SMEs เกษตร
คุณสันทัด ไทรทอง อยู่ที่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 9 ตำบลสระสี่เหลี่ยม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังว่า สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาพืชสวน จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อปี 2555 จึงได้เริ่มทำงานเกี่ยวกับงานด้านการจัดสวนอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมาเริ่มอิ่มตัวกับงานทางด้านนี้จึงได้ลาออกมาอยู่บ้านพื้นทำงานทางด้านการเกษตร คุณสันทัด ไทรทอง “ช่วงที่เราทำงานบริษัทรู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีอิสระ และยิ่งอยู่ในเมืองหลวงด้วยแล้ว ผมก็ว่ามันดูวุ่นวาย ชอบอยู่แบบธรรมชาติบ้านเกิดมากกว่า เลยคิดที่อยากจะกลับมาทำมาหากินในพื้นที่ว่างของที่บ้าน เพราะรู้สึกว่าเราสามารถเป็นนายตัวเองได้ จึงตัดสินใจลาออกมา และใช้พื้นที่ว่างที่เรามีอยู่มาทำเป็นอาชีพสร้างเงิน” คุณสันทัด เล่าถึงที่มา เมื่อตกลงปลงใจที่จะกลับมาอยู่บ้านแล้ว คุณสันทัด บอกว่า ได้มองหาพืชที่จะทำเงินให้กับเขาสามารถมีรายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย จึงตัดสินใจเลือกปลูกมะลิ เพราะเป็นพรรณไม้ที่สามารถผลิตดอกและนำไปขายได้ โดยที่ชุมชนในย่านนี้มีแต่แปลงที่ปลูกดอกดาวเรือง ส่วนแปลงที่ปลูกดอกมะลิยังมีค่อนข้างน้อย ซึ่งมะลิที่
ปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่การเกษตรอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีไฟฟ้าที่จะเอื้ออำนวยต่อการสูบน้ำในการเพาะปลูกพืช จึงมักทำการเกษตรได้เฉพาะฤดูฝน และบ่อยครั้งต้องประสบปัญหาพืชขาดน้ำ และบางรายเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจึงปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า เพราะไม่สามารถจัดหาน้ำมาใช้เพาะปลูกพืชได้ แต่มีเกษตรกรรายหนึ่งที่ใช้ภูมิปัญญาดัดแปลงเครื่องสูบน้ำแบบสะพายให้เป็นเครื่องสูบน้ำปลูกพืชผัก ทำรายได้ในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น คุณวิไล นาลา อยู่บ้านเลขที่ 356 หมู่ที่ 9 บ้านนาดี ตำบลกุดธาตุ อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น โทร. (090) 586-0378 ฉีดรดพืชผักตามต้องการ คุณวิไล-คุณพรรณี นาลา สองสามีภรรยา ให้ข้อมูลว่า มีอาชีพทำนา ในฤดูฝนทำนาปี ส่วนฤดูแล้งหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็ปลูกพืชผักอายุสั้นหลายชนิด เช่น ข้าวโพดข้าวเหนียว แตงร้าน แตงกวา แตงไทย แตงโม ถั่วฝักยาว เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วก็ย้ายไปปลูกแปลงใหม่ต่อไปเรื่อย เป็นการนำปุ๋ยไปใส่นาอีกทางหนึ่งด้วย สามารถทำรายได้ให้แก่ครอบครัว วันละ 200-300 บาท โดยสูบน้ำจากสระน้ำที่ขุดไว้ จำนวน 2 บ่อ เปลี่ยนชุดตัดหญ้า เป็นหัวปั๊มสูบน้ำ เมื่อติดเครื่องยนต์และจุ่มหัวปั๊
ชื่นมื่นกันทุกฝ่ายสำหรับงานมะยงชิด-มะปรางหวาน ของดีนครนายก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำเอาบรรดาชาวสวนปลื้มกันยกใหญ่ เพราะขายดี ไม่ว่าจะเป็นผลหรือกิ่งพันธุ์ ขณะที่ปีนี้ผลผลิตก็ออกมาเยอะกว่าปีก่อน อีกทั้งได้ขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์แล้ว ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของมะปรางหวาน มะยงชิด นครนายกดีเพิ่มขึ้นไปอีก นอกเหนือจากจุดเด่นในเรื่องรสชาติหวานและขนาดใหญ่ของผล พร้อมกันนั้นยังมีเรื่องน่าดีใจอีกอย่าง เพราะได้มีการค้นพบวิธีการที่จะทำให้เจ้าผลไม้ลูกสีเหลืองทองนี้ออกดอกออกช่อติดผลเยอะๆ ด้วย เรื่องนี้ ร.