SMEs เกษตร
แปลงเตยหอมสีเขียวสดที่อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยพื้นที่นี้เคยใช้ปลูกข้าว แต่ด้วยปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และพื้นที่ขาดแคลนน้ำไม่สามารถทำนาปรังได้ ทำให้เกษตรกรอย่าง คุณโพธิ์ ภูฆัง ได้ปรับพื้นที่นามาปลูกเตยหอมแทน เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกและดูแลง่าย และตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง คุณโพธิ์ บอกว่า เตยหอมเป็นพืชที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ เป็นได้ทั้งอาหารและสมุนไพรแปรรูปส่งออกไปยังต่างประเทศ อีกทั้งเป็นพืชที่ปลูก และดูแลง่ายกว่าพืชชนิดอื่นๆ ถึงแม้การปลูกเตยหอมจะลงทุนสูงกว่าพืชอื่น เนื่องจากต้องมีตาข่ายพรางแสงในลักษณะโรงเรือน แต่ปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถเก็บผลผลิตได้นาน 10 ปี เรียกว่าเก็บกินกันยาวๆ สำหรับการปลูกเตยหอม คุณโพธิ์ บอกว่าต้องให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมแปลงปลูกให้ดูแลและเข้าจัดการง่าย โดยแปลงจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีท่อระบายน้ำต่อออกมายังบ่อพักน้ำที่หัวแปลงแต่ละแปลง ไล่ระดับสูงมาต่ำเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก เนื่องจากเตยหอมชอบน้ำหมุนเวียน อีกทั้งในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำปริมาณมาก ต้องผันน้ำออกจากแปลง ไม่ให้ท้วมขังภายในแปลง นอกจากนี้ ระหว่างแปลงจะทำทางเดินรอบๆแปลงทุกแปลง เพื่อ
ที่สวนทุเรียนนวลทองจันทร์ ที่มีพื้นที่ถึง 300 ไร่ ในพื้นที่บ้านมาบไพ ต.มาบไพ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ของ นายพจน์ นพพันธ์ อายุ 59 ปี เจ้าของสวนทุเรียนลูกผสม ระหว่าง พันธุ์พวงมณีกับหมอนทอง ที่ธรรมชาติเป็นตัวคัดเลือกด้วยหมู่แมลงเป็นตัวกลาง นำเกสรของดอกทุเรียน 2 สายพันธุ์มาผสมข้ามสายพันธุ์ จนได้ทุเรียนสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นกลางสวนผลไม้ของชาวจันทบุรี และได้รับการตั้งชื่อว่า “นวลทองจันทร์” ที่ยึดเอา ชื่อภรรยาของนายพจน์ ที่ชื่อ “นวล” และคำว่า “ทอง” ที่ถือว่าเป็นของมีค่า กับคำว่า “จันท์” คือ จ.จันทบุรี โดยในปีนี้ ทุเรียนนวลทองจันทร์ จากสวนทุเรียนขนาดใหญ่แห่งนี้ ได้กลายเป็นทุเรียนนอกฤดู ที่ให้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่น ซ้ำยังมีราคาแพงลิ่ว ทะลุกิโลกรัมละกว่า 200 บาท นายพจน์ เปิดเผยว่า ปีนี้ แม้สภาพอากาศจะแปรปรวน ทุเรียน หรือผลไม้ชนิดอื่น ต่างออกดอกให้ผลน้อย แต่ด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสานบ้าง ส่งผลให้ทุเรียนนวลทองจันทร์ ออกดอกผลได้ดี ปัจจุบันนี้ ทุเรียนนวลทองจันทร์ ได้ชื่อว่าราคาแพงสุดอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท และเป็นคู่ปรับกับทุเรียน ที่ขึ้นชื่อว่าที่สุดในโลกของประเทศมาเลเซีย คือ ทุเรียนพ
หนุ่มตะพงเมืองระยอง วัย 28 ปี จบ ปวส. ช่างยนต์ หันมาทำสวนผลไม้ประสบความสำเร็จ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปชมสวนผลไม้คนหนุ่มไฟแรงด้านการเกษตร หมู่ 11 ต.ตะพง อ.เมืองระยอง พบเจ้าของสวนชื่อ นายธนิต บุญสินธุ์ อายุ 28 ปี ชาว ต.