Exclusive
ต่อยอดอาชีพพ่อแม่ เป็น ไก่ย่างซอสลาวา เจ้าดัง TikTok ปักหมุดงานประจำปี รายได้วันละหลักแสน เริ่มจากที่พ่อแม่ขายไก่ย่างตามตลาดนัด เป็นไก่ย่างทั่วๆ ไป จึงนำสิ่งที่มีอยู่ มาต่อยอดพัฒนาจนกลายมาเป็น “ไก่ย่างสำฤทธิ์” เจ้าดังใน TikTok ที่คนแห่ไปซื้อตามๆ กัน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ชีวิตโดนอะไรมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคำดูถูก ต้องอดทนกับสิ่งเหล่านั้นมาโดยตลอด แต่มาถึงวันนี้ พวกเขา คุณพ่อเก๋-สำฤทธิ์ แสนสุขบุญ และ คุณแม่เก๋-ลำพึง แสนสุขบุญ คู่สามีภรรยาเจ้าของร้านไก่ย่างสำฤทธิ์ ได้เปิดอกพูดถึงเส้นทางของความสำเร็จนี้ให้เราฟัง เริ่มต้นและต่อยอด ต้องบอกว่าอาชีพค้าขาย เริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่แล้ว แต่เดิมขายเป็นไก่ย่างแบบทั่วๆ ไปที่เห็นได้ตามตลาดนัด จนมาหลังๆ ย้อนไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว คุณแม่เก๋ได้เห็นว่า เราควรที่จะปรับปรุง ต่อยอดจากของที่มีอยู่ โดยคิดค้นสูตรหมักไก่ขึ้นมา ปรุงให้มีความอร่อย เติมตรงนู้นนิด ตรงนี้หน่อย ทำให้ถูกปากถูกใจวัยรุ่นมากขึ้น เมื่อคิดสูตรขึ้นมาได้แล้วก็ชิมกันเองก่อนในครอบครัวก่อน ทุกคนก็รู้สึกว่า รสชาติมันถูกปาก คิดว่าทำขายให้ลูกค้ามันน่าจะดี เพราะยังไม่มีที่ไหนทำแบบนี้เลย
ฮาเก็ตติ้ง ใช้ความตลกทำการตลาด ลงมือทำต่อเนื่อง หัวใจในการสร้างแบรนด์แบบ Goodsunday วันที่ 27 เมษายน 2567 ในงาน จัดจ้านจานเด็ด ที่จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ในเครือมติชน ที่ มติชนอคาเดมี บนเวทีเสวนา “ทอล์กจัดจ้าน” ในหัวข้อ “สร้างแบรนด์อย่างไรให้มีตัวตนบนโลกโซเชียล” โดย คุณอาร์ม-กานต์ชนิต สุรินทร์สภานนท์ เจ้าของร้านกาแฟ Goodsunday Coffee Bar ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกออนไลน์ โดยคุณอาร์ม กล่าวแนะนำตัวว่า อดีตเธอมีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตส และคิดว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง จนมาช่วงโควิด ได้รับผลกระทบกับงานประจำที่ทำ ทำให้สายการบินหยุดชะงัก ด้วยเหตุการณ์นี้จึงทำให้เธอตัดสินใจมาทำธุรกิจ คุณอาร์ม เล่าว่า เงินก้อนสุดท้ายที่มี ได้นำไปเปิดร้านกาแฟ ที่ชื่อว่า “Goodsunday Coffee Bar” และทำต่อมาเรื่อยๆ โดยเริ่มจากถ่ายเมนูที่ขาย เป็นการโปรโมตร้านในช่วงแรก แต่กลับมาถามตัวเองว่า ร้านของเรามีสิ่งที่โดดเด่นกว่าคนอื่น คืออะไร? คุณอาร์ม เผยว่า ยุคนี้ทำการตลาดแบบเดิมๆ หรือ 4 P คือ Product, Price, Promotion และ Place ไม่พอแล้ว เทคนิคของเธอคือฮาเก็ตติ้ง เพราะความตลก ความสนุกอยู่คู่กับคนไทย เป็นเหมือนจุดพักใจ หลังจากผ
