Exclusive
นักลงทุนอายุน้อย แห่สะสม ทองคำแท่งขายดีจัด หาซื้อง่ายพอกับกดกาแฟ การหาซื้อทองคำในปัจจุบันง่ายขึ้นกว่าในอดีตมาก แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เอาอยู่ ไม่ต้องเดินทางไปร้านทองให้เหนื่อยยาก ในเกาหลีใต้ ทองคำแท่งกำลังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งในร้านสะดวกซื้อและตู้กดอัตโนมัติ ง่ายดายพอกับการกดซื้อราเมน ไส้กรอก หรือน้ำอัดลมในบ้านเรา CNBC ระบุว่า เครือข่ายร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ของเกาหลีใต้ CU จับมือกับหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบการพิมพ์ธนบัตรและออกเหรียญกษาปณ์ ในการขายทองคำแท่งไซซ์เล็กๆ ตั้งแต่น้ำหนัก 0.1 กรัม ไปจนถึง 1.87 กรัม ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 225,000 วอน ข้อมูลจาก “พ็อกเก็ต CU” แอปพลิเคชันของเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ CU พบว่า ผู้คนในช่วงอายุ 30-39 ปี เป็นกลุ่มที่นิยมซื้อทองคำแท่งเหล่านี้มากสุด มีสัดส่วนคิดเป็น 41% ของยอดขายทั้งหมดหลังเปิดตัว ตามด้วยกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50-59 ปี ที่ซื้อทองคำแท่งในสัดส่วน 35.2% ของยอดขายทั้งหมด ส่วนกลุ่มอายุ 50-59 ปี มีสัดส่วน 15.6% และคนในวัย 20-29 ปี มีสัดส่วนประมาณ 6.8% ของยอดขายทั้งหมด ร้านสะดวกซื้อแห่งอื่นๆ ก็เกาะกระแสบูมทองคำแท่งเช่นกัน อย่างร้านสะดวกซื้อ GS25 ก็เปิดใ
ขอใช้ทุกโอกาส ทำตามฝัน จากร้านส้มตำย่านสาทร สู่คาเฟ่เมืองอุดร อุปสรรคมาในทุกรูปแบบ ไม่ว่าสภาพอากาศ โรคระบาด เศรษฐกิจ หรือแม้แต่สภาพจิตใจ จำเป็นต้องเตรียมตัว เตรียมพร้อมในการรับมือกับทุกปัญหาที่เจอ เรียนรู้ที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างทางออกให้กับตัวเองเสมอ ถึงจะพบเจอความสำเร็จได้ คุณยอดดอย-วิวิธวินท์ ซ้ายกาละคำ ผู้ซึ่งผ่านชีวิตของการทำงานต่างถิ่น เก็บทุกประสบการณ์ชีวิตต่อยอดธุรกิจที่บ้านเกิด เล่าให้ฟังว่า วัยเรียนตนเป็นเด็กทุนกีฬาเชียร์ลีดเดอร์ ของมหาวิทยาลัยรังสิต ตัวแทนแข่งขันรางวัลระดับแชมป์โลก หลังเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ ม.รังสิต ได้รับโอกาสไปเป็นโค้ชที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ การทำงานในต่างแดน วัฒนธรรมการใช้ชีวิตช่วงเริ่มต้นค่อนข้างยาก จึงต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ แต่ไม่นานก็เข้าใจระบบการทำงานมากยิ่งขึ้น เห็นถึงการจัดการที่ถูกวางแผนอย่างดี การทำงานแบบมืออาชีพ เป็นประสบการณ์ที่นำมาประยุกต์ใช้ได้จนถึงปัจจุบัน ช่วงทำงานอยู่สิงคโปร์ทั้งหมด 9 ปี มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่ผ่านมาคณะบริหารธุรกิจ ม.รังสิต ได้สร้างโอกาสในการเรียนรู้ การบริหารจัดการ ทำให้ตนเ
EXIM BANK หนุนภาคเกษตรสร้างระบบนิเวศคาร์บอนต่ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรของไทยอย่างยั่งยืน ภาคเกษตรเป็นหนึ่งในภาคที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยค่อนข้างสูง ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรในภาคเกษตรราว 25 ล้านคน หรือคิดเป็น 40% ของประชากรทั้งหมด ขณะเดียวกัน ภาคเกษตรยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประเทศคิดเป็นประมาณ 9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ (GDP) อย่างไรก็ดี กิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคเกษตรเองก็มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 14.7-25.23% ของปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของไทยเช่นกัน โดยพืชที่ถือเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของก๊าซเรือนกระจก คือ ข้าว เนื่องจากกระบวนการเพาะปลูกแบบทั่วไปจะก่อให้เกิดก๊าซมีเทนที่ทำให้โลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า ด้วยความตระหนักถึงวิกฤตโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงและมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะเข้มงวดขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงกับพันธมิตรสีเขียวอย่างบริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด เพื่อให้การสนับสนุนใ
วิทยาลัยนานาชาติจีน ม.รังสิต เร่งสร้างบัณฑิต ขึ้นแท่นผู้บริหารกิจการจีนในไทย “ปัจจุบัน นักลงทุนจีน กลายเป็น นักลงทุนเบอร์หนึ่งที่สำคัญในการมาลงทุนในประเทศไทย ที่เวลานี้ แซงญี่ปุ่นไปแล้ว ด้วยเหตุปัจจัยเรื่องของกำแพงภาษี เป็นสำคัญ” ดร.กัญจน์นิตา สุเชาว์อินทร์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยข้อมูลให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รับทราบอย่างนั้น ก่อนขยายความให้ฟังต่อ จากการไปสัมภาษณ์ผู้ประกอบการจีน ที่ย้ายฐานการผลิตมาลงทุนในไทย ส่วนใหญ่มาด้วยประเด็นกำแพงภาษีกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจโซลาร์เซลล์ และอีกหลายธุรกิจ และสิ่งที่ตามมาก็คือ “ซัพพลายเชน” ที่เกี่ยวข้อง “ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ อย่าง ธุรกิจยางล้อรถยนต์ ก่อนที่จะเกิดสงครามการค้า จีน เป็นผู้ส่งออกยางล้อรถยนต์ไปที่สหรัฐอเมริกา ปีหนึ่ง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากที่เกิดสงครามการค้า เกิดกำแพงภาษี ยอดจาก 80 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ จีน เขาก็สะเทือน” “แต่ก่อนที่เขาจะสะเทือน จนเกิดภาวะช็อก จีนได้มีการเตรียมการย้ายฐานการผลิต ไปตามประเทศต่างๆ ซึ่งไทย เป็นหนึ่งในฐานการผลิตนั้น สรุปคือ ถ้าพี่ใหญ่ 2 คนตีก
ครอบครัว-ธุรกิจ-สุขภาพ ต้องสมดุล โจทย์ใหม่ชีวิตเจน 3 เดอะ รีเจนท์ กรุ๊ป แม้จะเปิดตัวไปเมื่อปี 2563 ซึ่งตรงกับช่วงเวลาสถานการณ์โควิด-19 กำลังปั่นป่วนโลก แต่ โรงแรมวาลา หัวหิน-นูแชปเตอร์ โฮเทล บูทีค บีช รีสอร์ต ที่พักระดับ 5 ดาว สามารถประคองธุรกิจมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ผ่านมาได้อย่างสวยงาม กระทั่งล่าสุดได้เปิดบริการใหม่ เรียกเสียงฮือฮาในแวดวงธุรกิจบริการได้ไม่น้อย คุณนูนู่-วศุมา คณาธนะวนิชย์ ทายาทเจน 3 “เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป” ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหาร นู แชปเตอร์ โฮเทล เผยถึง 3 โปรเจ็กต์ล่าสุด ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประกอบด้วย เซลา ซีแซงชัวรี่ สปา ชูแนวคิดทะเลบำบัด ไม่ว่าจะเป็นทรีตเมนต์ การคัดสรรผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการตกแต่งและบรรยากาศโดยรอบ เพื่อสร้างความแตกต่าง ทำให้ผู้มารับบริการได้สามารถผ่อนคลายอย่างแท้จริง ตั้งอยู่บริเวณโซนด้านหน้าโรงแรม เพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าจากภายนอกได้ด้วย นอกจากนั้นยังมี คิดส์คลับ Wonder Woods สำหรับเด็กอายุ 2-12 ปี บนพื้นที่ 160 ตารางเมตร ที่ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากป่า พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมที่เด็กๆ สนุกไปกับการใกล้ชิดธรร