ตะพง ซึ่งกำลังพาคนงานตัดแต่งกิ่งมะม่วงในสวน จึงเข้าไปพูดคุยความรู้สึกของคนหนุ่มวัยทำงานตามโรงงานหรือทำงานบริษัท แต่กลับมาทำการเกษตร นายธนิต บุญสินธุ์ หนุ่มวัย 28 ปี พื้นเพเป็นคนตะพง เปิดเผยว่า หลังเรียนจบ ปวส. แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี ก็เข้าทำงาน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ทำงานได้เงินเดือนรวมแล้วตกเดือนละ 20,000 บาท ทำงานได้ 3 ปี ปัจจุบันลาออกจากบริษัทมาได้เกือบ 4 ปี ก็ไปบริหารจัดการบุกเบิกทำสวนผลไม้ของบิดา บนพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ (รวมพื้นที่เช่า) สวนผลไม้แบบผสมผสาน โดยการซื้อกิ่งมะม่วง พันธุ์ “ไขแตก” ชื่อดังของ จ.ฉะเชิงเทรา นำมาทาบกิ่งมะม่วงพันธุ์อกร่อง ได้ประมาณ 2 ปี แต่ยังไม่เต็มที่เริ่มให้ผลผลิตได้ประมาณ 1 ตันครึ่ง มะม่วง “พันธุ์ไขแตก” เมืองแปดริ้ว แต่คนระยองเรียกพันธุ์ “ขายตึกหรือตกตึก” เป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ของระยอง มี 3 รส หวานมัน เปรี้ยว และกรอ
ป้าละมาย วงษเสถียร เจ้าของกระชังปลาในบ่อดิน แห่งตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีรูปแบบการเลี้ยงปลากระชังในบ่อดินที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากใช้ต้นทุนในการเลี้ยงค่อนข้างน้อย อีกทั้งด้วยเหตุผลสองประการหลักๆ คือ การใช้ขนมคบเขี้ยว อาธิ มาม่า ขนมปัง เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงปลา และในระหว่างเลี้ยงหรือจับปลาขายไม่เคยดูดน้ำทิ้งหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อเลี้ยง ทำให้สามารถเลี้ยงได้ตอลดทั้งปีโดยที่ไม่มีโรคเข้ามารบกวน ป้าละมาย เริ่มเลี้ยงหันมาเพาะเลี้ยงปลากระชังในบ่อดิน ราวๆ ปี 54 ซึ่งป้าละมายเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาเลี้ยงปลา จะประกอบอาชีพรับชื้อเสื้อผ้ามือสองมาขายตามตลาดนัดแถวบ้านซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังทำอยู่ พอในช่วงต้นปี 52 หลานชายได้มาชื้อที่ดินแถวบ้านซึ่งเป็นที่ที่เจ้าของเดิมนั้นขุดเอาทรายไปขายทิ้งไว้แต่พื้นที่ที่เป็นบ่อ มีน้ำที่สะอาด สภาพแวดล้อมโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์ดี ป้าละมายเห็นว่าพื้นมีความเหมาะสมจึงตัดสินใจนำพื้นที่บางส่วนมาเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง ควบคู่กับการขายเสื้อผ้ามือสอง โดยขณะนั้นความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปลาไม่มี ลองผิดลองถูก สอบถามคนที่เลี้ยง และอาศัยประสบกา
ทุเรียนหนึ่งเดียวของภาคเหนือคือ “ทุเรียนหลงลับแล” ของอุตรดิตถ์ เดือนกุมภาพันธ์ ทุเรียนหลงลับแลที่สวนกำลังติดช่อดอกตูมๆ ถึงติดดอก ก็กะเอาตามหลักวิชาการทุเรียนจะใช้เวลาตั้งแต่ดอกบานถึงผลสุกแก่ประมาณ 100-120 วัน แต่พันธุ์หมอนทองจะยาวถึง 135 วัน คงเป็นเพราะต้องสร้างลูกสร้างผลใหญ่ พันธุ์ลูกเล็กๆ อย่างกระดุม หรือแม้แต่หลงลับแลก็จะใช้เวลาประมาณ 100 วัน ถ้าเดือนธันวาคมเริ่มแตกตาออกอีก 2 เดือน เดือนกุมภาพันธ์ดอกจะเริ่มบาน และอีก 3 เดือน ผลถึงจะแก่คือ พฤษภาคม-มิถุนายน ทีนี้ก็จะไล่เรียงกันไปแต่ละต้น ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล คือทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ได้รับการยอมรับและรับรองพันธุ์ว่าเป็นทุเรียนพื้นเมืองที่มีคุณสมบัติโดดเด่นที่สุด ก็จะออกมาให้ผู้คนลิ้มรส สมดังรอคอยมาเป็นปี “ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล” ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2520 จากการประกวดทุเรียนที่ปลูกด้วยเมล็ด ที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และจังหวัดอุตรดิตถ์ มีชาวสวนนำทุเรียนเข้าประกวดมากมาย ซึ่งในปีนั้น ทุเรียนหลงลับแล กำลังเป็นที่เล่าลือ กล่าวขานถึงกันมาก เป็นสินค้าเกษตรที่บอกเล่ากันมาว่า ค
