SMEs เกษตร
ไก่สวยงามอื่นๆ ก็มี ถนนสายพิษณุโลก-สุโขทัย มีระยะทางราว 60 กิโลเมตร ไปจากพิษณุโลก ก่อนถึงตัวเมืองสุโขทัย คือพื้นที่ของอำเภอกงไกรลาศ อำเภอนี้มีชื่อเสียงทางด้านปลาร้า นาข้าว กล้วยทอดกรอบ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านไปทำสารคดีมาแล้ว ครอบครัว “สังข์จันทร์” อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เดิมทีทำนาอย่างเดียว กระทั่งลูกชายไปเรียนเกษตร ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย และไปจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กิจกรรมทางการเกษตรจึงหลากหลายมากขึ้น ลูกชายของครอบครัวคือ คุณสุธน สังข์จันทร์ หลังเรียนจบคุณสุธนไปทำงานกับบริษัทเอกชนที่ในเมือง เขาไปพบไก่ดำอินโดนีเซีย มีความสวยงามมาก ตามประสาคนที่เรียนจบมาทางด้านการเกษตร เขาอยากเลี้ยง แต่มีจำนวนน้อย อีกทั้งสนนราคาค่อนข้างแพง เมื่อเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง เขาจึงสั่งซื้อพันธุ์ไก่ดำอินโดนีเซียมาเลี้ยงที่บ้าน เป็นที่น่ายินดีว่า คุณพ่อคุณแม่ของคุณสุธนให้การสนับสนุน ตั้งแต่ช่วยทำคอก โดยไปตัดไม้ไผ่ริมนามาช่วยปลูกสร้าง เมื่อคุณสุธนติดงาน ก็เป็นธุระเรื่องการให้อาหาร การฟักไข่ ยามให้วัคซีนก็ลงแรงกันทั้งบ้าน ใช้เวลาไม่นานนัก งานเลี้ย
ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมกิจการของโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ กับโครงการกิจกรรมเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย โดยโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นโรงเรียนจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และบกพร่องทางสติปัญญา ได้จัดการศึกษาเพื่อมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนทั้งทางด้านทักษะวิชา ทักษะการดำรงชีวิตและทักษะอาชีพ เมื่อผู้ที่เรียนที่นี่สำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้ออกไปดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ ไม่เป็นภาระต่อสังคม การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่โรงเรียนได้ฝึก มีประสบการณ์ โดยเริ่มจากการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ชนนเรศวร ขยายพันธุ์และเปลี่ยนมาเป็นระยะ ทั้งการเลี้ยงไก่ไข่บนกรงตับ ซึ่งเลี้ยงมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะเริ่มมาปรับการเลี้ยงไก่แบบปล่อยลาน อาจารย์วนิดา จิตรอาษา รองผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษา เล่าให้ฟังว่า “พื้นที่โรงเรียนกว่า 100 ไร่ ได้รับการจัดสรรพื้นที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายให้นักเรียนของโรงเรียนได้เรียนรู้กิจกรรมและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โรงเรียนที่นี่เป็นโรงเรียนประจำ มีจำนวนนักเรียนที่นี่ 312 คน ทั้งนักเรียนที่หูหนวกและมีความบกพร่
เดินทางไปเยี่ยมบ้านคุณวิชัย ศรีสวัสดิ์ ซอยหน้าโรงเรียนหนองบัวกลาง ม.2 ตำบลหนองบัว อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ โทร.094-2920537 เป็นเกษตรกรนักปฏิบัติ แปรทฤษฎีสู่การปฏิบัติ และเรียนรู้กับธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง ศึกษาจากป่า นำแนวความคิดมาปลูกป่า อยู่กับป่าอย่างมีความสุข พร้อมบอกว่า “ไม่ต้องไปศึกษาดูงานหรือท่องเที่ยว” ตามที่ภาครัฐจัด ตัวเขาเองเดินป่า ศึกษาจากธรรมชาติ เพราะที่นี่ คือ ตำราเรียน ที่ดีที่สุด “ป่า” เขาอยู่อย่างเกื้อกูล คุณวิชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนรักธรรมชาติมาก เข้าป่า ศึกษาจากป่า มาวันนี้ ปลูกป่า พื้นที่ 4 ไร่ มีไม้ป่าหลัก ไม้ยางนา ไม้เต็งรัง ไม้จิก ไม้แดง ไม้ธรรมชาติ มากมายพืชสมุนไพรทุกชนิดมีในป่าแห่งนี้ ไม้เสริม เถาวัลย์ พืชรับประทานเป็นอาหารได้ มีอีผุกหรือบุก อีลอก ขิง ข่า ตะไคร้ สับปะรด ผักหวานป่า กล้วย มะพร้าว ปลูกแบบป่าผสมผสาน “พี่ใหญ่เลี้ยงน้องเล็ก” ผมรักธรรมชาติ รักป่า จึงดำเนินการปลูกป่า ทำทางเดินเล็กๆ สองข้างทางมีอาหารให้รับประทานได้ สิ่งที่คืนให้ธรรมชาติ คือ “ผักหวานป่า” โยนเมล็ดเข้าป่า ผักหวานป่าเกิดได้ อยู่ได้ ทนทานหลายปี ต้นที่หลังบ้าน 25 ปี แล้ว รากถึง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aegle marmelos (L.) Corr. Common name : Beal fruit Family : RUTACEAE มะตูม เป็นไม้ผลที่รู้จักกันมานานแถบตอนใต้ของอินเดีย พม่า ลาว จีน และไทย เราก็รู้จักใช้ประโยชน์จากมะตูมในหลายๆ ด้าน มะตูมเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่สองสามคนโอบก็เคยพบ เปลือกลำต้นเรียบ หรืออาจแตกสะเก็ดเล็กน้อย สีเทาอมน้ำตาล ออกดอกปีละครั้งช่วงปลายฤดูแล้ง ประมาณ พฤษภาคม-มิถุนายน ดอกเป็นช่อเล็กๆ สีขาว กลิ่นหอมแรงไปไกล ลักษณะดอกจะเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศ มีทั้งเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน แต่ละดอกประกอบด้วยกลีบสีขาว 5 กลีบ ผลมะตูมมีทั้งกลมๆ และแบบทรงรีๆ รูปไข่ ดิบสีเขียว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีเหลืองเข้ม หอมหวนยวนใจมาก ผลดิบห่ามๆ เนื้อยังแข็งนิยมเอามาฝานเป็นแว่นๆ เชื่อมน้ำตาล เป็นขนมของหวานที่มีมาแต่โบร่ำโบราณของไทยเรา ย่านที่ทำมะตูมเชื่อมขายกันมาจากรุ่นสู่รุ่นคือ แถวตรอกมะตูม ซอยอรุณอมรินทร์ 23 บ้านช่างหล่อ เยื้องๆ ประตูโรงพยาบาลศิริราช แถบนี้มีขนมไทยๆ อร่อยมากมายหลายเจ้าครับ แนะนำซะเลย ใบมะตูมมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบสามแฉก มองดีๆ คล้ายๆ ตรีศูล อาวุธแห่งพระศิวะเทพ ในศาสนาฮินดู และพราหมณ์ จึงถื
ช่วงถาม-ตอบ จากงานสัมมนา เรื่องกล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า” ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงินที่จัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เครือมติชน เมื่อช่วงต้นปี 2560 ซึ่งทางกองบรรณาธิการเห็นว่า มีสาระที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ จึงนำมาเผยแพร่ดังนี้ ถาม – ชื่อไพบูลย์ มีอาชีพทนายความมาจากจังหวัดศรีสะเกษ แล้วชอบงานเกษตรกรรมมาก พร้อมกับได้ติดตามงานสัมมนาของเทคโนฯ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้มาเข้าร่วมสัมมนาไผ่ จากนั้นนำไปต่อยอดจนขณะนี้มีอาชีพสวนไผ่เพิ่มขึ้น แล้วยังส่งไผ่ไปขายต่างประเทศได้รับความสนใจดี สำหรับการมาร่วมสัมมนาเรื่องกล้วยในครั้งนี้ เท่าที่ฟังจากวิทยากรทุกท่านล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่อยากจะทราบว่าเคยปลูกกล้วยแล้วไม่ประสบความสำเร็จบ้างไหม ส่วนตัวผมเองได้ปลูกกล้วยน้ำว้าไว้บ้างเหมือนกัน แล้วพบปัญหาเรื่องแมลงหนอนกอกับโรคตายพราย ซึ่งสร้างปัญหาต่อการปลูกกล้วยอย่างมาก ดังนั้น จึงขอทราบแนวทางในการป้องกันและกำจัด อีกประเด็นคือมีความสนใจที่จะปลูกมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งกว่าจะได้ผลผลิตต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี ฉะนั้น ระหว่างรอมะพร้าวถ้าต้องการจะปลูกกล้วยในสวนมะพร้าวมีทางพอเป็นไปได้มากน้อยอย่างไร อีก