รายได้กว่า 700 ล้านบาทต่อปี! สองเพื่อนซี้ เห็นช่องว่างในตลาดสุขภาพ เริ่มต้นจากออนไลน์ ปัจจุบันสร้างยอดขายพุ่งกระฉูด จากเพื่อนร่วมงานกลายเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ เริ่มต้นธุรกิจเสริมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ จนกลายเป็นธุรกิจหลัก ที่ทำเงินได้กว่า 700 ล้านบาทต่อปี Achal Patel เล่าว่า ตอนแรกเขารู้จักกับ Russell Gong ตอนที่ทำงานอยู่ในบริษัทที่ปรึกษาขนาดใหญ่ จากนั้นก็สนิทกันเพราะมีความคิดเห็นตรงกันว่าอยากจะสร้างบริษัทที่มุ่งเน้นภารกิจ โดยผสมผสานความรู้ด้านสุขภาพและความยั่งยืน หลายปีต่อมา พวกเขาได้คิดไอเดียที่จะสร้างบริษัทด้านสุขภาพที่ยั่งยืนเป็นแห่งแรกของโลก ชื่อว่า “Cabinet Health” ในขณะที่พวกเขาทั้งคู่ต่างก็มีงานประจำที่ยุ่งมาก แต่ก็ยังใช้เวลาว่างช่วงกลางคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์มาสร้าง Cabinet Health ขึ้น Russell Gong เล่าต่อว่า จุดเริ่มต้นของ Cabinet Health คือธุรกิจขนาดเล็กบนแพลตฟอร์ม Amazon ที่ประสบความสำเร็จในและเติบโต Achal Patel เป็นคนจุดประกายไอเดียนี้ตั้งแต่แรก โดยมองเห็นช่องว่างในตลาดด้านสุขภาพที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ ด้วยประสบการณ์ช่วงวัยเด็กที่เคยใช้เวลาวันหยุดในโรงงานผลิตยาของปู่ Ach
เปลี่ยนยูนิฟอร์ม จากแอร์ฯ สู่แม่ค้าขายข้าวคลุกกะปิ สุดภูมิใจอาชีพนี้ ขายดีวันละเกือบ 400 กล่อง จากแอร์โฮสเตส สู่แม่ค้าขายข้าวคลุกกะปิ อีกอาชีพที่สร้างเงินให้กับ คุณพลอย-หทัยพัชร วสุศักดิ์ศิริ อายุ 29 ปี คุณพลอยทำงานเป็นแอร์โฮสเตสมานาน 3 ปี ในช่วงหมดสัญญา ประกอบกับโควิดระบาด เธอตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เพราะอยากใช้เวลาอยู่กับที่บ้าน และอยากช่วยธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวอย่างเต็มตัว จากเมื่อก่อนที่แวะเวียนเข้ามาช่วยบ้าง “ก็เสียดายเหมือนกัน แอร์โฮสเตสเป็นอาชีพแรกและอาชีพเดียวที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก และไม่คิดว่าจะเลิกเป็น จะเรียกว่าทิ้งโอกาสไหม อาจจะนิดหน่อย แต่เราคิดว่าก็ได้ไปใช้ชีวิต เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนั้นมาค่อนข้างพอใจแล้ว เลยอยากมาทำตรงนี้เต็มตัวดูบ้าง” คุณพลอย เล่าเสริม ร้านอาหารของครอบครัวชื่อ จั๊บญวนแม่พลอย เปิดให้บริการมานาน 12 ปี และคุณพลอยได้เปิดร้านใหม่ชื่อชูรส ที่เธอบริหารงานเองร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยมีเมนูเด่นคือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ กวยจั๊บญวน และข้าวคลุกกะปิ “จากการเปิดร้าน เราสังเกตว่าทำไมลูกค้ามาสั่งข้าวคลุกกะปิทีละ 10-20 กล่อง มากกว่ามาสั่งก๋วยเตี๋ยว บางทีมีการจ
อาหาร คนต้องกิน ขาย ข้าวเหนียว-หมูปิ้ง อาชีพเล็กๆ ลงทุนน้อย ทำเงินเร็ว ธุรกิจการทำอาหารจำหน่าย ดูจะเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ มากที่สุด เพราะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสี่ของมนุษย์ ที่ต้องกินทุกวัน วันละ 3 มื้อ และการลงทุนในธุรกิจประเภทนี้มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งชนิด และขนาดการลงทุน อาหารประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยม ทั้งจากผู้ประกอบการและผู้บริโภค เนื่องจากเป็นอาหารกินง่าย ราคาไม่แพง อีกทั้งลงทุนไม่มาก นั่นคือ การขายหมูปิ้ง ซึ่งจะว่าไปแล้ว จะเรียกว่าเป็นธุรกิจอาหารก็ไม่เชิงนัก เพราะเป็นหน่วยการลงทุนที่เล็กจริงๆ ทว่า การลงทุนเล็กๆ อย่างนี้ มีตัวอย่างที่สามารถสร้างเป็นธุรกิจระดับเงินแสน และขยายการลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์มาแล้วอีกด้วย ดังนั้น ธุรกิจเล็กๆ แต่ไม่ธรรมดาอย่างนี้ มองข้ามไม่ได้เลย สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจการทำอาหารประเภทนี้ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีตัวอย่างมาเล่าให้ฟัง ในการเดินเข้าสู่อาชีพนี้ แน่นอนว่า ไม่มีใครสามารถบอกสูตรสำเร็จได้อย่างถ่องแท้ละเอียดลออ เพียงแต่ ต้องนำไปปรับ ไปพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่ได้จากเรื่องราวต่อไปนี้ ผู้ที่สนใจอาชีพขายหมูปิ
ขายขนมเบื้อง ส่งลูกจบปริญญา 5 คน อาชีพอิสระ กำไรดี สานต่อรุ่นต่อรุ่น คุณวรรณา วรรณชาติ เจ้าของร้านขนมเบื้องไทยโบราณรัตนะ ปัจจุบันมีหน้าร้านกระจายอยู่ในหลายทำเล ให้ข้อมูลชีวิต-ธุรกิจ ให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ตัวเธอนั้นช่วยแม่ขายขนมเบื้องมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งก่อนหน้านั้น แม่ก็ช่วยยายมาก่อน รุ่นต่อรุ่น จึงนับว่าเป็นขนมสูตรโบราณอย่างแท้จริง ซึ่งขนมเบื้องโบราณนี้ จะไม่ใส่ครีมขาวๆ แบบที่เห็นทั่วไป แต่ใช้น้ำตาลทาหน้าขนมเบื้อง เป็นน้ำตาลโตนด และไข่แดง ถ้าเป็นครีมขาวๆ จะใส่น้ำตาลทราย และไข่ขาว ซึ่งคุณวรรณา บอกว่า ขนมเบื้องไส้ครีม เขาจะทำกลับด้าน กับของเรา สำหรับตัวแป้ง ในแบบของเธอนั้นทำจากถั่วทอง ไม่ใช่ถั่วเขียวผ่าซีก และโม่เอง ทำให้ตัวแป้งกรอบ และกรอบนาน เก็บในตู้เย็นได้นาน 1 สัปดาห์โดยที่ยังกรอบอยู่ ส่วนไส้ มีหลักๆ อยู่ 3 ไส้คือ ไส้หวาน ไส้เค็ม และไส้ธัญพืช ที่เพิ่งมาประยุกต์เพิ่มในตอนหลัง เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ไส้หวานมีฝอยทองเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนไส้เค็มมีกุ้งผัด มะพร้าว พริกไทยดำ และผักชี คุณวรรณา เผยให้ฟังว่า วันหนึ่งๆ ขายได้พันกว่าชิ้น ส่วนถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ ก็เพิ่มเป็น
ลงทุนหลักพัน ขายแซนด์วิชเกาหลี รายได้งามหลักหมื่น จากงานเสริมกลายเป็นอาชีพหลักไปแล้ว แซนด์วิช ยังเป็นอาหารเช้าและมื้อว่างในเวลาหิวได้อย่างดี โดยเฉพาะแซนด์วิชเกาหลีไส้แน่น ที่ยังทำขายสร้างรายได้งามอยู่เสมอ เช่นเรื่องราวของ คุณเหมียว-วิชุดา หล้าคำแก้ว เธอคือสาวสุดขยัน แม้จะทำงานออฟฟิศแต่ก็ยังหารายได้เสริมทำเป็นประจำ ด้วยแนวคิดที่ยึดมั่นมาตลอดว่า “อาชีพก็เหมือนเทียน 1 เล่ม ถ้ามีเทียนหลายๆ เล่มในมือ แล้วมีสักเล่มดับไป ก็ยังมีเทียนเล่มอื่นๆ เป็นแสงสว่าง ช่วงโควิดยิ่งเห็นชัดเจน หลายๆ คนตกงาน แม้กระทั่งเราเองก็ถูกลดเงินเดือน การทำอาชีพเสริมจึงเป็นการสร้างทางเลือกและโอกาสให้ตัวเอง” ซึ่งการขายแซนด์วิชเกาหลี ก็เป็นอีกอาชีพเสริมที่คุณเหมียวเลือกทำ และบอกเลยว่ามาถูกทางมาก “เรามองเห็นโอกาสในช่วงเช้าผู้คนเร่งรีบไปทำงาน ของกินอย่างแซนด์วิชก็น่าจะตอบโจทย์ ทานง่ายและมีสารอาหารครบถ้วน อีกทั้งในหมู่บ้านหรือออฟฟิศเรายังไม่มีใครทำขาย จึงลองทำดู” คุณเหมียวเริ่มต้นอาชีพเสริมจากครัวในบ้านที่มีอุปกรณ์ครบครัน ทำให้ใช้งบลงทุนเริ่มแรกเพียงหลักพันบาท ซื้อวัตถุดิบ เช่น ผัก ขนมปัง ซอส กล่อง
