Exclusive
อยากลงทุน เลือกซื้อแฟรนไชส์ ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ ต้องไม่มองข้าม เรื่องอะไร คุณอมร อำไพรุ่งเรือง กูรูด้านแฟรนไชส์ กล่าวกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ในประเด็นคำถาม “เลือกซื้อแฟรนไชส์ ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ ต้องไม่มองข้ามเรื่องอะไรบ้าง” นั้น ว่า การเลือกซื้อแฟรนไชส์ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ มีหลายสิ่งหลายอย่างให้พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลตอบแทนที่คาดหวัง ตั้งแต่ รายได้ต่อเดือน หรือ ระยะเวลาคืนทุน ของเงินที่เราจ่ายเพื่อซื้อแฟรนไชส์มาทำ แต่ทั้งนี้ ยังมีมุมมองอื่นๆ ที่ต้องนำมาพิจารณา เช่น แบรนด์เป็นที่ยอมรับแค่ไหน ทัศนคติของแฟรนไชซอร์เป็นอย่างไร องค์ความรู้ในการทำธุรกิจการฝึกอบรม ระบบในการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนแฟรนไชซีเป็นอย่างไร ซึ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องไม่มองข้ามเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วย เช่น ทำเลที่จะไปตั้งร้าน มูลค่าตลาดเติบโตแค่ไหนในอนาคต หรือแม้กระทั่งจะเป็นธุรกิจที่ถูก Disruption ในอนาคตหรือไม่ เป็นต้น เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566
อาชีพขับแท็กซี่ ให้ขยันอย่างเดียว รับรองไปรอด ไม่กี่ปี มีรถเป็นของตัวเอง จากบ้านที่สำโรง ผมนั่งรถแท็กซี่ไปทำธุระที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันนั้นก่อนขึ้นทางด่วนรถก็ติด ลงจากทางด่วนรถก็ติด แม้อยู่บนทางด่วนรถก็ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้คล่อง ผมแก้เครียดกับการต้องนั่งไปบนรถนานด้วยการชวนคนขับรถแท็กซี่คุย อย่างน้อยๆ อาจจะได้เรื่องของเขามาเขียน แล้วก็ได้จริงๆ คนขับแท็กซี่แม้อยู่ในหน้ากากอนามัยป้องกันติดเชื้อโควิด แต่ก็ดูรู้ว่า เขายังเป็นคนหนุ่ม แต่พอได้ยินเสียงเขาพูดแล้ว รู้สึกแปร่งหู จะว่าแป็นคนอีสานก็ไม่ใช่ หรือเป็นคนสุพรรณฯ ยิ่งไม่ใช่ พอได้เห็นป้ายชื่อของเขาที่ติดอยู่ในรถว่า จำนงค์ ละมินโท ทำให้ยิ่งแปลกใจตรงนามสกุลว่าเขาไม่น่าจะเป็นคนไทย “น้องเป็นคนที่ไหน” ผมอดถามไปตรงๆ ไม่ได้ “คนสุรินทร์ครับ” พอรู้ว่าเขาเป็นคนสุรินทร์ ทำให้ผมเข้าใจได้ทันทีว่าเขาคงจะมีเชื้อสายเขมรแน่ๆ แล้วก็จริงดังคาด เมื่อเขาบอกผมว่า “พ่อผมเป็นคนเขมรครับ” “พ่อเป็นเขมร แต่แม่เป็นไทย” “ไม่ใช่ครับ แม่ผมเป็นลาว” “อ้าว ไม่มีเชื้อสายไทยเลยหรือ” “ครับ แต่ผมเกิดเมืองไทย ผมจึงเป็นคนไทย” ถึงตรงนี้รถติดแยกไฟแดง เขาจึงหันหลังมาพูด
