SMEs เกษตร
กรอบนอกนุ่มใน เป็นเนื้อทุเรียนภูเขาไฟ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น แห่งเดียวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าพื้นที่ปลูกอยู่ในเขตภูเขาไฟที่ดับมอดไปนานแล้ว คงเหลือไว้ด้วยแร่ธาตุอาหารที่ส่งผลให้การปลูกและผลิตทุเรียนได้เนื้อกรอบนอกนุ่มใน หอม หวานมันกลมกล่อม เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ที่ส่งผลให้เกษตรกรสามารถยกระดับรายได้นำไปสู่การมีวิถีครอบครัวที่มั่นคงยั่งยืน กรอบนอกนุ่มในทุเรียนภูเขาไฟหอมหวานมัน คุณอนุวัฒน์ คำล้าน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ เล่าให้ฟังว่า ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดศรีสะเกษ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีพื้นที่การเกษตรราว 4 ล้านกว่าไร่ เป็นพื้นที่เพื่อการทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ หรือทำประมง ไม้ผลเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ มีการปลูกและผลิตไม้ผลเชิงการค้า 7,123 ไร่ เกษตรกร 1,309 ครัวเรือน ไม้ผลที่ปลูก ได้แก่ ทุเรียน ลำไย ลองกอง มังคุด หรือเงาะ เนื้อทุเรียนภูเขาไฟสีเหลืองทองหอมที่ชวนชิม สำหรับแหล่งปลูกและผลิตทุเรียนได้ดีมีคุณภาพอยู่ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ศรีรัตนะ ขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ เป็นพื้นที่ภูเขาไฟเก่าที่มอดดับไปนานแล้ว ในดินจึ
“ธำรงศักดิ์ ชุมนุมมณี” หรือ “โอ๊ค” หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เขาสำนึกรักบ้านเกิด ได้พลิกผันชีวิตตัวเองมาช่วยคุณพ่อ “จรัส ชุมนุมมณี” ทำสวนทุเรียน 12 ไร่ ที่บ้านเกิดในอำเภอธารโต จังหวัดยะลา โอ๊คช่วยครอบครัวดูแลสวนทุเรียนด้วยความตั้งใจ เขาดูแลตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย บำรุงต้นทุเรียนให้สมบูรณ์ ตัดทุเรียนที่มีความสุก 70-80 เปอร์เซ็นต์ ออกขายเพื่อให้ผู้ซื้อได้บริโภคทุเรียนคุณภาพดี เปลือกบาง เนื้อเยอะ เม็ดลีบ และรสชาติหวานมัน ซึ่งเป็นสเปคที่ตลาดต้องการ ทุเรียนทอดกรอบ ทุเรียนกวน ทุเรียนเชื่อม ทุเรียนตกเกรด ถูกคัดออกเพื่อนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะทุเรียนกวน ทุเรียนเชื่อม ทุเรียนทอด โอ๊คนำความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างช่องทางการขายทุเรียนสุกและทุเรียนแปรรูปผ่านระบบออนไลน์ (เฟซบุ๊ค) ทำให้สินค้าจากสวนของเขาขายดีเป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วประเทศ โกยรายได้นับล้านบาท โอ๊คต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านเกษตร จึงได้สมัครเข้าร่วมกลุ่ม Young Smart Farmer อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เขาเป็นผู้นำรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในท้องถิ่นจัด
ดอกจำปี ไม้ดอกไม้ประดับกลิ่นหอมเย้ายวน ใครได้กลิ่นเป็นต้องหลงใหล นิยมปลูกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ นำมาใช้ในวันมงคลต่างๆ อาทิ ไหว้พระ สรงน้ำพระ หรือกราบไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพ แต่ด้วยช่วงหลังมานี้ ดอกจำปีมีมากเกินความต้องการ เกษตรกรผู้ปลูกดอกจำปีจึงได้รับผลกระทบไปด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกจำปีหนองแขม ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ปลูกรายใหญ่ จึงได้คิดเพิ่มมูลค่าให้กับดอกจำปี