SMEs เกษตร
รู้หรือไม่ว่า “ไต้หวัน” ไม่ได้มีดีเเค่ชาไข่มุกนะ ยังมีมะม่วงที่อร่อย ซึ่งมะม่วงพันธุ์ไถจง 1 เป็นมะม่วงที่หวานที่สุด มีความหวานถึง 24 องศาบริกซ์เลยทีเดียว เมืองไถจง เมืองใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของไต้หวัน ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของเกาะไต้หวัน เมืองไถจงเปรียบเสมือนหัวใจของไต้หวัน เพราะเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงระหว่างเหนือและใต้ของเกาะไต้หวัน อากาศอบอุ่นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 23 องศาเซลเซียส สภาพภูมิอากาศเหมาะสมกับการทำการเกษตรกรรม ซึ่งเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ พันธุ์พืชดีๆ จึงมีอยู่ที่เมืองนี้หลายพันธุ์ ผลไม้และพืชผักที่ปลูกได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี และได้การโหวตจากประชาชนว่าเป็นเมืองที่เหมาะสมที่สุดในการใช้ชีวิต มะม่วงไถจง 1 หรือ ไถจงเบอร์ 1 (Taichung 1 : 台中一號芒果) ได้ชื่อมาจากเมืองไถจง ตั้งชื่อเพื่อให้เป็นเกียรติกับเมืองเหมือนกับพันธุ์พืชอื่นๆ ที่ตั้งชื่อตามชื่อเมือง เช่น มะม่วงเกาสง 3 และ 4, มะม่วงไถหนง 1 เป็นต้น ตลาดซื้อ-ขาย มะม่วงไถจง 1 เป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ล่าสุดของไต้หวันที่อยู่ภายใต้การควบคุมจากหน่วยงานของรัฐ กำหนดให้ปลูกอยู่ในไต้หวัน ยังไม่ให้
เหตุผลประการหนึ่งที่ต้นอ่อน (SPROTS) เป็นอาหารที่มีคุณค่าก็คือ ต้นอ่อน เป็นอาหารที่ย่อยง่ายและให้พลังงานสูง เมล็ดพืชที่สามารถนำมาเพาะเป็นต้นอ่อนได้มีหลายชนิด ได้แก่ ตระกูลถั่ว (Beans) เป็นพืชที่อุดมไปด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต แต่เมื่ออยู่ในรูปของต้นอ่อนกลับเป็นอาหารที่ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะเป็นกรดในร่างกาย ทานตะวัน (Sunflower) ประกอบด้วยวิตามินบีและดีสูง นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด งา (Sesame seeds) เป็นแหล่งของแคลเซียม ธาตุเหล็ก ไนอะซิน โปรตีน และฟอสฟอรัส อัลฟาฟ่า (Alfalfa) เป็นแหล่งพืชที่นิยมนำมาเพาะเป็นต้นอ่อน เนื่องจากมีคลอโรฟิลล์จำนวนมาก วิตามินเอ วิตามินบีคอมเพลกซ์ ซี ดี อี จี เค นอกจากนี้ ยังประกอยด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และซัลเฟอร์ ปริมาณมาก ธัญพืช (Grains) ต้นอ่อนของข้าวสาลีอุดมไปด้วยสารอาหารนานาชนิด ได้แก่ วิตามินซี อี บีคอมเพลกซ์ แมกนีเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทสเซียม โปรตีน เอนไซม์ และคลอโรฟิลล์ ต้นอ่อน จัดเป็นพืชมหัศจรรย์ เนื่องจากมีปริมาณวิตามินและสารอาหารสูงกว่าพืชชนิดเดียวกันที่โตเต็มที่ และพบว่า ต้นอ่อนบางชนิดมีวิตามินเพิ่มขึ้นถึง 500%
“ผมมีอาชีพทำนามานาน วันหนึ่งมีความสนใจที่อยากทำสวนผลไม้จึงตัดสินใจปลูกชมพู่ทับทิมจันท์ โดยการแบ่งผืนนา จำนวน 7 ไร่ มาทำสวนชมพู่ทับทิมจันท์ 3 ไร่ จนถึงทุกวันนี้ผมมีรายได้ต่อปีราว 3 แสนบาท จากการทำสวนชมพู่ 3 ไร่ และปลูกต้นชมพู่ เพียง 150 ต้น เท่านั้น ทำกันเพียง 2 คน กับภรรยาเป็นหลัก งานก็ไม่ตากแดดมากเหมือนทำนา รายได้ก็ดีกว่าการทำนา ส่งลูกเรียนสบาย” คุณสำเริง เจริญวงษ์ “แม้ราคาชมพู่ทับทิมจันท์จะไม่สูงมากเหมือนแต่ก่อน ถึงแม้ราคาจากสวนจะเหลือแค่เพียงกิโลกรัมละ 10 บาท เกษตรกรก็พออยู่ได้ เนื่องจากชมพู่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตเป็นจำนวนมาก สามารถบังคับให้ออกดอก ติดผลได้ทั้งในและนอกฤดูตลอดทั้งปี แต่คนทำสวนชมพู่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องไม่ขี้เกียจ ต้องมีความขยัน ช่างสังเกต ทำผลผลิตให้มีคุณภาพและเรียนรู้อยู่ตลอด” สองข้อความข้างต้น เป็นคำพูดของ คุณสำเริง เจริญวงษ์ บ้านเลขที่ 2/4 หมู่ 5 ต.