SMEs เกษตร
12เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะม่วง – มะม่วงเป็นผลไม้ที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ในประเทศไทยมีมะม่วงหลากหลายพันธุ์ และเราก็นิยมนำผลไม้ชนิดนี้มากินทั้งแบบดิบ สุก และแบบแปรรูป อีกทั้งยังใช้ทำได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน บีบีซีชวนอ่านเรื่องน่ารู้ 12 ประการเกี่ยวกับผลไม้เมืองร้อนชนิดนี้ที่คุณรู้จักมายาวนานแต่อาจยังไม่ทราบเกี่ยวกับมัน 1. มะม่วงมีสายพันธุ์หลากหลายไม่ต่างจากแอปเปิลและลูกพลัม เทศกาลมะม่วงในกรุงนิวเดลีของอินเดีย มีมะม่วงกว่า 500 พันธุ์ให้คนรักมะม่วงได้ลิ้มลอง / Getty Imagesในโลกมีมะม่วงหลายร้อยชนิด บางชนิดมีอยู่เฉพาะในบางภูมิภาค บางชนิดมีรสชาติหวานมัน บางชนิดมีรสเปรี้ยว และบางชนิดมีรสชาติคล้ายสับปะรด ส่วนใครชอบทานมะม่วงสุก ควรลิ้มลองมะม่วงพันธุ์ต่าง ๆ และหนึ่งในนั้นคือ มะม่วง “อัลฟองโซ” (Alphonso) ซึ่งผลสุกมีรสชาติหอมหวานจนชาวอินเดียยกให้เป็น “ราชาแห่งผลไม้” 2. มะม่วงเป็นผลไม้ประจำชาติของ 3 ประเทศ หลายประเทศยกมะม่วงเป็นพืชสำคัญ / Getty Images 3 ประเทศที่จัดให้มะม่วงเป็นผลไม้ประจำชาติ ได้แก่ ปากีสถาน อินเดีย และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ บังกลาเทศยังจัดให้มะม่วงเป็นต้นไม้ประจำชาติด้วย 3.
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิต แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง เศรษฐกิจที่สามารถอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีความพอเพียงกับตัวเอง อยู่ได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น ซึ่งต้องสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตนเองให้ดีเสียก่อน มีความพอกินพอใช้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับตนเอง และสร้างฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย วันนี้ จะพาท่านผู้อ่านไปสัมผัสกับบรรยากาศอันสดชื่น เย็นสบายๆ ภายในบริเวณทุ่งนา (นาข้าว) ซึ่งแปรสภาพเป็นไร่นาสวนผสม ของ คุณคำปน จันทร์ชนะ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 10 ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันประกอบอาชีพรับราชการ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านนาเดื่อ ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพ
หลังพ้นโทษออกจากคุกด้วยข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คุณสุพันธ์ ศรีภักดี อดีตนักโทษได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเป็นเกษตรกรเลี้ยงวัวเนื้อ หมู และปลานิล บนพื้นที่ 24 ไร่ ที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีลูกชาย2คนคอยช่วยเหลือ ในแต่ละปี ฟาร์มแห่งนี้จะมีรายได้หลังค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ 6.6 ล้านบาท “ผมนั้นเคยติดคุกอยู่ที่บางขวาง 13 ปี ข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ช่วงที่อยู่ในเรือนจำได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร โดยเฉพาะการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเป็นความตั้งใจว่า หากได้พ้นโทษออกมาจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง” นายสุพันธ์ ศรีภักดี เจ้าของ“ ศรีภักดีฟาร์ม” อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทร. (087) 240-6827 บอกกล่าวถึงอดีตก่อนก้าวมาเป็นเกษตรกรในระดับ Smart Farmer ด้านปศุสัตว์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบญจลักษ์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ นายสุพันธ์ ศรีภักดี เจ้าของ“ ศรีภักดีฟาร์ม” จากที่ต้องถูกจองจำอยู่เป็นเวลา 13 ปี เมื่อพ้นโทษออกมา ในปี 2535 จึงเป็นปีแห่งการเริ่มต้นชีวิต
