SMEs เกษตร
ปลูกมะเขือเทศสีดา พันธุ์เทพประทาน 2 ไร่ สร้างรายได้งาม มะเขือเทศสีดา พันธุ์เทพประทาน มีจุดเด่นคือทนทานต่อโรคไวรัสใบหงิกเหลือง ต้นแข็งแรง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน ทรงผลยาวรี สีชมพูสวย น้ำหนักดี ผลมีเนื้อแน่นแข็งไม่แตกง่าย เมื่อปลูกในฤดูฝน ทนทานต่อการขนส่งทางไกล อายุเก็บเกี่ยวเพียง 65-70 วัน หลังย้ายกล้า มะเขือเทศสามารถปลูกได้ปีละ 2 ครั้ง ปลูกครั้งนึงสามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 6 เดือน ในการเก็บแต่ละครั้งสามารถสร้างมีรายได้เข้ามาประมาณ 30,000-40,000 บาท แล้วแต่ช่วงถ้าช่วงไหนราคาดีก็ได้เงินเยอะ บางครั้งมะเขือเทศราคาขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 40-50 บาท แต่คุณกิ๊ฟบอกว่าเมื่อมีราคาสูงก็มีราคาต่ำลงมาเหลือแค่กิโลกรัมละ 8-10 บาท อยู่ที่เราวางแผนการปลูกอย่าให้ชนกับป่าใหญ่ วิธีการปลูก การเตรียมดิน เริ่มแรกไถตากดินแปรดิน ยกร่องห่างประมาณ 1.20 เมตร แล้วแต่บางคนชอบห่าง ชอบถี่ แต่ถ้ายกร่องห่างไว้จะดีกว่า เพื่อที่ระบายอากาศได้ง่าย โอกาสของการเกิดเชื้อราก็จะน้อยลง ความห่างระยะต้นลงหลุม 30 เซนติเมตร ต่อต้นต่อหลุม วางท่อสายน้ำหยด วางเสร็จคลุมผ้ายาง ก่อนปลูกเปิดน้ำใส่เพื่อให้ดินอ่อน แล้วใช่ไม้ในการเจาะหลุม ก่
เด็กต่างจังหวัดแทบทุกคน มีความใฝ่ฝันที่จะเข้ากรุงเทพฯ บ้างมาเพื่อการศึกษา บ้างเข้ามาเพื่อหางานทำ เพราะต่างคิดว่า กรุงเทพฯ อาจจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้ บางคนประสบผลสำเร็จ แต่กับบางชีวิตยังจะต้องต่อสู้ดิ้นรน ต้องเหนื่อยหนักกว่าชีวิตบ้านนอกที่เขาจากมา คุณป้อม หรือ คุณเรืองศักดิ์ เกตุเจริญ เด็กหนุ่มจาก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหวังเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ดีกว่าเก่า ด้วยการชักชวนของเพื่อนๆ ที่เข้ามากรุงเทพฯ ก่อนหน้า เขาสะพายเป้ขึ้นรถไฟชั้นสาม เข้ากรุงเทพฯ โดยที่ยังมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองว่าข้างหน้านั้นจะเป็นอย่างไร คุณเรืองศักดิ์ เกตุเจริญ จากวันนั้นจนถึงวันนี้หลายปีผ่าน คุณป้อม ผ่านงานผ่านคนมาหลากหลาย จากเด็กอู่ จนกระทั่งขับรถยก ซึ่งคุณป้อมขับรถยก ลากรถ มาเกือบทั่วประเทศไทย จนกระทั่งวันหนึ่งงานขับรถยกที่ต้องใช้แรงกายหนักหนา เริ่มถดถอย คุณป้อมเริ่มมองหาอาชีพใหม่ คุณป้อม เล่าว่า เริ่มแรกเลยทำอาชีพขับรถยก แต่ชีวิตได้พลิกผันมาเลี้ยงปลาก็เพราะเพื่อนบ้านให้ตู้ปลามาฟรีๆ 1 ใบ เพื่อนบ้านคนนั้นมีอาชีพเป็นช่างกระจกและอะลูมิเนียม แล้วไปติดตั้งกระ
