Exclusive
ถูก “รีวิว” จากหลายแหล่ง ยกย่องให้เป็น ร้าน “สเต๊ก” อร่อยหลากหลาย แถมราคาไม่แพง เมนูถูกสุดในร้านแค่ 29 บาทก็มี “แซม สเต๊ก แอนด์ มอร์” ชื่อนี้อาจคุ้นเคยกันดี สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต มหาวิทยาลัยรังสิต เมืองเอก และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ย่านบางเขน เพราะปัจจุบันร้านอาหารแห่งนี้ ได้ยึดทำเลสำคัญ หน้าสถาบันทั้ง 3 แห่ง จนกลายเป็นร้านในดวงใจของใครหลายคนในย่านนั้น…ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณวุฒิ-วรวุฒิ ศิวะพรประเสริฐ เจ้าของกิจการ “แซม สเต๊ก แอนด์ มอร์-SAM Steak And More” วัย 36 ปี กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นจากการแนะนำตัว จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วงยังสวมเครื่องแบบนิสิต รู้สึกชื่นชอบเมนู “สเต๊ก” แถวสามย่านเป็นกำลัง ก่อนจบจึงตั้งใจอยากมีกิจการร้านสเต๊ก เป็นของตัวเองสักแห่งหนึ่ง เพราะเห็นว่าวัยรุ่นกำลังนิยมและคงใช้เงินลงทุนไม่มากนัก และด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่ แม้จะได้งานประจำทำที่บริษัทแห่งหนึ่งแล้ว คุณวุฒิยังเชิญ “เชฟ” ซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อน ให้มาช่วยสอนการทำอาหารฝรั่ง อย่าง สเต๊ก
เหนื่อย เบื่อ ล้า ความรู้สึกนี้มักเกิดขึ้นกับมนุษย์เงินเดือนแทบจะทุกคน ถ้าเป็นแล้วหาย กลับมาฮึดตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งตรงหน้าได้ ก็คงไม่ใช่ปัญหาหนักใจ แต่หากความรู้สึกนั้นกัดกินจิตใจ ถึงขั้นตื่นเช้ามาไม่อยากขยับกาย ไม่มีพลังก้าวเดินไป อยู่ในภาพเดิมๆ การ “ลาออก” น่าจะเป็นคำตอบสุดท้าย รักการอ่าน รักอักษร เปิดห้องสมุดในบ้าน เช่นเดียวกับ คุณชโลมใจ ชยพันธนาการ คุณครูคนขยัน ผู้ปลุกแรงบันดาลใจให้ทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่หันมาสนใจอักษรและรักการอ่าน เหตุผลของการลาออกของคุณครูชโลมใจ คือ ความเบื่อที่เกิดขึ้นในช่วงวันเวลาแห่งการเป็นเรือจ้างที่ก้าวย่างมาราว 30 ปี บรรยากาศ ผู้คน และอีกหลายต่อหลายเรื่องราว ผลักดันให้คิดหาทางสร้างอาชีพใหม่ และคงจะไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก นั่นก็คือ “ห้องสมุด” “ตอนที่ยังเป็นครูจะชอบทำกิจกรรม โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับตัวหนังสือ เขียนหนังสือ หนังสือทำมือ งานวาด จัดค่าย เด็กๆ บางคนกลายเป็นนักเขียนมือรางวัลก็มี ซึ่งตอนนั้นครูสนุกกับงานมาก และด้วยความที่ชอบหนังสือ รักการอ่านนี้เอง เราจึงอยากมีอาณาจักรของตัวเอง นั้นคือห้องสมุด ให้เด็กๆ และผู้สนใจได้มีพื้นที่ในการอ
