SMEs เกษตร
ชีวิตโปรแกรมเมอร์ หรือนักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่ละวันต้องคลุกคลีอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อรับค่าจ้างในอัตราที่สูง แต่มีบางคนเลือกจะปฏิเสธงานในห้องแอร์เย็นๆ รับเงินเดือนเกือบแสน เพื่อไปตากแดด ตากลม ตากฝน ทำอาชีพที่รัก นั่นคือ การเป็นเกษตรกร เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เก็บไข่ขายได้เงินวันละ 1, 000 บาท ใช้ชีวิตหรูๆ อยู่ต่างจังหวัดได้สบาย คุณจักรกรินทร์ ต้นตระกูลโฆษณา หรือคุณเอ็ม ชายหนุ่มวัย 35 ปี เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายไอที บริษัทขายรถแท๊กซี่แห่งหนึ่ง เงินเดือน 60,000 บาท นอกจากนั้นยังสวมบทบาทเจ้าของฟาร์มเป็ด และไก่ไข่ อยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ คุณเอ็ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวทำไร่อ้อย ทำนา เข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ก็ยังทำงานอยู่ในเมืองหลวง ช่วยเหลือครอบครัวด้วยการส่งเงินกลับไปจุนเจือ กระทั่งเมื่อปี 55 ชายหนุ่ม ซื้อไก่ไข่พันธุ์โรดไอแลนด์ 200 ตัว ราคาตัวละ 185 บาท ให้แม่ช่วยเลี้ยงที่จังหวัดชัยภูมิ เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ ให้กินข้าวโพด ข้าวเปลือก รำข้า
มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชสมุนไพรไทยชื่อแปลกที่มีประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลาย มะม่วงหาวมะนาวโห่ จัดเป็นผลไม้ประเภทกินผลสุก มีรสชาติเปรี้ยวเฉพาะตัว ผลสุกสีแดงขนาดเล็ก เป็นแหล่งสำคัญของธาตุเหล็ก วิตามินซี และยังมีปริมาณเพกติน ซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ในปริมาณสูง (Pal et al,19751) พบว่า ผลของพืชสกุล Carissa caradas มีสารกลุ่มฟินอลิกปริมาณมาก โดยสารประกอบฟินอลิกได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ สารฆ่าเชื้อ มะม่วงหาวมะนาวโห่จะอุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน เป็นสารสีม่วงแดงซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าวิตามินซีหลายพันเท่า คุณภัทรฤทัย พรมนิล (ปุ๊) อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 3 บ้านสมบูรณ์ ตำบลบ้านค้อ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม อดีตครีเอทีฟรายการทีวีชื่อดัง ผันตัวเองเป็นเกษตรกรเพื่อสานต่อความฝันของพ่อ ก่อนหน้านี้คุณปุ๊ทำงานในกรุงเทพฯ นานกว่า 5 ปี เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ด้วยลักษณะของงานที่ต้องใช้ความคิดเยอะ เครียด “ปุ๊จึงตัดสินใจลาออกจากงานและช่วงนั้นคุณพ่อเสียชีวิตพอดี จึงทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะกลับมาสานต่อความฝันของคุณพ่อให้สำเร็จ ซึ่งคุณพ่อของปุ๊ได้ปู
ประเทศไทย มีไผ่หลายพันธุ์หลายชนิด ไผ่จัดอยู่ในประเภทพืชยืนต้น โดยต้นไผ่จะมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นที่จดจำได้ง่าย ตรงที่ตัวลำต้นจะแตกออกเป็นกอไม้พุ่มเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งในกอหนึ่งมีประมาณ 20-25 ต้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้องตลอดลำ เนื้อผิวเกลี้ยงแข็งมีสีเขียวหรือเหลืองแถบเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ไผ่หม่าจู พระเอกของสวน คุณณรงค์ ไทยเจริญ เจ้าของสวนไผ่ อยู่บ้านเลขที่ 