ด้วยการกลั่นเป็นน้ำหอม คุณพยุง หนูแย้ม ประธานกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกจำปีหนองแขม เล่าว่า เดิมทีเป็นกลุ่มอาชีพปลูกจำปีขายดอก มีสวนจำปีกว่าพันไร่ แต่นานเข้าจำนวนก็ลดลง อีกทั้งช่วงหลังเกิดสินค้าล้นตลาด ราคาขายไม่แน่นอน จนปี 2548 เหลือพื้นที่ปลูกจำปีประมาณ 5-6 ร้อยไร่จากสมาชิกจำนวนกว่า 30 คนในบริเวณหนองแขม และพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านและเกษตรกรจึงรวมกลุ่มกันเพิ่มมูลค่า โดยได้เจ้าหน้าที่เกษตรช่วยนำจำปีไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยจากดอกจำปีได้ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของกลุ่มคือ “น้ำหอมจำปี (Jumpee)” ใช้เครื่องกลั่นจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้เยอะ และได้น้ำหอมมีคุณภาพ โดยจุดเด่นของน้ำหอมจำปี คือความหอมที
เมืองไทยนั้นอุดมสมบูรณ์ เมื่อกินผลไม้สักอย่างหนึ่ง เหลือเมล็ด โยนออกจากนอกชาน หากสภาพแวดล้อมเหมาะสม อาจจะงอกเป็นต้นใหม่ เจริญเติบโต ออกดอกให้ผลกับเจ้าของได้ คนไทยนั้นมีนิสัยชอบปลูกต้นไม้ มีที่ว่างเป็นไม่ได้ ต้องปลูกพืชผัก ตะไคร้ มะกรูด เมืองใหญ่ แม้แต่หน้าร้าน ก็มีปลูกต้นไม้กัน ไม่มีดินจริงๆ ก็ปลูกในกระถาง มะม่วงเป็นไม้ผลที่เจ้าของบ้านนิยมปลูกรอบๆ บ้าน จำนวนอาจจะไม่มากต้นนัก ทำไมต้องปลูกมะม่วงไว้รอบบ้าน เปรียบเทียบกับไม้ผลชนิดอื่น มะม่วงอยู่ใกล้ครอบครัวคนไทยมากที่สุด มีปลูกไว้รอบๆ บ้านมากที่สุด สาเหตุที่มะม่วงมีปลูกไว้ใกล้บ้านนั้นเพราะ หนึ่ง มะม่วงมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้ง รวมทั้งน้ำท่วม เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เมื่อใช้ต้นตอที่แข็งแรงเป็นส่วนขยายพันธุ์ มะม่วงจะเจริญเติบโตในที่ฝนน้อยได้ดี ขณะเดียวกัน หากน้ำท่วม ก็ยืนต้นอยู่ได้นาน ถึงนานที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ชนิดอื่น สอง ดูแลไม่ยาก ผู้ปลูกบางคน อาศัยหย่อนต้นลงดินต้นฝน ไม่ต้องรดน้ำ ปล่อยให้เทวดาเลี้ยง ต้นก็เจริญเติบโตได้ อาจจะมีแมลงมากัดกินใบ แต่ก็กินไม่หมด ใบที่เหลือจะช่วยหุงหาอาหารเลี้ยงต้น ให้กิ่งก้านใหม่ สาม ปลูกได้ในหลาย
คุณสมพรชัย องอาจ อยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เล่าให้ฟังว่า เป็นคนที่ชอบทำเกษตรมาตั้งแต่สมัยเด็ก ไม่ว่าจะเห็นอะไรก็จะทำเรื่อยๆ แบบทีละเล็กละน้อย ต่อมาเมื่อเข้าสู่ชีวิตคู่จึงได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดนครปฐมกับภรรยา ก็จะประกอบอาชีพเพาะเห็ด เลี้ยงกบ และตลาดจนการปลูกไม้ผลต่างๆ ไปด้วย “ช่วงนั้นก็ไปอยู่ที่นครปฐมก่อน เราก็จะไปปลูกพวกไม้ผลต่างๆ เอาไว้ ต่อมาก็ผลิตกิ่งพันธุ์ขาย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ม่อนเบอรี่ หน่อกล้วยทำหมด คราวนี้พอช่วงที่บึงกาฬเริ่มมีการปลูกยางพารามากขึ้น ก็เลยย้ายมาอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งบริเวณรอบบ้านมันจะมีพื้นที่อยู่ประมาณ 1 ไร่ เราก็คิดว่า ต้องหาอะไรมาทำให้เกิดประโยชน์ และสร้างเงินให้เราให้ได้ ก็ทำแบบผสมผสานไปเลยน่าจะดี” คุณสมพรชัย กล่าว ผลหม่อนสวยๆ เนื่องจากพื้นที่บ้านของเขาไม่สามารถที่จะทำบ่อสำหรับเลี้ยงปลาได้ เขาจึงได้เลือกเลี้ยงกบแทน โดยนำกบที่อยากเลี้ยงมาออกแบบให้อยู่ในกระชังบก ที่การเลี้ยงไม่มีอะไรยุ่งยากเพียงแค่ใส่น้ำนิดหน่อย และที่สำคัญกระชังบกยังประหยัดเนื้อที่ให้พอมีพื้นที่ว่างปลูกพื้นชนิดอื่นได้อีกด้วย กบก็มีเลี้ยงไว้ ซึ่งพืชที่
