SMEs เกษตร
“หลักการทำฟาร์มของผม จะไม่ลงทุนด้วยการกู้เงินมาทำ ผมจะใช้หลักความพอดีพอเพียง ถ้าเรามีเงินทุนที่สามารถลงทุนได้น้อย ก็เอาเงินส่วนน้อยนั้นมาลงทุน พอได้กำไรมากขึ้นก็ค่อยเอามาลงทุนทำเพิ่ม อย่างช่วงแรกที่ผมเลี้ยงจระเข้ ผมก็เน้นเลี้ยงขุนก่อน ยังไม่ได้ครบวงจรแบบมีการขยายพันธุ์เองเหมือนเช่นปัจจุบัน พอเราได้ผลกำไรก็สามารถนำเงินมาขยับขยายและผลิตลูกพันธุ์เอง สร้างแบบครบวงจร ก็ทำให้การทำอาชีพดำเนินได้ต่อเนื่องและมีเงินทุนหมุนเวียน” คุณอดิศัย กล่าว คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 10 ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเกษตรกรที่เริ่มต้นเลี้ยงจระเข้มาตั้งแต่ ปี 2542 จากการหมั่นสังเกตและมีใจรักในสิ่งที่ทำ อาจเรียกได้ว่าฟาร์มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่คร่ำหวอดในเรื่องการเลี้ยงที่ครบวงจร สามารถผลิตส่งขายจระเข้ให้กับลูกค้าได้ทุกปี จึงเกิดเป็นรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ เล็งเห็นว่า พื้นที่นี้ สามารถเลี้ยงจระเข้ได้ คุณอดิศัย เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อจบการศึกษาจึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื
ธรรมชาติของฤดูฝน ฝนตกฟ้าร้อง น้ำนอง น้ำท่วม เป็นเรื่องปกติธรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดา อิทธิพลของฝน ส่งผลให้ต้นไม้ใบหญ้า ข้าวกล้าพืชผักต่างๆ เจริญเติบโต พุ่งชูยอดเถากิ่งก้านใบอ่อนกันไปทั่ว นั่นเป็นเพราะความชื้น ความสดชื่นจากฝนฟ้าที่ชุ่มฉ่ำ ในอากาศที่ฝนตกผ่าน มีแร่ธาตุสารอาหารอยู่มาก ฝนตกได้นำเอาสิ่งเหล่านั้นคืนสู่ดิน ให้ต้นหมากรากไม้ แม้แต่คน สัตว์ต่างๆ ได้สัมผัสและใช้ประโยชน์จากเม็ดฝน สดชื่น ฉ่ำชุ่มกันทั่วหน้า ช่วงนี้แหละที่พี่น้องคนบ้านเราหาพืชผักมาต้มยำทำแกงกันได้ง่าย จริงอยู่ ฤดูอื่นๆ ก็มี แต่ก็มีไม่มากเท่าฤดูนี้ พืชผักหลายชนิดที่ขึ้นเจริญงอกงามให้เก็บ ให้เด็ด ไปทำอาหารได้ทั่วไป มีขึ้นตามป่า ข้างรั้ว พุ่มต้นไม้อื่นๆ เราคงรู้จักกับ “ตำลึง” กันเป็นอย่างดี สุดยอดผักที่เลิศล้ำคุณค่า และมีอยู่ทั่วไป บางทีบางที่เห็นว่าไม่ค่อยมีราคาค่างวด เพิ่งจะเริ่มมีการซื้อขายกันในชนบทเมื่อไม่นานมานี้เอง “ตำลึง” ทางภาคเหนือ เรียก “ผักแคบ” ภาคอีสาน เรียก “ผักตำนิน” กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เรียก “แคเด๊าะ” เป็นพืชประเภทเถาเลื้อย เช่นเดียวกับพวกแตง ถั่วฝักยาว มะระ น้ำเต้า ฟัก เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เถาตำลึงที่แก่ จะม
หลายคนสนใจปลูกกล้วยไม้เป็นงานอดิเรก ทั้งกล้วยไม้สกุลช้าง สกุลแวนด้า สกุลหวายและกลุ่มคัทลียา แต่มือใหม่หัดปลูกกล้วยไม้มักเจอปัญหา โรคใบจุดดำลึกขอบมีสีเหลืองและเน่าเสียหาย จนต้องตัดต้นทิ้งในที่สุด ความจริง การเลี้ยงกล้วยไม้ให้งาม ไม่ใช่เรื่องยาก ใครๆ ก็สามารถทำได้ หากปลูกดูแลกล้วยไม้ตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้ ก่อนอื่นขอแนะนำให้มือใหม่ทั้งหลาย หัดเรียนรู้ธรรมชาติของกล้วยไม้เสียก่อนว่า กล้วยไม้ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ในวงศ์กล้วยไม้ (แฟมิลี่) นั้น กล้วยไม้เป็นพันธุ์พืชมีดอกมากกว่า 25,000 ชนิด (สปีซี่ส์) กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก คำว่า กล้วยไม้ ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า ออคิด หรือ ออร์คิด มีความหมายว่า ลักษณะโป่งตอนกลาง ปลูกกล้วยไม้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ในเขตร้อนชื้น ต้องใส่ใจปรับสภาพแวดล้อม คือ แสงแดด อุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ ให้เหมาะสมและเอื้อต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้แต่ละสกุล แสงแดด การปลูกกล้วยไม้ จำเป็นต้องพรางแสงให้ตามความเหมาะสมของแต่ละสกุล กล้วยไม้สกุลหวาย ต้องการแสงแดดเพียง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแวนด้าต้องการแสงแดดเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง อุณหภู
พูดถึงนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดในบ้านเรา ชื่อของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมีผลงานมากมาย ที่สำคัญท่านเป็น 1 ใน 5 ของนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดระดับโลก ล่าสุดผลงานของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ผู้นี้คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง “ราชินีทับทิมสยาม” (Siam Ruby Queen) ถือเป็นข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลก ที่เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์โดยฝีมือคนไทย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันสวยสด รวมทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ สามารถรับประทานสดได้เลย ทำให้ได้รสชาติที่หวานและมีความกรอบในตัว และในอีกไม่ช้าจะมีพันธุ์ Siam Ruby Queen 2 เข้ามาเสริม ซึ่งพันธุ์นี้จะมีรสชาติที่หวานอร่อยกว่าเดิม “ผู้คนมักจะเข้าใจเรื่องข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง กับข้าวโพดเหนียวสีแดงสับสนกัน ซึ่งเป็นคนละชนิด ของเราไม่ใช่ข้าวโพดข้าวเหนียว และสามารถทานสดได้เลย เหมือนทานผลไม้ทั่วไป” สำหรับประโยชน์ของข้าวโพดแดงนี้ มีปริมาณสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) สูง ซึ่งสารตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่มีในดอกอัญช
เกษตรกรวัย 80ปี แข็งแรงดีใจรักเกษตร ปลูกผัก-ไม้ประดับ-ไม้ผล-เลี้ยงปลา หลังได้รับข้อมูลว่า ณ บ้านพะโค ตำบลท่าแร่ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร มีเกษตรกรท่านหนึ่งรักการเกษตรเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้-ใบหญ้า ตั้งแต่ปลูกผักชี ไปจนถึงไม้ยืนต้นที่ให้ผลผลิตแทบทุกชนิด แม้วัยจะล่วงเข้าเกือบ 80 ปี ก็ยังขยันขันแข็ง ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติด้วยการปลูกพืชไว้มากมาย แต่ที่สำคัญท่านผู้เฒ่ารายนี้ปลูกแล้วมักจะมอบให้หรือแจกฟรี สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปปลูก วันนี้มีโอกาสดี จึงเดินทางไปที่บ้านพะโค ห่างจากตัวเมืองสกลนคร ราว 35 กิโลเมตร ขับรถเลาะเลียบริมหนองหาร แหล่งทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่รองลงมาจากบึงบอระเพ็ด มุ่งหน้าออกจากตัวเมืองสกลนคร ไปตามถนนสายสกลนคร-นครพนม ที่มองดูท้องทุ่งนาเริ่มเขียวชอุ่ม ด้วยข้าวกล้าที่เกษตรกรลงมือหว่านและปักดำ ด้วยใจเบิกบาน มองผ่านไปทางด้านทิศตะวันออก มองเห็นท้องน้ำกว้างใหญ่ของหนองหาร สายหมอกและก้อนเมฆ ลอยอ้อยอิ่ง จับกันเป็นกลุ่มก้อน ขาวเป็นเงาทะมึนเมื่อกระทบแสงแดด ทำให้มองแล้วเพลินตา ฟากน้ำโพ้น มองเห็นทิวเทือกเขาภูพาน เป็นสีเขียวครามเย็นตาเป็นเงางาม หมอบสงบนิ่งอย่างทรนง
เรื่องราวของคนที่ทำงานอดิเรก หรือหาอะไรที่ชอบทำในยามว่าง เจอมาหลายคน ที่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพหลัก สร้างรายได้เป็นเรื่องเป็นราวหลังจากนั้น เหตุผลก็คือ การทำอะไรที่เป็นงานอดิเรก ก็คือเป็นงานที่รัก ที่ชอบ การเริ่มต้นการทำงาน จากงานที่รักที่ชอบ โอกาสประสบความสำเร็จก็มีสูง แต่ทว่า ในช่วงเวลาที่เริ่มต้น อาจจะต้องทำงานประจำ มีเงินเดือนประจำ ควบคู่ไปก่อน เพื่อจะได้ไม่กดดันตัวเองมาก หากรายได้ประจำหดหาย ก็จะเครียด กดดัน งานเสริมหรืองานอดิเรกก็ไม่สนุกอีกต่อไป “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พร้อมเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่หางาน หรือสิ่งที่ตัวเองชอบ และรัก จนพัฒนาไปสู่ รายได้ นอกจากกำลังใจ เราก็มีเรื่องราวตัวอย่างวิถีชีวิตคน การต่อสู้ การเริ่มต้น การพบกับปัญหา มานำเสนออยู่เสมอ อย่างน้อย การเรียนรู้ความผิดพลาด หรือเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น ก็จะเป็นทางลัดที่ทำให้เราได้พบบทเรียนของตัวเองเร็วขึ้น คุณปรีชา บางนกแขวก วันนี้ พามาดูชีวิตและการทำงาน สร้างอาชีพเสริมของคุณปรีชา บางนกแขวก ปัจจุบันทำงานเป็นนักโภชนาการอาหารสัตว์ บริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศ ทางด้านอาหารสัตว์น้ำ แถวสมุทรสาคร แต่มีพื้นที่ทำการเกษตรอยู่ที
คุณปรีชา บางนกแขวก วัย 47 ปี ปัจจุบันทำงานบริษัทเอกชน ทางด้านสัตว์น้ำ จบการศึกษาที่คณะเกษตร ภาควิชาสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีงานอดิเรกที่น่าสนใจคือ เลี้ยงควายไว้ 1 ฝูง (ราว 50 ตัว) และเริ่มเลี้ยงจิ้งหรีด ที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งการเริ่มต้นอาชีพเสริมทั้งสองอย่างนี้ น่าสนใจทีเดียว ในเบื้องต้นขอเล่าเรื่องการเลี้ยงจิ้งหรีด ก่อน คุณปรีชา เล่าว่า เริ่มต้นจากเลี้ยงเล็กๆ กล่องเล็กๆ ในเวลาเพียงปีครึ่ง เขาตัดสินใจ สร้างฟาร์มขนาดใหญ่ ลงทุนไปราว 1.3-1.4 ล้านบาท อะไรเป็นสาเหตุที่เขากล้าลงทุนขนาดนั้น จิ้งหรีด เป็นสัตว์ที่มีศักยภาพขนาดนั้นเชียวหรือ และ…เราจะทำตาม บ้างได้หรือไม่ เขาเริ่มต้นอย่างนี้ คุณปรีชา เล่าว่า ทำงานประจำอยู่ในสายผลิตอาหารสัตว์ และมีโอกาสไปเยี่ยมเกษตรกรทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทีนี้มีลูกค้ามาปรึกษาคุณปรีชา ให้คำนวณสูตรอาหารจิ้งหรีดให้หน่อย ซึ่งตอนนั้น คุณปรีชาคิดว่า ไม่น่าจะมีตลาดเยอะ “วันหนึ่ง เพื่อนผมเป็นชาวอิสราเอล เคยทำงานด้วยกันที่เวียดนาม เขาเสิร์ชข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พบว่า เมืองไทย เป็นเมืองที่มีการเลี้ยงแมลงมากในเอเชีย ก็ลองไปฟาร์มแถวนครปฐม ให้ผมช่วยไปเป็นล่าม
เรียนคุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ปีนี้ราคาทุเรียนค่อนข้างแพง มีข่าวว่า มีชาวจีนมากว้านซื้อกลับไปยังประเทศของตนเป็นจำนวนมากอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และขณะเดียวกันมีชาวบ้านเตรียมขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศ จึงเกรงว่าอนาคตทุเรียนไทยอาจล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำเหมือนพืชเกษตรอื่นๆ เพื่อเป็นการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ผมจึงขอเรียนถามความเห็นจากหมอเกษตรว่า มีโอกาสจะเกิดวิกฤตราคาหรือไม่ประการใด แล้วผมจะคอยติดตามอ่านคอลัมน์หมอเกษตรนะครับ ขอแสดงความนับถือ วรวิทย์ วุฒิโกมลศักดิ์ กรุงเทพฯ ตอบ คุณวรวิทย์ วุฒิโกมลศักดิ์ ตามสถิติ ปี พ.ศ. 2559 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียน ประมาณ 6 แสนไร่ ขณะเดียวกันผลผลิตที่ได้ทั้งหมดอยู่ระหว่าง 5-6 แสนตัน โดยเฉลี่ย 1 ตัน ต่อไร่ โดยมีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ภาคตะวันออก แหล่งผลิตอยู่ที่ปราจีนบุรี ภาคเหนือที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ศรีสะเกษ สำหรับพื้นที่ปลูกใหม่อยู่ที่สุโขทัย แพร่ พิษณุโลก นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ดังนั้น คาดว
ใครอยากปลูกมะนาวนอกฤดูมาทางนี้ เกษตรกรหนุ่มดีกรีอดีตนิติกร กระทรวงการคลัง จังหวัดนครสวรรค์ มีเคล็ดลับปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์มาฝาก ชนิดว่ามีกำไร 3 แสนบาทได้ไม่ยาก แถมขายมะนาวจากหน้าสวน ลูกละ 5-6 บาท ทีเดียว พื้นที่ หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนใหญ่เกษตรกรใช้พื้นที่ทำการเกษตรในรูปแบบของไร่มะขามเทศ ไร่อ้อย และท้องนา อีกจำนวนหนึ่งปล่อยเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการทำการเกษตร เนื่องจากระบบชลประทานเข้าไม่ถึง จำนวนมากต้องขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับพืชไร่และพืชสวน ส่วนที่นา อาศัยความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ หากมีเกษตรกรคนใด ปลูกพืชที่นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ในบางโอกาสจะถูกมองว่า มีความคิดที่แปลกแตกต่าง แต่ความคิดที่แปลกแตกต่างของเกษตรกรที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ จัดว่าเป็นความคิดที่แปลกแตกต่าง เพื่อก้าวสู่การพัฒนา ในแบบฉบับของเกษตรกรตัวจริง ช่วงสายในปลายฤดูหนาว “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เดินทางไปยัง หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อพบกับเกษตรกรหนุ่ม คุณณรงค์ ร่างใหญ่ ผู้ซึ่งผันพื้นที่ปลูกอ้อยเกือบ 3 ไร่ มาปลูกม
รักษ์ มนัญญา สมเทพ แห่งตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (081) 697-1645 นักเขียน นักกวี และอดีตบรรณาธิการหนังสือหลายเล่ม ทิ้งชีวิตเมืองหลวงกลับสู่บ้านเกิดที่ต่างจังหวัด แต่ก็ยังมีเขียน งานกวีอยู่บ้างประปราย ทั้งยังรับจ้างเป็นบรรณาธิการหนังสือ คือหลังกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด ก็ไม่ทิ้งงานหนังสือไปเสียเลยทีเดียว ทุกวันนี้ รักษ์ มนัญญา สมเทพ หรือที่เรียกกันสนิทปากว่า พี่รักษ์ พี่รักษ์นอกจากจะรับทำงานหนังสือ ยังทำเกษตรแบบพอเพียงด้วย เมื่อกลับมาอยู่บ้านเกิดที่ต่างจังหวัดแล้ว วิถีเกษตรซึ่งทำมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย เขาก็ไม่อาจทิ้งหรือละเลยได้ ในตอนกลับมาใหม่ๆ ก็ทำนาปลูกข้าว ตอนนี้นาที่เคยทำก็ปล่อยให้เขาเช่า ซึ่งคิดค่าเช่าโดยแบ่งข้าวกับคนที่เช่า ก็พอจะได้มีข้าวกิน ไม่ต้องซื้อ พี่รักษ์กล่าว ชีวิตในตอนนี้ของ รักษ์ มนัญญา สมเทพ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลร้านค้าชุมชน ให้บริการกับผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเวลาในแต่ละวัน ส่วนใหญ่ก็หมดไปกับร้านค้าแห่งนี้ แต่ก็ยังมีเวลาพอให้กับตัวเอง ที่ทำแล้วก่อให้เกิดความสุข อย่างเช่นทำเกษตรอินทรีย์ แบบว่าปลูกง่ายๆ ปลูกอะไรก็ตามที่กินได้ ส่ว