FLYNOW เคยใหญ่ ตอนนี้เล็ก ไม่เห็นเป็นไร เชื่อ ความล้มเหลวกลัวคนจริง พื้นเพเป็นคนอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ครอบครัวทำการเกษตร แต่ตัวเขาไม่ชอบการเกษตรเท่าไหร่ เพราะชอบอะไรสวยๆ งามๆ ชอบความคิดสร้างสรรค์ และอยากทำงานด้านศิลปะ คือคำแนะนำตัวจาก คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้ง FLYNOW เสื้อผ้าแบรนด์ดังในตำนาน ที่ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมาต่อเนื่องได้ 40 ปีแล้ว “สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เรียนปุ๊บ มีเมียปั๊บ มีลูกปุ๊บ แล้วก็ถูกไล่ออกตอนเรียนครบ 8 ปีพอดี คือเหลืออีกไม่กี่หน่วยกิตจะจบ แต่ในเมื่อไม่ให้เรียนต่อ เราก็เลิกเรียน” คุณลิ้ม ย้อนอดีต น้ำเสียงเรียบๆ ก่อนเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังต่อ เขาเป็นลูกชายซึ่งคุณพ่อห่วงมากที่สุด เพราะมีพฤติกรรมส่อเสี่ยงว่าน่าจะทำทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับคำสอน เช่น ตอนเล็กให้เรียนหนังสือให้ดี ตอนโตหามหาวิทยาลัยดีๆ แล้วหางานดีๆ จบออกมาให้หาเมียดีๆ ขณะที่ตัวเขาเป็นคนชอบคิดนอกกรอบ และมักมีการตั้งคำถามกับหลายเรื่องในชีวิต อย่างไรก็ตาม เขาได้ตั้งประเด็นไว้น่าคิดตรงที่ว่า ถ้า กล้าคิด กล้าทำ แล้ว ต้องกล้าพิสูจน์ด้วยว่า สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราทำนั้น ต้องไม่ทำ
สรุปไทม์ไลน์ ดราม่า แฟรนไชส์ลูกชิ้นเชฟอ้อย จากต้นจนจบ? ยังคงร้อนระอุกับประเด็น ‘แฟรนไชส์ลูกชิ้นเจ้าดัง’ ซึ่งพอพูดถึงต่างรู้เลยว่าเป็น เชฟอ้อย-ยุวดี ชัยศิริพาณิชย์ เจ้าของร้านลูกชิ้นที่ตักให้ล้นถุงมาพร้อมคำพูดแรงๆ ทำเอาดังข้ามคืนจากสไตล์ ในเวลาไม่นานเมื่อกระแสไวรัลมากขึ้น คนก็เริ่มให้ความสนใจ มีการถามขอซื้อแฟรนไชส์ลูกชิ้นเพราะแบรนด์และตัวเชฟอ้อย โดยราคาแฟรนไชส์เริ่มต้นอยู่ที่ 250,000 บาทต่อจังหวัด มีการสอนสูตร มีเครื่องปั้นลูกชิ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ปั้นสดตักล้นถุงในราคา 100 บาท เรื่องราวเหมือนจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่คลื่นเล็กๆ ระลอกแล้วระลอกเล่าก็เริ่มทวีคูณใต้ผืนดินเกิดแรงสั่นสะเทือน โพสต์ต้นเรื่อง วันที่ 8 ธ.ค. 66 เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อมีเพจเฟซบุ๊กหนึ่ง ออกมาโพสต์แฉเจ้าของแฟรนไชส์ลูกชิ้นร้านดัง เอาเปรียบผู้ซื้อ แถมอ้างว่ามีผู้เสียหายจ่อฟ้องเพียบ ซึ่งในเนื้อหาช่วงท้ายกล่าวว่า “ตอนนี้มีผู้เสียหายกับแฟรนไชส์นี้เยอะมากๆ เกิน 40 คนค่ะตอนนี้ ที่ทุกคนไม่ออกมาพูดเพราะมีความหวังว่าขายไปแล้วจะได้เงินคืน แล้วกลัวเจ้าของแฟรนไชส์มายึดคืน ซึ่งระบบทุกอย่างสร้างมาเพื่อเอาเปรียบผู้ซื้อแฟรนไชส์ทุก