“ข้าวเงี้ยว” หรือ “ข้าวกั้นจิ้น” นั้นชาวล้านนารู้จักกันดี คำว่า “เงี้ยว” ได้บอกที่มาของอาหารชนิดนี้ไว้ชัดเจนว่ามาจากชาวเงี้ยวที่เรียกตนเองว่า “ไตโหลง” (ไทหลวง) หรือที่ชาวสยามนิยมเรียกว่า “ไทใหญ่” หรือ “เงี้ยว” นั่นเอง ส่วนคำว่า “กั้นจิ้น” เป็นภาษาคำเมือง “กั้น” หมายถึง คั้น บีบนวดคั้น ประมาณนี้ ส่วนคำว่า “จิ้น” หมายถึงเนื้อ เช่น จิ้นงัว จิ้นควาย หมายถึง เนื้อวัว เนื้อควาย จิ้นส้ม หมายถึงแหนม “ข้าวกั้นจิ้น” จึงหมายถึงข้าวที่มีการบีบคั้นกับเนื้อ โดยจะนำเลือดหมูสดไปคั้นกับตะไคร้เพื่อดับคาว แล้วคลุกลงไปในข้าวสวยที่หุงไว้คลายร้อนแล้วพร้อมกับหมูสับ ปรุงรสด้วยเกลือ เหยาะซีอิ๊วสักหน่อยก็หอมดี ใครติดหวานก็ใส่น้ำตาลลงไปนิดหน่อย และที่จะทำให้อร่อย คือ น้ำมันกระเทียมเจียว ใส่ลงไปแล้วคลุกไปนวดไปให้เครื่องทั้งหลายนั้นเข้ากันดี จึงนำมาห่อใส่ใบตองมัดด้วยตอก หรือกลัดด้วยไม้กลัดแล้วนำไปนึ่งให้สุก เปิดห่อใบตองมาควันฉุยหอมฟุ้ง ตักกระเทียมเจียวราด จะให้เด็ดก็มีกากหมูด้วย กินแนมกับพริกแห้งทอดและผักสดที่เข้ากันดี คือ หอมแดง แตงกวา และผักชี อร่อยอย่าบอกใคร นึกภาพตามแล้วน้ำลายปุ๊ ก็มันของโปรดของฉันเลยนี่นา ตาม
“ช่างชุ่ย” แหล่ง “เช็กอิน”สุดคูลล่าสุด ของเหล่าบรรดาศิลปินน้อยใหญjและคนทำมาค้าขายหลากหน้าหลายตา และแม้จะเปิดตัวมาได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่เท่าที่สำรวจด้วยสายตา เห็นเลยว่า กระแสตอบรับยังแรงดีไม่มีตก เพราะถึงช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผู้คนในกทม. จะพากันออกไปทำบุญ-ท่องเที่ยว ต่างจังหวัดกันมากโข แต่จุดพบปะสังสรรค์แห่งใหม่ ย่านฝั่งธนนี้ ก็ยังมีผู้คนพากันไปเยี่ยมเยือน จำนวนไม่น้อยอยู่เหมือนกัน โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงรวบรวม “ลูกเล่น” ของคนทำมาค้าขาย ใน “ช่างชุ่ย” มาให้ชมกัน พอเป็นการจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ ให้ใครหลายคนอาจนำไปต่อยอดกันได้ แบบไม่หวงวิชา ร้านเสื้อยืด สไตล์รักษ์โลก นำชักโครกหมดสภาพ มาตั้งเรียงกัน ก่อนนำกระถางต้นไม้หลายชนิดลงไป ก็เขียวไปอีกแบบ ผัดไทย อาหารพื้นๆ หาทานได้ทั่วไป นำมาตั้งชื่อใหม่ ให้ดูหวือหวา บวกกับลีลาการผัดที่เพิ่มความเร้าใจเข้าไปอีกหน่อย เรียกลูกค้ามาต่อคิวได้ดีทีเดียว ฟู้ดทรัก อาจไม่ใช่ของใหม่น่าตื่นเต้นแล้ว หากอยากให้คนมามุง คงต้องมีรูปแบบที่ล้ำมากขึ้นไปอีก อย่าง กาแฟสดรายนี้ นับว่าหน้าตาดี ช่วยให้มีชัยไปกว่าครึ่ง ป้ายสื่อสารบอกแบบตรงไปตรงมา แต่ไม่ทำให้
“การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าให้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนาน หรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าต่อสังคม ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แสดงไว้ ณ The First Annual Bangkok Art & Photography Event 2007 ….. ในยามที่ประเทศไทยอยู่ในภาวะสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ยังมีคนในชาติจำนวนไม่น้อย ออกมาแสดงน้ำจิตน้ำใจต่อกันในหลายรูปแบบ รวมถึงบริการรับถ่ายรูปให้กับผู้คนที่เดินทางมายังท้องสนามหลวงห้วงเวลานี้ แบบไม่คิดค่าแรงแม้แต่บาทเดียว โดย คุณแจ๊ค-วีระยุทธ ทองโชติ อายุ 37 ปี หนึ่งในเจ้าของจิตอาสาดังว่า เริ่มต้นแนะนำตัว ปัจจุบันทำงานประจำ เกี่ยวกับการเขียนลายเสื้อผ้า พวกลายไทย ลายกราฟฟิคสำหรับงานสกรีน เป็นพนักงานในโรงงานเล็กๆ เงินเดือนไม่มากนัก แต่อยู่ได้เพราะไม่ใช่คนฟุ้งเฟ้ออะไร ข้าวของที่ใช้ราคาไม่แพง ไม่มีบัตรเครดิต หากอยากซื้ออะไรจะเก็บเงินสดซื้อ นอกจากจะเป็นคนประหยัดแล้ว แม้เงินเดือนจะน้อยก็อยู่ได้สบาย เพราะปั่นจักรยานไปทำงาน ส่วนที
ในยุคที่อะไรก็ขายไม่ค่อยดี บรรยากาศจับจ่ายไม่ค่อยจะคึกคัก หากใครคิดทำสินค้าแบบธรรมดา ชนิดหาจุดที่แตกต่างไม่ได้ เห็นคงต้องมีอันม้วนเสื่อกลับบ้านไปก่อนเวลาอันควร “กับข้าว” เจ้าของแบรนด์เครื่องนอนลวดลายอาหารหน้าตาน่ารับประทานเหมือนจริง นับเป็นหนึ่งในหลายผู้ประกอบการ ที่สามารถสร้าง “จุดขาย”ของตัวให้มีความโดดเด่น กระทั่งขายดิบขายดีมาพักหนึ่งแล้ว มีเจ้าของกิจการสองท่าน คือ คุณบอส – ฐิติรัตน์ ทำนุโรจน์ทวี และ คุณเอ็กซ์ –สุพัชชา มิตรวารีสัมพันธ์ คุณเอ็กซ์ อาสาเป็นคนให้ข้อมูลว่า เจ้าของไอเดียสินค้าผ้าปูที่นอน-หมอน-ผ้าห่ม ลวดลาย เป็นอาหารนานาชนิด อาทิ กุ้งแม่น้ำเผา ผัดไทย ปูนึ่ง ต้มยำทะเล ฯลฯ นี้ เป็นของคุณบอส-ฐิติรัตน์ หุ้นส่วนคนสำคัญ ซึ่งร่วมกันทำธุรกิจ ทำโรงงานรับผลิตสายคล้องคอบัตร และผ้าพันคอเชียร์กีฬา ให้กับหน่วยงานต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2549 โดยก่อนหน้านี้ เคยลงทุนซื้อเครื่องซับพลีเมนชั่น ซึ่งเป็นเครื่องจักรมูลค่าหลักล้านบาท เพื่อนำมาใช้งานในการแยกสีสายคล้องและผ้าพันคอให้เป็น 4 สี เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น ทำอยู่พักใหญ่ เกิดความคิดแตกไลน์สินค้า แบบไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่ใช่