เปลี่ยนดราม่าเป็นรายได้ รับมือปัญหาแบบข้าวคลุกกะปิแม่พลอย-แม่ปูนา วันที่ 26 เมษายน 2567 ในงาน จัดจ้านจานเด็ด ที่มติชนอคาเดมี บนเวทีเสวนา “ทอล์กจัดจ้าน” หัวข้อ “สารพัดปัญหา ดราม่าไม่เว้นวัน พ่อค้าแม่ขายต้องรับมืออย่างไร?” โดย คุณบีม-รชต คำรอด เจ้าของร้านปูนาฟ้าใส และ คุณพลอย-หทัยพัชร วสุศักดิ์ศิริ เจ้าของร้านข้าวคลุกกะปิแม่พลอย สองผู้ประกอบการแห่งวงการร้านอาหารที่ต่างกันสุดขั้ว แต่เจอกับสารพัดปัญหาเช่นกัน คุณบีม-ปูนาฟ้าใส เล่าว่า เดิมเป็นแม่บ้าน แต่อยากหาอาชีพเสริม เลยหยิบปูนามาทำเป็นอาชีพ และได้เริ่มทำ โดยให้ทางบ้านชิมก่อน ทางบ้านบอกว่า อร่อย แต่ว่าเธอไม่เชื่อ เลยนำไปให้เพื่อนๆ ลองชิม การตอบรับเริ่มดี จึงเริ่มทดลองทำ โดยซื้อกระปุกฝาแดงมาจากตลาด และใช้โซเชียลในการประชาสัมพันธ์ และใช้ชื่อว่า ปูนาฟ้าใส ตั้งแต่เริ่มแรก ในตอนแรกมีแต่คนบอกว่า “บ้า” เพราะอ่องมันปูเป็นสินค้าที่หากินได้แค่เฉพาะกลุ่ม ตามท้องถิ่น ใครจะมาซื้อกิน แต่ก็ไม่ย่อท้อและทำต่อมาเรื่อยๆ จนถึง 4 ปีเต็ม ทางด้านคุณพลอย เล่าว่า ชีวิตพลิกจากฟ้าสู่ดิน แต่พลิกจากฟ้าสู่ดินในที่นี้หมายถึงว่า เดิมทีคุณพลอยทำอาชีพแอร์โฮสเตส แต่ปัจจุบ
กะเพรา เป็น Soft Power ต้องแทรกความบันเทิง เหมือนดูซีรีส์อยากกินโซจู เมื่อเวลา 11.00-12.00 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่อาคารมติชนอคาเดมี ในงาน “จัดจ้านจานเด็ด” ที่จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และ มติชนอคาเดมี สื่อคุณภาพด้านสร้างอาชีพ ในเครือมติชน มีเวทีทอล์กจัดจ้าน หัวข้อ “ถอดรหัส Soft Power อาหารไทยผ่านเมนูผัดกะเพรา” โดย คุณกฤช เหลือลมัย คอลัมนิสต์ด้านอาหาร และคุณแบงค์-ประภากร นิยมทรัพย์ จากร้านกะเพราจิตสดชื่น จ.กาญจนบุรี เจ้าของรางวัลอันดับ 2 จากการแข่งขันกะเพราระดับโลก เป็นวิทยากรรับเชิญ คุณกฤช กล่าวตอนหนึ่งว่า ถ้าเอาหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นตัวตั้ง คนไทยน่าจะรู้จัก “ใบกะเพรา” ตั้งแต่สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ว่าการนำมาใช้เป็นอาหารนั้น ตนพบร่องรอยที่เก่าที่สุด คือใบปิดโฆษณาน้ำพริกเจ้าหนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2476 บอกวิธีการทำเมนูหลากหลาย ซึ่งรวมถึงผัดกะเพราไว้ด้วย หลังจากนั้นพบหลักฐานการเผยแพร่สูตรการทำผัดกะเพราตามสื่อ ไล่เรียงตามช่วงเวลาจนถึงปัจจุบัน ส่วน ความเป็น Soft Power ของผัดกะเพรานั้น คุณกฤช มองว่า จะไปเป็นเมนูโดดๆ อาจยาก อาจต้องสอดแทรกให้รับรู้เบื้องหลังของเมนู เช่น มีเรื่อง