“ขายดีจนเจ๊ง” บทเรียนทำธุรกิจแบบไร้เดียงสา ของ “น้าเน็ก เก๊กฮวย” เข้าเนื้อแต่ไปต่อ นอกจากผลงานในวงการบันเทิงของ น้าเน็ก–เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา อีกหนึ่งบทบาทของน้าเน็ก คือ การเป็นเจ้าของแบรนด์ น้าเน็ก เก๊กฮวย ธุรกิจที่เรียกว่าเป็น อุทาหรณ์ เป็นบทเรียนชีวิตสำหรับเขาเลยก็ว่าได้ โดย น้าเน็ก ได้ถ่ายทอดเรื่องราว “ทำธุรกิจยังไงให้เจ๊ง” ในงาน Restech 2023 ไว้อย่างน่าสนใจ น้าเน็ก โลดแล่นอยู่ในวงการสื่อมาทั้งชีวิต นับว่ามีความเชี่ยวชาญ และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะถ้วยรางวัลต่างๆ ที่มีเกือบครบ กระทั่งถึงช่วงโควิด-19 หลายคนเริ่มทำธุรกิจอาหาร ในตอนนั้นสินค้ายอดฮิตคือ บราวนี่ น้ำส้ม หรือใครมีสูตรอาหาร กับข้าวแม่ก็นำมาทำขายออนไลน์ ด้วยน้าเน็กมีแพลตฟอร์ม Nanake555 อยู่แล้ว จึงนำช่องทางนี้มาช่วยคนรีวิวอาหาร ซึ่งมีคนส่งเมนูมาให้กว่า 300 เมนู นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงโควิดซีซั่นแรก ต่อมา โควิดซีซั่นสอง น้าเน็กเริ่มคุยกับน้องๆ ในทีม เพื่อหาอะไรทำขายเป็นเพื่อนลูกเพจ และนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีสูตรน้ำเก๊กฮวย ซึ่งเป็นสูตรแบบสมัยก่อน ที่ขายในตู้แช
ซื้อแฟรนไชส์ เหมือนเลือกคู่แต่งงาน ก่อนตัดสินใจ ต้องพิจารณาอะไร เมื่อไม่นานมานี้ อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง ในฐานะกูรูแฟรนไชส์ ลำดับต้นของเมืองไทย เคยให้คำแนะนำความรู้ ห้ามมองข้าม ก่อนตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ ไว้ว่า ให้ดู 3 เรื่องสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย หนึ่ง ปัจจัยภายนอก ตั้งแต่ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การตลาด เทคโนโลยี คู่แข่งขัน ทำเลที่ตั้ง สอง แฟรนไชซอร์ ที่จะมาเป็นคู่ค้ากัน เหมือนกับการเลือกคู่แต่งงาน เพราะมีการเซ็นสัญญาที่อาจผูกมัดกันตั้งแต่ 1 ปี 3 ปี อันดับแรกต้องดูว่าแฟรนไชซอร์ ทำธุรกิจประสบความสำเร็จหรือเปล่า เพราะธุรกิจแฟรนไชส์คือโคลนนิ่งจากหนึ่งไปสอง ไปสาม ไปสี่ รวมถึงต้องมีการสนับสนุนโดยเฉพาะเรื่องมาร์เก็ตติ้ง การฝึกอบรม คู่มือ การตรวจสอบ เงื่อนไขต่างๆ ตลอดจนค่าธรรมเนียมที่ต้องเสีย สาม มองตัวเอง ในเรื่องการเงิน ให้ลองล้วงกระเป๋าตัวเองดูว่ามีเงินจำนวนเท่าไหร่ ควรลงทุนซื้อแฟรนไชส์ราคาประมาณไหน รวมถึงดูความชอบ เช่น ถ้าไม่ชอบกาแฟ แต่เลือกซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟ เมื่อต้องอยู่กับมันทุกวันก็อาจทำให้ทรมานและไม่มีความสุข แต่ถ้าเป็นความชอบก็จะมีความพยายามและทำให้สำเร็จ แม้จะซื้อแฟรนไชส์มาก็ตาม อ