73/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่มีความชื่นชอบในเรื่องของต้นไผ่เป็นอย่างมาก โดยเขาใช้ที่ดิน จำนวน 22 ไร่ ในการปลูกไผ่เกือบทั้งหมด ซึ่งจะมีไผ่ จำนวน 3 พันธุ์ ที่คุณณรงค์เลือกปลูกคือ ไผ่หม่าจู ไผ่รวก และไผ่เลี้ยง คุณณรงค์ ได้ให้เหตุผลถึงการเลือกปลูกไผ่หม่าจูว่า เป็นไผ่สายพันธุ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากหน่อและลำต้น โดยลำต้นสามารถนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง หรืออื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบโครงสร้างต่างๆ ในส่วนของหน่อไม้พันธุ์หม่าจูก็นำมาประกอบอาหารได้ เพราะจะมีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ไม่มีขม เพราะถูกจัดอยู่ในตระกูลไผ่หวาน มีสีเนื้อที่ขาวปราศจากสารฟอก
“ มะขามป้อม ” เป็นพืชสมุนไพรประจำบ้าน ที่มีสรรพคุณทางยาสูง ในตำราแพทย์แผนไทยใช้มะขามป้อม เป็นส่วนผสมสำคัญในตำรับยามากกว่า 100 ตำรับ เช่น ตำรับยา“ สมุนไพรตรีผลา ” ซึ่งเป็น กลุ่มยาอายุวัฒนะ ผลงานวิจัยทางการแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปยืนยันตรงกันว่า มะขามป้อมจัดเป็นผลไม้ที่มีปริมาณของสารแทนนินสูงเป็นชนิดที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระต้านสารก่อมะเร็ง เพิ่มภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง กำจัดสารพิษจากโลหะหนักออกจากร่างกายและในผลของมะขามป้อมมีปริมาณวิตามินซีสูงมากกว่าส้มถึง 20 เท่า “ไร่ครูลออ” อ.ไทรโยค.. แหล่งรวมมะขามป้อมพันธุ์ดี หากขับรถออกจากตัวเมืองกาญจน์ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) ช่วงกิโลเมตรที่ 46 จะเจอน้ำตกไทรโยคน้อย (น้ำตกเขาพัง) อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค นับเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณน้ำตกมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมจะมีน้ำมาก ครูลออกับมะขามป้อมพันธุ์ท้อยักษ์ไทรโยค จากน้ำตกไทยโยคน้อย ขับรถเลยออกไปเพียงสิบกว่ากิโลเมตร สังเกตด้านขวามือ จะเจอ “ ไร่ครูลออ ” แหล่งรวบรวมมะขาม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคนี้เป็นยุคที่เทรนด์การเกษตรมาแรง เราจะพบเห็นในข่าวว่า เริ่มมีการเกิดของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่อายุยังน้อยหันมาทำเกษตรกันมากขึ้น และการเกษตรไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด ผสมกับแนวคิดของเด็กรุ่นใหม่ที่หันมาทำเกษตรก็มักมีวิธีการทำที่แปลกแนว เพื่อพัฒนาและต่อยอดในไร่สวนของตนเองให้ดียิ่งขึ้น ดังเช่น คุณนันทรัฐ ลิ้มประยูร อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 4 ถนนเทศบาล 10 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เขาจบจากศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาการเดินเรือ แต่ผันชีวิตทำเกษตร คุณนันทรัฐ ลิ้มประยูร เกษตรกรวัย 24 ปี โดยคุณนันทรัฐ หรือ คุณเติ้ล เล่าให้ฟังว่า พื้นเพที่บ้านทำเกษตรอยู่แล้ว โดยมีคุณพ่อเป็นหลัก คือคุณพ่อจะจบสาขาสัตวบาลมา เลี้ยงโคนมมานานกว่า 30 ปี มีพื้นที่รอบบ้านประมาณ 20 ไร่ คุณพ่อแบ่งไปเลี้ยงวัว 10 ไร่ พื้นที่ที่เหลืออีก 10 กว่าไร่ ใช้ปลูกไม้ผล พืชไร่ ผักสวนครัว ทำสลับกันไป แต่ไม่เชิงว่าจะทำเป็นระบบเหมือนปัจจุบันนี้ คือปลูกแบบขายบ้าง แจกบ้าง เพิ่งจะมาทำเป็นระบบได้สักประมาณ 3-4 ปี มานี้ “เรามองตลาดพืช ตลาดต้นไม้ ว่ามันค่อนข้างไปได้ไกลพอสมควร ก็เลยเริ่มจัดแจงพื้นที่