“นิอร ปฏิทิน” เกษตรกรรุ่นใหม่วัยเพียง 36 ปี ประสบความสำเร็จปลูกดาวเรืองขาย สร้างเม็ดเงินหลักแสนบาทต่อเดือน ใช้วิชาเก่าจากอาชีพชาวนาของครอบครัว ประยุกต์เทคโนโลยีการเกษตรมาใช้กับสวนดาวเรือง 10 ไร่ ที่ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี “ดาวเรือง” ดอกไม้เศรษฐกิจ สร้างสีสันใหม่ให้ชาวปทุมฯ การมีอาชีพ “เกษตร” ของคนรุ่นใหม่ ที่สามารถยืนได้ด้วยผลกำไรจากการค้าขายผลผลิตทางเกษตรนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสำหรับคุณนิอร ก้าวเข้ามาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกดอกดาวเรืองอย่างเต็มตัวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งเวลานั้นเธออายุเพียง 34 ปี และอยู่ในจังหวะหมดหน้าที่จากการเป็นเลขานุการของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในแวดวงวิชาการด้านการกีฬา จึงใช้โอกาสนั้นผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว “ตอนนั้นอายุ 30 กว่าๆ ทำงานกับเจ้านาย พอดีเจ้านายเกษียณ และพ่อก็ไม่ทำนาแล้ว เพราะราคาข้าวไม่ดี ก็ดูเฟซบุ๊กอยู่เฟซบุ๊กหนึ่ง ไปเจอเขาทำไร่ดาวเรืองที่โคราช ก็เริ่มศึกษามาเรื่อยๆ ดูจากเฟซบุ๊กมา และค่อยๆ ศึกษาไป เจ้านายก็แนะนำให้หาตลาดก่อน ก่อนจะทำอะไร เพราะเจ้านายเป็นคนชอบต้นไม้ มาก และพอเรามาเป็นเกษตรกรเต็มตัวดีกว่า ก็เป็นนายตัวเ
ปลาตะกรับหรือปลาขี้ตัง เป็นปลาเศรษฐกิจที่อาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม รูปร่างลักษณะลำตัวป้อมสั้น เกล็ดเล็ก ครีบหลังยาว มีจุดสีดำเทากลมกระจายอยู่ทั่วลำตัวคล้ายเสือดาว รูปร่างแบนข้างรูปสี่เหลี่ยมคล้ายปลาผีเสื้อ เป็นปลาที่กินทั้งพืชและสัตว์ เช่น ลูกกุ้ง ลูกปลา สัตว์หน้าดิน แพลงก์ตอนและสาหร่ายรวมถึงซากเน่าเปื่อยเป็นอาหาร ปลาตะกรับจะพบอยู่บริเวณภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำ นากุ้งและชายฝั่งทะเลสาบสงขลา สามารถพบได้ตลอดทั้งปี ทำให้เป็นที่น่าสนใจว่า ปลาชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่ได้ในช่วงความเค็มกว้าง ปลาตะกรับ เป็นปลาที่นิยมตกเป็นเกมกีฬาและรับประทาน ซึ่งเป็นอาหารที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในภาคใต้ คือ แกงส้มปลาตะกรับ จะเป็นอาหารเมนูเด็ดตามร้านอาหารและภัตตาคารที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ซึ่งถ้าหากใครที่จะรับประทานปลาชนิดนี้ต้องไปแต่เนิ่นๆ เพื่อรีบสั่งแกงส้มปลาตะกรับ หรือปลาขี้ตัง เพราะหากไปช้าจะถูกจองหมด เพราะว่านอกจากคนไทยแล้วปลาตะกรับยังเป็นปลายอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาว ฟิลิปปินส์ ใต้หวัน และอีกหลายๆ ประเทศที่มาเที่ยวอีกด้วย คุณฝารี่ดา สันสาคร หนึ่งในเกษตรกรที่เข้าอบรมการเพาะเลี