“การที่เราจะทำอะไรสักอย่าง ตัวเราต้องพร้อม มีความใส่ใจ ปลาที่เราเลี้ยงจะว่าไปมันก็เหมือนคน ไม่ใช่ปล่อยลงบ่อเลี้ยงแล้วก็ไม่สนใจให้อาหารเลย คืออย่างที่ทำอยู่นี่ ถึงจะไม่ค่อยให้อาหารทุกมื้อ แต่เราก็ต้องหามาให้ แบบเอาเศษอาหารต่างๆ แบบต้นทุนต่ำ ซึ่งจากการที่ได้มาทำตรงนี้ มองจากบ่อรอบๆ พื้นที่เราที่เลี้ยงเหมือนกัน เราน่าจะได้กำไรดีกว่า อีกอย่างทำให้เราเหมือนได้ออกกำลังกาย เพราะได้เดินไปมาดูแลบ่อปลา เมื่อเราสุขภาพกายดี จิตใจเราก็จะเป็นสุข มีความสุขกับสิ่งที่เราทำ ก็เป็นการใช้เวลาช่วงอายุวัยเกษียณได้เป็นอย่างดี ไม่มีคำว่าเหงา” คุณสมใจ กล่าว คุณสมใจ ไวทยกุล อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หญิงวัยเกษียณที่มากด้วยความสุข จากสิ่งที่เธอทำ คือการเลี้ยงปลา ซึ่งภายใน 1 บ่อ จะปล่อยปลามากกว่า 3 ชนิด ปลาสามารถเจริญเติบโตได้ดี การเลี้ยงของเธอทำให้อัตราการรอดของปลาค่อนข้างสูง เน้นให้อาหารที่หาได้จากชุมชนและที่สำคัญเมื่อปลาโตจำหน่ายได้ราคา จากชีวิตแม่บ้าน ก้าวสู่เกษตรกรเลี้ยงปลา คุณสมใจ เล่าให้ฟังว่า ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตจะได้มาเลี้ยงปลาแบบที่เป็นอยู่ เนื่องจากก่อน
แหล่งปลูกมะม่วงส่งออกทำเงินของประเทศไทย หากดูจากแผนที่ประเทศไทยแล้ว จะพบว่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ จะมีกลุ่มที่รวมตัวกันหลายจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อกันบ้าง เช่น พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ในภาคอีสานก็เป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ภาคเหนือเกาะกลุ่มจังหวัดลำพูนประปราย น่าน เชียงรายและเชียงใหม่ ภาคกลางมีไม่มากนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อ่างทอง และสุพรรณบุรี ส่วนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่พบว่ามีการปลูกมะม่วงส่งออกน้อยกว่าภาคอื่น จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม 2 แห่ง คือที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก ตำบลบ้านโภชน์ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมะม่วงเพื่อการค้าและการส่งออก จ.เพชรบูรณ์ นำโดยคุณไตรรัตน์ เปียถนอม ผู้ซึ่งการันตีด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2557 คุณไตรรัตน์ เปียถนอม ทำมะม่วงส่งออก แทน มะม่วงตามกระแส คุณไตรรัตน์ เปียถนอม เริ่มทำสวนมะม่วงมาตั้งแต่ปี 2530 ทุกปีประสบปัญหาขาดทุน เพราะไม่ได้อยู่ดูแลสวนมะม่วงด้วยตนเอง กระทั่งปี 2533 จ้างคนดูแลและปลูกมะม่วงตามความนิยมของท้อง
พลู เป็นพืชไม้เลื้อยที่นิยมนำมากินคู่กับหมาก ซึ่งในสมัยก่อนนั้นเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยือนถึงเรือนชาน ก็จะนำหมากพลูและของต่างๆ มาตอนรับขับสู้แขกผู้มาเยือนถึงบ้าน นอกจากพลูจะเป็นที่นิยมกินแล้ว ยังได้มีการนำมาใช้ในพิธีมงคล เช่น เป็นเครื่องเซ่นไหว้ หรือประกอบพิธีกรรมต่างๆ ที่สำคัญ จึงนับได้ว่าพลูเป็นพืชที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของสังคมไทยมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว จึงทำให้พลูยังมีความต้องการของตลาดค่อนข้างมาก จนถึงเรียกได้ว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อย คุณสมควร แซ่โง้ว อยู่บ้านเลขที่ 123/8 