เมื่อก่อนเคยได้ยินว่า ที่ประเทศมาเลเซีย สามารถปลูกขนุนให้ออกผลภายในปีเดียวได้ แต่ไม่ค่อยมีใครเชื่อกันนัก ต่อมาเรื่องนี้เกิดขึ้นกับบ้านเรา มีเกษตรกรนำขนุนจากประเทศมาเลเซียมาแกะกินเนื้อ จากนั้นนำเมล็ดลงเพาะที่จังหวัดจันทบุรี ให้น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก หลังปลูกได้ปีเดียวขนุนให้ผลผลิตกับเจ้าของได้ จึงมีการขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่งเผยแพร่ พร้อมกับตั้งชื่อว่า “ทองทวีโชค” ชื่ออื่นๆ ก็มีคือ “ปีเดียวทะวาย” และ “แปดเดือนทะวาย” ขนุนปีเดียวทะวาย ออกดอกติดผลเร็ว บางครั้งขณะที่ต้นพันธุ์อยู่ในถุง ก็มีดอกให้เห็น เมื่อนำปลูกลงดิน ดูแลพอสมควร ภายใน 1 ปี มีดอกแน่นอน แต่การไว้ผลนั้นควรดูทรงพุ่มเป็นสิ่งตัดสินใจด้วย หากต้นเล็กอยู่ แต่ไว้ผลน้ำหนัก 6-7 กิโลกรัม ต้นก็อาจจะโทรมได้ ขนุนปีเดียวทะวาย ออกผลผลิตต่อเนื่อง หากไว้ผลต่อต้นน้อย ผลมีขนาดใหญ่เหมือนกับขนุนพันธุ์อื่นๆ เนื้อในขนุนปีเดียวทะวาย สีจำปา หากช่วงฝนอาจจะสีไม่เข้มนัก รสชาติหวาน แนวทางการผลิตขนุนปีเดียวทะวายให้ได้รสชาติดี เจ้าของควรไว้ผลช่วงปลายฝน คือเดือนกันยายน-ตุลาคม พอถึงเดือนธันวาคม ฝนหยุด ดินแห้ง เมื่อเก็บเกี่ยวขนุน เนื้อขนุนจะแห้ง รสชาติหวาน มีกลิ่น
คุณมานพ แสงดำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ให้ข้อมูลว่า เดิมชาวบ้านที่บริเวณนี้มีอาชีพเลี้ยงสัตว์ดั้งเดิมอยู่แล้ว ต่อมาจึงเกิดมีแนวความคิดที่อยากจะเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ที่เลี้ยง คือการเลี้ยงโคลูกผสมญี่ปุ่นหรือโควากิว เข้ามาแทนที่การเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิม เพราะโคสายพันธุ์นี้สามารถทำการตลาดและมีราคาที่ดีกว่าสัตว์ชนิดเดิมที่ทำการเลี้ยงกันอยู่ในรูปแบบเดิม “โควากิวเมื่อเทียบกับการเลี้ยงสัตว์อื่นๆ แล้ว เมื่อผ่านการเลี้ยงเพียงครั้งเดียว สามารถทำรายได้ให้กับผู้เลี้ยงเป็นหลายต่อ เพราะตัวโคสายพันธุ์นี้มีมูลค่าสูง ตลาดมีความต้องการ ซึ่งโควากิวนี้เป็นโคที่เมื่อเลี้ยงแบบขุน คุณภาพเนื้อจะมีไขมันแทรกอยู่ รสชาติของเนื้อมีความนุ่มความหอม เป็นคุณลักษณะเฉพาะของเนื้อโคสายพันธุ์นี้ ซึ่งการผสมพันธุ์ที่นี่ก็จะเอาโควากิวเลือด 100 เปอร์เซ็นต์ มาผสมเข้ากับโคพื้นเมือง โดยให้สายเลือดที่ได้มีเลือดวากิวอยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ก็สามารถเลี้ยงเจริญเติบโตส่งขายเป็นโคขุนที่มีเนื้อได้มาตรฐานตามที่ตลาดต้องการได้เป็นอย่างดี” คุณมานพ กล่าว คุณเคียงเดือน สงวนชื่อ อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ที่
ถ้าพูดถึง “กระบือ” ทุกคนก็คงรู้จักเพราะมีเอกลักษณ์ เขาสองข้างที่โค้งสวย กระบือเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่ง ใช้แม้กระทั่งในการทำสงครามของชาวบ้าน “บางระจัน” ปัจจุบันกระบือไม่ค่อยมีบทบาทในสังคมมากนักโดยเฉพาะการเกษตร เป็นเพราะคนส่วนใหญ่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำเกษตรมากขึ้น มีการประยุกต์สิ่งเก่าๆ ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้เกษตรกรสะดวก สบาย มากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก็ยังมีเกษตรกรบางกลุ่มที่มีการอนุรักษ์กระบือคงไว้อยู่ เลี้ยงไว้เพื่อขยายพันธุ์เป็นรายได้อีกทางหนึ่ง อาจจะไม่ได้ใช้งานในเรื่องของการเกษตรแบบเดิมก็ตาม คุณไชยวัฒน์ ภิญโญเทพประทาน หัวหน้างานวิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือ ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยแห่งนี้ก่อตั้ง พ.ศ. 2510 ที่นี่เป็นแหล่งผลิตสัตว์พันธุ์ดี และสนับสนุนเกษตรกรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีการเลี้ยงสัตว์อยู่ 3 ประเภท คือ กระบือ ไก่ และสุกร โดยปัจจุบันมีหน้าที่ผลิตกระบือเป็นส่วนใหญ่ มี สุกร 30 แม่, กระบือ 120 แม่, ไก่โรดไทย, ไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำ, และไก่ลูกผสม ปีหนึ่งก็ผลิตออกมาประมาณ 25
บ้านนาพิพาน ตำบลปะโค อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นหนึ่งในทำเลทองของการปลูกกระจับพืชเศรษฐกิจสำคัญของท้องถิ่น ช่วงใดที่อากาศดี ฝนตกต่อเนื่อง ยิ่งช่วยให้ต้นกระจับที่ปลูกเจริญงอกงามและให้ผลผลิตสูง นายสุวพิษ ศรีวงษ์ เกษตรกรวัย 60 ปี ปลูกกระจับในสระน้ำ พื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ บอกว่า กระจับ เป็นพืชที่ปลูกกันมานาน หลังจากที่ตนสูบน้ำออกจากสระแล้ว จึงได้คิดจะปลูก เนื่องจากเห็นว่าที่ตลาดสดที่ตนไปขายผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่น ไม่มีกระจับขายในตลาด จึงได้ไปหาพันธุ์กระจับมาปลูก กระจับพันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นกระจับเขาควายแบบเขาสั้น ซึ่งเป็นกระจับที่นิยมปลูกกันในสมัยโบราณ และเป็นที่นิยมมากกว่าแบบเขายาว เนื่องจากมีรสชาติอร่อย รับประทานสดได้ และนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด จังหวัดหนองคาย มีคนปลูกกระจับไม่มาก ผลผลิตมีเท่าไรก็ขายได้หมด ลูกค้ามีทั้งมาซื้อถึงที่และนำไปขายที่ตลาดสด หากได้จำนวนมากๆ คือ ตั้งแต่ 50 กก. ขึ้นไป ก็ติดต่อลูกค้าชาวลาวให้มารับถึงที่เลย ขายปลีกในราคาตลาด อยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท ราคาหน้าสวน อยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท ในแต่ละวันจะเก็บได้ 20-50 กก. ก็ขายได้ทั้งหมด กระจับ เป็นพืชที่ปลูกง่าย มีโ
มะเฟือง เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดี และสังเกตได้ง่าย แปลกกว่าผลไม้ชนิดอื่น มีเนื้อแยกออกเป็นห้าแฉก เนื้อ นอกจากนี้ ยังนับเป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่าไม่น้อย โดยในเนื้อแท้ของผลไม้ชนิดนี้จะประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย นักโภชนาศาสตร์ได้วิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของมะเฟืองแล้วพบว่า อุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และพลังงาน ในปริมาณไม่น้อยเลย ภาพจากฐานข้อมูลห้องสมุดภาพมติชน ในผลมะเฟืองสด มีน้ำอยู่ประมาณ 91% นอกจากนั้น ก็มีกรดซิตริก น้ำตาล และวิตามินหลายชนิด เมล็ดมีน้ำอยู่เพียง 25% และน้ำมันอยู่ 37% ผลมะเฟืองมีรสหวาน เปรี้ยว ฝาด เย็น ผลเป็นยาเย็น ดับร้อน ถอนพิษ ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยง แก้ไอ ขับนิ่วในทางปัสสาวะ ใบมะเฟือง มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ บดให้แหลก ใช้พอกฝีบวมแดงแก้ปวด มะเฟือง เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบเป็นใบประกอบ ใบย่อยคล้ายใบมะยม ดอกช่อสั้น กลีบดอกสีขาวปนม่วง ผลมีลักษณะเป็นสันเหลี่ยม 3-5 สัน ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเขียวอมเหลือง เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองออกส้ม ในผลจะมีเมล็ดเล็กๆ อยู่ประมาณ 1