คุณกัญญา งามสงวน ผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในการส่งเสริมอาชีพปลูกเมล่อนอินทรีย์ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ว่า สหกรณ์ได้ส่งเสริมสมาชิกหันมาปลูกเมล่อนอินทรีย์ในลักษณะปลูกในโดม ซึ่งสหกรณ์มีเป้าหมายที่จะสร้างอาชีพสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับสมาชิกและเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดสารพิษให้กับผู้บริโภคสหกรณ์ได้รับคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรจังหวัดในการเรียนรู้วิธีการปลูกเมล่อน ใช้เวลาเพียง 60 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขายได้ และได้เตรียมตลาดไว้รองรับผลผลิตของสมาชิก เพื่อช่วยกระจายไปสู่ผู้บริโภค จากนั้นสหกรณ์จึงลงทุนสร้างโรงเรือนกลางของสหกรณ์ใช้งบประมาณ 600,000 บาท ทำให้ผลผลิตมีรสชาติดี เนื้อนุ่ม หวาน หอม มีทั้งสีส้มและเขียว ปัจจุบันขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท ถ้าซื้อเหมาถึงฟาร์มขายราคากิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งถูกกว่าตามห้างทั่วไปและยังปลอดสาร ปัจจุบัน สหกรณ์มีโรงเรือนสำหรับปลูกเมล่อน 2 โรงเรือน เป็นโรงเรือนแบบปิดที่สามารถควบคุมการผลิตได้ โดยจะควบคุมความหนาแน่นของจำนวนต้น การให้น้ำ การดูแลรักษาซึ่งปลอดจากสารเคมี สารกำจัดแมลง เพื่อให้เกิดความป
คนในวงการเลี้ยงไก่พื้นเมืองต่างรู้จัก อาจารย์ลิขิต สูจิฆระ กันดี อดีตท่านเป็นอาจารย์ทางด้านการเกษตร แต่พลิกชีวิตมาเป็นเกษตรกร ประกอบกับมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาไก่พื้นเมือง หรือไก่บ้านไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก อาจารย์ลิขิต อยู่ในแวดวงการเลี้ยงไก่มายาวนาน เขาเริ่มต้นแนวคิด พัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ไก่พื้นเมือง เมื่อปี 2522 ทั้งนี้เพราะเดิมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองของเกษตรกรไทย เป็นการเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติให้ไก่หากินอาหารเอง ปล่อยให้นอนตามใต้ถุนบ้าน หรือตามต้นไม้ ซึ่งการเลี้ยงแบบนี้ทำให้ดูแลรักษาคุณภาพของไก่พื้นบ้านทำได้ยาก ไก่โตช้าหรือใช้ระยะเวลาการเลี้ยงนานกว่าไก่ทางการค้ามาก อีกทั้งคุณภาพของเนื้อไก่ที่ได้จะเหนียวไม่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค พูดง่ายๆ อาจารย์ลิขิต อยากปรับปรุง ให้ไก่บ้านพันธุ์ใหม่ ต้องอร่อย ไม่เหนียว ไม่ยุ่ย ไม่คาว ไม่มีกลิ่นสาบ ตัวไก่ต้องมีโครงร่างที่ดี ปริมาณเนื้อมาก ระยะเวลาการเลี้ยงไม่นานจนเกินไป แต่ยังต้องคงรูปร่างหน้าตาของไก่ให้เหมือนกับไก่บ้านไทย จากความมุ่งมั่น ทุ่มเท กลายเป็นความสำเร็จ โดยปี 2532 สายพันธุ์ไก่พื้นบ้านพันธุ์ใหม่ของประเทศได้ถือกำเนิดขึ้
เป็ดไล่ทุ่งวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เป็ดไล่ทุ่งธรรมดาที่วิ่งแห่ไปตามฝูงเป็ดเมื่อถูกเจ้าของต้อน เพราะเป็ดไล่ทุ่งที่อำเภอนางรอง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเป็ดไล่ทุ่งที่สามารถทำเงินให้กับเจ้าของเดือนละเกือบ 2 ล้านบาท คุณศิริพร ชาญณรงค์ อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 10 บ้านหว่า ต.ลำไทรยงค์ อ.นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โทรศัพท์ 080-7221409 เล่าให้ฟังว่า ได้ต้อนฝูงเป็ดไข่ไล่ทุ่งมายังตำบลบึงงาม ตำบลเทอดไทย พื้นที่อำเภอเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวนเป็ดต่อฝูงอยู่ที่ 5,000-10,000 ตัว ต้อนฝูงเป็ดไปเรื่อยๆ พร้อมกับนำครอบครัวเคลื่อนย้ายที่พักตามไปด้วย ซึ่งการเคลื่อนย้ายเป็ดเริ่มขึ้นหลังจากที่ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังแล้วเสร็จ คุณศิริพร เล่าด้วยว่า ฝูงเป็ดของตนมีทั้งหมด 5,000 ตัว เริ่มต้นจากซื้อลูกเป็ดพันธุ์ไข่ตัวเมีย ตัวละ 18 บาท ให้วัคซีน 4 ครั้ง ครั้งละ 4,000-5,000 บาท ขุนเป็ดด้วยหัวอาหารและข้าวเปลือก จากนั้นนำเป็ดไปปล่อยตามทุ่งนา ที่มีการเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว โดยจ้างรถบรรทุกขนส่ง ราคาตามระยะทางใกล้ไกล ประมาณ 15,000-18,000 บาท “เป็ดจะเก็บข้าวเปลือกที่ตกหล่นตามทุ่งนากิน ใช้เวลาเจริญเติบโตประมาณ 45-60 วัน มีไข่
มะม่วง 10 สายพันธุ์โบราณ น่าปลูก 10 สายพันธุ์มะม่วง น่าปลูก ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ประมวลมา มีดังนี้ 1. มะม่วงมันศาลายา “มะม่วงมันศาลายา” อยู่ในกลุ่มมะม่วงทะวาย ติดดอกออกผลง่าย ให้ผลดกเป็นพวงและติดผลได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ “มะม่วงแก้วลืมคอน” สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลดิบจะมีรสชาติมันกรอบหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ำน้ำ ผลสุก เนื้อแน่นเหนียวไม่เละ และไม่มีเสี้ยน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม มะม่วงมันศาลายา เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน เพื่อเก็บผลรับประทาน และ ปลูกเพื่อเก็บผลขายได้ทั้งปี 2. มันขุนศรี พันธุ์มันขุนศรี นิยมปลูกกันมาแต่โบราณ ผลเป็นรูปกลมรีและยาว ปลายผลจะเรียวแหลมและงอนมาก ส่วนหัวผลจะป้านไปด้านหลังดูคล้าย “ตัวเอส” ผลดิบเป็นสีเขียวมีนวล รสชาติเปรี้ยวจัด ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองปนส้มเล็กน้อย รสหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีเสี้ยน มีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยคล้ายมะม่วงพิมเสนมัน 3. พราหมณ์ขายเมีย ( Phram Khai Mai) มะม่วงชนิดนี้ เป็นมะม่วงไทยโบราณนิยมปลูกเฉพาะถิ่นแถบ อ.บางกรวย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กับย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย
กุ้งอินทรีย์ คือกุ้งปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อผู้บริโภค ในปัจจุบันค่อนข้างหารับประทานยาก เพราะการเลี้ยงกุ้งระบบอินทรีย์มีข้อจำกัด และกฎระเบียบที่เข้มงวด ดังนี้ การเลี้ยงต้องไม่มีการใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง 2. ต้องไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร สามารถปล่อยกุ้งได้ไม่เกิน 15 ตัว ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม และอาหารที่ใช้ต้องเป็นอาหารจากธรรมชาติ จะใช้อาหารเม็ดที่ซื้อจากตลาดไม่ได้ ต้องมีการสร้างระบบห่วงโซ่อาหารโดยธรรมชาติรอบบ่อที่เลี้ยง ด้วยข้อจำกัดที่เข้มงวด ทำให้เกษตรกรถอดใจกันไปหลายราย แต่ยังมีเกษตรกรที่ยังมุ่งมั่นและประสบผลสำเร็จสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากระบบการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ คุณสุรกิจ ละเอียดดี เจ้าของสุรกิจฟาร์มกุ้งอินทรีย์ เลขที่ 200/1 หมู่ที่ 13 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เล่าว่า ครอบครัวประกอบอาชีพทำประมงอยู่แล้ว ตนเป็น รุ่นที่ 4 ของตระกูล แต่ก่อนที่จะเริ่มหันมาจับธุรกิจประมงอย่างจริงจัง ตนได้ทำงานบริษัทของน้า กว่า 10 ปี เวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกว่างานที่ทำมันไม่ใช่ตัวเรา จึงตัดสินใจกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน เลี้ยงสัตว์น้ำแบบระบบพัฒนามาหลายอ
กรอบนอกนุ่มใน เป็นเนื้อทุเรียนภูเขาไฟ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น แห่งเดียวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าพื้นที่ปลูกอยู่ในเขตภูเขาไฟที่ดับมอดไปนานแล้ว คงเหลือไว้ด้วยแร่ธาตุอาหารที่ส่งผลให้การปลูกและผลิตทุเรียนได้เนื้อกรอบนอกนุ่มใน หอม หวานมันกลมกล่อม เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ที่ส่งผลให้เกษตรกรสามารถยกระดับรายได้นำไปสู่การมีวิถีครอบครัวที่มั่นคงยั่งยืน กรอบนอกนุ่มในทุเรียนภูเขาไฟหอมหวานมัน คุณอนุวัฒน์ คำล้าน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ เล่าให้ฟังว่า ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดศรีสะเกษ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีพื้นที่การเกษตรราว 4 ล้านกว่าไร่ เป็นพื้นที่เพื่อการทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ หรือทำประมง ไม้ผลเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ มีการปลูกและผลิตไม้ผลเชิงการค้า 7,123 ไร่ เกษตรกร 1,309 ครัวเรือน ไม้ผลที่ปลูก ได้แก่ ทุเรียน ลำไย ลองกอง มังคุด หรือเงาะ เนื้อทุเรียนภูเขาไฟสีเหลืองทองหอมที่ชวนชิม สำหรับแหล่งปลูกและผลิตทุเรียนได้ดีมีคุณภาพอยู่ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ศรีรัตนะ ขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ เป็นพื้นที่ภูเขาไฟเก่าที่มอดดับไปนานแล้ว ในดินจึ
“ธำรงศักดิ์ ชุมนุมมณี” หรือ “โอ๊ค” หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เขาสำนึกรักบ้านเกิด ได้พลิกผันชีวิตตัวเองมาช่วยคุณพ่อ “จรัส ชุมนุมมณี” ทำสวนทุเรียน 12 ไร่ ที่บ้านเกิดในอำเภอธารโต จังหวัดยะลา โอ๊คช่วยครอบครัวดูแลสวนทุเรียนด้วยความตั้งใจ เขาดูแลตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย บำรุงต้นทุเรียนให้สมบูรณ์ ตัดทุเรียนที่มีความสุก 70-80 เปอร์เซ็นต์ ออกขายเพื่อให้ผู้ซื้อได้บริโภคทุเรียนคุณภาพดี เปลือกบาง เนื้อเยอะ เม็ดลีบ และรสชาติหวานมัน ซึ่งเป็นสเปคที่ตลาดต้องการ ทุเรียนทอดกรอบ ทุเรียนกวน ทุเรียนเชื่อม ทุเรียนตกเกรด ถูกคัดออกเพื่อนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะทุเรียนกวน ทุเรียนเชื่อม ทุเรียนทอด โอ๊คนำความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างช่องทางการขายทุเรียนสุกและทุเรียนแปรรูปผ่านระบบออนไลน์ (เฟซบุ๊ค) ทำให้สินค้าจากสวนของเขาขายดีเป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วประเทศ โกยรายได้นับล้านบาท โอ๊คต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านเกษตร จึงได้สมัครเข้าร่วมกลุ่ม Young Smart Farmer อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เขาเป็นผู้นำรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในท้องถิ่นจัด