“ยำชนตำ” เปิดหมดเปลือก เผยทุกลีลา ทำอย่างไรให้ครองใจลูกค้า จากธุรกิจติดกระแส สู่ตัวแม่ตัวมัมของวงการ วันที่ 25 เมษายน 2567 ในงาน จัดจ้านจานเด็ด ที่มติชนอคาเดมี บนเวทีเสวนา “ทอล์กจัดจ้าน” หัวข้อ “ยำชนตำ แซ่บอย่างไร ให้จัดจ้านถึงใจลูกค้า โดย เจ๊โบว์ ปะทะ เจ๊ต๊อกแต๊ก” โดย คุณต๊อกแต๊ก-พรปวีณ์ กิจทรัพย์บารมี ตำแรดแซ่บนัวบันเทิงศิลป์ และ คุณโบว์-รมย์ลักษณ์ เนียมเครือ โคตรยำ สองผู้ประกอบการแห่งวงการร้านอาหารสายแซ่บร่วมถอดประสบการณ์การทำธุรกิจแบบจัดจ้าน เจ๊ต๊อกแต๊ก เล่าว่า แม่ค้าเป็นอาชีพที่ชอบมาตั้งแต่เด็ก ส่วนการรับราชการเป็นสิ่งที่พ่อแม่ภูมิใจ แต่ถึงแม้จะมีงานประจำอยู่แล้วก็อยากหารายได้เสริม จึงคิดและทำมาโดยตลอด เจ๊งมาก็หลายอย่าง จนสุดท้ายมาลงตัวที่ตำส้มตำ “เราขายเพื่อตอบโจทย์ความชอบ และความชอบนั้นต้องก่อให้เกิดรายได้ แต่ถ้ารายได้ไม่ตอบโจทย์ ก็หยุด แค่นั้นเอง ทำในสิ่งที่เรารัก มันเลยไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากที่สุด คือทำแล้วต้องขายได้ อันนี้คือหัวใจสำคัญ ทำยังไง ลูกค้าจะกินของเรา เราเคยขายขาดทุน 4 เดือน แล้วเอารายได้จากส่วนอื่นมาพัฒนาร้าน ไม่มีธุรกิจไหนหรอกที่จะต่อยอดได้เลย หากอยากมีจุดเริ่มต้น ก
คาถารวย พี่ญาคนรุม ค้าขายด้วยความตั้งใจ จริงใจ ซื่อสัตย์ สำเร็จแน่นอน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 เม.ย. ที่อาคารมติชนอคาเดมี คุณอภิญญา ศรีสมบูรณ์ เจ้าของฉายา “พี่ญาคนรุม” แม่ค้าคนดัง กล่าวตอนหนึ่งในหัวข้อ “เปิดเคล็ดลับพี่ญาคนรุม สร้างอาชีพง่ายๆ ด้วยเงินหลักร้อย” บนเวที ทอล์กจัดจ้าน ในงาน จัดจ้านจานเด็ด อีเวนต์แห่งปี ที่จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และ มติชนอคาเดมี สื่อคุณภาพด้านสร้างอาชีพ ในเครือมติชน ว่า ชีวิตในวัยเด็กของเธอ ใช้คำว่า จนยิ่งกว่าจน เดินไปทางไหนไม่มีใครอยากคบ บ้านไม่มีอยู่ ข้าวไม่มีจะกิน เพราะพ่อแม่แยกทางกัน ซึ่งเธอเลือกอยู่กับแม่ แต่แม่มีหนี้สินเยอะ บ้านแบ่งคนละครึ่ง เวลานอนนอนกับพื้นดิน ตอนขึ้นมาทำงานในกรุงเทพฯ เหลือเงินอยู่ 9 บาท แต่ต้องคิดว่าจะใช้เงินนั้นยังไงให้พอกิน 3 มื้อ พี่ญา เล่าต่อ ทำมาแล้วสารพัดอาชีพ เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ พอเข้ากรุงเทพฯ มาเป็นลูกจ้างในร้านผลไม้ของน้า ได้ค่าแรงวันละ 40 บาท เธอเก็บเงินได้ 1,200 บาทต่อเดือน ส่งไปให้แม่ใช้ทั้งหมด ตอนแรกไม่ชอบเป็นแม่ค้า เหมือนถูกบังคับให้ขายก็ต้องขาย แต่พอทำไปเรื่อยๆ รู้สึกสนุก อิสระ ไม่เหมือนทำงา
