SMEs เกษตร
อดีตทหารเรือ ผันตัวเป็นเกษตรกร ปลูกผักสลัดบนพื้นที่ 400 ตารางวา คิดสูตรปุ๋ยเอง ผักคุณภาพสูง รสชาติดี ไม่ขม ไม่เหม็นเขียว ขายทั้งผักสดและแปรรูป บุกตลาดคนรักสุขภาพ รับทรัพย์ทุกวัน คุณศิริณคภักส์ ศิริมหาจันโท หรือ จ่ารุธ อดีตตนเคยรับราชการทหารเรือในสังกัดกรมสรรพาวุธทหารเรือ เป็นคนที่ดูแลรักษาสุขภาพด้วยการวิ่งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว แต่เพื่อป้องกันไม่ให้มีโรคภัยเบียดเบียน การรับประทานอาหารที่สด สะอาด ปลอดภัยจากสารเคมี ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนรักษาสุขภาพอย่างจ่ารุธทำมาตลอด โดยเฉพาะการปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทานเอง ในพื้นที่ว่างบริเวณรอบๆ บ้าน โดยใช้เวลาว่างจากงานประจำ ในตำแหน่งหัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเทศบาล ตำบลวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร จ่ารุธ เล่าว่า มีใจรักงานด้านการเกษตรมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เริ่มต้นใช้เวลาว่างในวันหหยุด เริ่มปลูกผักสวนครัวทั่วๆ ไปไว้กินเอง ต่อมาเริ่มศึกษาการปลูกผักประเภทผักสลัด เช่น เรดโอ๊ก เรดคอรัล เรดคอส มินิเรด เพราะตัวเอง และภรรยาชอบกินสลัด เมื่อผลผลิตออกมาก็กินเองบ้าง แจกเพื่อนร่วมงานบ้าง จนระยะหลังๆ เริ่มมีคนขอซื้อ เล
หนุ่มพิษณุโลกเลี้ยงปูนา ขายแม่พันธุ์-ปูกิโลฯ-แปรรูป รายได้ดีไม่มีตก ฤดูไหนก็ราคาเดิม ฟาร์มปูนาพิษณุโลก ขายดี มีเท่าไหร่ไม่พอขาย ทั้งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และปูกิโลฯ จนเจ้าของฟาร์มต้องขยายบ่อเร่งผลิตปูนานอกฤดู หลังจากช่วงก่อนหน้านี้พิษณุโลกฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้ปูนาหายาก ไม่มีวางขายตามท้องตลาดทั่วไป นายวัชระ เสือรอด อายุ 41 ปี เจ้าของฟาร์มปูนาขนาดประมาณ 25 ตารางเมตร รอบบริเวณบ้านเลขที่ 66/1 ม.3 บ้านวังแร่ ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ตอนนี้ ตลาดปูนาในพื้นที่ภาคเหนือนั้นกำลังไปได้ดีมาก โดยตอนนี้ที่ฟาร์มของตนเองนั้นต้องขยายบ่อเพาะเลี้ยงปูนาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เนื่องจากผลกระทบจากฝนทิ้งช่วง ทำให้ปูนาขาดตลาด ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารป่า รวมถึงร้านส้มตำ หาซื้อยาก “ตอนนี้ออร์เดอร์สั่งปูนาของตนมีเยอะมาก มีทั้งสั่งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ สั่งปูนาท้องแก่ หรือแม้แต่ปูนาชั่งกิโล เรียกว่าตอนนี้มีจองไว้หมดแล้วต้องไล่ตามคิวที่จองกันเข้ามา และตอนนี้ต้องขยายบ่อเพิ่มขึ้นถึง 5 บ่อ เพราะต้องแยกปูนาออกมาเป็นรุ่นตามออร์เดอร์อย่างปูท้องแก่ที่พร้อมลงเดินตอนนี้สั่งเข้ามาไม่ต่ำกว่า 100 แม่ พ่อพันธุ์ แม