ต.ต. อำนวย หงษ์ทอง หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ดาบนวย” นายกสมาคมชาวสวนมะปรางจังหวัดนครนายก จะเป็นผู้เฉลยให้ฟัง ซึ่งตำรวจวัยเกษียณ อายุ 63 ปี รายนี้ ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องมะปรางมะยงชิดขั้นเทพทีเดียว เพราะปลูกมานานกว่า 30 ปีแล้ว โดยเป็นเจ้าของ “สวนนพรัตน์” ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 10 ชุมชนบ้านดงละคร ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เกือบ 50 ไร่ รวมกับอีกแปลงที่อยู่ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง ถือเป็นเกษตรกรยุคแรกๆ ที่เริ่ม
ขอแสดงความยินดีย้อนหลังกับผู้ประกอบการภายใต้การสนับสนุนของศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ได้รับรางวัล จากงาน Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย ประจำปี 2017 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7innovation Awards 2017 ด้านเศรษฐกิจ ประเภทนักประดิษฐ์ มีผู้รับรางวัล จำนวน 3 ราย ได้แก่ รศ.ดร. นันทกาญจน์ มุรศิต บจก. วอนนาเทค ผลงาน “ผลิตภัณฑ์ สเปรย์พ่นเคลือบรองเท้าผ้าใบสีขาว SmartWhite” คุณพิชัย จงไพรัตน์ บจก. สยามคลาสสิค เวลล์เนส ผลงาน “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากเห็ดถังเช่าสีทอง” คุณอับดุลเลาะ เจ๊ะอุบง บจก. เจบีโกล เบเกอรี่ (ประเทศไทย) ผลงาน “ผลิตภัณฑ์โรตีแช่แข็ง” ส่วนรางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7innovation Awards 2017 ด้านสังคม ประเภทนักประดิษฐ์ ตกเป็นของ “คุณมนต์ชัย แซ่ว่อง” บจก. ไทยแอดวานซ์ อะกรีเทค เจ้าของผลิตภัณฑ์ “ชุดปลูกพืชแนวตั้ง” เสน่ห์ “ชุดปลูกพืชแนวตั้ง” โดนใจผู้ซื้อ จุดเด่นนวัตกรรม “ผลิตภัณฑ์กระถางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์แนวตั้ง” อยู่ที่รูปแบบการเพิ่มผลผลิตการเพาะปลูกในพื้นที่จำกัด ประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าการปลูกแนว
ใครๆ ก็รู้ว่า มะนาวนอกฤดู ขายได้ราคาดีกว่ามะนาวตามฤดูกาล เกษตรกรจำนวนมากจึงมุ่งเป้าผลิตมะนาวนอกฤดู ในวงบ่อซีเมนต์ ซึ่งจะได้ผลดีมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการปลูกดูแลของเกษตรกรแต่ละราย ดร.วินัย วิริยะอลงกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาไม้ผล ภาควิชาพืชสวน คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้แนะเทคนิค “ การบังคับมะนาวให้ออกนอกฤดู “ โดยใช้สารแพคโคลบิวทราโซลและวิธีการควั่นกิ่ง หากใครสนใจเทคนิคนี้ สามารถนำไปปฎิบัติได้ไม่ยาก เริ่มจากบำรุงต้นมะนาวให้มีความสมบูรณ์เต็มที่เสียก่อน เพราะสารแพคโคลบิวทราโซลมีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน เมื่อมะนาวมีการสร้างฮฮร์โมนฯ น้อยก็จะเกิดการสะสมอาหารมากขึ้น มีการแตกใบอ่อนน้อยลง การใช้สารแพคโคลบิวทราโซลอย่างมีประสิทธิภาพ มีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้ เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ปลิดผลเล็กๆ ออก โดยการตัดแต่งกิ่ง ถ้ามีผลให้เหลือเฉพาะผลใหญ่ไว้รอจำหน่าย ส่วนผลเล็กๆ ให้เอาออกให้หมด ตัดแต่งกิ่งโดยตัดปลายยอดออก และกิ่งที่อยู่ตรงกลางทรงพุ่มและโคนต้นออกให้หมด ผลที่เหลืออยู่นี้อาจไว้ขายหรือเก็บไว้ใช้บ้างในครัวเรือน ให้ปุ๋ยสูตร 15-0-0 อัตรา ต้นละ 300 กรัม และ