ครั้งหนึ่งผมเคยได้รับเชิญไปอัดรายการ “เอ็นบีที มีคำตอบ ที่ทีวี ช่อง 11” ณ ห้องอัดรายการ แล้วได้พบกับ นายณัฐรท เซ็นนิล เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ถูกรับเชิญมาอัดรายการนี้ด้วยเช่นกัน หลังอัดรายการเสร็จ ผมนัั่งคุยกับคุณ ณัฐรท เลยได้ทราบว่า ชายหนุ่มคนนี้ เคยทำงานบริษัทอยู่กรุงเทพฯ แต่ผันตัวเองไปเป็นเกษตรกรที่ต่างจังหวัด นายณัฐรท หรือ ที่มีชื่อเล่นว่า บูม ได้เล่าในรายการว่า เขาเป็นคนจังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันอายุ 29 ปี ยังโสด เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พอเรียนจบได้เข้าทำงานที่บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ตัดต่อข่าวและโฆษณา ก่อนลาออกจากงานเพื่อกลับบ้านไปเป็นเกษตรกรอิสระได้รับเงินเดือน 23,000 บาท เงินเดือนแค่นี้ กับการมีชีวิตอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ แล้วยังต้องจ่ายค่าเดินทางอีก จึงไม่ค่อยพอใช้ หลังจากบูมทำงานอยู่ได้ไม่กี่ปี จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ไปเริ่มต้นทำงานด้านเกษตร ด้วยการเลี้ยงเป็ด ไก่ และขุดบ่อเลี้ยงปลาเป็นหลัก ที่บูมตัดสินใจเช่นนี้ ไม่เกี่ยวกับเงินเดือนที่ทำอยู่ไม่พอใช้อย่างเดียว แต่มีใจรักงานด้านเกษตรมาก่อน โดยเฉพาะธรรมชาติ เขาสารภาพว
ป้าละมาย วงษเสถียร เจ้าของกระชังปลาในบ่อดิน แห่งตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีรูปแบบการเลี้ยงปลากระชังในบ่อดินที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากใช้ต้นทุนในการเลี้ยงค่อนข้างน้อย อีกทั้งด้วยเหตุผลสองประการหลักๆ คือ การใช้ขนมคบเขี้ยว อาธิ มาม่า ขนมปัง เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงปลา และในระหว่างเลี้ยงหรือจับปลาขายไม่เคยดูดน้ำทิ้งหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อเลี้ยง ทำให้สามารถเลี้ยงได้ตอลดทั้งปีโดยที่ไม่มีโรคเข้ามารบกวน ป้าละมาย เริ่มเลี้ยงหันมาเพาะเลี้ยงปลากระชังในบ่อดิน ราวๆ ปี 54 ซึ่งป้าละมายเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาเลี้ยงปลา จะประกอบอาชีพรับชื้อเสื้อผ้ามือสองมาขายตามตลาดนัดแถวบ้านซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังทำอยู่ พอในช่วงต้นปี 52 หลานชายได้มาชื้อที่ดินแถวบ้านซึ่งเป็นที่ที่เจ้าของเดิมนั้นขุดเอาทรายไปขายทิ้งไว้แต่พื้นที่ที่เป็นบ่อ มีน้ำที่สะอาด สภาพแวดล้อมโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์ดี ป้าละมายเห็นว่าพื้นมีความเหมาะสมจึงตัดสินใจนำพื้นที่บางส่วนมาเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง ควบคู่กับการขายเสื้อผ้ามือสอง โดยขณะนั้นความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปลาไม่มี ลองผิดลองถูก สอบถามคนที่เลี้ยง และอาศัยประสบกา
มนุษย์รู้จักและบริโภคองุ่นมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 15,000 ปี องุ่น เป็นพันธุ์พืชป่าที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในทวีปอเมริกาก่อนจะกระจายพันธุ์เข้าสู่ทวีป ยุโรป จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีการบ่งบอกว่ามีการปลูกองุ่นกันมามากกว่า 5,000 ปี การปลูกองุ่นในเมืองไทย สำหรับประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่านำเข้ามาในสมัยใด แต่ในกฎมณเทียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยา มีข้อความกล่าวถึง “ป้อมสวนองุ่น” จึงเป็นไปได้ว่าน่าจะมีการนำพันธุ์องุ่นมาปลูกแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา เมืองไทยเริ่มสนใจปลูกองุ่นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อันเกิดแต่การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ และทรงเสด็จเยี่ยมเยือนนานาชาติอยู่เสมอ จึงโปรดเกล้าให้นำ “ องุ่น ” หนึ่งในพันธุ์ไม้แปลกจากต่างประเทศที่ได้เสด็จประพาสมาปลูกในประเทศไทยด้วย องุ่นเป็นพืชเมืองหนาว กว่าจะปลูกและพัฒนาพันธุ์ให้เหมาะสมกับการปลูกในประเทศไทยซึ่งเป็นพื้นที่เขตร้อนได้ ต้องใช้เวลาทดลองปรับปรุงพันธุ์กันนานมาก ช่วงรัชกาลที่ 7 เมืองไทยเริ่มมีการปลูกองุ่นกันบ้าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะผลองุ่นที่ได้มีรสเปรี้ยว ทำให้การปลูกองุ่นซบเซาลง ปี พ.ศ. 2493 หลวงสมานวน
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้าทางการเกษตรบางอย่าง มีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้เกษตรกรบางรายถึงกับมีสภาพหนี้สินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงส่งผลให้การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย ไม่เป็นเรื่องง่ายที่จะให้มีผลกำไรงอกงามมาแต่ละครั้ง เพราะต้องฝ่าและผ่านอุปสรรคมากมายหลายประการกันเลยทีเดียว ซึ่งสินค้าทางการเกษตรที่ตกต่ำไม่ได้มีแต่เพียงสินค้าที่เป็นผลผลิตที่เป็นพืชเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในเรื่องของการทำการประมง ตลอดไปจนถึงการทำปศุสัตว์เองก็ส่งผลต่อการเลี้ยงไม่น้อย โดยสัตว์บางชนิดเมื่อถึงเวลาที่ต้องจำหน่ายสู่ตลาด กลับมีราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเกิดสภาวะขาดทุนในแต่ละรอบการผลิต ดังนั้น การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย จึงควรคำนึงหรือเล็งเรื่องการลดต้นทุน ที่เป็นการสร้างบรรทัดฐานให้การประกอบอาชีพที่ทำอยู่ เพื่อผ่านวิกฤตในช่วงที่สินค้าตกต่ำลง คุณพิชญ์ชญะพงศ์ ขำอุปถัมภ์ อยู่บ้านเลขที่ 150/1 หมู่ที่ 11 ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรมากว่า 5 ปี โดยสุกรที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสม 3 สาย ได้แก่ พันธุ์ดูร็อค พันธุ์แลนด์เรซ และพันธุ์ลาร์จไ
อะโวกาโด เข้ามาเมืองไทยนานแล้ว ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านเคยไปจังหวัดน่าน ได้รับการบอกเล่าว่า มิชชันนารีนำไปปลูกไว้ในเมือง ต้นเดิมตายแล้ว แต่ทุกวันนี้เกษตรกรปลูกและพัฒนาก้าวหน้าไปมาก คนเมืองน่านรุ่นก่อนเรียก อะโวกาโด ว่า “หมากแพ” แหล่งปลูกอะโวกาโดที่สำคัญ มีหลายแห่งด้วยกัน อย่าง จังหวัดตาก ปลูกที่ดอยมูเซอ อำเภอเมือง และอำเภอพบพระ สาเหตุที่ปลูกมาก เพราะมีหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรไปตั้งสถานีวิจัย จากนั้นจึงเผยแพร่พันธุ์ให้กับเกษตรกร พื้นที่อื่นมีปลูกมากที่ปางอุ๋ง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่อง เป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยปากช่อง คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานที่แห่งนี้ รองศาสตราจารย์ฉลองชัย แบบประเสริฐ ศึกษาเรื่องของพันธุ์ รวมทั้งการปลูก การดูแลรักษา จากนั้นจึงกระจายสิ่งที่มีอยู่ให้กับเกษตรกรไปทุกภูมิภาค รวมทั้งโครงการหลวง งานปลูกอะโวกาโดของ “บ้านสวนตาทวน” เป็นดอกผลจากงานวิจัยของรองศาสตราจารย์ฉลองชัย ที่ได้รับการสานต่อและทำเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้ ออนซ์ คนรุ่นใหม่ใส่ใจงานเกษตร ปลูกและ