เปิดเทคนิคปลูก ‘ฟักทอง’ ง่ายๆ ให้ได้ผลผลิตคุณภาพ ณ สวนคุณลี เกษตรกรที่เสร็จสิ้นการทำนาปีแล้ว นิยมปลูกผักหลังการทำนาเพื่อเป็นรายได้เสริม “ฟักทอง” พืชที่มีความเหมาะสมในการปลูกช่วงหลังการทำนา เกษตรกรจะประสบความสำเร็จในการผลิตฟักทองให้ได้คุณภาพ จึงต้องศึกษาถึงลักษณะนิสัยของพืชชนิดนี้ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม การเตรียมดินก่อนปลูก การให้น้ำ-ปุ๋ย ตลอดจนปัญหาของโรค-แมลงศัตรู เพื่อจะได้หาวิธีป้องกันกำจัด และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ สำหรับบ้านเราพบว่า ฟักทอง ที่ปลูกเพื่อการบริโภคนั้น ลักษณะของพันธุ์จะมีเปลือกสีเขียวคล้ำร่องผลเป็นพูสม่ำเสมอ หรือเปลือกขรุขระแบบหนังคางคก ผลที่แก่จัดขึ้นนวลสีขาวตั้งแต่ขั้วไปทั้งผลและนิยมปลูกพันธุ์ผลใหญ่มีน้ำหนักมากกว่า 4-5 กิโลกรัม หรือผลเล็กมีน้ำหนักผลระหว่าง 2-3 กิโลกรัม ในปัจจุบันพันธุ์ฟักทองทางการค้าที่เกษตรกรไทยนิยมปลูกจะใช้พันธุ์ลูกผสม ซึ่งมีให้เลือกตามที่ตลาดมีความต้องการ ก็จะเลือกใช้สายพันธุ์ที่ตลาดจะเป็นตัวกำหนดในแต่ละพื้นที่ การเตรียมพื้นที่ปลูกฟักทอง ฟักทอง เป็นพืชผักที่มีลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้น เช่นเดียวกับแตงโม
เกษตรกรทำนาปทุมธานี เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย เสริมรายได้ สร้างตลาดหลากหลาย จำหน่ายได้ราคางาม จากสภาวะเศรษฐกิจไม่กี่ปีมานี้ ส่งผลให้สินค้าเกษตรหลายชนิดราคาตกต่ำ จึงทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวมากขึ้น โดยทำเกษตรแบบผสมผสานที่ไม่เน้นทำเป็นเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของราคาที่ผันผวนแล้ว ยังสามารถมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดทดแทน จึงช่วยเสริมรายได้สลับไปมาในแต่ละช่วงการผลิต จึงเกิดรายได้หลากหลายส่งผลให้ไม่มีหนี้สิน คุณขาว เสมอหัต คุณขาว เสมอหัต อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีอาชีพหลักทำนาด้วยราคาข้าวที่ผลิตได้ไม่แน่นอน จึงได้หาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย คือการเลี้ยงปลาดุก โดยใช้บ่อน้ำที่มีอยู่เดิมจากการขุดไว้ใช้ภายในสวน มาเลี้ยงปลาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น พร้อมทั้งใช้เหยื่อสดต้นทุนต่ำมาเป็นอาหารให้ปลากิน ทำให้ปลาเติบโตดีตลาดต้องการ จำหน่ายได้ราคา อาชีพหลักทำนา เลี้ยงปลาดุกเสริมรายได้ อาหารที่ได้จากโครงไก่นำมาบด คุณขาว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ประกอบสัมมาอาชีพมาถึงปัจจุบัน รายได้หลักของครอบครัวคือเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว
จำปาดะ “ทองตาปาน” ของดี อ.กะปง ทำรายได้ให้เกษตรกรปีละกว่า 4 แสนบาท จำปาดะ เป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับ ขนุน หรือสาเก ภาษาอังกฤษก็ใช้คำนี้ Champedak ไม่รู้ใครลอกใคร แต่มาเลเซียเรียกอีกชื่อหนึ่ง ภาษาใต้ เรียกว่า จำดะ นิยมปลูกมากในภาคใต้ ออกผลปีละครั้ง ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคมตอนต้นฤดูฝนของทุกปี ในช่วงหน้าอื่นมีผลบ้างแต่ไม่มากนัก จำปาดะ “ทองตาปาน” เป็นจำปาดะพื้นถิ่นของ ต.เหมาะ อ.กะปง จ.พังงา ถือเป็นจำปาดะ เบอร์ 1 ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรครอบครัวละนับแสนต่อปี เนื่องจากมีผลใหญ่สีทอง เนื้อหนาสีเหลืองทอง รสชาติหอมหวาน กลิ่มหอมละมุน จึงได้รับความนิยมรับประทานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีชื่อเสียงโด่งดังว่าเป็นจำปาดะอันดับต้นๆ ของประเทศ นายจรัญ หนูนุ้ย เกษตรกรชาว ม.1 ต.เหมาะ อ.กะปง จ.พังงา เปิดเผยว่า ที่มาของจำปาดะพันธุ์ทองตาปาน มาจากเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว พี่ชายได้ซื้อสวนมาจากญาติ ซึ่งภายในสวนนั้น มีจำปาดะต้นหนึ่งมีลักษณะที่โดดเด่น ไม่เหมือนกับจำปาดะพื้นบ้านทั่วไป จึงได้นำมาขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอด และได้นำมาปลูกในสวนของตนเองปร
ปลูกผักหวานป่า อาชีพสร้างรายได้มานานกว่า 30 ปี ของคนตำบลหนองปลิง “ผักหวานป่า” เป็นผักพื้นบ้านที่พบเห็นได้ง่ายในเขตพื้นที่ราบสูง ที่เป็นป่าเต็งรัง ป่าไผ่ รวมอยู่ในกลุ่มพวกป่าเบญจพรรณ ผักหวานป่ามีลักษณะใบใหญ่ กลม ยาว หนา หากสนใจอยากปลูกผักหวาน แต่ไม่รู้วิธีปลูก ต้นผักหวานมักจะไม่ค่อยโต การปลูกผักหวานให้ได้ผลผลิตที่ดีต้องปลูกเลียนแบบธรรมชาติ โดยปลูกผสมผสานกับพืชไร่ไม้ผลอื่นๆ เพื่ออาศัยร่มเงาไม้พี่เลี้ยงช่วยพรางแสงแดดในแปลงเพาะปลูก ป้าสำลี พ่วงนาค เกษตรกรผู้ปลูกผักหวาน อยู่บ้านเลขที่ 260/8 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองปลิง จังหวัดนครสวรรค์ เล่าว่า ก่อนที่ป้าจะหันมาปลูกผักหวาน ป้าทำไร่ข้าวโพดมาก่อน แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็ประสบปัญหาภัยแล้งบ่อยๆ จึงเลิกทำไร่ข้าวโพดแล้วมาปลูกมะขามเทศไว้ส่วนหนึ่ง แต่พอดีว่าช่วงนั้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ที่ป่าไผ่แถวบ้านจะมีต้นผักหวานป่าอยู่เยอะ ป้าก็เข้าไปเก็บเมล็ดมาเพาะเองที่บ้าน แรกๆ ก็ปลูกไม่ได้ผลตายหมด เพราะยังไม่มีความรู้ แต่ก็ยังไม่ถอดใจ ปีที่สองไปเก็บมาเพาะใหม่ก็เริ่มดีขึ้น เพาะได้ 10 ต้น แล้วนำมาขยายพันธุ์ต่อ ตอนปี’38 ปลูกเอาไว้เก็บกิน พอเก็บกินจนเหลือก็คิดว่าแถวบ้านมีตลา