ปีนี้ เมืองไทยเจอภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับภาวะต้นทุนค่าครองชีพ ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าปุ๋ย ค่ายาที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดิม “ลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำสุด ” คือทางออกของชาวนาจังหวัดชัยนาท เพื่อให้มีผลกำไรเหลือติดกระเป๋าได้มากที่สุด ตำบลนางลือ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท นับเป็นอีกหนึ่งทำเลทองของการปลูกข้าวในพื้นที่ภาคกลาง ตำบลบางลือมีพื้นที่ปลูกข้าวหลายร้อยไร่ เกษตรกรนิยมปลูกข้าวปีละ 3 ครั้ง หมดฤดูทำนา จะปลูกถั่วเขียวเพื่อเป็นรายได้เสริมและเพิ่มธาตุอาหารในดิน เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกข้าว พันธุ์ กข41 และ พันธุ์ กข 47 แบบใช้น้ำน้อย และใช้แหนแดงแทนปุ๋ยยูเรีย ปลูกข้าวกี่ครั้งกี่หนก็ได้ผลกำไรงาม เพราะใช้เงินลงทุนน้อยนั่นเอง ทำนาเปียกสลับแห้ง การปลูกข้าวนาดำในระบบเปียกสลับแห้ง เริ่มจากใช้แหนแดงหว่าน ลงในแปลงนาข้าวก่อน เพื่อไป ปิดหน้าดินไม่ให้วัชพืชขึ้น แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับนาหว่าน เพราะทำแล้วไม่ค่อยได้ผลผลิตเท่าที่ควร การหว่านแหนแดง ในนาข้าว สามารถเพิ่มผลผลิตข้าวให้มากขึ้นกว่าเดิม เก็บเกี่ยวแต่ละครั้งจะได้ผลผลิตมากกว่า90 ถังขึ้นไป แม้จะปลูกข้าวทำนาตลอดทั้งปี โดยไม่พั
ตำราเคลื่อนที่ด้านเศรษฐกิจพอเพียง อย่าง คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ ปราชญ์ของแผ่นดิน จังหวัดระยอง หรือเรียกกันว่า ผู้ใหญ่สมศักดิ์ ในวัย 66 ปี นับเป็นแบบอย่างที่ดีงามสำหรับผู้คนในยุคนี้ ในยุคที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย เหลือเพียงแต่พระราชปณิธานและพระราชดำริ รวมทั้งพระราชดำรัสอีกจำนวนมาก ให้พสกนิกรชาวไทยได้ปฏิบัติเพื่อความผาสุกและความร่มเย็น ซึ่งผู้ใหญ่สมศักดิ์ได้เดินตามรอยพ่อในทุกมิติ จนประสบความสำเร็จ และมีวันนี้ได้เพราะน้อมนำพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้อย่างจริงจัง ทั้งศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติให้รู้อย่างถ่องแท้ ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ เพราะหากนำพระราชดำรัส “เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ จะพบว่า “ความรวย” อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม และใครๆ ก็รวยได้ แต่ต้องเริ่มต้นจากตัวเอง โดยผู้ใหญ่สมศักดิ์แนะทางรวยตามวิถีพึ่งพาตนเอง โดยให้เริ่มต้นทำเรื่องของตัวเองก่อน และต้องทำตัวเองให้รอด จึงจะแบ่งปันผู้อื่นได้ “แต่ก่อนจะทำเรื่องของคนอื่น แต่ทำไม่ได้ เพราะเข้าใจไม่ตรงกัน ผลสุดท้ายก็กลับมาทำเรื่องของตัวเอง เอาตัวเองให้รอด พอตัวเองเริ่มรอด แต่กว่าจะรอดก็นา