ถอนสมอ อ.ถอนสมอ ต.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี โทร. 089-9818543 ที่ปลูกชมพู่ทับทิมจันท์ มานานกว่า 7 ปี มีเรื่องราวดีๆ จากประสบการณ์ในการทำสวนชมพู่แนะนำให้กับหลายๆ ท่านที่กำลังสนใจในการทำสวนชมพู่ว่าทำน้อยแต่ได้มาก ว่าต้องมีก
ปัจจุบันงานทางการเกษตรกำลังเป็นอีกหนึ่งสายงานที่คนหนุ่มสาวในยุคนี้เลือกทำ เพราะนอกจากจะได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวแล้ว ยังเป็นการสานต่ออาชีพดั้งเดิมที่ทำสืบต่อกันมา เพื่อให้กิจการงานเหล่านั้นคงอยู่ ซึ่งบางรายถึงกับเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเพื่อเล่าเรียนทางสายเกษตรโดยตรง เป็นการหาวิชาและนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดให้กับธุรกิจของตนเอง เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มผลผลิตให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น คุณพรภินันท์ ดุสฎีกาญจน อยู่บ้านเลขที่ 77/7 หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรสาวคลื่นลูกใหม่ไฟแรงที่ยึดอาชีพทางการเกษตรคือ ทำสวนกล้วยไม้ โดยรับช่วงต่อจากครอบครัว พร้อมทั้งศึกษาเทรนด์ทางการตลาดใหม่ๆ ด้วยการออกจำหน่ายผลผลิตของตามงานต่างๆ จึงทำให้เกิดความชำนาญและรู้ถึงความต้องการของตลาด และเกิดความชำนาญที่จะผลิตกล้วยไม้ออกมาแต่ละช่วงให้สอดคล้องกับความต้องการ ครอบครัวทำสวนกล้วยไม้ มากว่า 40 ปี คุณพรภินันท์ เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่จำความได้เมื่อสมัยยังเด็กการปลูกกล้วยไม้ ถือเป็นอาชีพหลักของครอบครัวมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า เมื่อเจริญวัยก็เกิดความรู้สึกว่าอาชีพที่ทำกันมาน
ร.ต.ท. จรูญ เทพสุริวงค์ หรือ จ่าหมี ตำรวจ สภ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา หมู่ที่ 2 ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ได้ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ในเนื้อที่ 5 ไร่ มาเกือบ 4 ปี และเป็นการลงทุนปลูกรุ่นแรก สามารถทำเงินได้สูงถึงเดือนละกว่า 6 หมื่นบาท จากการขายมะละกอฮอลแลนด์เพียงอย่างเดียว ไม่รวมรายได้ขายกล้วยน้ำหว้าที่ปลูกแซม เก็บขายวันละนับ 100 กก. ราคา กก. ละ 20 บาท และตลาดวิ่งชนมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน เพื่อส่งขายทั้งในตลาด จ.สงขลา ยะลา ปัตตานี หรือแม้แต่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และมีออร์เดอร์ใหม่ๆ เข้ามาตลอด ไม่เคยประสบปัญหาด้านการตลาดและราคา ร.ต.ท. จรูญ กล่าวว่า ตนรับราชการตำรวจอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายสิบปี ถูกลอบวางระเบิดจนขาขวาขาด จึงขอย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ จ.สงขลา ด้วยความชื่นชอบการเกษตรอยู่แล้ว จึงใช้เวลาว่างจากหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไปศึกษาหาความรู้จากเพื่อนบ้าน วิธีปลูกมะละกอฮอลแลนด์ ในเนื้อที่ 5 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนบาท ปลูกได้ประมาณ 8 เดือน ออกผลเก็บขายได้ และเพียงแค่รุ่นแรกก็คืนทุนทันที และนับจากนั้นมาเก็บขายได้ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 100 กก. ร.ต.ท. จรูญ กล่าวอีกว่า