อดีตตำนาน 4 KINGS หันจับตะหลิว เปิด จุดนัดพบ เน้น ไม่ดี ไม่สด ไม่ขาย 4 KINGS อาชีวะยุค 90 คือชื่อภาพยนตร์ไทยมีเนื้อหาย้อนยุค ออกฉายเมื่อปลายปี 2564 และได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม กระทั่งล่าุดมีภาค 2 ตามมาแล้ว แต่หากใครพลาดโอกาสไม่ได้ดู คงต้องขออนุญาตปูที่มาให้ทราบพอสังเขปว่า 1 ใน 4 โรงเรียนสายอาชีวะ ที่จัดให้เป็นตำนาน 4 KINGS ในยุค 90 นั้น ประกอบด้วย เทคนิคบุรณพนธ์ กนกเทคโนโลยี อินทรอาชีวศึกษา และ เทคโนโลยีประชาชื่น “ฉายาของผมสมัยเรียนอยู่ที่บุรณพนธ์ คือ เบิร์ด เทพาฯ มาจากย่านเทพารักษ์ เพราะบ้านผมอยู่สมุทรปราการ” คุณเบิร์ด-พิพัฒน์สิฐ รุ่งถาวร เจ้าของร้าน “จุดนัดพบ ณ บ้านสหาย” ร้านอาหารลับๆ ในซอยแคบๆ เป็นร้านอาหารสไตล์บ้านๆ อยู่ในซอยแบริ่ง 35/1 เขตบางนา ให้เป็นสถานที่พูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยบุคลิกอ่อนโยน ยิ้มแย้มเป็นกันเอง คู่สนทนาอย่างเราสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มวัย 40 ปี ที่นั่งอยู่ตรงหน้า แนะนำตัวเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนอาชีวะชื่อดังในอดีต ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในตำนาน 4 KINGS “เรียนจบ ปวส. แผนกช่างกล ถามว่าชีวิตตอนนั้น เหมือนในหนัง 4 คิงส์ไหม ก็ไม่หนีกันเท
เข้าใจหัวอก คนไม่มีทุน อิ่มปัง ใจดี เปิดโอกาสให้คนอยากมีอาชีพ ขนมปัง หรือเบเกอรี่ชนิดต่างๆ เป็นสินค้าที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาด ส่วนมาก พ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าเหล่านี้จะไม่ได้เป็นคนผลิตขนมขึ้นมาเองแต่มักไปซื้อมาจากโรงงานที่ผลิตในปริมาณมากแล้วนำมาขายต่อโดยที่พวกเขาก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะเสียต้นทุนสำหรับต่อยอดธุรกิจไปหาก ขายไม่หมด กิจการ ‘อิ่มปัง’ ซึ่งมีหน้าร้านและครัวผลิตอยู่ที่ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี มองเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ออกแบบ “โมเดลธุรกิจ” ขายส่งในรูปแบบที่แตกต่าง โดย ให้พ่อค้าแม่ค้าที่เพิ่งเริ่มต้นกับ ‘อิ่มปัง’ ในครั้งแรกและไม่มีเงินทุน เปิดรับออร์เดอร์ก่อน แล้วมารับขนมไปขายก่อนแล้วค่อยมาจ่ายค่าต้นทุนทีหลัง แต่ก่อนที่จะลงรายละเอียดถึงแนวคิดในการทำธุรกิจของร้านนี้ มาทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของ ‘อิ่มปัง’ กันก่อน ผู้ก่อตั้งธุรกิจนี้ คือ 2 อดีตเชฟจากโรงแรมชื่อดังในพัทยา คือ คุณน็อต-บดินทร์ บุญรอด และ คุณเบสท์-วรรณฤดี โชติกันตะ ที่ต้องการมองหารายได้เสริมหลังเลิกงาน จึงเริ่มใช้ทักษะการเข้าครัวที่มีทำสินค้าขายเอง คุณเบสท์ เล่าว่า ช่วงแรกๆ ยังไม่ได้ทำขนมขาย แต่ทำขนมจีบ