ทิ้งเงินเดือนหลักแสน สร้างความ (ฟาร์ม) ฝัน “ตอนที่ผมทำงานก็วางแผนไว้ตลอด ว่าวันหนึ่งจะมีธุรกิจของตนเอง เพื่อรองรับในวัยเกษียณ แต่แค่อายุประมาณ 40 ผมก็ตัดสินใจออก เพื่อให้เวลากับครอบครัว ลูกๆ เป็นวัยที่ต้องการพ่อ และก็เพื่อสร้างสุขภาพกายและใจที่ดีให้กับตัวเอง ตอนนั้นผมให้เวลาตัวเอง 5 ปี โดยใน 2 ปีแรกเป็นการค้นหาตัวเอง และอีก 3 ปีลงมือทำ” คุณเจส คาลโว เริ่มต้นบทสนทนา อะไรที่จะทำให้สุขภาพดี อะไรที่ทำแล้วยังมีเวลาให้ลูก นั่นคือ “เป้าหมาย” ในการเดินสู่เส้นทางอาชีพ “ผมเป็นคนชอบทานผักมาก ทุกมื้ออาหารต้องมี แต่ผมไม่เชื่อว่าผักที่วางจำหน่ายจะปลอดสารพิษทั้งหมด จึงคิดว่าถ้าอย่างนั้นปลูกผักทานและขายไปด้วยดีกว่า โดยใช้พื้นที่ส่วนที่เหลือจากปลูกบ้าน ไม่ถึงครึ่งไร่ (ย่านวงศ์สว่าง-นนทบุรี) ซื้ออุปกรณ์ปลูกระบบไฮโดรโปนิกส์ แต่ทำได้ 1 ปี ต้องโละทิ้ง เพราะเราขาดความรู้ความเข้าใจ เหมือนถูกคนขายอุปกรณ์หลอก” คุณเจส ยอมจำนนกับการสูญเงิน 600,000 บาท ในการลงทุนก้อนแรก แต่ทว่าไม่ยอมสูญเสียความหวัง เพราะเชื่อว่าทางสายนี้ เดินมาถูกแล้ว ในเมื่อขาดความรู้ ก็ไปเรียนรู้ให้ละเอียด กับครูบาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญโดยตรง แล้ว
ความนิยมในการปลูกพืชแบบผสมผสานแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่หลีกเลี่ยงการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะหากเกิดปัญหาใดที่ทำให้กิจการภายในพื้นที่เพาะปลูกดำเนินต่อไปไม่ได้ นั่นหมายถึง ต้องยุติการทำการเกษตรลงชั่วคราวหรือถาวร และเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ คุณอำนาจ ศรีชุ่ม เกษตรกรชาวสวน วัย 63 ปี ตัดสินใจปลูกพืชแบบผสมผสาน ไว้ในแปลงเดียวกัน คุณอำนาจ เป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยกำเนิด เกิดและเติบโตมากับการทำสวนหลายชนิด โดยเฉพาะสวนไม้ผลที่เป็นผลไม้นิยมและขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี อาทิ ทุเรียน กระท้อน เงาะ ส้มโอ มังคุด ทำให้ประสบการณ์การดูแลสวนไม้ผลแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างปฏิเสธไม่ได้ พื้นที่ทำสวนไม้ผลของคุณอำนาจมีหลายแปลง แต่แปลงหนึ่งที่น่าสนใจ มีพื้นที่ 32 ไร่ ไม้ผลที่ปลูกเป็นหลักมี 3 ชนิด ได้แก่ กระท้อน ทุเรียน และไผ่ตง แต่ยังผสมผสานไปด้วย มังคุด เงาะ มะยงชิด มะปรางหวาน และไม้ประดับในกลุ่มจันทร์ผา แต่ในที่นี้ คุณอำนาจแนะนำไม้ผลเพียงชนิดเดียว คือ กระท้อน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากที่สุดกว่าไม้ผลชนิดอื่นที่มีอยู่ “เดิมผมซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้เพื่
