SMEs เกษตร
นายไวย เบ็ญมาศ อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 6 ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี เกษตรกรผู้มีอาชีพเป็นนายฮ้อยมากว่า 10 ปี แต่ด้วยความที่มีภรรยาและลูกที่ต้องส่งเสียให้เรียน อาชีพนายฮ้อยไม่ตอบโจทย์ จึงเริ่มมองหาอาชีพใหม่พอดีกับมีเพื่อนแนะนำให้ลองมาทำเกษตรเขาแนะนำว่าอาชีพนี้ดีมีรายได้ทุกวัน สามารถหาเงินส่งลูกเรียนได้ทัน จึงตัดสินใจลองเปลี่ยนมาทำเกษตรตั้งแต่ตอนนั้นนับเป็นเวลาร่วม 10 ปีแล้ว ตอนที่ตัดสินใจมาทำเกษตรเริ่มแรกคือปลูกมันสำปะหลังก่อน แต่ปลูกมันสำปะหลังต้องรอนาน 1 ปี ถึงจะเก็บขายได้ ซึ่งไม่ทันแน่ที่จะส่งลูกเรียน จึงเริ่มมองหาปลูกพืชอายุสั้นอย่างอื่นแทน เพราะพื้นที่ตรงนี้มีดินดี น้ำดี ตลาดก็อยู่ใกล้บ้าน จะปลูกอะไรคงไม่ยาก มะเขือเปราะเป็นพืชทนแล้ง อายุสั้นปลูก 3 เดือน ให้ผลผลิต เก็บได้นาน 1 ปี สามารถปลูกได้ทุกสภาพอากาศ ถือว่าเป็นพืชอายุสั้น และให้ผลผลิตดี เริ่มปลูกมะเขือขาว 2 ปี จำนวน 10 ไร่ มะเขือที่คุณไวยปลูกคือมะเขือขาวหยก เป็นพันธุ์ที่ได้มาจากจังหวัดสระบุรี ข้อดีของพันธุ์นี้คือจุกใหญ่ เหี่ยวช้า หากวันไหนเหลือขายไม่หมด สามารถเก็บไว้ได้ยังไม่เหี่ยว รสชาติหวาน ลูกใหญ่ เป็นที่ต้อง
สุดทึ่งเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดอุบลราชธานี 9 ราย ได้ใบรับรองส่งสินค้าไปขายในอเมริกาและกลุ่มอียู หลังร่วมกับกรมวิชาการเกษตร และบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ผลิตมันสำปะหลังออร์แกนิกได้เป็นผลสำเร็จเป็นแห่งแรกของประเทศและของโลก ปัจจุบันผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ เร่งสร้างเครือข่ายขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังออร์แกนิกให้ได้ 20,000 ไร่ในเร็วนี้ ที่ไร่มันสำปะหลังอินทรีย์ต้นแบบบ้านหนองแปน ตำบลนาดี อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ของ คุณชุมพล เวชสิทธิ์ ข้าราชการบำนาญ ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับกลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด มอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทย (ORGANIC THAILAND / USDA / EU ORGANIC) ให้กับเกษตรกรรุ่นที่ 1 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจำนวน 9 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกรวมกันกว่า 30 ไร่ ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบใบรับรองให้เกษตรกร หลังจากนั้น มีการเสวนาเส้นทางความสำเร็จการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ ให้ความรู้กับเกษตรกรรุ่นที่ 2 จำนวน 34 ราย พื้นที่เพาะปลูกอีก 150 ไร่ และเกษตรกรรุ่นที่ 3 ที่ทยอยสมัครเข้าร่วมโครงการในฤดูกา
โลกทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงเร็วมาก คนหลายอาชีพมีแนวโน้มตกงาน เพราะถูกเครื่องจักรเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์และถูกแย่งอาชีพจากแรงงานข้ามชาติจากนโยบายเปิดตลาดเสรีการค้าอาเซียน “คุณนนท์” หรือ คุณธวานนท์ องอาจ หนุ่มวิศวกรด้านวงการยานยนต์ มองว่าการทำเกษตรเป็นอาชีพที่ไม่มีวันตาย เพราะคนต้องกินต้องใช้อยู่ทุกวัน เขาจึงหันกลับมาพลิกฟื้นที่ดินมรดกของพ่อแม่ ให้กลายเป็นแผ่นดินทองทางการเกษตร สร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้ครอบครัวเขาอีกครั้งหนึ่ง คุณธวานนท์ องอาจ หรือ คุณนนท์ เล่าว่า เดิมทีแผ่นดินผืนนี้เคยเป็นสวนมะม่วงและสวนกล้วย เมื่อเจอน้ำท่วมใหญ่ เมื่อ ปี 2554 