SMEs เกษตร
ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่า “ฝนแล้ง แมลงกิน ดินไม่ดี ดินเค็ม” คือ ทุ่งกุลาร้องไห้ 2.1 ล้านไร่ครอบคลุม 5 จังหวัด มีศรีสะเกษ ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคามและจังหวัดร้อยเอ็ด มากที่สุดคือ 9.7 แสนไร่ ใน 4 อำเภอ คือ ปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย ลำน้ำมูลไหลพาดผ่าน จากนครราชสีมา ลงสู่น้ำโขง ที่อำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี ลำน้ำสาขา ที่ไหลผ่าน มีลำน้ำเตา ลำน้ำเสียว ลำน้ำพลับพลา ช่วงระยะสั้น ไหลหลากลงสู่ลำน้ำมูล หน้าแล้งแห้งขอด ทุกรัฐบาลทุ่มเทกำลังลงสู้กับปัญหาภัยธรรมชาติ ฤดูฝนน้ำหลากท่วมทุ่ง ฤดูแล้งแห้งแล้งแสนสาหัส นายวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับมอบหมายจากนายเสน่ห์ รัตนาภรณ์ เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ให้เร่งรัดนำโครงการของรัฐบาล พื้นที่ 1,107.042 ตร.กม. 15 ตำบล 199 หมู่บ้าน พื้นที่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ 10 ตำบล 136 หมู่บ้าน นำโครงการเกษตรระบบแปลงใหญ่ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพ ระบบการจัดการที่ดี สู่การตลาด ผ่าน ศพก.หรือศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่มีศูนย์เรียนรู้ ด้านดิน น้ำ ข้าว พืช สัตว์ ประมง แปรรูปผลผลิต บัญชีฟาร์ม การต
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักยิ่ง วันนี้ผมขอตั้งคำถามง่ายๆ “เราใช้หอมแบ่งในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง” ลองช่วยกันนึกดูนะครับ ต้มยำ ลาบ น้ำตก ซกเล็ก ก้อย ยำ ต้มจืด ผัด ดอง สารพัดเมนูเหล่านี้ล้วนต้องมีหอมแบ่งเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นตัวหลักในเมนูนั้นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว วันนี้เรามาทำความรู้จัก หอมแบ่ง กันหน่อยดีไหม ผมนัดพบกับท่าน นายกฯ ถิ่น เติบสูงเนิน โทร. (081) 977-6100 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนากลาง อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เพื่อไปชมแปลงเงินด่วนที่ท่านนายกฯ ได้ปลูกเอาไว้ นายกฯ ถิ่น เล่าว่า ปัจจุบัน หอมแบ่ง ที่ปลูกจำหน่ายในท้องตลาดมี 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์ลับแล และพันธุ์โคราช ครอบครัวญาติพี่น้องปลูกหอมแบ่งมานานแล้ว ใช้พันธุ์โคราชที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่เริ่มปลูกจนเก็บเกี่ยว ใช้เวลาแค่ 35-45 วัน เท่านั้น เรียกว่าเป็นการทำเกษตรเงินด่วน ปลูกพืชเงินด่วนได้เลย เตรียมพื้นที่ปลูก…ปกติเกษตรกรจะนิยมปลูกหอมแบ่งกันหลังฤดูเก็บเกี่ยว คือเริ่มประมาณปลายเดือนธันวาคมจนถึงต้นมกราคมของแต่ละปี เลือกพื้นที่ที่มีไม้บังลมหรือเป็นหุบจะดีมาก เพราะป้องกันลมพัดต้นหอมล้ม ผลผลิตไม่สวยงาม แต่ที่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสิทธิ์ ทัตภิรมณ์ อายุ 72 ปี เกษตรกร หมู่ 2 ตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด เกษตรกรผู้ปรับเปลี่ยนอาชีพลดพื้นที่ทำนา โดยบุกเบิกปลูกกล้วยน้ำว้า 400 ต้น มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2555 จนปัจจุบันสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเดือนละนับหมื่นบาทจากกล้วยน้ำว้า นายประสิทธิ์กล่าวว่า ช่วงเริ่มต้นได้ดำเนินการยกร่องนาจำนวน 25 ไร่ โดยใช้เงินในการลงทุนประมาณ 140,000 บาท จากนั้นก็นำหน่อกล้วยประมาณ 400 ต้นปลูกในพื้นที่ยกร่อง ตลอก 4-5 ปี ที่ผ่านมาสามารถเก็บผลกล้วยน้ำว้าขายได้อย่างต่อเนื่อง จำหน่ายผลผลิตรายสัปดาห์ เนื่องจากปัจจุบันกล้วยน้ำว้ามีราคาดี ปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถเกี่ยวผลผลิตได้นานปี ทั้งนี้ ผลผลิตจะมากสุด ช่วง 2-3 ปีแรก โดยสามารถเก็บเกี่ยวผลได้ถึงครั้งละ 2 ตันเศษ ซึ่งจะมีพ่อค้าในท้องถิ่นมาซื้อถึงสวน นายประสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับกล้วยน้ำว้า 1 เครือสามารถให้ผลถึง 15-16 หวี หลังจากปีที่ 4-5 ผลผลิตจะเริ่มลดลงจำนวนหวีต่อเครือจะเหลือประมาณ 8-10 หวี ซึ่งปัจจุบันกล้วยน้ำว้าเป็นที่นิยมบริโภคมากขึ้น จึงทำให้แต่ละเดือนสามารถเลี้ยงชีพได้จากการขาย โดยมีราคาขายส่งอยู่ที่ผลละ 80 สตางค์ เคล็ดล
พูดถึงไก่งวง หลายคนนึกถึง ไก่งวงที่มักจะนำมาอบกินกันในวันขอบคุณพระเจ้าของชาวคริสเตียน วันนี้ จะพาไปชมไก่งวง ที่จะเลี้ยงไว้กิน หรือจะเป็นสัตว์สวยงามก็ได้ หน้าตาไก่งวง ดูแปลกตา และความแปลกตาอย่างนี้เอง ที่ทำให้หลายคนนำไปเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงาม คุณวสันต์ สมานตระกูล เจ้าของฟาร์มไก่ ที่เขตหนองจอก กรุงเทพ บอกว่าไก่งวงนอกจากจะเป็นไก่ที่เลี้ยงเพื่อความสวยงามแล้ว บางคนยังเลี้ยงขายเพื่อนำไปประกอบอาหารในวันขอบคุณพระเจ้า ของชาวคริสเตียน ไก่งวงมีลักษณะตัวโต มีหงอนที่หัว ลำคอ และยื่นยาวออกมาปิดปากกันเลยทีเดียว ไก่ตัวผู้โตเต็มที่ มีน้ำหนักราว 9-10 กิโลกรัม ในขณะที่ตัวเมียหนัก 5-6 กิโลกรัม คุณวสันต์ พูดให้ฟังถึงการออกไข่ของไก่งวงว่า ไก่งวงออกไข่ ชุดละ 13-14 ฟอง และใช้เวลาในการฟัก 27 วัน แต่เกษตรกรรายนี้ ไม่ยอมให้ไก่ฟักไข่เอง ด้วยเหตุผลที่ว่า ไก่เสียเวลา ในการออกไข่ เมื่อไก่ไข่ออกมาแล้ว คุณวสันต์จะเก็บไข่ทุกๆ 5 วันมารวบรวมเพื่อเข้าตู้ฟักไข่ อย่างตู้ฟักไข่ สามารถ ฟักไข่ถึงคราวละ 500 ฟอง หากเป็นไก่ทั่วไปใช้เวลาฟักราว 20 วัน แต่ถ้าเป็นไก่งวงใช้เวลา 27 วัน นั่นอาจะเป็นเพราะว่าเปลือกไข่หนากว่า นอ
บึงกาฬ เป็นจังหวัดน้องใหม่ที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี 2554 ให้เป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ในอดีตเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กและเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดหนองคาย ด้วยภูมิภาคที่มีเนื้อที่ทอดยาวตามลำน้ำโขง ทำให้มีความห่างไกลจากตัวเมืองหนองคายเป็นอย่างมาก ความสามารถในการพัฒนาจึงไม่สะดวกเท่าที่ควร และมีความยากลำบากในการติดต่อประสานงานต่างๆ เพื่อความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ จึงได้มีการเรียกร้องไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อตั้งเป็นจังหวัดในปี 2537 กว่าจะได้ตั้งเป็นจังหวัดใช้เวลาเกือบ 20 ปี คุณสมชาย อนันตจารุตระกูล ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลว่า การทำเกษตรส่วนใหญ่ของจังหวัดบึงกาฬ เกษตรกรนิยมที่จะปลูกพืชเชิงเดี่ยว เมื่อผลผลิตของพืชชนิดนั้นมีจำนวนที่มากขึ้นก็จะทำให้ราคาลดลง จึงเป็นผลทำให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าได้ราคาต่ำกว่าทุนที่ลงไป ซึ่งต่อมาภาครัฐได้มีการจัดการให้เกษตรกรทำพืชชนิดแบบตลาดนำ โดยไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวมากเกินไปแต่ต้องหาสิ่งอื่นมาทดแทนเพื่อให้มีรายได้แบบหมุนเวียน ซึ่งจังหวัดบึงกาฬจัดได้ว่าเกษตรกรส่วนใหญ่มีการทำสวนยางพาราเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ดี แต่ถ้าราคายางตกการมีอาชีพเสริม
“มะม่วง” ผลไม้คู่บ้านของคนไทยทุกครัวเรือน ที่แต่ละบ้านอาจจะต้องมีมะม่วง อยู่บนโต๊ะอาหารในแต่ละสัปดาห์ เพราะมะม่วงเป็นผลไม้ที่ให้ผลตลอดทั้งปี รับประทานได้โดยไม่ต้องรอฤดูกาล และ แม้ว่า มะม่วง จะไม่ขึ้นแท่นเป็นราชาผลไม้อย่าง “ทุเรียน” และ ราชินีผลไม้อย่าง “มังคุด” แต่มะม่วง เป็นผลไม้ที่ยอดนิยมสำหรับชาวไทยและชาวต่างประเทศไปแล้ว โดยเฉพาะมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ ซึ่งผู้ค้าส่งมะม่วงในตลาดค้าส่งรายใหญ่อย่าง “ตลาดไท” ยืนยันว่า มะม่วงยังอยู่ในอันดับผลไม้ยอดนิยม และ สร้างแม่ค้ารายเล็กให้เป็นผู้ค้าส่งรายใหญ่มาแล้ว ด้วยความนิยมรับประทานมะม่วงที่มีตลอดทั้งปีโดยไม่สนใจฤดูกาล ในขณะที่ธรรมชาติของมะม่วงก็ออกผลให้ทานกันตลอดทั้งปีด้วยเช่นกัน เริ่มต้นจากเกษตรกร คุณบุญส่ง แจ้งแสง หรือ คุณมิ้นต์ ผู้ค้าส่งมะม่วงในตลาดไท วัย 48 ปี เล่าให้ฟังถึงเส้นทางการขายส่งมะม่วงว่า เริ่มต้นจาก ปี 2538 ด้วยการเป็นเกษตรกรปลูกมะม่วง,น้อยหน่า และ ไร่ข้าวโพด โดยมีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 5-6 ไร่ ที่จังหวัดสระบุรี หลังจากนั้นก็ขยายพื้นที่เพาะปลูกด้วยการเช่าอีก 30 ไร่ ซึ่งในเวลานั้นยังเน้นทำสวนและไร่ที่หลากหลาย ไม่ได้เจาะจงปลูกมะม่วงเพี
บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่เศษ ของลุงสุนันท์ แซ่อื๊อ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/6 หมู่ 10 ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับการปลูกพืชผักมาตั้งแต่เด็กทดลองปลูกผักหลายชนิดหมุนเวียนในพื้นที่ ซึ่งได้มีการปลูกแบบยกร่องสูง มีน้ำขังหล่อเลี้ยงอยู่สม่ำเสมอ มารุ่นนี้ทดลองปลูกมะเขือเทศราชินีที่ได้รับความสนใจ ตลาดมีความต้องการเนื่องจากผู้บริโภคให้ความนิยมรับประทานเพราะอุดมด้วยวิตามินมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ราคาแพง เป็นแปลงตัวอย่างของอำเภอโพธาราม ที่จะให้เกษตรกรมาศึกษาดูงาน หลังจากที่จังหวัดราชบุรีได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 6 จังหวัดของประเทศให้เป็นเมืองเกษตรสีเขียว ที่ผลิตพืชผัก ผลไม้ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เป็นแหล่งปลูกที่สำคัญของประเทศ ลุงสุนันท์ แซ่อื๊อ เปิดเผยการปลูกมะเขือเทศราชินีว่า เริ่มทำอาชีพการเกษตรมาตั้งแต่อายุ 12 ปี ปลูกหลายอย่างหมุนเวียนกันไป เช่น ถั่วฝักยาว ชุดล่าสุดปลูกผักคะน้า พอชุดนี้จึงเปลี่ยนมาปลูกมะเขือเทศราชินี การดูแลค่อนข้างยากเพราะระบบน้ำยังไม่ค่อยดี จึงต้องใช้ระบบน้ำซึมยกร่อง หากปล่อยน้ำมาแบบลักษณะตรงอาจทำให้น้ำเสีย วิธีการปลูกจะใช้กรอกเมล
นับจากราวเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเมษายน ของทุกปี หากใครมีโอกาสเดินทางผ่านเข้าเมืองนครนายกจะพบเห็นไม้ผลลูกกลมสีเหลืองที่ร้อยเป็นพวงสวยงามแขวนไว้หน้าร้านตลอดสองข้างทาง แล้วต้องบอกว่านั่นคือมะยงชิด ชื่อมะยงชิดมักถูกเรียกคู่กับมะปราง จนเกิดคำถามว่าทั้งสองอย่างเป็นผลไม้พี่น้องกันหรือ แต่หลังจากสืบค้นจนทั่วแล้วพบว่าเป็นไม้ผลกลุ่มเดียวกัน ประวัติที่มาถูกเริ่มต้นจากมะปรางก่อน จากนั้นถูกนำมาปลูกหลายแห่งจนกลายพันธุ์เป็นมะยงชิด เพราะมีรสหวาน กรอบ ผลขนาดใหญ่ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค แต่กระนั้นมะปรางก็ยังคงมีอยู่ เพียงแต่รูปร่างลักษณะผลเหมือนกันกับมะยงชิด เพราะฉะนั้น ความสับสนเช่นนี้คงมีชาวบ้านที่ปลูกในพื้นที่เท่านั้นที่แยกออกด้วยการชิม และไม่ว่าอย่างไรผู้คนมักรู้จักผลไม้ลูกกลมสีเหลืองนี้ว่ามะปรางหวาน-มะยงชิด เนื้อหนา เมล็ดเล็ก รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ทั้งนี้ มะปรางหวาน-มะยงชิด เป็นไม้ผลพื้นเมืองที่น่าจับตามอง เป็นที่ต้องการของตลาดสูง แถมมีราคาจำหน่ายค่อนข้างแพง เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ออกตามฤดูกาล และมีพื้นที่การปลูกค่อนข้างน้อย ชาวนครนายกปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิดกันมาเป็นเวลายาวนาน จึงถือได้ว่าเป็นแหล่ง
จังหวัดปทุมธานีนอกจากจะเป็นพื้นที่ปลูกกล้วยหอมแล้ว ยังเป็นแหล่งปลูกหญ้า ปัจจุบันในจังหวัดนี้ มีพื้นที่ปลูกหญ้าประมาณ 7,000 – 10,000 ไร่ สร้างรายได้ให้แต่ละปีไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งสายพันธุ์ของหญ้าที่นิยมปลูกจำหน่ายในประเทศไทย มี 5 สายพันธุ์ คือ หญ้านวลน้อย หญ้ามาเลเซีย หญ้าญี่ปุ่น หญ้าพาสพาลั่ม และหญ้าเบอร์มิวด้า หรือหญ้าแพรก คุณดารุด พูลเต่า หรือผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ยึดอาชีพปลูกหญ้าขายนาน 30 ปี ปัจจุบันพื้นที่ปลูกหญ้า 100 ไร่ ต้นทุนตารางเมตรละ 9 บาท ปลูก 30 – 45 วัน ก็ตัดขายได้แล้ว กำไรเมตรละ 3 บาท รายได้แต่ละวัน 1,000 – 2,000บาท ฤดูฝนหญ้าขายดี ตลาดรับซื้อไม่อั้น นิยมนำไปปูสนาม จัดสวน อนาคตเล็งขยายพื้นที่ปลูกหญ้าเพิ่ม ผู้ใหญ่ดารุดในวัย 48 ปี เล่าว่า สมัยตอน ป.6 เคยรับจ้างปลูกหญ้าอยู่แถวมีนบุรีและลาดกระบัง พอได้ความรู้การปลูกหญ้ามาบ้าง กระทั่งไปเกณฑ์ทหาร 2 ปี ออกมาก็ปลูกข้าว แต่ทว่าได้ไม่คุ้มเสีย เลิกปลูกข้าว หันมาปลูกผักสวนครัวไปแร่ขายแถวคลอง 12 ขายตามริมถนนได้ 2 ปี หันมาปลูกหญ้าจริงจัง ที่คลอง 12 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี และ
คุณจันทร์ เรืองเรรา อยู่บ้านเลขที่74/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี 70180 โทรศัพท์ (089) 910-1254 เดิมเขาทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด และสับปะรด ลงทุนสูง เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องพึ่งพิงราคาจากตลาด บางช่วงสินค้าทางการเกษตรที่ปลูกมีราคาตกต่ำ ทำให้ขาดทุนต้องกู้เงินจาก ธ.ก.ส. มาลงทุนมีหนี้สินกว่า 800,000 บาท จึงทบทวนการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวที่ผ่านมา และได้ศึกษาเรียนรู้จากผู้รู้และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เริ่มทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกข้าว ทำไร่อ้อย ไร่สับปะรด ปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงปลา และเลี้ยงกบ ปัจจุบัน คุณจันทร์มีพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง 10 ไร่ และของภรรยา 34 ไร่ รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณจันทร์ ทำเกษตรผสมผสาน ทั้งปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงและผลิตอาหารปลา ทำปุ๋ยหมักชีวภาพและสารไล่แมลงใช้เอง และร่วมฟื้นฟูป่าชุมชน คุณจันทร์มีความโดดเด่นเรื่องการปลูกสับปะรด และแปรรูปสับปะรด โดยมีรูปแบบการปลูกดังนี้ วางระบบน้ำในพื้นที่ปลูก วางแผนปลูกสับปะรดทุกเดือน โดยปลูกครั้งละ 1 ไร่ เพื่อให้ได้ผลผลิตทั้งปี มีการเตรียมดินก่อน