นครสวรรค์ถือเป็นแหล่งปลูกผักชีฝรั่งที่ใหญ่และสำคัญมากในประเทศ มีพื้นที่หลายตำบล หลายหมู่บ้านที่ยึดอาชีพนี้ ลักษณะการปลูกผักชีฝรั่งในแต่ละครัวเรือนไม่เท่ากัน มีจำนวนเนื้อที่ปลูกตั้งแต่ 1 ไร่ จนกระทั่งไปถึงหลายสิบไร่ เกษตรกรบางรายมักปลูกร่วมกับพืชอายุสั้นชนิดอื่น แต่บางรายอาจปลูกเพียงอย่างเดียว การปลูกผักชีฝรั่งอาจต้องลงทุนทางด้านโรงเรือนในช่วงแรกเริ่ม ขณะเดียวกัน การเป็นพืชอายุสั้นการดูแลไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาปลูกประมาณ 4 เดือนเก็บผลผลิตขาย อีกทั้งยังปลูกหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี ดังนั้น แม้จะต้องลงทุนมาก แต่หลังจากเวลาผ่านไปสามารถได้ทุนคืน จึงทำให้ชาวบ้านสนใจปลูกผักชีฝรั่งกันแทบทุกครัวเรือน ตำบลท่าม่วง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอีกแห่งที่ชาวบ้านปลูกผักชีฝรั่งหารายได้ อย่าง คุณสายัน หมอแจ่ม หรือ คุณติ๋ม อยู่บ้านเลขที่ 79/1 หมู่ที่ 1 ตำบลบางม่วง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ยึดอาชีพปลูกผักชีฝรั่งมาประมาณ 10 ปี ใช้พื้นที่ปลูก 14 ไร่ คุณสายัน หมอแจ่ม หรือคุณติ๋ม แต่เดิมทีทำอาชีพนี้คุณติ๋มเป็นเพียงผู้รับซื้อผักชีฝรั่งจากชาวบ้านในละแวกพื้นที่หมู่บ้านแล้วนำไปส่งขายที่ตลาดสี่มุมเมือง ต่อมาเห็นว่
ชะคราม เป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง เป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี เมื่ออายุมากจะขึ้นเป็นพุ่ม สูงประมาณ 1 เมตร และเป็นพืชสมุนไพรที่น่าสนใจ นำมาแปรรูปเป็นอาหารและสกัดเพื่อใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคของผู้ป่วยได้ อนาคตคาดว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่นำมาแปรรูปและพัฒนารูปแบบอาหารได้ แม้ว่าในปัจจุบัน ชะครามจะหาซื้อหายากในตลาดทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้อยู่ติดกับชายทะเล แต่หาได้ง่ายในจังหวัดที่อยู่แถวชายทะเล ชะคราม กระจายพันธุ์กว้าง พบทั่วไปทั้งในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยเฉพาะป่าชายเลน ป่าโกงกาง หรือพื้นที่รกร้างรอบๆ นาเกลือ อย่างเช่น จังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร รวมไปถึงในเขตกรุงเทพฯ ที่ติดชายทะเล อย่างบางขุนเทียน จะพบเห็น ต้นชะคราม ลงไปเก็บได้ ควรจะเลือกที่สีเขียวและไม่มีดอก เพราะยังอ่อนอยู่ ถ้าแก่จะสีแดงและมีดอก ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นเองโดยตามธรรมชาติในพื้นที่ดินเค็มน้ำทะเลท่วมถึง ปัจจุบันมีการปลูกเป็นไม้ประดับ ขยายพันธุ์ได้ทั้งตอนกิ่งหรือปักชำ ต้นชะคราม ประโยชน์อันล้ำค่า ของ “ชะคราม” พืชท้องถิ่นในจังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร นำมาแปรรูปได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น “น้ำมันชะคราม” และ “ยากำ