เรื่องราวของการกลับไปทำเกษตรกรรมของคนรุ่นใหม่ หรือสานต่องานเกษตรของครอบครัว โดยการนำความรู้จากการศึกษาเรียนรู้ระดับที่สูงขึ้นมาบริหารจัดการ มีมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ จะพบว่ามีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากเป็นเกษตรกร หรืออยากกลับบ้านไปทำงานเกษตรกรรมก็มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเรื่องราวของ คุณวีรพล ค้อศุภฤกษ์สกุล หรือ คุณพล เจ้าของไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่รัก อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ชายหนุ่มผู้ที่จบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อีกคนที่หันหลังให้กับงานประจำและกลับมาสานต่อการทำงานเกษตรของครอบครัว โดยนำเอาความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง คุณพล ย้อนความหลัง เล่าให้ฟังว่า “ผมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการเกษตร ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แล้วก็เข้าทำงานเป็นพนักงานประจำ อยู่ในบริษัทประมาณ 3 ปีได้ แต่ช่วงระหว่างทำงาน ผมก็กลับมาบ้านที่เขาค้อบ่อยมาก ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะต้องกลับมาช่วยที่บ้านทำไร่สตรอว์เบอร์รี่ แล้วก็ทำไร่ ปลูกพืชการเกษตรทั่วไป จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ แล้วมาทำไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่รัก เพราะพบว่าการกลับบ้านมาทำไร่ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ไม่เพีย
ผู้ใหญ่นัด หรือคุณนัด อ่อนแก้ว เกษตรกรชายวัย 61 ปี อดีตศิษย์เก่ารั้วมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปัจจุบันเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง และนายกสมาคมผู้ผลิตและค้าข้าวสังข์หยัดเมืองพัทลุง หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของชุมชนที่ทำให้คนรุ่นใหม่วัยเจนวาย บรรดาลูกหลานของเกษตรกรท้องถิ่น ต้องกลับมาสานต่ออาชีพชาวนา เพราะเขาสามารถทำให้สมาชิก 69 ครัวเรือน สามารถลืมตาอ้าปากได้ ด้วยการขายข้าวสังข์หยด (ข้าวเปลือก) ได้ตันละ 15,000 – 23,000 บาท นอกจากนั้นยังหัวใสนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่งขายท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และออกบูธขายเอง รวมถึงขายออนไลน์ มีรายได้เข้ากลุ่มเฉลี่ยแต่ละเดือนราว 6 ล้านบาท ผู้ใหญ่นัด เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากจบ เอกรัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช เริ่มต้นทำงานวิจัยพัฒนาท้องที่ หลังจากนั้นไม่นาน กลับพัทลุงบ้านเกิด ไปเป็นกรรมกรอยู่ที่โรงสีข้าวเอกชนแห่งหนึ่ง เรียนรู้ทุกกระบวนการกว่าจะมาเป็นข้าวสาร รวมถึงวิธีทำตลาด กระทั่งราว พ.ศ.2533 ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน มีแนวคิดให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพข้าว เพิ่มมูลค่าข้าวสังข์หยดให้เป็นสินค้าประจ
