Exclusive
“ลูกชิ้นปิ้ง” ของกินริมทาง สุดแสนจะคุ้นเคย เห็นขายกันตามรถเข็นบ้าง หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าง ส่วนราคาจำหน่ายทุกวันนี้ ไม้ละไม่เกิน 5 -10 บาท แต่คงเพราะเป็นอาหารทานง่าย ถูกปากทุกเพศ ทุกวัย จึงส่งผลให้ “ลูกชิ้นปิ้ง”กลายเป็นเมนูแพร่หลาย ที่มีทั้งคนขายและคนทานกัน…จำนวนมาก ทั้งนี้มีข้อมูล “น่าทึ่ง” แทบไม่น่าเชื่อ เปิดเผยมาว่า “ลูกชิ้นทิพย์” แบรนด์ดัง ซึ่งเป็นเจ้าตลาดลูกชิ้นหมูปิ้ง “เบอร์หนึ่ง”ของบ้านเราอยู่เวลานี้ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 10-15 ตัน ต่อวัน หรือราววันละ 7 แสนไม้ ส่วนยอดขายเฉลี่ยแล้วอยู่ที่เดือนละ 60-70 ล้านบาท โดยปี 2559 ที่ผ่านมา ตัวเลขรายรับทั้งหมดรวมแล้วประมาณ 600 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าปี 2560 นี้ จะทำยดอขายได้ถึง 800 ล้านบาทกันเลยทีเดียว เจ้าของฉายา…เจ๊ยี้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ช่วงบ่ายของวันทำงาน เจ้าของกิจการ เปิดออฟฟิศในโรงงานผลิต “ลูกชิ้นทิพย์”ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 4 ไร่ ในพื้นที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มใจดี “มีคนตั้งฉายาให้ว่า เจ๊ยี้ …คือ เวลาติดต่อธุรกิจกันแล้วจะจู้จี้เรื่องคุณภาพมาก อย่าง
ขึ้นภาษีกันแล้วหลายระลอก จนบรรดาลูกค้าประจำอย่างเหล่า “สิงห์อมควัน” ทั้งหลาย ต่างพากันบ่น กระปอดกระแปด บ้างหาทางออกตามแบบที่คิดว่าคงดีแล้ว คือ หันไปสูบบุหรี่ไฟฟ้า บ้างก็ตัดพ้อต่อว่าจะเลิกซื้อ-เลิกสูบ ให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่อย่างที่รู้กัน ของอะไรได้ชื่อว่า “เสพจนติด” แล้วล่ะก็ ต่อให้มีความตั้งใจมากแค่ไหน หากไม่ได้ “ตัวช่วย”ดีๆ มาช่วยหนุน ความมุ่งมั่นของใครคนนั้น คงไม่อาจสำเร็จลุล่วงได้ง่ายๆ Fixthailand (ฟิกซ์ไทยแลนด์) เป็นชื่อของลูกอมสมุนไพรสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ที่อยากแนะนำให้รู้จักกัน ณ พ.ศ.นี้ คุณกอล์ฟ – พิชิต ฉัตรตระกูลชัย เจ้าของผลิตภัณฑ์ ตามเกริ่นข้างต้น แนะนำตัวให้รู้จัก เป็นการเริ่มต้นบทสนทนา ปัจจุบันอายุ 38 ปี มีอาชีพทำธุรกิจค้าขายทางออนไลน์ โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าสายบิวตี้ หลากหลายยี่ห้อ ส่วนลูกอมฟิกซ์ไทยแลนด์ นี้ เขาเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเองมาได้ราวปีเศษแล้ว โดยมีที่มาว่า ก่อนหน้านี้ คุณแม่ยายของเขา ต้องมาจากต่างจังหวัด เพื่อช่วยเลี้ยงหลาน ซึ่งเป็นลูกของเขากับภรรยา ผ่านไปไม่นาน สังเกตพฤติกรรมของลูกมักบ่นว่าเหม็นๆ และไม่ยอมให้คุณแม่ยายเข้าใกล้ กระทั่งแอบเห็นคุณ
แม่ค้าหน้าใสวัยละอ่อน เดินถือถาดสีชมพูสดใส ด้านในบรรจุ “แมงป่องทอด-เสียบไม้” เรียงรายไว้เป็นระเบียบ พร้อมเร่ขายให้กับบรรดานักท่องเที่ยวที่คลาคล่ำอยู่บนถนนข้าวสารตั้งแต่ตะวันตกดิน เธอสียสสละเวลาทำมาหากิน มาพูดคุยด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นแนะนำตัว ชื่อ นิน-อินทิรา แซ่ตัน อายุ 16 ปี พื้นเพเป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ จมชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามจากบ้านเกิดแล้วไม่ได้เรียนต่อ พ่อแม่ส่งเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ โดยอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มและแม่ของแฟน ย่านบางพลัด นิน เล่าเรื่องของเธอให้ฟัง แข่งกับเสียงเพลงที่เปิดกันดังสนั่นทั้งละแวกต่อว่า เริ่มทำอาชีเดินพ ขายแมงป่องทอด ในย่านถนนข้าวสาร ได้พักใหญ่แล้ว ทางพ่อกับแม่ให้มาทำเพราะเห็นว่ากำไรดี โดยวัตถุดิบที่เธอนำมาทอดขายหลักๆมี แมงป่องและบึ้ง หรือแมงมุมยักษ์ นั้น ส่งตรงมาจากสุรินทร์ บ้านเกิดของเธอเอง โดยพ่อกับแม่ของเธอ จะให้ชาวบ้านไป “หามา”ตามท้องไร่ท้องนา ก่อนจะรับซื้อในราคาตัวละ 8 บาท จากนั้นบรรจุลงกล่องทั้งยังเป็นๆ ส่งมาให้เธอที่กรุงเทพฯ ผ่านทางรถตู้โดยสาร ในหนึ่งเดือนจะส่งมาให้ราว 4 ครั้ง เมื่อได้รับวัตถุดิบแล้ว แฟนหนุ่มและแม่ของแฟน จะทำหน้าที่ล้างทำความ
กาน้ำของเราชาวไทยที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ กาน้ำ ที่ทำด้วยอะลูมิเนียม กาน้ำชนิดนี้ นอกจากพบเห็นได้ตามบ้านเรือนแล้ว ยังพบเห็นได้จากตามวัดวาอาราม เพราะคราใดที่บวชพระ ครานั้นเป็นต้องมีกาน้ำเพิ่มขึ้นไปอีก 1 ใบ เนื่องจากกาน้ำเป็นหนึ่งในเครื่องของใช้สำหรับพระภิกษุสงฆ์มาแต่โบราณกาล แต่ปัจจุบัน แม้กาน้ำอะลูมิเนียมพระภิกษุสงฆ์จะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์แล้ว เนื่องจากมีกาน้ำชนิดเสียบปลั๊กไฟฟ้าต้มน้ำร้อนได้มาแทน แต่ด้วยความเชื่อและความเคยชิน เวลาบวชพระก็จะพบกาน้ำอะลูมิเนียมอยู่นั่นเอง สมัยเก่าก่อน เราชาวบ้านเคยมีกาดินเผาใช้กันมานมนาน นอกจากเรามีกาใส่น้ำ ต้มน้ำแล้ว เรายังมีกาใส่นมให้เด็กๆ ด้วย ถ้าจะถามว่า กาดินเผา มีมาแต่ปางใด คำตอบอาจอยู่ที่ ตั้งแต่คนเราเริ่มรู้จักการทำเครื่องปั้นดินเผามาใช้ในครัวเรือน เรารู้จักปั้นหม้อ ไห ถ้วย ชาม ของใช้ในชีวิตประจำวันมาเมื่อหลายพันปี การสร้างสรรค์คิดทำกาใส่นมก็น่าจะคิดทำได้ ใช้สะดวกดีมาแต่ปางนั้น แต่ทั้งนี้ขอบอกก่อนว่า เป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่น่าจะเป็นไปได้ กาสำหรับใส่น้ำนมให้เด็กๆ มีการพบที่ภาคเหนือของไทย และอาจจะมีที่อื่นๆ อีกบ้าง ภูมิปัญญาชาวบ้านสมัยเก่าก่อน แม้
“…เราว่าสวย ใช้งานง่ายหลายโอกาส ราคาไม่แพง…” “อารมณ์ประมาณว่าไปเกาหลี แล้วต้องเข้าร้านเครื่องสำอาง หรือเปล่าคะ เราว่ากระเป๋าน่ารักดีค่ะ ราคาไม่แพงด้วย…” “ญี่ปุ่นก็ชอบค่ะ เพราะที่โน่นราคาแบบว่าแพงกว่าบ้านเรามาก” “นักท่องเที่ยวไต้หวันก็ชื่นชมค่ะ เดี๋ยวนี้มีร้านค้ามาเปิดที่นี่ด้วย ” “ข้อดีของกระเป๋ายี่ห้อนี้คือ ราคาไม่แพง ใช้งาน ใช้ทน แบบสวยนักท่องเที่ยวจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ซื้อกันเหมือนแจกฟรีเลยค่ะ” “เพื่อนเราซื้อไปฝากเพื่อนญี่ปุ่นนางกรี๊ดมาก เราเองก็ชอบนะ เรียบๆ ทน ราคารับได้…” เหล่านี้ คือ ตัวอย่างข้อความตอบกระทู้หนึ่งในเว็บไซต์ดัง ซึ่งตั้งไว้เมื่อหลายปีก่อน เกี่ยวกับข้อสงสัย เหตุไฉน นักท่องเที่ยวกลุ่มหลักๆ โดยเฉพาะคนจีน ถึงชอบซื้อ NaRaYa กลับบ้านกันนักกันหนา! “We never negociate our quality -เราไม่เคยขอต่อรองเรื่องคุณภาพ สิ่งนี้คือคติประจำใจในการทำธุรกิจตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงทุกวันนี้” คุณวาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด วัยหกสิบกว่า เจ้าของสินค้า แบรนด์ Naraya-นารายา ผลิตภัณฑ์งานฝีมือทำจากผ้ากว่าหนึ่งหมื่นแบบ ซึ่งว
เรื่องง่ายๆ อย่างการนอนหลับอาจกลายเป็นสิ่งที่ยากเย็นสำหรับหลายๆ คน ซึ่งกำลังเผชิญปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท ปัญหาเรื่องการนอนกำลังเป็นภัยเงียบของสังคม เพราะหากนอนไร้คุณภาพแบบเรื้อรังก็อาจสร้างปัญหาต่อสุขภาพ รวมถึงส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน บริษัทต่างๆ จึงพากันคิดค้นผลิตภัณฑ์ช่วยนอนหลับออกมาหลากหลายรูปแบบ เพื่อหวังตอบโจทย์ลูกค้าที่ปรารถนาการนอนหลับสนิทตลอดค่ำคืน ก่อนหน้านี้ บริษัทค้าปลีกชื่อดังอย่าง “เบสต์ บาย” ก็พยายามเจาะตลาดนี้ โดยนำเสนอสินค้าไอเดียเรียบง่าย เช่น หลอดไฟที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคนอนหลับง่ายขึ้น แต่ระยะหลังๆ บริษัทเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย เพราะแม้จะต้องควักเงินก้อนโต ผู้คนก็พร้อมควักเพื่อแลกกับการนอนที่ดีขึ้น “เอพี” รายงานว่า ปัจจุบัน บริษัทต่างๆ พึ่งพาเทคโนโลยีในการผลิตสินค้าช่วยนอนหลับมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหมอนที่สามารถตรวจจับข้อมูลการนอนได้ หรือเตียงที่สามารถปรับให้รองรับท่านอนของแต่ละบุคคล แต่ก็ใช่ว่าความไฮเทคเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งหมด “มาเรียน ซัลสแมน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮาวาส พีอาร์ นอร์ท อเมริกา ระบุว่า ผู้คนให้ความสนใจกับเรื่องการ