ปรัชญาพอเพียง เหมือนธรรมะของพระพุทธเจ้า คือ ผู้ใดไม่ได้ปฏิบัติ ผู้นั้นไม่รู้ หนุ่มวัยสามสิบต้น เดินหนีระบบลูกจ้าง ก้าวสู่วิถีเกษตรกรรม ด้วยต้นทุนที่ดินมีอยู่เดิม แต่ด้วยสภาพดินเสื่อมโทรม ขาดแหล่งน้ำ จะทำเช่นไร “เดินตามรอยพ่อ” คือแนวทางนำมาใช้ จนเกิดเป็น ไร่สุขพ่วง คุณอภิวรรษ สุขพ่วง เกษตรกรรุ่นใหม่ หัวใจพอพียง เจ้าของ “ไร่สุขพ่วง” คือ คนหนุ่มที่หันมาสู่วิถีเกษตร เขาเลือก “เดินตามรอยพ่อ” กับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ จนเกิดเป็นความสุข พออยู่พอกิน สร้างรายได้ และถ่ายทอดสิ่งที่ตนรู้สู่ผู้สนใจ จนหลายๆ คนได้เกิดอาชีพบนหนทางเดียวกัน คุณอภิวรรษหันหลังให้การทำงานในระบบลูกจ้าง แล้วก้าวสู่บ้านเกิดในตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เขาค้นพบว่าสิ่งที่จะทำคืออาชีพเกษตรกรรม แต่ทว่าในเวลานั้น สภาพพื้นที่เสื่อมโทรม ขาดแหล่งน้ำ นั่นหมายถึง ไม่เหมาะกับการทำเกษตร “ผมมีต้นทุนเรื่องของที่ดิน 25 ไร่ แต่ต้องพบกับปัญหา พื้นที่แห้งแล้ง ไม่มีระบบชลประทาน ดินเสื่อมโทรม จึงต้องการนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่พื้นที่ของตัวเอง ซึ่งก็พยายามหาความรู้จากหลายๆ แห่ง กระทั่งได้พบปรัชญาของพระองค์ท่
ลูกเนย ผลไม้วิเศษจากพระราชา สร้างอาชีพให้ราษฎรนับร้อยนับพัน ลูกเนย หรือ อะโวกาโด (Avocado) หลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผลไม้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่จริงๆ แล้วในไทยก็ปลูกได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกง่าย แทบจะไม่ต้องดูแลมาก ก็ปลูกขึ้น สามารถปลูกแซมในสวนผลไม้อื่นก็ได้ เพาะเมล็ด 3-4 ปี ให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวได้ และจะให้ผลผลิตมากขึ้น ต่อเมื่อ อะโวกาโดอายุ 5-6 ปี เกษตรกรภาคเหนือตอนบนและตอนล่างนิยมปลูกกันมาก คุณโจ้-ยุทธนาศักดิ์ แก้วคำ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตแพร่ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันสวมบทบาททั้งเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกอะโวกาโด เพราะนอกจากจะขายผลสด ยังนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ความงามบำรุงผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกาย ภายใต้แบรนด์ “อะโวกาโด ไร่ยังคอย” ขยายตลาดด้วยตัวแทนจำหน่าย รวมถึงส่งออกต่างประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนหลักล้านบาทเลยทีเดียว คุณโจ้ เผยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ไปเพาะพันธุ์ไก่ชนหายาก ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของแม่ฮ่องสอน มีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ส่งจีน ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีทั้งส่งตรงและส่งผ่าน