เห็ด เป็นที่ทราบกันดีว่ามีคุณค่าทางโภชนาการไม่แตกต่างจากผักทั่วไป และยังมีโปรตีนสูง ที่ผ่านมาจึงมีผู้นิยมเพาะเห็ดขายเป็นจำนวนมาก.. “ศูนย์การเรียนรู้การผลิตเห็ดอินทรีย์” บ้านลิพอนหัวหาร-บ่อแร่ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นอีกแห่งที่มีกระบวนการเพาะเห็ด และผลิตเห็ดอินทรีย์อย่างครบวงจร ที่สำคัญยังได้รับการรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงในปี 2554 ซึ่งล่าสุด นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา เพื่อดูกระบวนการเพาะเห็ดและผลิตเห็ด ที่สำคัญยังมีการแปรรูปเห็ดเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกต่างๆ เช่น แหนมเห็ด วุ้นเห็ด น้ำเห็ดสกัด ซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย) ในเรื่องมาตรฐานการผลิตขั้นต้น หรือ ไพรมารี จีเอ็มพี (Primary GMP) มา 1 ปี รวมไปถึงการบริหารจัดการชุมชนอย่างเข้มแข็ง เกิดการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง นายคณุตน์ ศิโรทศ นายคณุตน์ ศิโรทศ ประธานวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเพาะเห็ดอินทรีย์ บ้านลิพอนหัวหาร-บ่อแร่ กล่าวถึงที่มาของศูนย์แห
“ข่าแดง” หรือ ข่าอ่อน เป็นพืชสมุนไพรที่กำลังได้รับความนิยมสูงในการนำมาเป็นส่วนประกอบหลายเมนูอาหาร อีกทั้งเป็นพืชที่ทนแล้ง ต้านทานโรคได้ดี ปลูกและดูแลง่าย สรรพคุณมากมายโดยเฉพาะด้านสุขภาพ จึงเป็นที่ต้องการของตลาดสูง การยึดอาชีพปลูกข่าแดงของชาวบ้านที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทำกันมายาวนานกว่า 30 ปี เพราะข่าแดงเป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ปลูกมาก เป็นพืชที่ช่วยกันในครัวเรือน ลงทุนน้อย ปลูกแล้วเก็บผลผลิตได้นานเป็น 10 ปี ที่สำคัญมีรายได้ทุกวัน จึงเป็นพืชที่ชาวบ้านไม่ง้อรายได้จากการปลูกข้าว ฉะนั้น เกือบทั้งหมู่บ้านหันมาปลูกข่าแดงสร้างรายได้ อีกทั้งยังสร้างมูลค่าด้วยการปลูกข่าแบบอินทรีย์จนได้ใบรับรองมาตรฐาน จึงเป็นที่ต้องการของลูกค้าหลายพื้นที่ทั่วประเทศและจากที่เคยเป็นรายได้เสริมเมื่อก่อน จึงกลายเป็นรายได้หลักในวันนี้ กระทั่งทำให้ทุกครอบครัวในตำบลห้วยขะยุงที่ปลูกข่าแดงขายมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบายไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน คุณนวนศรี พรมมากอง อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 13 บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
การพัฒนางานชนบท เป็นงานสำคัญและเป็นงานยากที่ต้องทำโดยอาศัยเวลาเป็นเครื่องช่วยในการพัฒนา ภูมิสังคมประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งสภาพอากาศ พื้นที่ สภาพดิน น้ำและคน ทำให้การทำเกษตรของเมืองไทยมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละพื้นที่ การทำการเกษตรในแต่ละพื้นที่ จึงต้องมีการศึกษาให้เกิดเข้าใจ และทำความเข้าใจ ให้ความรู้กับเกษตรกรที่เป็นเจ้าของพื้นที่ด้วย อย่างในพื้นที่หมู่บ้านผาหมอน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ แห่งนี้ก็เช่นกัน ด้วยเป็นพื้นที่สูง อยู่บนดอย การเดินทางเข้าถึงค่อนข้างยาก หมู่บ้านตั้งอยู่ในภูเขาสลับซับซ้อน สภาพอากาศเย็น เมื่อครั้งอดีตการเดินทางเข้ามาที่นี่ลำบาก และทุรกันดารมาก ชาวเขาชุมชนชาวกะเหรี่ยง หรือชาวปกากะญอ ชนพื้นเมืองที่นี่ก็ทำการเกษตรแบบเลื่อนลอย ปลูกฝิ่นบ้าง ทำนาบ้าง ความเป็นอยู่ยากจน แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมาถึงที่นี่ ความเป็นอยู่ก็เปลี่ยนแปลงไป คุณบุญทา พฤกษาฉิมพลี หมอดินดอยอาสาของชุมชนชาวกะเหรี่ยง หรือชาวปกากะญอ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หมอดินโครงการหลวง วัย 53 ปี เล่าให้ฟังว่า “ยุคแรกๆ สมัยก่อนบรรพบุรุษ บนดอยที่นี่
