำอะไรต่อดี ก่อนตั้งคำถามกับตัวเอง มีความถนัดอะไร ได้คำตอบ มีความถนัดในการทำอาหาร เลยลงทุนใหม่ด้วยการเปิดร้าน “ปิ้งไก่” ขายหน้าบ้าน ริมถนนสายสุพรรณฯ-ชัยนาท “เอาถัง 200 ลิตรมาผ่าครึ่งทำเป็นเตา ปิ้งไก่ขาย 2 คนกับแฟน ลูกค้าเยอะนะ บางคนขับรถเบนซ์มาซื้อ หลายคนชมว่ารสชาติดี เลยคิดว่ามาถูกทาง ค้าขายของกินดีกว่า” เจ้าของเรื่องราว เล่า แต่อาชีพ “ปิ้งไก่” ขายนั้น คุณวีร
‘ยางนา’ คือ หนึ่งในธุรกิจต้นแบบที่นำวัตถุดิบจากธรรมชาติในท้องที่มาพัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะ จนประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจที่เห็นภาพชัดในฐานะเชื่อมโยงเครือข่ายจากชุมชนชาวบ้าน สานต่อธุรกิจติดลมบน คุณวีรวุฒิ สังฆพรม เจ้าของบริษัท กาล (30) จำกัด อดีตหนุ่มออแกไนซ์เมืองหลวง ตั้งใจแน่วแน่หันหลังหวนคืนบ้านเกิด จากชีวิตที่เข็มทิศเปลี่ยนทางเดินจึงเริ่มเล็งหาธุรกิจลงทุน ยกแรกเริ่มจากเมื่อปี 2555 จังหวัดมีนโยบายรณรงค์ให้ชาวอุบลฯ ใส่เสื้อสียางนา เพื่อประชาสัมพันธ์ต้นยางนา ต้นไม้ประจำจังหวัดอุบลราชธานี เขาไม่พลาดที่จะสร้างผลงานลงมือเป็นหัวเรือใหญ่จัดประกวดแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าย้อมสียางนา พร้อมนำไอเดียมาต่อยอดธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ ‘ยางนา’ ที่ปัจจุบันทำประโยชน์รอบด้าน ครบวงจร ให้กับชุมชนท้องถิ่น แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนรู้จักและจดจำแบรนด์จาก ‘สบู่รังไหม’มากกว่าเสื้อผ้า เขาจึงเห็นช่องทางทำการตลาด เริ่มลงพื้นที่อย่างจริงจัง เฟ้นหาวัตถุดิบดาวเด่นจากชุมชนต่างๆ พื้นที่ใดชำนาญปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปลูกต้นมะหาด ขมิ้น ฟักข้าว ฯลฯ ที่มีคุณภาพ ก็ออกไปรับซื้อวัตถุดิบต้นน้ำทั้งหมด ในรูปแบบป
ครอบครัวยากจน เติบโตในสลัม ใช้ชีวิตมาแทบจะทุกรูปแบบ ผ่านประสบการณ์ในชีวิตทั้งเรื่องดี และเรื่องร้ายมาไม่น้อย อาจเรียกโชกโชนก็ว่าได้ แต่การให้โอกาสตัวเองได้พิสูจน์ตัวตน และพร้อมจะแก้ไข พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเพื่อพลิกให้ชีวิตเปลี่ยน จนได้กลายเป็น “ไอดอลเงินล้าน” ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวตัวอย่างสร้างแรงบันดาลใจ ให้สำหรับคนฮึดสู้และลุกขึ้นมาท้าทายชีวิตในการปรับทัศนคติและวิธีการทำงาน ทำธุรกิจได้ดีไม่น้อย เพราะผู้ชายคนนี้สามารถทำธุรกิจให้สำเร็จได้จริงมาแล้ว คุณสิริทัศน์ สมเสงี่ยม หรือ คุณติ๊ก เจ้าของธุรกิจจิ้มจุ่มหม้อเบ้อเร่อ ที่ตอนนี้มีสาขาจิ้มจุ่ม เผยให้ชาวประชาได้เห็นและสัมผัสแล้วกว่า 88 สาขา ในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี จนได้รับสมญานามว่า “ไอดอลเงินล้าน” ทั้งยังได้กลายเป็นนักเขียนและวิทยากรเนื้อหอม ที่มีหน่วยงานต่างๆ ติดต่อเข้ามาเพื่อขอให้พูดถึงแนวทางอาชีพ แนวคิดชีวิตและการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ว่าสามารถก้าวมาถึงวันนี้ได้อย่างไรอีกด้วย จบ ป.6 โตในสลัม เคยติดคุก ทำมากว่า 30 อาชีพ แต่ก็เจ๊ง คุณติ๊ก เล่าความเดิมชีวิตเมื่อก่อนให้ฟังว่า “ผมโตในสลัม เป็นคนจังหวัดนค
การทำเกษตรไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความตั้งใจ หากอยากทำจริงๆ การจะปลูกพืชผัก ผลไม้ หรือต้นไม้ อะไรสักอย่าง ไม่เพียงแต่ต้องศึกษาวิธีการปลูกเท่านั้น แต่ต้องศึกษาตลาด ช่องทางการวางจำหน่ายควบคู่ไปด้วย หากจะทำเกษตรเพื่อเป็นรายได้ และสร้างเป็นธุรกิจของตนเอง ก็ต้องลงมือทำ และศึกษาอย่างจริงจัง คุณชนิดา สมารัชตกุล เกษตรกรรุ่นใหม่ วัย 24 ปี ที่สร้างอาชีพและสร้างเงินจากการปลูกไฮโดรโปนิกส์ เพื่อจำหน่าย แทนการทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ หรือพนักงานประจำ เช่นเดียวกับคนรุ่นใหม่ วัยเดียวกัน เธอได้เริ่มต้นเล่าถึง จุดเริ่มต้นที่มาทำฟาร์มปลูกผักว่า “จุดเริ่มต้นมาจากครอบครัวที่ทำสวนกล้วยไม้อยู่ก่อนแล้ว แต่บังเอิญช่วงนั้นราคาไม่ค่อยดี จึงต้องโละกล้วยไม้ออกจากแปลงไปบ้าง จึงมองหาการทำเกษตรอย่างอื่น บวกกับความสนใจของแฟน (คุณบอม) ที่สนใจการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์พอดี เขาเปิดดูวิธีการปลูกและการเลี้ยงพืชผักแบบไฮโดรโปนิกส์จากยูทูบ สนใจจนถึงขั้นหาฟาร์มที่ทำแบบนี้เพื่อขอเข้าไปดูงาน ดูวิธีการและสวนของคนอื่น ศึกษาอยู่ประมาณ 4-5 เดือน จนตัดสินใจกันว่าเราจะลงทุนทำฟาร์มปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ จากการไปดูงาน ทำให้ได้ไอเดียนำเอาอุปกรณ์จา
จากข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนน พบว่า สาเหตุหลักมาจากการเมาแล้วขับ หรือง่วงแล้วขับ อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในคิดเป็นร้อยละ 30 ของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งในจำนวนนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นถึง 90 เปอร์เซ็นต์ หากคิดเป็นมูลค่าความเสียหายจะสูงถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และมีมูลค่าความเสียหายของอุบัติเหตุที่เกิดจากการหลับในของประเทศไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของนวัตกรรม “อุปกรณ์ช่วยเตือนหลับในขณะขับรถด้วยสัญญาณสมอง” ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ “ALERTZ” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสำหรับการตรวจจับความเป็นไปได้ก่อนเกิดอาการหลับในเพื่อแจ้งเตือนคนขับล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ โดย“ALERTZ” เกิดขึ้นจากผลงานวิจัยของกลุ่มนักศึกษาจากศูนย์ปฏิบัติการเชื่อมต่อสัญญาณสมองด้วยคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface Center) ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อพัฒนา “ALERTZ” สู่ภาคอุตสาหกรรม นักวิจัยในทีมได้ร่วมกับ บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด มหาชน ก่อตั้งบริษัท ไฟเนส เมด ดีไซด์ จำกัด วึ่งถือเป็นบริษัทสตาร์ตอัพบริษัทแรกโดยกลุ่มนักศึ