9 อาชีพเสริมนี้มาแน่! เปิดเทรนด์ในปี 2024 เปลี่ยนเวลาว่างให้ปัง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ในยุคที่การทำงานประจำเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ หลายๆ คนจึงมองหาอาชีพเสริม มาเป็นตัวช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋า โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และมุ่งสู่ทิศทางออนไลน์มากขึ้น ก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ขึ้นมากมาย สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องลงทุน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวมมาให้แล้วกับ 9 อาชีพเสริมติดเทรนด์ในปี 2024 ที่ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ เพียงแค่มีใจรัก มุ่งมั่น พัฒนาฝีมือ ก็สามารถเริ่มต้นสร้างรายได้เสริมได้ง่ายๆ ทำแล้วปัง ทำแล้วรวยแน่นอน 1. Affiliate Marketing Affiliate Marketing คือ การสร้างรายได้แบบไม่ต้องลงทุน โดยที่เรานำลิงก์สินค้าที่ต้องการโปรโมต ไปแชร์ยังช่องทางต่างๆ เช่น Facebook, TikTok, Instagram, X และเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านลิงก์ของเรา เราก็จะได้รับค่าคอมมิชชันจากสินค้านั้นๆ โดยค่าคอมมิชชันจะมีราคาแตกต่างกันไปในแต่ละตัวสินค้าที่ทางแอปกำหนด ซึ่งบางคนที่ทำ Affiliate มีรายได้ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว เช่น Shopee Affiliate, Lazada Affiliate, TikTok Affiliate หรือแม้
ใครก็ทำได้ไม่ต้องเป็นอินฟลูฯ “Affiliate Marketing” ติดตะกร้าขายของ เป็นนายหน้าแบบไม่สต๊อกสินค้า คุ้นหูคุ้นตากับคำว่าติดตะกร้าอยู่บ่อยๆ บางทีเราก็ตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นนั้นเลยโดยไม่มีการขายทั้งสิ้น ตัวอย่าง แนวคอนเทนต์ออกมารีวิว บอกวิธีใช้ หรือแม้กระทั่งเล่าเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าชิ้นนั้น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ Affiliate Marketing ขายสินขายได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเป็นอินฟลูฯ และไม่ต้องตุนของกับ คุณแอ๊ม-ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต เจ้าของช่อง TikTok “การตลาดการเตลิด” Affiliate Marketing ให้เข้าใจง่ายคืออะไร Affiliate Marketing หลักการคือ นายหน้าแบบไม่สต๊อกสินค้า ถ้าเทียบกันจริงๆ มันคือขายตรง เพราะหลักการคือ ใครก็ตามนำสินค้าตัวเองมาวางที่ตลาดตรงกลางบนติ๊กต็อก แล้วคนไหนก็ตามที่ซื้อสินค้าเสร็จสามารถนำสินค้าไปรีวิวเขาจะเรียกว่าการปักตะกร้า แล้วเราก็จะได้ส่วนแบ่งโดยที่สินค้านั้นไม่ใช่ของเรา เราไม่ต้องตอบแชต ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องทำอะไรเลย ตัวอย่าง ถ้าเราซื้อน้ำดื่มยี่ห้อ A เสร็จ เชี่ย!!! ชอบ แล้วรีวิวน้ำดื่มขวดนั้นว่าอร่อยมาก แปะตะกร้าแล้วก็รอดูว่าขายได้กี่ขวด หน้าที่เรามีแค่นั