ข้าวโพดตักหงาย เป็นข้าวโพดข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดเลย ที่มีลักษณะเด่น คือ ขนาดฝักเล็กประมาณ 10-15 ซม. เมล็ดสีม่วง กลิ่นหอม รสชาติเหนียวนุ่ม และเคี้ยวไม่ติดฟัน เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั่วไป มีเรื่องเล่าในท้องถิ่นว่า ชาวบ้านรายหนึ่งได้กินข้าวโพดชนิดนี้ แล้วเกิดติดใจในรสชาติความอร่อย กินเพลินจนหยุดไม่ได้ ต้องกินไปเรื่อยๆ จนหงายท้องกันเลยทีเดียว ทำให้ข้าวโพดพันธุ์นี้ถูกเรียกขานว่า “ตักหงาย” มาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน จังหวัดเลยมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดตักหงายประมาณ 2,000 ไร่กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย นาแห้ว ภูเรือ ท่าลี่ และ อำเภอเมือง ข้าวโพดตักหงายมีอายุออกดอก 52-90 วัน ขึ้นอยู่กับระบบการจัดการของเกษตรกร โดยเฉลี่ยจะมีผลผลิต 2-6 ฝัก ต่อต้น ราคาขายส่งหน้าสวน 7-10 บาท ต่อ 20 ฝัก เกษตรกรจะมีรายได้ประมาณ 2-4 หมื่นบาท ต่อไร่ ข้าวโพดตักหงายใกล้เสี่ยงสูญพันธุ์ เพราะเกิดการผสมข้ามพันธุ์กับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ทำให้สีเมล็ดเปลี่ยนเป็นสีขาว และแข็งขึ้น รสชาติและความหอมไม่เหมือนเดิม กรมวิชาการเกษตร จึงได้ดำเนินโครงการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดตักหงายสายพันธุ์แท้ เพื่ออนุรักษ์ให้ค
แม่บ้านปลูกกระบองเพชรไว้แก้เหงา เรียนรู้วิธีปลูกจากหนังสือ กลับสร้างรายได้ให้เธอเป็นอย่างดี จำหน่ายผ่านเฟซบุ๊ก ไม่จำเป็นต้องเรียนจบด้านเกษตร ขอเพียงมีใจรักในสิ่งที่อยากทำ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมถึง เผยเทคนิคหมดเปลือก กระบองเพชร (Cactus) เป็นพันธุ์ไม้ที่มีขนาดต้นเล็กจนถึงขนาดปานกลาง ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำ มีขนและหนามรอบลำต้นแล้วแต่ชนิดพันธุ์ บางสายพันธุ์มีดอกและสีที่แตกต่างกันไป เช่น สีแดง สีเหลือง หรือสีขาว ขนาดของดอกเล็กใหญ่ตามชนิดสายพันธุ์ กระบองเพชรโดยทั่วไปหลายๆ ชนิดอยู่ตามทะเลทรายและมีอยู่ตามป่าธรรมชาติ ซึ่งกระบองเพชรที่ขายทั่วไปตามท้องตลาด จะมีลักษณะที่เล็กแบบบอนไซหรือบางชนิดมีขนาดกลาง หนามทั่วลำต้นที่เห็น คือใบที่พัฒนากลายมาเป็นหนาม เพื่อลดการคายน้ำ ด้านความเชื่อเรื่องการปลูกกระบองเพชร แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มความเชื่อหนึ่งเชื่อกันว่าการปลูกกระบองเพชรไว้ในบ้านเป็นสิ่งไม่ดี เพราะกระบองเพชรเป็นพืชที่มีหนามจะทำให้หนามทิ่มแทงคนในบ้าน ทำให้เกิดอุปสรรคเกิดปัญหาในชีวิต มีแต่ขวากหนามในการดำเนินชีวิต ส่วนอีกกลุ่มความเชื่อหนึ่ง เชื่อว่าการปลูกกระบองเพชรเป็นสิ่งที่ช่วยเสริ
เงาะ เป็นผลไม้ที่สำคัญของภาคตะวันออกและภาคใต้ และปัจจุบันได้ถูกนำมาปลูกในพื้นที่จังหวัดต่างๆ รวมทั้งจังหวัดหนองบัวลำภูด้วย สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อย่างเช่น คุณสง่า สารพัฒน์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ที่ 9 บ้านต่างแคน ตำบลบ้านโคก อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู โทรศัพท์ (085) 456-5990 และ (063) 056-2688 (ภรรยา) คุณสง่า สารพัฒน์ กับสวนเงาะโรงเรียนที่ปลูกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คุณสง่า เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่การเกษตรกว่า 100 ไร่ เป็นที่ นส.3 และ ส.ป.ก. โดยได้ทำการเกษตรหลายอย่าง ได้แก่ ยางพารา ประมาณ 50 ไร่ มีรายได้ปีละ 4 แสน ถึง 5 แสนบาท และแนวโน้มมีรายได้ลดลงเรื่อยๆ ทำไร่อ้อย 20 กว่าไร่ มีรายได้ปีละประมาณ 20,000 บาท และมีแนวโน้มรายได้ลดลงเช่นกัน ปี 2541 ได้ทดลองปลูกเงาะโรงเรียน จำนวน 200 ต้น โดยใช้ระยะปลูก 7×7 เมตร พื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ได้จัดทำระบบน้ำไปยังต้นเงาะทุกต้น ลงทุนประมาณ 40,000 บาท สามารถให้น้ำเงาะได้ตลอดปี ในระยะแรกได้มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แซมช่องว่างระหว่างของเงาะ ทำให้มีรายได้เสริมในระหว่างที่ยังไม่ให้ผลผลิต การให้ปุ๋ย ได้นำแม่ปุ๋ยมาผส
อดีตอาจารย์ กศน. เคยเป็นหนี้ธนาคารล้านกว่าบาทเพราะเช่าที่ปลูกข้าว เลิกดันทุรังเป็นเกษตรกรหันมาเลี้ยงผึ้งป่า มีเทคนิคเลี้ยงแบบตามใจและสกัดกลิ่นให้ผึ้งบินมาทำรังให้ที่ที่ต้องการได้สำเร็จ สุดท้ายจากผึ้งป่ากลายเป็นผึ้งบ้าน โกยรายได้ปีละล้านบาท ไม่หวงวิชาอีกด้วย อย่างที่ทราบกันดีว่า น้ำผึ้ง คือของดีมีประโยชน์ จะนำมาประกอบอาหาร หรือทำเป็นยาคุณค่าก็สูงทั้งนั้น แต่น้ำผึ้งแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมอื่นเจือปนในปัจจุบันหากินยากขึ้นทุกที สาเหตุหลักคือ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติลดน้อยลง ประกอบกับมีผู้รู้วิธีการเลี้ยงและดูแลผึ้งโพรงป่าที่ถูกต้องมีจำนวนน้อย ดังนั้น ตอนนี้หากใครกำลังมองหาอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก การเลี้ยงผึ้งโพรงป่า ถือว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย วิธีการเลี้ยงดูแลไม่ยาก ลงทุนน้อยเปรียบเสมือนคนเลี้ยงเป็นเจ้าของบริษัท ตื่นเช้ามาลูกน้องตื่นออกไปทำงาน ไม่ต้องมีโบนัส สวัสดิการ เพียงดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด ผลตอบแทนที่ได้คุ้ม คุณสยาม สกุณนา หรือ อาจารย์สยาม ผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงผึ้งโพรงป่า เล่าว่า กว่าจะเป็นมืออาชีพอย่างทุกวันนี้ได้ ตนลองผิดลองถูกมานานกว่า 4 ปี เมื่อก่อนเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาเกษต
มะนาว ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งประมาณเดือน มีนาคม-เมษายน มักมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดในปริมาณน้อย ทำให้มะนาวช่วงหน้าแล้งมีราคาสูงกว่าปกติ หากใครมีพื้นที่อยู่แล้วแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกปลูกมะนาวพันธุ์ใด ก็ขอแนะนำ “มะนาวแป้นสิรินนท์” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในใจคุณ “แป้นสิรินนท์” ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ อาจารย์แป๊ะ หรือ คุณบุญเกื้อ ชมฉ่ำ อดีตข้าราชการครู ในสังกัดโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี เล่าให้ฟังว่า “มะนาวแป้นสิรินนท์” ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ ในย่านนนทบุรี สวนแห่งหนึ่งถูกเลิกเช่าที่ มีต้นมะนาวพันธุ์ดี ลูกใหญ่มาก เจ้าของเดิมอนุญาตให้ขุดต้นมะนาวไปปลูก อาจารย์แป๊ะตัดกิ่งมะนาวไปเพียงแค่ 5 กิ่ง นำมาเสียบกิ่งบนตอส้มโอ ปรากฏว่า ต้นมะนาวให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีมาก มะนาวพันธุ์นี้เจ้าของเดิมไม่เคยตั้งชื่อ ไม่เคยขายกิ่งพันธุ์นี้ให้ใครมาก่อน อาจารย์แป๊ะ กับมะนาวแป้นสิรินนท์ ที่มีขนาดใหญ่เท่ากับผลส้ม อาจารย์แป๊ะ ถามพ่อค้าผู้จำหน่ายกิ่งพันธุ์มะนาวและเกษตรกรหลายราย ปรากฏว่า ไม่มีใครเคยรู้จักต้นมะนาวที่มีลักษณะแบบนี้มาก่อน อาจารย์แ