เจพี เวิล์ด เทรดดิ้ง ฉลองครบ 7 ปี รุกหนักแฟรนไชส์มอเตอร์ไซค์มือสอง แจกโปรโมชั่นแถมรถมอเตอร์ไซค์และจักรยาน พร้อมบุกธุรกิจคลังสินค้าให้เช่ามาตรฐาน ด้วยค่าเช่าตารางเมตรละ 150 บาท เพื่อศักยภาพรายย่อย “กลุ่มสตาร์อัพ-ขายของออนไลน์” ดันปีนี้รายได้ปีนี้ทะลุ 100 ล้านบาท คุณจักรพันธ์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจพี เวิล์ด เทรดดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์รถจักรยานยนต์มือสอง ภายใต้ตรา JP World เผยว่า “จากการดำเนินธุรกิจครบรอบ 7 ปี นับว่าประสบความสำเร็จอย่างดี มีแฟรนไชส์มากกว่า 140 สาขา เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนมีกำลังซื้อน้อย และเศรษฐกิจที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ ตลาดธุรกิจรถมือสองจึงยังคงมีความต้องการอยู่ตลอด โดยภาพรวมตลาดที่ผ่านมาเติบโต 30-40% และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจุดเด่นของบริษัทนั้นคือความสามารถในการหารถมือสองในรุ่นที่ลูกค้าต้องการได้ทุกแบบ ตั้งเป้าหมายจะเปิดในปีนี้อีก 30 สาขา รวมเป็น 170 สาขา และจะขยายไปต่างประเทศมากขึ้น จากปัจจุบันมีสาขาต่างประเทศ 8 สาขา ในประเทศพม่า และ กัมพูชา จึงอยากขยายสาขาเพิ่มอีก ซึ่งประเ
คุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ เจ้าของธุรกิจ “ฟีนิกซ์ ลาวา -Phoenix Lava” หรือ ซาลาเปาพรีเมี่ยมเกรด ไส้เยิ้ม ที่มาพร้อมกับแพจเกจสุดเก๋ ขายปลีกลูกละเกือบสี่สิบบาท ปัจจุบัน มี Pop-up Store กว่าสิบร้าน กระจายอยู่ตามห้างหรูกลางกรุง เริ่มต้นย้อนความเป็นมา จบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ทำงานเป็นเซลล์อยู่ 1 ปี แต่รู้สึกอึดอัด จึงตัดสินใจออกค้นตัวหาตัวเอง โดยเมื่อราว 4 ปีที่แล้ว เดินทางไปเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เริ่มทำธุรกิจสองสามอย่างแล้วล้มเหลวที่ประทศญี่ปุ่น เลยใช้เวลาค้นหาตัวเองที่นั่น จนกระทั่งวันหนึ่ง คุยกับน้องชายว่าอยากทำขนมสักอย่างเพื่อแข่งกับคนต่างชาติ เพราะหงุดหงิดที่เห็นคนไทยไปต่อแถวซื้อโดนัทชื่อดัง เลยทำ “ฟินักซ์ ลาวา -Phoenix Lava” ออกมาเพื่อ reinvent industry น่าเบื่อๆอย่าง ซาลาเปา “หลายคนมีจิตวิญญาณของคนทำธุรกิจอยู่เป็นทุน แต่ว่าเราจะค่อยๆดมกลิ่นดูว่าทำอะไรได้ดี หรือชอบทำอะไร ซึ่งผมใช้เวลาดมกลิ่นตัวเองอยู่ 5-6 ปี ตั้งแต่เด็กรู้สึกว่าอยากทำอะไรซักอย่าง สังเกตง่ายๆจากคนที่เป็นฮีโร่ของเราหรือไอดอลของเราก็ได้ เรื่องพวกนี้จะช่วยทำให้รู้ว่าเราน่าจะชอบทำอะไร”คุณปริญ
Reborn 2009 (รีบอร์น สองพันเก้า) คือชื่อแบรนด์ของผู้ผลิตงานศิลป์ในรูปแบบ “ประติมากรรม” มีวัสดุหลักเป็นกระดาษรีไซเคิล และเสริมด้วยเทคนิค “ไฟเบอร์ซีเมนต์” ก่อนนำมาทำเป็นของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และสินค้าทำมือ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความเป็นไทยและร่วมสมัย ไม่ซ้ำใคร ภายใต้สีสันของ “สนิมเขียว” ที่ผ่านมา ประติมากรรมจากกระดาษรีไซเคิลนี้ เคยถูกส่งเข้าประกวดในเวที “รักษ์โลก” มาแล้วทั้งในระดับจังหวัดและประเทศ และพิชิตรางวัลมาแล้วหลายครั้ง อาทิ รางวัลที่ 1 และที่ 3 การประกวดวัสดุเหลือใช้ ปี 2552 ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร รางวัลที่ 1 การประกวดวัสดุเหลือใช้ ปี 2553 ของสำนักสิ่งแวดล้อม ระดับจังหวัด และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การประกวดวัสดุเหลือใช้ ปี 2553 ระดับประเทศ คุณอเล็กซ์-สมยศ สวัสดี วัย ห้าสิบเศษ เจ้าของผลงาน Reborn 2009 เริ่มต้นย้อนความเป็นมา จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำในแวดวงคนโฆษณาอยู่กว่า 10 ปี พออายุย่างเข้า 40 กลางๆ จึงเบนเข็มออกมาทำงานศิลปะที่ถนัด ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ หลังออกจากงานประจำ คิดเปิดโรงเรียนสอนศิลปะให้กับเยาวชนและผู้สนใจ จึงเ
ร้านกาแฟ กิจการในฝัน อันดับต้นของใครหลายคน การเปิดร้านกาแฟสักแห่งนั้นอาจไม่ยาก แต่ถ้าอยากให้อยู่รอดไปยาว อาจไม่ง่ายนัก เพราะนอกจากสินค้าหลัก ต้องถูกปากแล้ว บรรยากาศในร้าน การบริการ หน้าตาของอาหารเมนูอื่น ก็ต้องมีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน อย่าง “มานี มีกาแฟ” ร้านดัง ขวัญใจวัยรุ่น-วัยทำงาน ที่เมืองพิษณุโลก ยามนี้ เขาชู “จุดขาย”ที่การตกแต่งร้านอบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค สไตล์ “แฟนฉัน” ทำให้ลูกค้าเพลินตาเพลินใจ ที่มีโอกาสได้รำลึกหวนถึงอดีต นอกจากนั้นแล้ว การบริการยังต้องพิถีพิถัน ทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การแต่งกายของบริกรของร้านรวมทั้งอัธยาศัยที่ยิ้มแย้มจริงใจด้วย ร้าน “มานี มีกาแฟ” กรณีที่ยกมาเป็นตัวอย่างนี้ ว่ากันว่าลูกค้าเข้ามาอุดหนุนต่อเนื่องนับปีแล้ว ยอดขายเฉพาะเครื่องดื่มนั้น ชงกันมือเป็นระวิงวันละนับร้อยแก้วเลยทีเดียว ท่านใดสนใจอยากแลกเปลี่ยนประสบกาณ์ หรือสอบถามเคล็ดลับความสำเร็จของร้านกาแฟเล็กๆแต่ยอดขายไม่ธรรมดาแห่งนี้ ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณออส –กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ โทรศัพท์ 081-688-8855