ต้นไม้ที่ปลูกไว้ตายหมด ผมจึงพลิกฟื้นที่ดินมรดกให้กลายเป็นแผ่นดินทองสำหรับทำการเกษตรอีกครั้ง จังหวะนั้น มะนาวมีราคาแพงมาก ที่โด่งดังมากคือ มะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร คุณนนท์ตั้งใจหากิ่งพันธุ์มะนาวแป้นพิจิตรมาปลูก คุณนนท์ พี่เล็ก และลุงอุดม โชว์ส้มโอพลอยชมพู บังเอิญจังหวะนั้น คุณนนท์ได้รู้จักกับ คุณฉัตราพร สิงหราช (คุณเล็ก) เจ้าของสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ที่แนะนำให้เขาทดลองปลูก “แป้นสิรินนท์” ซึ่งเป็นมะนาวพันธุ์ใหม่ โดยจำหน่ายกิ่งพันธุ์ในราคากิ่งละ 300 บาท
ที่บ้านกุดลิงง้อ ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เพื่อพบกับนายเล็ก ดิลกโสภรณ์ อายุ 60 ปี และนางวิมลพร ดิลกโสภรณ์ อายุ 56 ปี 2 สามีภรรยาเคยทำนาในพื้นที่ 14 ไร่ และหันมาทำอาชีพปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยทดแทนข้าวนาปรัง โดยใช้พื้นที่ 4 ไร่ ปลูกฟักเขียวและบวบ สร้างรายได้อย่างงาม มีพ่อค้าและแม่ค้า มารับซื้อถึงในสวน แล้วนำไปจำหน่ายที่ตลาดอุดรเมืองทอง เป็นตลาดกลางขายส่งผักผลไม้ใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี ที่ส่งไปขายทั้งในภาคอีสานและประเทศ สปป.ลาว นางวิมลพร กล่าวว่า หลังจากทำนาปีเสร็จแล้ว ร่วมกับสามีมาปรับพื้นที่ปลูกพืชอย่างอื่นแทน เนื่องจากปัจจุบันราคาข้าวตกต่ำ ตนปลูกข้าวทำนาปี ได้ข้าว 200 ถุง จะเก็บไว้กิน 50 ถุง แล้วเอาข้าวเปลือกไปขาย 150 ถุง ได้เงินเพียง 12,000 บาท แต่ต้นทุนในการปลูกข้าวสูงถึง 20,000 บาท วอนภาครัฐแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำให้ด้วย สำหรับปีนี้ไม่ปลูกข้าวทำนาปรัง หันมาปลูกฟักเขียวกับบวบแทนเพราะเป็นพืชใช้น้ำน้อย ดูแลง่ายลงทุนไม่เกิน 2,000 บาท จะรดน้ำใส่ปุ๋ย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เท่านั้น ใช้เวลาปลูกเพียง 4 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้ จะเก็บฟักเขียว สัปดาห์ละ1 ครั้ง ได้ฟักเขียว 200-300 กิโลกรัม ได้เ
การเลี้ยงปลาทับทิมสามารถจัดการได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงในบ่อดินหรือเลี้ยงในกระชังควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลานิลก็ได้ คุณชบา จิตรภักดี อยู่บ้านเลขที่ 62 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิม เพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้ของครอบครัว โดยเธอได้นำมาเลี้ยงภายในกระชัง ในแม่น้ำปราจีนบุรี จึงทำให้เจริญเติบโตมีคุณภาพและตลาดมีความต้องการ ถึงกับมีแม่ค้าติดต่อมารับซื้อถึงหน้าฟาร์มกันเลยทีเดียว จากเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ต สู่ชีวิตเกษตรกร คุณชบา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นได้ประกอบสัมมาอาชีพหลากหลาย แต่อาชีพสุดท้ายก่อนที่จะมาเลี้ยงปลาในกระชัง ได้เปิดร้านคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต ต่อมาเห็นเพื่อนบ้านได้ริเริ่มเลี้ยงปลากระชัง ในช่วงนั้นลูกชายของเธอรู้สึกสนใจ เพราะชอบในการเลี้ยงปลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้ให้ศึกษาวิธีการเลี้ยงจากเพื่อนบ้าน ส่วนเธอเป็นกำลังใจคอยดูแลอยู่ห่างๆ ในช่วงแรก “ช่วงนั้นประมาณปี 2557 เราก็ให้ลูกชายเริ่มเรียนรู้ก่อน เพราะเห็นว่าเขาชอบ ของอย่างนี้ถ้าชอบทำอะไรออกมายังไงก็ประสบผลสำเร็จได้ง่าย ทีนี้พอเรียนจบชั้นมัธยม 6 ลูกชายต้องไปเรียนต่อ
คุณศรีพรรณ คำสงค์ เกษตรอำเภอบึงโขงหลง ให้ข้อมูลว่า พืชเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นรายได้หลักของเกษตรกรในจังหวัดคือ ยางพารา รองลงมาคือ การทำนาข้าว ซึ่งภายในอำเภอบึงโขงหลงในช่วงฤดูแล้ง เกษตรกรจะนิยมปลูกพืชล้มลุกที่ว่างจากการทำนาเป็นการสร้างรายได้ ซึ่งการปลูกพืชริมฝั่งโขงแม้จะปลูกในช่วงแล้ง แต่ก็ยังมีน้ำให้สามารถเพาะปลูกได้อยู่ตลอดทั้งปี จึงทำให้มีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้ “น้ำที่ใช้ปลูกพืช จะเป็นน้ำที่ได้จากแม่น้ำโขง น้ำมีตลอดทั้งปี พืชที่เกษตรกรปลูก ก็จะปลูกสลับกันไป หรือบางรายก็จะปลูกแบบหมุนเวียน ไม่เน้นทำเป็นพืชเชิงเดี่ยว เพราะจะช่วยในเรื่องของสินค้าล้นตลาดได้ เช่น ราคาพืชชนิดไหนไม่ดี ก็ยังมีพืชอีกชนิดที่ราคาดีขายได้ราคา จึงทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่ขาดช่วง แม้พืชผลทางการเกษตรจะตกต่ำในบางช่วงก็ตาม” คุณศรีพรรณ กล่าว คุณนวลจันทร์ กงเกต คุณนวลจันทร์ กงเกต อยู่บ้านเลขที่ 316 หมู่ที่ 3 ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เป็นเกษตรกรที่ได้ปลูกพืชอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงสร้างรายได้ เน้นปลูกมะเขือเทศพันธุ์พรีเมี่ยมโกลด์ เป็นหลัก เพราะผลมีขนาดใหญ่ ได้น้ำหนักดี ตลาดมีความต้องการ จึงเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กั
คุณชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 6 ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ครูสอนดนตรีผู้มีอาชีพเสริมคือการเพาะเลี้ยงหนูพุกขาย ครูเวย์เรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี คณะครุศาสตร์ เอกดนตรีศึกษา ปัจจุบัน เป็นครูสอนดนตรีอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี คุณสาวชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ เริ่มต้นเลี้ยงหนูพุกได้อย่างไร ครูเวย์ เล่าว่า ที่บ้านพ่อและแม่ทำไร่ทำสวน ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อยอยู่แล้ว ตนจึงได้คลุกคลีอยู่กับไร่กับนามาตั้งแต่เด็ก หนูก็กินบ่อย อีกทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็บริโภคหนูกันเป็นประจำ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบรสชาติของหนู คิดว่าอร่อยเนื้อนุ่ม หากจะเพาะเลี้ยงหนูขายเองได้จะดีแค่ไหน เพราะในปัจจุบันหากินได้ยาก ราคากิโลกรัมหรือตัวละ 100-200 บาท จึงมองเห็นช่องทางสร้างอาชีพจากตรงนี้ เมื่อมองเห็นโอกาส หลังจากนั้น ครูเวย์จึงเริ่มศึกษาใช้เวลาหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและปรึกษาพี่ที่รู้จักเป็นเวลา 3 เดือน ศึกษาวิธีการเลี้ยง พฤติกรรม อาหาร รวมถึงสถานที่เหมาะกับการเลี้ยง เงินทุนเท่ากับศูนย์ และพอดีกับที่บ้านมีบ่อเลี้ยงปลาเก่าก่ออิฐบล็อกเพิ่มก็สาม
10 สายพันธุ์มะม่วง น่าปลูก ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ประมวลมา มีดังนี้ 1. มะม่วงมันศาลายา “มะม่วงมันศาลายา” อยู่ในกลุ่มมะม่วงทะวาย ติดดอกออกผลง่าย ให้ผลดกเป็นพวงและติดผลได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ “มะม่วงแก้วลืมคอน” สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลดิบจะมีรสชาติมันกรอบหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ำน้ำ ผลสุก เนื้อแน่นเหนียวไม่เละ และไม่มีเสี้ยน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม มะม่วงมันศาลายา เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน เพื่อเก็บผลรับประทาน และ ปลูกเพื่อเก็บผลขายได้ทั้งปี 2. มันขุนศรี พันธุ์มันขุนศรี นิยมปลูกกันมาแต่โบราณ ผลเป็นรูปกลมรีและยาว ปลายผลจะเรียวแหลมและงอนมาก ส่วนหัวผลจะป้านไปด้านหลังดูคล้าย “ตัวเอส” ผลดิบเป็นสีเขียวมีนวล รสชาติเปรี้ยวจัด ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองปนส้มเล็กน้อย รสหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีเสี้ยน มีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยคล้ายมะม่วงพิมเสนมัน 3. พราหมณ์ขายเมีย ( Phram Khai Mai) มะม่วงชนิดนี้ เป็นมะม่วงไทยโบราณนิยมปลูกเฉพาะถิ่นแถบ อ.บางกรวย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กับย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี กทม. มาช้านานแล้ว ที่มาของชื่อพันธุ์เกิดจากรส
กุ้งก้ามกราม นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างอาชีพที่ดีอีกชนิดหนึ่ง ด้วยรสชาติอร่อย และราคาดีสม่ำเสมอ คุณศุภวัฑฒ์ โกมลมาลย์ ผู้อำนวยการกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมประมง เผยว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถทำได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม หากใครต้องการทำเป็นอาชีพ แต่ไม่เคยทำมาก่อนเลย แนะนำให้ทดลองเลี้ยงในปริมาณน้อยๆไปก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนที่จะทดลองเลี้ยง ควรหาตลาดไว้ก่อน ว่าถ้าเลี้ยงแล้วจะไปขายใคร ขายที่ไหน ขายอย่างไร เช่นส่งแม่ค้าในตลาด มีแผงค้าเอง หรือจะเจาะกลุ่มลูกค้าแบบใด และสำหรับผู้ที่ ต้องการทดลองเลี้ยง แนะนำในพื้นที่เล็กๆ ก่อน สักประมาณ ครึ่งไร่ หรือ 200 ตารางวา ด้วยลูกพันธุ์จำนวน 2-3 หมื่นตัว เลี้ยงไป 8-10 เดือน ก็จับขายได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ใช้เงินลงทุนราว 3-5 หมื่นบาท โดยจะมีรายได้ อยู่ที่ราว 200000 บาท (คิดจากราคาขายต่อกิโลกรัมประมาณ 200 บาท) ใครที่สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถปรึกษาหาข้อมูลได้ที่ ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดทุกจังหวัด หรือที่กรมประมง บางเขน กรุงเทพฯ รายละเอียดสำหรับ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จากเอกสารกรมประมง กุ้งชนิดนี้ มีชื่อท้องถิ่นซึ่งเป็นที่รู้จ
ศิษย์เก่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลับบ้านเกิดที่พิจิตร พลิกวิกฤตสู้ภัยแล้งด้วยการปลูกดาวเรือง 20 ไร่ระบบน้ำหยด ดอกไม้ชื่อมงคลปลูกไม่ยาก 2 เดือนเก็บดอกขายได้แล้ว ส่งปากคลองตลาด ช่วงเทศกาลขายดี ราคาสูงถึงดอกละ 1 บาท ปลูกดาวเรือง 1 ไร่ รายได้ต่อรุ่นเหยียบ 1.2แสนบาทเลยทีเดียว คุณทรงศักดิ์ คุณหาร หรือคุณโจ วัย35ปี เท้าความว่า หลังจบการศึกษาจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กลับบ้านเกิดที่จังหวัดพิจิตร กลับไปพัฒนาที่ดินบ้านตัวเองและบ้านภรรยา ในช่วงแรกทำนาและปลูกไม้ผล อาทิ มะนาว มะม่วง ขนุน ขายต้นไม้ กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้วตัดสินใจชวนภรรยาปลูกดอกดาวเรือง เพราะเห็นว่าเป็นดอกไม้ที่ขายง่าย ขายได้ตลอดทั้งปี ใช้ระยะเวลาปลูกไม่นาน ที่ดินบริเวณบ้านภรรยาคุณโจ ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองจะปราบ ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ติดกับเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ คุณโจ บอกว่า ที่ดินแถวนี้เป็นดินทราย มีสภาพแห้งแล้งกันดาร ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลัง ทำนา มีรายได้เพียงปีละครั้ง บางครั้งราคาข้าวก็ไม่ดี ฉะนั้นคิดว่าทำอย่างไรจึงจะมีรายได้ทุกวัน ประกอบกับมองว่า “ดาวเรือง” เ