ลด ละ เลิก ขยะอาหาร กันเถอะ พบสถิติน่าตกใจ ข้าว เหลือทิ้งมากที่สุด เคยสังเกตไหมครับ เวลาเราไปกินอาหารกับครอบครัวกับเพื่อนตามร้านอาหาร ศูนย์อาหาร สุดท้ายแล้วในจานเราเหลืออะไรที่ไม่ได้กินกลายเป็นขยะอาหาร ผมไปเป็นที่ปรึกษาให้โครงการลดขยะอาหารศูนย์อาหารของสถาบันสิ่งแวดล้อม เขาพาไปเยี่ยมชมศูนย์อาหารของโรงงานแถวสระบุรีซึ่งมีพนักงานหลายร้อยคน รอบหนึ่งๆ ก็มากินกันเป็นร้อย กิจกรรมหนึ่งที่ศูนย์อาหารที่เข้าร่วมโครงการนี้ต้องทำเป็นครั้งคราว คือแยกขยะอาหารจากโต๊ะอาหารครับ ชั่งขยะอาหารน้ำหนักรวมได้เท่าไหร่ แล้วค่อยแยกขยะอาหารต่อ เช้านั้นมีคนงานมากินอาหารที่ศูนย์อาหารประมาณ 100 คน ชั่งน้ำหนักขยะอาหารรวมได้ 5 กิโลกรัม ทีนี้ก็ใช้ปากคีบแยกขยะอาหารออกเป็น 5 ประเภท คือ 1. เนื้อสัตว์หรือประเภทโปรตีน 2. ไขมันหรือเนื้อสัตว์ติดมัน 3. ผัก 4. ส่วนที่กินไม่ได้ เช่น ก้างปลา กระดูกไก่ ใบมะกรูด ท่อนตะไคร้ 5. แป้ง เช่น ข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว เดาซิครับว่าขยะอาหารจากจานอาหารอะไรเหลือมากที่สุด แน่นอนครับเป็นส่วนของแป้งหรือข้าว รองลงมาคือ ผัก เช้านั้นเป็นถั่วฝักยาวมาจากผัดพริกขิง มะเขือพวงมาจากแกงเผ็ด อันนี้เหลือเยอะมาก พอ
สำรวจ Social Trends ผ่านลาบูบู้ ความนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญ จุดกระแสความนิยมได้อย่างรวดเร็ว นาทีนี้ หากเอ่ยถึง “Art Toy (อาร์ตทอย)” งานศิลปะที่ออกมาในรูปแบบกล่องสุ่ม เป็นของเล่นและของสะสมสุดทรงพลัง กลายเป็นสินค้าฮิตเพียงชั่วข้ามคืน โดยวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกท่านย้อนรอย “ตุ๊กตายอดฮิต” ในไทย เปรียบเทียบราคาช่วงพีกสุด กับราคาปัจจุบัน เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับนักสะสม หรือนักลงทุนมือใหม่ ที่อยากจะซื้อไว้เพื่อเก็งกำไร ยังจำกันได้ไหม กับกระแสตุ๊กตาสุดน่ารักที่เคยฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง ที่ใครหลายคนยังคงมีสะสมไว้อยู่ที่บ้าน ก็จะมี เฟอร์บี้ ตุ๊กตาลูกเทพ ตุ๊กตาบลายธ์ หรือ แคร์แบร์ และล่าสุดกับกระแส ลาบูบู้ สัตว์ประหลาดน้อยตัวจิ๋ว ที่อยู่ในชุดกระต่าย มีดวงตาที่ใหญ่โต ปากกว้าง ฟันหยัก จากอาณาจักร POP MART “POP MART” (ป๊อปมาร์ท) ธุรกิจกล่องสุ่มสุดปังของจีน ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 POP MART มีรายได้ 6.30 พันล้านหยวน หรือประมาณ 3.15 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงมาก แสดงให้เห็นถึง