ถ้าถามถึงภาพลักษณ์ ของ “อาหารฝรั่งเศส” ในสายตาของคนส่วนใหญ่ หลายท่านอาจบอกไม่รู้จัก รสชาติเป็นยังไงไทราบ แต่ถ้าให้ลองนิยาม น่าจะเป็นเรื่องของความหรูหรา ดูดี หารับประทานไม่ได้ง่ายๆทั่วไป และที่สำคัญคงมีราคาแพง…จนน่าหมั่นไส้ “อาหารฝรั่งเศส เป็นเรื่องของพิธีรีตรอง ละมุนละไม ใช้วัตถุดิบชั้นดี หรูหรา และเทคนิคการทำชั้นเลิศ” คุณโป้ง – ฐาปกรณ์ ชินะวาสี วัย 34 ปี เจ้าของ Blue Tomatoes (บลู โทเมโทส์) กิจการแคเธอเริ่งและรับจัดเลี้ยงแนวใหม่ ซึ่งหาญกล้าออกมาประกาศด้วยเสียงดังฟังชัด ขอเป็น “ผู้ก่อการปฏิวัติ…การกิน” เกริ่นมาอย่างนั้น แต่ก่อนจะทราบถึงรายละเอียดยุทธวิธีก่อการฯในแบบของเขา ขอทำความรู้จักกันให้มากขึ้นก่อน ย้อนให้ฟังความเป็นมา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นมีโอกาสลัดฟ้าไปศึกษาต่อด้านภาษาที่ประเทศสหสรัฐอเมริกา อยู่ 2 ปี ทำให้ได้เปิดโลกใหม่ จนเกิดทัศนคติที่เปลี่ยนไป จากคิดว่าจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาทั่วๆไป ปี 2550 กลับมาบ้าน จึงขออนุญาตครอบครัว ขอศึกษาต่อด้านการทำอาหาร ที่สถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ ในเมืองไทย เพื่อเรียนรู
ทุกวันนี้ถ้าใครมีรูปร่างอ้วนเกินค่านิยมตามสมัย อาจถูกมองด้วยสายตาตำหนิติติง เหมือนไปทำอะไรผิดมาหนักหนา แถมยามปะหน้าผู้คน(บางประเภท) เป็นต้องเอ่ยปากทัก ทำไมถึงได้ตัวใหญ่-ตัวโต อย่างนี้ ทั้งที่น่าจะรู้กันอยู่เรื่องของ “สังขารไม่เที่ยง”นั้น เป็นธรรมดาของมุษย์โลก แต่เมื่อความสวยความงามนั้น เป็นเรื่องคู่กันกับผู้หญิงแทบทุกราย ฉะนั้นหากสาวคนไหนที่ก้าวผ่านภาวะ ”อวบระยะสุดท้าย”ไป เห็นเป็นต้องรีบขวนขวายหาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วดูดี มาเสริมบุคลิกกันให้จ้าละหวั่น ส่งผลให้ธุรกิจขายเสื้อผ้าสำหรับสาวร่างบิ๊ก มีความคึกคักมาได้พักใหญ่แล้ว พยาบาลอ้วนบิ๊กไซส์ คือ ชื่อของแฟนเพจร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ มีกลุ่มเป้หามายอยู่ที่สาวอวบอ้วน น้ำหนัก 80-180 กิโลกรัม ++ โดยเสื้อผ้าแต่ละแบบมีทั้งงาน Plus Size แบรนด์เนม Outlet และงานตัดเฉพาะที่ร้านออกแบบมาเพื่อสาวเฮฟวี่โดยเฉพาะ คุณเล็ก-สุดารัตน์ สังข์ประเสริฐ อายุสามสิบเศษ ปี เจ้าของกิจการที่เกริ่นถึง และเจ้าของน้ำหนักตัวเกินร้อยกิโลกรัม เริ่มต้นให้ฟังเกี่ยวกับความเป็นมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงเป็นกันเอง พื้นเพเป็นชาวเพชรบูรณ์ จบปริญญาตรีจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศ
คงจะไม่ผิดนักหากจะพูดว่า ทุกๆ ธุรกิจต้องการไอเดีย แม้แต่ธุรกิจงานศพที่ผู้คนก็มักปฏิบัติตามขนบประเพณีดั้งเดิม เพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติบุคคลอันเป็นที่รักครั้งสุดท้าย หลายๆ คนก็พยายามหลีกหนีความจำเจที่มักพบเจอในงานศพ ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาของชำร่วยแบบแปลกใหม่ หรือพวงหรีดสุดสร้างสรรค์ แทนที่จะใช้ดอกไม้ก็เปลี่ยนเป็นหนังสือ ผ้าห่ม รวมไปถึงพัดลม เพื่อจะได้ถวายวัดให้ใช้ประโยชน์หลังงานศพเสร็จสิ้น กระทั่งงานศพที่ออกแบบธีมเฮลโล คิตตี้ เพื่อหนูน้อยที่จากไปก่อนวัยอันควร หรืองานศพสไตล์คาวบอยที่ภรรยาจัดให้สามีที่สั่งเสียไว้ก่อนตาย ก็มีให้เห็นในบ้านเรา งานศพแปลกแหวกขนบเดิมๆ กำลังกลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงในอังกฤษเช่นกัน เพราะเริ่มมีลูกหลานที่อยากจัดงานศพให้สอดคล้องกับความปรารถนาสุดท้ายของผู้วายชนม์มากขึ้น แทนที่จะเหมือนๆ กันไปหมด บีบีซี หยิบยกกรณีของ “โรซี่ แกรนต์” ที่จัดงานศพแบบมีเอกลักษณ์และเติมเต็มความปรารถนาของผู้เป็นแม่ โดยแทนที่จะจัดในสไตล์วิกตอเรียนเหมือนคนอื่นๆ เธอกลับเลือกจัดงานที่โรงนา และฝังศพแม่ในป่า โดยปลูกต้นไม้ไว้บนหลุมศพด้วย เธอบอกว่า แม้งานศพครั้งนี้จะไม่ได้ดูเรียบหรู แต่ก็น่ารัก และ
คุณโอล่า-อัมรินทร์ โภคา ไกด์หนุ่มมากความสามารถ ผู้คร่ำหวอดในวงการท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ มานานเกือบยี่สิบปี ในฐานะแฟนานุแฟน ของ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ตัวจริงเสียงจริง กรุณาแชร์ประสบการณ์ดีๆ ส่งตรงมาจากประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเรื่องราวของ “การพลิกวิกฤติเป็นโอกาส”ของชาวตากาล็อก ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น …เชิญติดตาม คุณโอล่า กับ จี๊ปนีย์ จี๊ปนีย์ (Jeepney) เป็นรถโดยสาร ที่พบได้ทั่วไปในประเทศฟิลิปปินส์ ถือกำเนิดจากการที่ทหารอเมริกัน ได้ทิ้งรถจี๊ปเอาไว้เป็นจำนวนมาก ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลงเมื่อปี ค.ศ. 1945 จากนั้นไม่นาน จึงมีผู้นำโครงสร้างหลักของรถที่ใช้งานในกองทัพดังกล่าว มาดัดแปลงเป็นรถโดยสาร และตั้งชื่อว่า จี๊ปนีย์ คำว่า “จี๊ปนีย์” เกิดจากการสมาสคำศัพท์ ในภาษาอังกฤษ คือ “จี๊ป” (Jeep) กับ “นี” (Knee) ที่หมายถึง “หัวเข่า” เนื่องจากรถจี๊ปนีย์ มักมีผู้โดยสารนั่งกันแออัด จนหัวเข่าชนหัวเข่า ซาเรา (Sarao) เป็นชื่อของโรงงานผลิตรถจี๊ปนีย์ ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 ตั้งอยู่ในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปป
