SMEs เกษตร
ปลาแรด (Giant gourami) เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่มีลำตัวป้อมแบนข้าง เกล็ดของปลาชนิดนี้เมื่อสัมผัสจะมีลักษณะสากมือ ก้านครีบท้องคู่แรกมีลักษณะเป็นเส้นยาวคล้ายหนวด ปลายหางมีลักษณะกลมมน ริมฝีปากมีลักษณะหนา ภายในจะเห็นเป็นฟันซี่เล็กๆ อยู่ภายในช่องปาก เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ตัวผู้จะมีโหนกนูนขึ้นเรื่อยๆ จนมองดูคล้ายนอแรด อันเป็นที่มาของชื่อสามัญในภาษาไทย ที่เรียกกันว่า “ปลาแรด” ปลาแรด เป็นปลาที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์น้ำ โดยในช่วงที่ยังโตไม่เต็มที่จะกินอาหารจำพวกสัตว์น้ำตัวเล็กๆ เป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อเจริญเติบโตได้เต็มที่ปลาชนิดนี้จะนิยมกินพืชมากกว่า เช่น ผักบุ้ง กล้วย พันธุ์ไม้น้ำ หรือผักต่างๆ จึงนับได้ว่าเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายในเรื่องของการกินอาหาร นอกจากนี้ ปลาแรด ยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ได้มีการเพาะเลี้ยงเป็นเชิงการค้าในหลายพื้นที่ แต่ที่นิยมและมีจำนวนมากคือ การเลี้ยงแถวแม่น้ำสะแกกรังที่อยู่ในจังหวัดอุทัยธานี จนหลายคนในประเทศรู้จักกันดีว่า จังหวัดนี้นิยมเลี้ยงกันมาก คุณภานุวัฒน์ ห้วยเรไร อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ที่มีความชื่น
ในเวลานี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพทางการเกษตรกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เห็นตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยบางรายถึงกับทิ้งเงินเดือนสูงๆ เพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่รัก ได้อยู่กับครอบครัว จึงทำให้การทำสัมมาอาชีพในแต่ละวัน อบอวลไปด้วยความสุขโดยที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน คุณวัชรีญา มณีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นเกษตรกรที่มีอายุเพียง 25 ปี โดยเธอได้หันหลังให้กับเมืองใหญ่ เพื่อมาทำการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ควบคู่ไปกับการทำเกษตรผสมผสาน ทำให้เวลานี้เธอบอกว่ามีความสุขมาก ที่ได้เลือกเดินเส้นทางนี้ เพราะได้มีเวลาว่างดูแลครอบครัวและสามารถทำงานที่สร้างรายได้ไปพร้อมกันได้อีกด้วย อาชีพทางการเกษตร ก็สร้างเงินพร้อมความสุขได้ คุณวัชรีญา สาวผู้มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี จึงได้หางานในบริษัทเอกชนทำได้สักระยะหนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบงานทางด้านนี้ จึงได้ปรึกษากับทางครอบครัวว่าอยากจะกลับมาอยู่บ้าน เพื่อหางานอย่างอื่นทำเพื่อสร้างรายได้ โดยทำอาชีพทา
ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาลูกผสมข้ามพันธุ์ระหว่างปลาดุกอุยเพศเมียและปลาดุกเทศเพศผู้ ซึ่งการเพาะขยายพันธุ์เป็นไปได้ดี ลูกที่ได้มีอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว ทนทานต่อโรคสูง มีลักษณะใกล้เคียงกับปลาดุกอุย จึงทำให้เกษตรกรนำวิธีการผสมข้ามพันธุ์ไปปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย โดยลูกปลาที่เกิดจากคู่ผสมนี้ระหว่างปลาดุกทั้งสองนี้ทางกรมประมงให้ชื่อว่า ปลาดุกอุย-เทศ แต่โดยทั่ว ๆไปชาวบ้านจะติดเรียกกันว่า บิ๊กอุย หรือ อุยบ่อ คุณชนชัย ปั้นทองสุข เกษตรกรคนเก่งชาวจังหวัดปทุมธานีเป็นหนึ่งคนที่ได้หันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเป็นอาชีพหลัก อยู่ที่จังหัวดปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ คุณชนชัย เล่าให้ฟังว่า เดิมตนประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาสืบทอดมาจากพ่อและแม่ เหมือนกับคนอื่นๆที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน แต่ทำมาระยะหนึ่ง ในชุมชนเริ่มปรับเปลี่ยนอาชีพ หาอาชีพเสริมเข้ามาทำควบคู่กับการทำนา เพราะกว่าต้นข้าวจะให้ผลผลิตได้ต้องใช้ทั้งเวลาและต้นทุนการผลิตที่สูง ต้องหาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เข้ามา และในขณะนั้นมีเพื่อนบ้านเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน แต่ละปีได้ผลผลิตดี ทำรายได้สูงในแต่ละรอบ จึงสนใจและทดลองเลี้ยงดู “เริ่มแรกผมเริ่
จังหวัดกระบี่มีชายหาดและเกาะแก่งมากมายที่เป็นสถานที่นิยมของนักท่องเที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวบ้านเราเองหรือนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกหรือแม้แต่ชาวจีนโพ้นทะเล แต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาชมความงามของชายฝั่งทะเลอันดามันของจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่กันปีละหลายล้านคน ซึ่งหมายถึงจำนวนเม็ดเงินที่นักท่องเที่ยวนำมาจับจ่ายใช้สอยอีกจำนวนมาก รายได้ส่วนใหญ่ของ 3 จังหวัดนี้ จึงมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก นอกจากความสวยงามของธรรมชาติทางทะเลแล้ว ความเป็นธรรมชาติของเรือกสวนไร่นาของจังหวัดกระบี่ก็ยังมีความเป็นธรรมชาติของท้องถิ่นให้ดูอีกด้วย เรามีโอกาสได้ไปดูความงามตามวิถีความเป็นอยู่จากหน้าเมืองโดยจะต้องข้ามเรือเพราะเป็นเกาะที่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ประมาณ 200 กว่าเมตรเท่านั้น มาย้อนดูวิถีชีวิตแบบชุมชนเก่าของบ้านเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ชุมชนบ้านกลางเป็นหมู่บ้านในตำบลคลองประสงค์ที่มีพื้นที่ลุ่มพอที่จะปลูกข้าวนาได้ เดิมก็ได้ปลูกข้าวเพื่อบริโภคภายในชุมชนอยู่แล้ว ด้วยวิถีชีวิตชาวบ้านสมัยก่อนที่ไม่ได้ใช้สารเคมีในการปลูก คุณประวัติ คลองรั้ว ประธานกลุ่ม
ผมคาใจทุกครั้งกับการแอบตั้งชื่อสวนให้น้องโจ – ณฐภัทร แสงโรจน์ศิริกุล เพราะเป็นการนำเรื่องราวจากชีวิตจริงมาตั้งชื่อสวนแบบบอกให้คนอื่นรู้โดยไม่ต้องถามกันเลยเชียว ผู้คนทั่วไปจะรู้จักชื่อประเทศ ฝรั่งเศส เมื่อมาเจอสวนน้องโจ ผมเลยเสนอชื่อไปว่า “สวนฝรั่งโสด” ก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า คนจะเข้าใจผิดไหมว่าเจ้าของสวนเป็นชาวฝรั่ง ก็ตอบน้องไปว่า “นั่นแหละดี เราจะได้มีเรื่องให้เขาถามและเราคอยอธิบาย” จากอดีตเด็กหนุ่มผู้มีแรงใจและใฝ่ฝัน จะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองในยามที่สำเร็จการศึกษาใหม่ๆ จึงรวบรวมทุนและกำลังใจ จดทะเบียนเปิดบริษัทประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับเครื่องจักรกลและโลหะที่กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรของใครๆ ในแต่ละวันก็ดำเนินธุรกิจไปได้อย่างราบรื่นพอสมควร รายรับ-รายจ่าย ยังพอเรียกว่า “พอมีกำไร” แต่ลึกๆ ของหัวใจที่มิได้ถวิลหาแต่น้องนางที่จะมาเป็นคู่ร่วมชีวิตเท่านั้น ในทุกโมงยามยังแบ่งใจให้กับเรื่องราวทางด้านการเกษตรอีกด้วย เริ่มศึกษาเรื่องพันธุ์ไม้ สัตว์เศรษฐกิจต่าง ๆ รวมถึงการไปเดินตามงานเกษตรที่มีจัดอยู่ทั่วไป และประกอบกับทางบ้านพอมีที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี อยู่พ
“ผมเรียนจบปริญญาตรีมา 4 ใบ ปริญญาโทด้านการบริหารอีก 1 ใบ” “ตำแหน่งสุดท้ายก่อนตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรที่ยึดแนวทางการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงที่เน้นการทำเกษตรอินทรีย์เป็นหลัก ผมทำหน้าที่เป็นผู้จัดการสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส กินเงินเดือนประมาณครึ่งแสน นอกจากนี้ ยังมีงานเสริมนอกอีกรวมๆ แล้วเป็นแสนบาท” “แต่ที่เลือกมาเดินบนเส้นทางสายนี้ เพราะผมตระหนักแล้วว่า เรื่องเงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่สุขภาพของเราสำคัญและต้องมาก่อน ใจผมนั้นสนใจเรื่องการเกษตรมานาน จึงใช้เวลาว่างศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในข้อมูลที่ได้รับรู้ คือ การใช้สารเคมีต่างๆ ในพืชผัก ซึ่งพบว่ามีการตกค้างและส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะคนเมือง อยู่ในเมืองนั้นมีความสะดวกสบาย มีงาน มีเงิน แต่หากเรายังต้องซื้อต้องทานพืชผักที่มีการตกค้างของสารเคมี เงินที่ได้มาจากการทำงานหนักนั้นมากกว่าครึ่งต้องเตรียมไว้เพื่อรักษาโรคภัยต่างๆ ที่จะตามมา เพราะฉะนั้นเรากลับมาปลูกกินเองและไม่มีโรครบกวนจะดีกว่าไหม ผมจึงเลือกที่จะทำสวนเกษตรแบบพอเพียงเช่นทุกวันนี้” ยาซีน บุญมาเลิศ ยาซีน บุญมาเลิศ เกษตรกรเจ้าของสวนฮาวา ออกานิคฟาร์ม ตั้
เมล่อน เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน หอม อร่อย มีสรรพคุณช่วยเสริมสุขภาพ จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่ในอันดับต้นๆ เป็นไม้ผลที่มีการปลูกกันแพร่หลายในทุกภูมิภาคของประเทศไทย และที่เมืองชัยนาทมีเกษตรกรปลูกในเชิงการค้าด้วยระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) ทำให้ได้ผลเมล่อนคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภค เป็นหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้เงินแสนบาทให้เกษตรกรยังชีพได้มั่นคง คุณเกษม ไตรพิจารณ์ เกษตรจังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า เมล่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ มีวิตามินซีและเอ เบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และธาตุเหล็ก ที่เสริมสร้างสุขภาพให้กับผู้บริโภคแข็งแรง และมีไขมัน คอเลสเตอรอล มีแคลอรีต่ำเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก คุณเกษม ไตรพิจารณ์ เกษตรจังหวัดชัยนาท ส่งเสริมปลูกเมล่อนเป็นพืชผสมผสาน เมล่อน เป็นพืชในวงศ์แตง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Cucumis meio L” ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบทวีปแอฟริกา มีชื่อเรียกทั่วไปว่า แตงหอม แตงหวาน แคนตาลูป หรือแตงเทศ เมล่อนที่ปลูกเพื่อการค้ามี 3 ชนิด ดังนี้ 1. Cantaloupensis หรือ Rock Melon ผิวเปลือกแข็ง ขรุขระ แต่ไม่ถึงกับเป็นร่างแห 2. Inodorous ผ
ปัจจุบันกระแสความนิยมรับประทาน “มัลเบอร์รี่” หรือ “ ผลหม่อน ” หรือ “ลูกหม่อน” ยังเติบโตต่อเนื่องเพราะเป็นผลไม้สีม่วงแดง ที่มีประโยชน์สูงต่อสุขภาพ เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนสามารถจำหน่ายผลผลิตได้หลายรูปแบบ ทั้งในรูป หม่อนผลสด รวมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะน้ำหม่อน แยม และไวน์ สร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนได้ตลอดทั้งปี แม้ต้นหม่อนจะเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย แต่หลายคนกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะต้นหม่อนพันธุ์ดีที่ปลูกไว้รอบบ้านหรือในสวน กลับได้ผลผลิตน้อยกว่าที่พบเห็นทั่วไป เนื่องจากพวกเขายังไม่รู้จักเทคนิคการปลูกดูแลต้นหม่อนอย่างเหมาะสม และวิธีโน้มกิ่งบังคับให้ออกผลนอกฤดู จึงขอนำเสนอเคล็ดลับเพิ่มผลผลิตต้นหม่อนผลสดด้วยหลักการง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามได้สบายๆ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ “ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ ” หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า “หม่อนผลสด” นับเป็นหม่อนพันธุ์ดีที่ได้รับความนิยมสูง จะให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยไร่ละประมาณ 800-1,000 กิโลกรัม เกษตรกรนิยมนำผลหม่อนมาใช้ทำแยม น้ำผลหม่อน และไวน์ หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน มีผู้นำมาปลูกในจังหวัดเชียงใหม่นา
แกงส้มดอกแค อาหารพื้นบ้านที่นิยมกินกันทุกภาคพื้นประเทศไทย มีความเชื่อกันว่า เข้าหนาว อากาศเปลี่ยน ต้องได้กินแกงส้มดอกแคสักมื้อ เพื่อตัดไข้หัวลม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เจ็บป่วยไข้จากอากาศเปลี่ยน จะไม่มาเยือน และมีความเชื่อเก่าๆ แฝงไว้ ว่าไม่ควรปลูกต้นแคไว้ตามบ้านเรือน วันนี้อาจจะขอแนะนำสิ่งที่ค้านกับคำชี้แนะเมื่อเก่าก่อน ต้องขออภัยที่ไปค้านกับความเชื่อของคนรุ่นเก่า เหตุผลเป็นเพราะข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ของสังคมคนไทยเปลี่ยนไปมาก แต่ความเชื่อ ศรัทธาในข้อห้ามของคนเก่า ที่มีเหตุผลในสิ่งที่ท่านได้ชี้แนะไว้ ยังคงมีอยู่มิเสื่อมคลาย แค เป็นไม้ในตระกูลถั่ว เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง สูง 2-10 เมตร ปลูกโตเร็ว มีกิ่งก้านมาก หักโค่นง่าย เปลือกต้นสีเทา ผิวเปลือกมีร่องรอยขรุขระ เปลือกหนา มักเป็นที่สะสมของเชื้อรา และเป็นที่อาศัยของแมลงและหนอนต่างๆ ทั้งกิ่งเปราะหักโค่นง่าย เปลือกเป็นที่อาศัยของศัตรูพืช ทำให้เกิดผลกระทบกับพืชอื่นใกล้บริเวณนั้น ถูกศัตรูพืชระบาดทำความเสียหายง่ายมากขึ้น คงเป็นเหตุผลประกอบคำชี้แนะของคนรุ่นก่อน และที่ว่าไม่ควรปลูกต้นแคไว้บริเวณบ้าน ก็คงกลัวเด็กเล่นซุกซนปีนป่ายต้น
“กุยช่าย” เป็นพืชสมุนไพรล้มลุกจำพวกผัก มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน จัดเป็นพืชวงศ์เดียวกับหอมและกระเทียม ลำต้นของกุยช่ายมีความสูงประมาณ 30-45 เซนติเมตร มีเหง้าเล็กและแตกกอ เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย หน้าดินหนา มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี และมีค่า pH ระหว่าง 6.5-6.8 โดยทั่วไปกุยช่ายมี 2 ประเภท คือ กุยช่ายขาว และกุยช่ายเขียว กุยช่ายเขียว เกิดจากการปลูกและดูแลรักษาเพื่อให้ต้นได้รับแสงแดดตามปกติ ใบกุยช่ายจะมีสีเขียวเข้ม ทั้งนี้ เมนูอาหารที่คุ้นกัน อย่างเช่น ผัดไทย ขนมกุยช่าย ผักดอง ฯลฯ ส่วน กุยช่ายขาว เกิดจากการปลูกเพื่อไม่ให้ต้นโดนแสงแดด (ใช้ภาชนะหรือกระบอกไม้ไผ่ครอบไว้) ทำให้ใบกุยช่ายจะมีสีขาวซีด อวบ กรอบ และหวาน นิยมนำไปทำเป็นเมนูหมูกรอบผัดกุยช่าย กุยช่ายขาวผัดเต้าหู้หมูสับ ขณะเดียวกัน ถ้าปลูกตามธรรมชาติ ต้นกุยช่ายก็จะออกดอกแล้วมักเรียกติดปากกันว่า “ดอกไม้กวาด” ซึ่งนิยมนำมาทำเป็นอาหาร อย่าง ผัดดอกกุยช่ายใส่หมู หรือเครื่องใน ได้ตามความชอบ การปลูกกุยช่ายทำได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก ปุ๋ย/ยาใช้น้อย ลงทุนไม่มาก ผลตอบแทนดี ปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตและมีรายได้ถึง 3 อย่าง (ใบเขียว, ใบขาว และดอก) แล