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองสองห้อง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เป็นเกษตรกรที่มองเห็นถึงความต้องการพลูของแม่ค้าที่รับซื้อ จึงใช้พื้นที่สวนมาปลูกพลูเพื่อเป็นงานสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ที่ทำมากว่า 3 ปีกันเลยทีเดียว คุณสมควร แซ่โง้ว เปลี่ยนจากขายต้นไม้ มาเป็นเกษตรสวนพลูกินใบ คุณสมควร เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเกี่ยวกับขายต้นพันธุ์ไม้ทั่วไป ต่อมาจึงได้เปลี่ยนจากอาชีพนั้นมาทำสวนฝรั่ง เมื่อปลูกไปได้ระยะเวลานาน การทำสวนฝรั่งไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะมีปัญหาเรื่องยืนต้นตายทำให้อายุของไม้สั้น
พลู เป็นพืชไม้เลื้อยที่นิยมนำมากินคู่กับหมาก ซึ่งในสมัยก่อนนั้นเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยือนถึงเรือนชาน ก็จะนำหมากพลูและของต่างๆ มาตอนรับขับสู้แขกผู้มาเยือนถึงบ้าน นอกจากพลูจะเป็นที่นิยมกินแล้ว ยังได้มีการนำมาใช้ในพิธีมงคล เช่น เป็นเครื่องเซ่นไหว้ หรือประกอบพิธีกรรมต่างๆ ที่สำคัญ จึงนับได้ว่าพลูเป็นพืชที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของสังคมไทยมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว จึงทำให้พลูยังมีความต้องการของตลาดค่อนข้างมาก จนถึงเรียกได้ว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อย คุณสมควร แซ่โง้ว อยู่บ้านเลขที่ 123/8 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองสองห้อง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เป็นเกษตรกรที่มองเห็นถึงความต้องการพลูของแม่ค้าที่รับซื้อ จึงใช้พื้นที่สวนมาปลูกพลูเพื่อเป็นงานสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ที่ทำมากว่า 3 ปีกันเลยทีเดียว เปลี่ยนจากขายต้นไม้ มาเป็นเกษตรสวนพลูกินใบ คุณสมควร เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเกี่ยวกับขายต้นพันธุ์ไม้ทั่วไป ต่อมาจึงได้เปลี่ยนจากอาชีพนั้นมาทำสวนฝรั่ง เมื่อปลูกไปได้ระยะเวลานาน การทำสวนฝรั่งไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะมีปัญหาเรื่องยืนต้นตายทำให้อายุของไม้สั้น จึงได้ปรับเปลี่ยน
แตงกวา เป็นไม้เลื้อย ตระกูลเดียวกันกับแตงโม ฟักทอง บวบ มะระ น้ำเต้า นิยมปลูกเพื่อใช้ผลเป็นอาหาร มีอายุตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว 30-45 วัน แตงกวาสามารถนำไปปรุงอาหารได้มากมายหลายชนิด เช่น แกงจืด ผัด กินกับน้ำพริก หรืออาจแปรรูปเป็นแตงกวาดอง แตงกวาจึงเป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย คุณประสิทธิ์ เพชรทอง เกษตรกร วัย 58 ปี ซึ่งปลูกแตงกวาระหว่างรอผลผลิตจากสวนยาง และสวนปาล์ม เล่าให้ฟังว่า “เป็นเกษตรกรทั่วไป ทำสวนยาง สวนปาล์ม เหมือนเกษตรกรชาวภาคใต้ทุกคน ซึ่งมันก็มีรอบของมันในการทำ เลยอยากหาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ระหว่างที่รอผลผลิตจากสวนยางและสวนปาล์ม เลยสนใจการปลูกแตงกวา เนื่องจากเป็นพืชที่มีอายุในการปลูกและเก็บเกี่ยวไม่ยาวนานมากนัก ใช้เวลาเพาะเมล็ด 6-7 วัน ก็สามารถลงแปลงปลูกได้แล้ว ก่อนจะปลูกไปอีกประมาณ 35 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ซึ่งอาศัยการดูแลเพียงแค่ช่วงเดือนกว่าๆ เท่านั้น แตงกวาก็จะเริ่มออกผลผลิตให้เห็น และสร้างรายได้ให้ได้” ซึ่งพื้นที่ปลูกแตงกวาของคุณประสิทธิ์ มีทั้งหมด 11 ไร่ ลงกล้าปลูกแตงกวาพร้อมกันทั้งหมด 11 ไร่ โดยคุณประสิทธิ์ให้เหตุผลว่า “การลงแปลงปลูกแตงกวาพร้อมกันทั้งหมด 11 ไร่นี้