อีกหนึ่งตัวอย่างชีวิตลูกจ้าง ที่ผันตัวเองออกมา ทำอาชีพอิสระ สุจริต มีแนวโน้มว่าจะไปได้สวย รวมทั้ง พร้อมที่จะให้ผู้สนใจ นำไอเดียดีๆ ไปต่อยอด คุณพงศกร พลบูรณ์ อายุ 27 ปี และภรรยา นางสาวนุชจรีภรณ์ ศรีสมบัติ อายุ 27 ชาวบ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย คุณพงศกร หรือคุณกอล์ฟ เดิมเคยทำงานเป็นลูกจ้างกรมป่าไม้ ส่วนภรรยา คุณนุชจรีภรณ์ ทำงานที่ สวนป่านาปอ อ.นาแห้ว จ.เลย แต่เมื่อปี 2559 เขาทั้งคู่ ลาออกมาเลี้ยงไก่ !! แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า เขาปุบปับลาออก แล้วมาเริ่มนับหนึ่งใหม่กับอาชีพใหม่ หากแต่ เขาเริ่มเลี้ยงมาบ้างแล้วระหว่างที่ทำงานเป็นลูกจ้าง เริ่มต้นที่ 100 ตัว ลองผิด ลองถูก ศึกษาการเลี้ยงเอง จากอินเตอร์เน็ท เมื่อเห็นว่ามีลู่ทางดี ไก่ออกไข่ให้ทุกวันไม่เบี้ยวกัน (ไม่ใช่กินแต่อาหาร แต่ไม่ออกไข่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็น่าจะเปลี่ยนไปทำอาชีพไก่ย่าง ส้มตำ ) จึงเพิ่มปริมาณการเลี้ยงเป็น 500 ตัวเศษ พร้อมกับลาออกจากงาน มาเลี้ยงไก่เต็มตัว เก็บไข่ขายได้ทุกวัน ไก่ 500 ตัว เขาเก็บไข่ได้ราว 450 ฟองต่อวัน ขายเป็นแผง (30ฟอง ) ได้ 15 แผง ๆ ละ 90-100 บาท ได้เงินราว 1500 บาท ทุกวัน (หักค่าอาหาร วันละ
คุณศิวพร นราสดใส หรือคุณเกรซ วัย24 ปี เพิ่งจบการศึกษาจากคณะศิลปศาสตรบัณฑิต (ศาสนศึกษา) มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้น เข้าทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ทำอยู่ได้ไม่นาน สถานที่ทำงาน ก็จะย้ายออกไป อยู่ย่านถนนรัชดาภิเษก ซึ่งไกลจากบ้านพอสมควร และนั่นมีส่วนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงาน แม้ว่า อาจจะได้บรรจุเข้ารับราชการในอนาคตก็ตาม คุณเกรซ เล่าว่า เงินเดือนระดับปริญญาตรี 15,000 บาท ถ้าทำงานใกล้บ้าน ก็ไม่มีปัญหานัก แต่ถ้า ต้องเดินทางไกล รถติด หรือต้องไปเช่าหอพัก เงินเดือนขนาดนี้ไม่คุ้มแน่ อีกทั้ง พื้นฐานทางบ้านมีร้านก๋วยเตี๋ยวที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นคุณทวด คุณปู่(ปัจจุบันอายุ 84 ปี) คุณพ่อ จนมาถึงตัวเอง ขณะนี้ก็ 100 กว่านี้แล้ว จึงคิดกลับมาปรับปรุงร้าน ทำร้านก๋วยเตี๋ยว ขายในชุมชน ขายนักท่องเที่ยวดีกว่า อีกทั้งได้ทำงานอยู่กับบ้าน ดูแลคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า ไปในตัวด้วย ต้องบอกก่อนนิดนึงว่า ที่ร้านคุณเกรซ เป็นจุดท่องเที่ยวเชิงเกษตร คลองมหาสวัสดิ์ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอยู่พอสมควร ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ เดิมไม่มี