“หลุมพอเพียง” ปลูกทุกอย่างในหลุมเดียว ลดภาระการรดน้ำ ปลูกซ้ำ หลุมพอเพียง คือ การปลูกพืชหลายอย่างในหลุมเดียว หลุมที่ว่านี้ไม่ได้สภาพเป็นหลุมลึก ๆ แต่เป็นการปลูกพืชเป็นกลุ่ม ขนาดที่น่าลองทำคือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร แต่สำหรับคนที่มีพื้นที่ว่าง เพื่อเตรียมปลูกพืช อาจจะทำหลายๆหลุม ขนาดที่กำลังพอแรง คือขนาดกว้าง 80 – 100 เซนติเมตร จะทำวงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ ระยะห่างระหว่างหลุม 4 x4 เมตร ถ้ามีพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ 100 หลุม หรือถ้าไม่มีที่เป็นผืนก็สร้างหลุมไว้ตามหัวไร่ปลายนา มุมบ้าน หลังครัว ขอบบ่อน้ำ ริมทางเดิน ได้หมด หลุมพอเพียง เป็นวิธีการบริหารจัดการสิ่งที่อยู่ในหลุม เริ่มจากเตรียมพื้นที่ตามขนาดที่กำหนด แล้วก็ปลูกหญ้าแฝกเป็นรูปวงกลมหรือเป็นล็อกสี่เหลี่ยม จากนั้นปลูกไม้ในหลุมนี้ ลงได้ถึง 4 – 5 ประเภทในหลุมเดียว เพื่อลดภาระการรดน้ำ ปลูกซ้ำ และเกื้อต่อการกำจัดศัตรูพืชเพราะให้ทุกอย่างเกื้อกูลกันเอง ต้นไม้ที่จะปลูกในหลุมแบ่งเป็น 5 ประเภท 1. ไม้พี่เลี้ยง เป็นไม้ที่ให้ร่มเงา เก็บน้ำ เก็บความชื้นโดยเฉพาะช่วงร้อนหรือหน้าแล้ง เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม ควรปลูกทางทิศตะวันตก เพราะช่วยบังแสงช่วงบ
หมากซู่ลูด เป็นผักสวนครัวพื้นบ้านไทใหญ่ เป็นมรดกแห่งแผ่นดิน ที่บรรพบุรุษชาวไทใหญ่ปลูกติดต่อกันมานานกว่าร้อยปี กินได้ทั้งผลดิบและผลสุก ชาวบ้านนิยมเก็บหมากซู่ลูดไปสับให้เป็นเส้นยาว และนำไปตำส้มตำแทนเนื้อมะละกอ ปรากฏว่า มีรสชาติอร่อยกว่า ส้มตำจากเนื้อมะละกอเสียอีก ต้นหมากซู่ลูด สามารถเจริญเติบโตได้ข้ามปี อยู่ในกลุ่มไม้เถาเลื้อยตระกูลแตง ลักษณะลำต้น ใบ และยอด คล้ายกับแตงกวา ผสมกับฟักเขียว มีระบบรากที่มีการสะสมขนาดใหญ่ ใบมีสีเขียวเป็นหยักใบหยาบ ดอกสมบูรณ์เพศ มีชั้นของเกสรตัวผู้ เกสรตัวเมียครบถ้วน และมีกลีบดอกสีม่วงเข้ม ผลเป็นรูปกลมยาวขนาดปานกลาง เปลือกสีเขียว ผลดิบ เนื้อในจะมีสีขาว เนื้อแน่น ฉ่ำน้ำ ตรงกลางมีเมล็ด ผลสุก จะมีเนื้อสีเหลือง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกได้ในดินร่วนปนทรายระบายน้ำได้ดี หมากซู่ลูด เป็นผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ปลูกง่าย และลงทุนน้อยโดยไม่พึ่งปุ๋ยหรือสารเคมี โดยทั่วไป ชาวไทใหญ่นิยมนำผลดิบของหมากซู่ลูด ที่มีลักษณะคล้ายเนื้อฟัก ไปปรุงอาหารหลากหลายเมนู เช่น ผัดใส่ไข่ ต้มจืด แกงเลียง หรือนำไปลวกจิ้มกับน้ำพริก เมื่อนำผลดิบของหมากซู่ลูดไปผ่า ภายในผลจะมีเมล็ดสีดำ ที่ถูกหุ้