ที่ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ได้มีเกษตรกรคนรุ่นใหม่ทำฟาร์มปลูกเมล่อนจนประสบผลสำเร็จ โดยเกษตรกรรุ่นใหม่คนนี้คือน.ส.สุดาวัลย์ ทองเลิศล้ำ อายุ 34 ปี เจ้าของ “Porsche Melon Farm” ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก จากการสอบถามน.ส.สุดาวัลย์ทราบว่า ตนเคยเป็นพนักงานประจำตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ดูแลลูกค้า แบงค์ชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก แต่อยากกลับบ้านมาใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ดูแลแม่และลูกสาว ที่ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ พร้อมต้องการเดินตามรอยวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 จึงตัดสินใจลาออกเมื่อกลางปี 2559 มาเปลี่ยนทุ่งนาพื้นที่บ้าน ลงทุนสร้างโรงเรือนปลูกเมล่อนญี่ปุ่น ด้วยงบประมาณที่ตนเองมีอยู่ 200,000 บาท และเรียนรู้เองจาก Google ศึกษาลองผิดลองถูก ประมาณครึ่งปี และถ้ามีใครถามว่า ตอนนี้ตนเองเดินมาได้ถึงจุดไหนแล้ว บอกได้เต็มปากเลย ว่าประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตเกษตรกรได้อย่างภาคภูมิใจ เพราะเรียนรู้เองไม่ได้มีใครสอน ใช้เวลาเพียงครึ่งปี ก็สามารถมีผลผลิต ออกสู่ท้องตลาดได้ และเป็นที่น่าพอใจ น.ส.สุดาวัลย์ กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะรู้ว่าที่นี่ ปลูกเม
นายนิรุจน์ อุทธา หัวหน้าสำนักสภาเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ ได้จัดทำแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตำบลร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนกลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็กยกระดับให้เป็นอุตสาหกรรมผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร ด้วยแนวทางการตลาดนำการผลิต และคุณภาพผลผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจะสามารถแก้ปัญหาการตลาดให้กับเกษตรกรได้ถือเป็นหลักสำคัญของเกษตรกรยุคใหม่ ให้เกษตรกรมีความมั่นคงต่อการประกอบอาชีพได้ในอนาคต ทั้งนี้ จังหวัดอำนาจเจริญได้ประกาศวาระจังหวัดจัดการตนเองให้เป็น “เมืองธรรมเกษตร” ซึ่งหมายถึงจังหวัดที่ทำการเกษตรอินทรีย์อย่างมีคุณธรรม ไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น สิ่งแวดล้อมและประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ตามวิสัยทัศน์ของจังหวัดว่า “เมืองธรรมเกษตร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง” จากแนวทางดังกล่าวผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร บ้านหนองเม็ก ต.คึมใหญ่ อ.เมือง เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ผู้บริโภคที่ทดลองซื้อผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตรไปรับประทานจะติดใจในรสชาติและคุณภาพของผักที่ผลิตอย่างมีมาตรฐานเกษตรอินทรีย์รับรองสมกับคำว่า “สะอาดปลอดภัยมาตรฐานระดั
คุณศศิธร จุ้ยนาม วัย 38 ปี เจ้าของฟาร์มลุงเครา เล่าในฟังว่า “รู้จักอาชีพ เกษตรกรรม มาตั้งแต่จำความได้ คลุกคลีกับสภาพแวดล้อมการทำเกษตรมาตลอด เนื่องจากครอบ ครัวยึดอาชีพเกษตรกรรม ทำเกษตรบนพื้นที่ 25 ไร่แบบผสมผสาน ผ่านการพัฒนาและปลูกพืชผล ทาง การเกษตรที่หลากหลาย เป็นการปลูกพืชหมุนเวียน และพืชกระแสที่สามารถปลูกเพื่อสร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัวได้ จนกระทั่งปัจจุบันทำเกษตรไปสู่รูปแบบของฟาร์มธุรกิจ เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การ พัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ทำเกษตรแบบผสมผสาน ภายใต้แนวคิดที่เน้นทำให้ “ครบ วงจร” ซึ่งคือหัวใจหลักของฟาร์มลุงเครา และด้วยต้องการหาวิธีลดต้นทุนให้ต่ำลง จึงศึกษาหาข้อมูลต่างๆ มองเห็นในช่วง หลายปีมานี้ มีผู้สนใจหันมาเลี้ยงไส้เดือนจำนวนมาก เนื่องจากใช้เงินทุนเริ่มต้นไม่สูงนัก กระบวน การเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และตลาดมีความต้องการสูง ทั้งสามารถช่วยลดต้นทุนให้ต่ำลงในเรื่องของการ บำรุงพืชผลได้” ฟาร์มลุงเคราจึงทดลองนำไส้เดือนมาเลี้ยง จนสามารถประสบผลสำเร็จ ซึ่งปัจจุบัน ฟาร์มลุงเคราได้กลายเป็นฟาร์มผักครบวงจร ทั้งถือเป็นต้นแบบและศูนย์เรียนรู้ในการเลี้ยงไส้เดือน ตั้งแต่การเลี้ยงขยายพันธุ์จน
คงไม่ต้องอ้างอิงเอาหลักฐานเค้าความมาบอกกล่าวกันอีก เรื่องมะขามที่มีมาเป็นตำนานพืชผล ที่เป็นทั้งพืชสมุนไพร เป็นทั้งไม้ผลพืชสวน เป็นพืชผักประจำครัวและมื้ออาหาร เป็นแม้แต่ลูกอม ขนมหวานของขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม อีกสารพัดที่ผู้คนทั่วไปได้รู้จัก แม้แต่ได้เคยชิม ซื้อ พบเห็น หรือเคยปลูกกันมาแล้ว ถึงต้องบอกว่า คงไม่ต้องหาหลักฐานอ้างอิงมาบอกกล่าวเล่าความกันอีก เชื่อเหลือเกินว่า แค่กล่าวถึง “มะขาม” ทุกคนรู้กันแล้ว และเวลานี้คงนึกเปรี้ยวปาก อยากออกไปซื้อหา หรือว่าออกไปเด็ดสอยมะขามอ่อนจากต้นข้างรั้วมาจิ้มกะปิ น้ำปู พริกเกลือ เอามะขามสดมาตำน้ำพริก มะขามดองแช่อิ่มมาแกล้มเหล้า หรือหามะขามเปียกมาใส่ปรุงแกงส้ม แม้แต่ลูกอมมะขาม แก้ง่วงเวลาขับรถ มะขามที่เรารู้จักกันมีอยู่ 2 อย่าง คือ มะขามเปรี้ยว กับมะขามหวาน เรื่องมะขามหวานที่ระยะหลังๆ ไม่หวาน เพราะราคาผลผลิตไม่ได้ใจเลย จากกิโลละเป็นร้อยสองร้อย เหลือไม่ถึง 50 บาท ชาวสวนมะขามหวานที่สู้ทนเห่อปลูกตามความนิยมเมื่อห้าปีสิบปีก่อน มาตอนนี้ชักยิ้มไม่หวานแล้ว ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ต้องทำใจให้ได้ โดยเฉพาะมะขามอินทรีย์ ที่ไม่มีใครกล้าการันตีในความปลอดภัยได้มาตรฐานอ
ข้าวเป็นอาหารหลักที่คนในถิ่นสุวรรณภูมิบริโภคมาช้านาน ในยุค 100 ปีที่ผ่านมา มีข้าวพันธุ์ต่างเป็นพันชนิด เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวกต้องทำให้ชาวนาเก็บพันธุ์ของตัวเองไว้ เพราะพันธุ์เหล่านั้นเหมาะสมกับการปลูกในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นความไวแสง ระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ฤดูกาล ปริมาณน้ำซึ่งอาจไม่เหมาะกับที่อื่น ประกอบกับการสมัยก่อนการปลูกข้าวมีเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน ไม่ได้คำนึงว่าจะต้องขาย จึงทำให้พันธุ์ข้าวของไทยมีหลากหลายซึ่งเหมาะสมกับการเพาะปลูกในแต่ละท้องถิ่น ข้าวนอกจากปลูกในนาได้แล้ว ชาวบ้านที่อยู่ในที่ดอนไม่มีน้ำขังเหมือนนาในที่ลุ่ม ก็สามารถปลูกข้าวได้ เราเรียกว่า ข้าวไร่ เคยได้ไปสัมผัสกับตัวเองบนดอยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ข้าวที่นั่นตำทุกวันเฉพาะกินได้ตลอดวันนั้น ลักษณะข้าวเมล็ดจะสั้นๆ ป้อมๆ เหมือนข้าวญี่ปุ่น กินข้าวเปล่าเข้าไปคำแรกหวานมาก นึกเปรียบเทียบกับข้าวที่เรากินในเมืองจะสู้ไม่ได้เลย มีโอกาสกินได้หลายมื้อ ประทับใจข้าวดอยอยู่ไม่รู้ลืม ส่วนในภาคใต้เป็นภาคที่มีเกษตรกรทำนาน้อยที่สุด ส่วนใหญ่พื้นที่เกษตรจะเป็นสวน ในการคมนาคมสมัยก่อนก็ไม่สะดวก ชาวบ้านที่ไม่มีพื้นที่ลุ่มที่สามารถมาทำนาได้