การได้ทำงานที่รักและยังคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยถือเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง ทำให้เกษตรกรรุ่นใหม่อย่าง วิญญู สถิตวิทยานันท์ หรือ พี่ปาน อดีตนักเรียนนอก อาจารย์พิเศษด้านกราฟิกดีไซน์ วางเมาส์ชั่วคราวหันมาลงมือพรวนดินทำสวนเมล่อนในฝัน ผลิตเมล่อนปลอดสาร เกรดพรีเมี่ยม วางจำหน่ายในตลาดทั่วไปและส่งขายแบบออนไลน์ทั่วประเทศ พี่ปาน เปิดเผยถึงความเป็นมาของการทำสวนเมล่อนภายใต้แบรนด์ วีดา การ์เดน (VEDA garden) ว่า มาจากชื่อภรรยาคือ วิยะดา ทำให้เกิดแรงบันดาลใจมาใช้ตั้งชื่อแบรนด์เมล่อนของตนเอง และเริ่มต้นลองผิดลองถูกด้วยการไปเรียนรู้เพิ่มเติมจากเกษตรกรที่ปลูกเมล่อนมาก่อนและเรียนรู้ค้นคว้าด้วยตนเองควบคู่กันไป “จุดเริ่มต้นมาจากการปลูกมะนาวปลอดสารพิษและได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า จึงคิดอยากทำสวนผลไม้และเริ่มไปเรียนกับคุณอาที่ปลูกเมล่อนอยู่แล้วที่บุรีรัมย์ และกลับมาทำสวนเมล่อนที่ตำบลพะเนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บ้านของตนเอง เพราะอยากทำเมล่อนที่มีคุณภาพ เราและครอบครัวสามารถกินเองได้อย่างสบายใจด้วย วีดา การ์เดน จึงเกิดขึ้น” โดยเริ่มแรกทดลองตั้งแต่การเพาะเมล็ดเมล่อนในโรงเรือนด้วยตนเอง โดยนำเมล่
กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกเป็นการค้าในหลายพื้นที่ กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในปัจุบันมีแหล่งปลูกที่สำคัญที่มีศักยภาพในการผลิตคุณภาพสูงมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี และกาญจนบุรี เป็นต้น แปลงกุหลาบตัดดอก การปลูกกุหลาบตัดดอกสามารถผลิตในรูปแบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการผลิตสองรูปแบบนี้จะต้องคำนึงเลือกพื้นที่ผลิตที่ที่เหมาะสม ทั้งสภาพอากาศ ดิน และน้ำ ซึ่งปัจจุบันมีหลายพื้นที่ของภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จังหวัดนครปฐมที่มีความพร้อม สามารถปลูกกุหลาบตัดดอกรูปแบบเชิงปริมาณที่ใหญ่แห่งหนึ่ง กุหลาบถือได้ว่าเป็นไม้ดอกที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะปลูกได้ทุกวัน อีกทั้งมีการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก สามารถนำมาปลูกเป็นพืชเสริมสลับกับพืชหลักได้ ที่สำคัญตลาดยังให้การตอบรับอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเกษตรกรหลายคนหันมาปลูกกุหลาบตัดดอกกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ แต่จะมีวิธีการปลูก ดูแลกุหลาบให้มีดอกที่ใหญ่ สีสด กลีบหนา กานยาว ตรงตามความต้องการของตลาดได้อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแล ซึ่งพี่สุรีย์ เจ๊กพัน เกษตรกรผู้ปลูกกกุหลาบตัดดอก ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือ
