SMEs เกษตร
สวัสดี ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ วันนี้คอลัมน์ “ตั้งวงเล่า” มีเรื่องราวของสวนแตงกวาลอยฟ้ามาฝากครับ เป็นการใช้งานพื้นที่ๆ มีอยู่จำกัดได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญ สร้างรายได้ให้เจ้าของได้ทุกวันอีกด้วย ผมนัดกับพี่เจมส์ – โฉม อังสุวรรณ เจ้าของสวนเกษตรศิลป์ โทร. (083) 598-8462 ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลอาษา (อบต.) อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ในวันที่พี่เจมส์เปิดอบรมกิจกรรมการเกษตรให้สมาชิก เพื่อถวายเป็นปฏิบัติบูชาที่ตั้งใจไว้ ด้วยพื้นที่อันจำกัด ดังนั้นจึงนัดมาทำกิจกรรมที่ อบต. อาษา ซึ่งอยู่ติดกับสวน ทำให้ผมมีเวลาเดินชมสวนได้อย่างสะดวก เพราะสมาชิกต่างก็เข้าอบรมอยู่ด้านนอก ผมเดินชมและชิมผักในสวนนี้ได้อย่างสบายใจ เพราะรู้ที่มาว่าปลูกแบบอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยหมักสูตรแม่โจ้ ใช้ฮอร์โมน-น้ำหมักที่ผลิตเองจากผลผลิตในสวน ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงหรือเคมีใดๆ ในเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย 1 งาน ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 งาน เหลือเนื้อที่ให้ปลูกพืชผลทั่วไปอีก 3 งาน ขุดคูด้านหลังไว้เลี้ยงปลา คันคูกว้าง 2.5 เมตร ปลูกชะอม กล้วย ข่า ตะไคร้ กระชาย ขมิ้น ชะพลู ผักสลัด แตงร้าน เมล่อน เรียกว่าใส่กันเต็มพื้นที
ทุกวันนี้เมืองไทยกำลังเผชิญปัญหาดินเสื่อมโทรม จากปัญหาดินเค็ม เนื่องจาก ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทั้งนี้ สามารถแบ่งประเภทดินเค็มได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามลักษณะของพื้นที่ที่พบ คือ 1. ดินเค็มชายทะเล 2. ดินเค็มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดินเค็มชายทะเล เกิดจากตะกอนที่แม่น้ำพัดพามาตกทับถมในทะเลบริเวณปากแม่น้ำ ลำคลองแถบชายฝั่งทะเล เมื่อมาตกทับถมกันนานเข้าก็จะกินบริเวณกว้างขวางจนเกิดเป็นหาดเลน และเมื่อมีตะกอนดินทับถมมากขึ้นก็จะค่อย ๆ พัฒนาเป็นแผ่นดิน มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม เนื้อดิน เป็นดินเหนียวซึ่งมีลักษณะเป็นเลน มีสีเทา หรือสีน้ำเงินปนเทา การระบายน้ำเลว ดินเค็มชายฝั่งทะเล ดินเค็มชายทะเล ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกพืชทั่ว ๆ ไปได้ เพราะดินมีความเค็มสูงมาก มีพืชธรรมชาติบางชนิดเท่านั้นที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถขึ้นได้ดีในดินพวกนี้ ได้แก่ แสม โกงกาง ลำพู ตะบูน ประสัก รวมเรียกว่า ป่าชายเลน ปรือ ป่าโกงกาง ดินเค็มชายทะเลนี้พบอยู่ตามชายฝั่งทะเลของภาคใต้ และภาคตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 3.7 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม ดินเค็มชายทะเล สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ดินเค็มโซเดียม และดินเค็มกรด ซึ่งจะกล
หลายคนเข้าใจว่า “ความรวย” นำมาซึ่งความสุขสบาย จึงวิ่งวุ่นหาสิ่งนี้ เช่นเดียวกับ คุณยวง เขียวนิล ที่หลังศึกษาจบช่างกล เขามุ่งหน้าทำงานรับราชการอยู่ 10 ปี แต่เพราะความอยากรวย จึงก้าวสู่ภาคธุรกิจ สุดท้าย พ่ายแพ้ มีหนี้สิน ต้องขายที่ขายทางนำมาชดใช้ และกลายเป็นคนติดเหล้า เส้นทางชีวิตคงดับวูบ ถ้าไม่ได้พบกับคำว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่” และคำว่า “พอเพียง” อยากรวย มีหนี้ ขายพื้นที่ ติดสุรา หลังศึกษาจบด้านช่างกล คุณยวง เขียวนิล ในวัยหนุ่มสอบเข้ารับราชการ แต่เมื่อมองเพื่อนซึ่งเดินอยู่บนสายธุรกิจส่วนตัวแล้วมีรายได้ดี จึงต้องการเป็นเช่นนั้นบ้าง ตัดสินใจลาออกแล้วก้าวสู่เส้นทางสายธุรกิจ กับการเปิดร้านเหล็กดัด มุ้งลวด และกระจก “ทำงานรับราชการมา 10 ปี ได้เงินเดือนเริ่มต้น 810 – 3,000 กว่าบาท แต่พอมาทำธุรกิจส่วนตัวได้ 30,000-50,000 บาท ทำไปได้สักพักเกิดปัญหาเก็บเงินลูกค้าไม่ได้ เป็นหนี้เยอะมาก จนต้องขายที่ดินในจังหวัดนนทบุรี นำมาใช้หนี้ และด้วยต้องการฟื้นฟูตัวเอง จึงคิดการใหญ่ เปิดธุรกิจรับเหมาทำโครงหลังคา มีลูกน้องมากขึ้น แต่เพราะจัดระบบไม่ดี ก็เจอปัญหาอีกมากมาย ในที่สุดต้องหยุด” คุณยวง ตัดสินใจมาขออย
ลูกหลานเกษตรกรเลี้ยงไก่ จังหวัดนครปฐม ปฏิเสธบทบาทชีวิตมนุษย์เงินเดือน ขอสานต่ออาชีพ ‘เลี้ยงไก่ไข่’ จากบรรพบุรุษ เติมไอเดียคนรุ่นใหม่ด้วยการเปิดเพลงและรายการ คสช. ให้แม่ไก่ฟังแก้เครียด 24 ชั่วโมง ผสมผสานกับให้กินอาหารธรรมชาติ และเลี้ยงปล่อยไม่กักขัง ส่งผลให้แม่ไก่อารมณ์ดี ไม่ตกใจง่าย เพิ่มอัตราการออกไข่ มีรายได้จากการขายไข่เข้ากระเป๋าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 6 หมื่นบาท คุณนันทพล จิตรใจเย็น หรือคุณตู่ เกษตรกรหนุ่มวัย 29 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ สาขาสัตวบาล ในปี 2555 ลงทุน 8,000 บาท เลี้ยงไก่ไข่ สายพันธุ์ โร๊ดไอส์แลนด์เรด (Rhode Island Red) บนพื้นที่ 2 ไร่ ในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 500 ตัว เลี้ยงได้เดือนกว่า ปรากฏไก่ตายไป 250 ตัว ด้วยโรคกัมโบโร เลยไปปรึกษาอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหลังจากมีความรู้เพิ่มขึ้น ตัดสินใจหันมาเลี้ยงไก่ไข่ภายใต้วิถีธรรมชาติ “ผมเกิดและเติบโตมาในครอบครัวเกษตรกรเลี้ยงไก่ ที่ยุติการเลี้ยงไก่มาตั้งแต่ปี 2553 เพราะเจอหลายวิกฤต อาทิ ปัญหาไข้หวัดนก ปัญหาขาดทุน และเจอน้ำท่วม กระทั่งปี 2555 ผมเรียนจบกลับมา มองเห็นเล้าไก่ที่
คุณเล็ก เกตุนาค ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร อยู่บ้านเลขที่ 70/3 หมู่ที่ 3 บ้านหนองโสน ตำบลเขาคิริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (061) 684-1969 เล่าย้อนกลับไปว่า ตนเองและเพื่อนๆ เกษตรกรได้รวมกลุ่มปลูกพริก เริ่มปลูกพริกเพื่อป้อนเข้าโรงงานน้ำพริก ได้มา 3 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีอาชีพทำนาและไร่อ้อย หลายปีที่ผ่านมาข้าวราคาตกต่ำมาก ไม่คุ้มต่อการลงทุนปลูกจึงมองหาพืชปลูกใหม่ พอได้มีโอกาสรู้จักกับตัวแทนบริษัทที่เขาเข้ามาส่งเสริมปลูกพริกและรับซื้อคืนในราคาประกันก็มีความสนใจ เริ่มปลูกในปี 2558 กับเพื่อนเกษตรกรเกือบ 20 คน ที่สนใจ แต่ก็ไม่ได้ปลูกมาก แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่เคยปลูกพริกเชิงการค้ามาก่อน ก็เริ่มต้นปลูกกันคนละ 1-2 ไร่ ก็มีพื้นที่ปลูกรวมกันได้ 30 ไร่ ในตอนนั้น ซึ่งผลที่ได้คือกลางๆ หมายถึงไม่ขาดทุน มีกำไรบ้างแต่ไม่มาก ซึ่งเป็นเพราะยังขาดประสบการณ์ในการปลูก ดูแลและการรักษา โดยเฉพาะเรื่องโรคและแมลงที่ยังไม่รู้จักและการใช้สารเคมีที่ถูกต้องนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทก็พยายามเข้ามาให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเรื่องของการปลูกพริกเป็นระยะๆ จนเกิดความรู้ควา
คุณวิชาญ บำรุงยา ปราชญ์มะพร้าว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นอีกคนที่ประสบความสำเร็จกับอาชีพปลูกมะพร้าวแกงมาเป็นเวลายาวนาน เป็นผู้ที่สะสมความรู้ ทักษะ ตลอดจนภูมิปัญญาสร้างคุณภาพมะพร้าวแกงจนเป็นที่ยอมรับในวงการมะพร้าว จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี คุณวิชาญ บำรุงยา คุณวิชาญ กล่าวว่า สำหรับมะพร้าวที่ปลูกในสวนเน้นเฉพาะมะพร้าวแกง ที่มีลักษณะต้นสูง ซึ่งตัวเองได้คลุกคลีมะพร้าวมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวและบรรพบุรุษยึดอาชีพนี้สืบทอดต่อกันมา ถ้าเป็นมะพร้าวหมูสีจะปลูกไว้ใช้ในครัวเรือน ยิ่งสมัยเด็กไม่มีน้ำอัดลมก็ต้องดื่มน้ำมะพร้าวหมูสี ที่มีรสหวานหอม ราคาจำหน่ายมะพร้าวแกงที่อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอบางละมุง ราคาลูกละ 16 บาท โดยเจ้าของสวนมะพร้าวไม่ต้องทำอะไร เพียงแต่คอยนับจำนวนเท่านั้น เพราะผู้รับซื้อจะมาสอยและลำเลียงขึ้นรถเอง การเลือกทำเลปลูกมะพร้าว นับเป็นปัจจัยแรกสำหรับผู้ที่เริ่มต้นปลูก หลักทั่วไปในการคัดเลือกสถานที่ปลูกมะพร้าว ควรคำนึงถึงเรื่องดิน ควรเป็นดินร่วน หรือร่วนปนทราย อุ้มน้ำได้ดี แต่ถ
หลังลาออกจากงานประจำ กลับมาช่วยครอบครัวขายวัสดุก่อสร้างที่ฉะเชิงเทรา ‘ฉัตรชัย ล้อมสุขวัฒนา’ อดีตพนักงานบริษัทเอกชนก็เริ่มสนใจเกษตร ครั้งแรกปลูกเมล่อน บนพื้นที่ 2 งาน รอบแรกขายได้ 250 ลูก ราว 400 กิโลกรัม คิดเป็นเงิน 48,000 บาท ต่อมาเดือนเมษายน ปี 49 เมล่อนราคาตกฮวบ ชายหนุ่มไหวตัวทันหันปลูก ‘ฟักทองบัตเตอร์นัท’ พืชทางเลือกใหม่ รูปทรงแปลกตา ปลูกง่าย รสชาติดี ทำได้หลายเมนู ลงทุนครั้งแรก 12,000 บาท กำไร 40,000 บาท คุณฉัตรชัย ในวัย 32 ปี เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำงานวางระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 2 ปี หลังจากนั้นลาออกมาช่วยกิจการครอบครัวขายวัสดุก่อสร้างที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วงที่มีเวลาว่างเริ่มสนใจเกษตร ไปลงเรียนคอร์สไม้ผลที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ในปี 2555 ที่คุณฉัตรชัยกลับมาช่วยงานที่บ้าน เขาบอกว่า นำระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยบริหารจัดการร้าน เช่น ระบบบาร์โค้ด ระบบบิล ทำให้ร้านขายวัสดุก่อสร้างดำเนินงานง่าย โดยที่เจ้าของไม่ต้องนั่งเฝ้าร้านทั้งวัน ดังนั้นจึงมีเวลาว่างมากขึ้น “ผมอาศัยอยู่ในอำเภ
เมื่อวันที่ 14 พ.ย. สภาพอากาศภาคใต้ฝั่งตะวันออกเข้าสู่ฤดูมรสุม คลื่นลมแรง หอยเสียบจะถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนฝั่งและ ฝังตัวตามแนวชายหาดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก พูนศักดิ์ สุรวิชัย อายุ 44 ปี ชาวชุมชนเก้าเส้ง อ.เมือง จ.สงขลา ที่พลิกผันชีวิตจากการเป็นพนักงานในบริษัท มาประกอบอาชีพคราดหอยเสียบขาย ในแต่ละวันจะออกมาคราดหอยเสียบบริเวณชายฝั่งทะเลวันละ 2 รอบ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 14.00 น.และเวลา 15.30 -17.00 น. หากช่วงปกติทะเลเรียบจะมีรายได้วันละ ประมาณ 500 – 600 บาท แต่หากเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมคลื่นลมแรง มีรายได้เพิ่มขึ้นวันละ 700-800 บาท เพราะหอยเสียบจะถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนฝั่งและฝังตัวตามแนวชายหาดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก และมีขนาดตัวใหญ่กว่าปรกติ ทำให้หอยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น โดยใช้วิธีการการคราดหอยเสียบแบบง่าย ไม่ยุ่งยากและไม่ต้องลงทุน จะใช้ตะแกรงตาข่าย คราดไปกับพื้นทรายในช่วงที่คลื่นซัดเข้าหาฝั่ง หอยเสียบก็จะถูกซัดมากับคลื่นและฝังตัวลงในพื้นทรายบริเวณชายหาด เมื่อร่อนตะแกรงกับน้ำทะเลก็จะเก็บหอยเสียบได้ในสภาพที่หอยดูสะอาด หอยเสียบทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่คราดมาได้ก็จะนำใส่ถังใส่น้ำไว้ ให้อยู่ในสภาพที่หอยยังเป็น
พูดถึง กระเจียว หลายคนคงนึกถึงภาพทุ่งกระเจียวสีชมพูอมม่วงที่สวยสดงดงามในช่วงหน้าฝน ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ แต่ในความเป็นจริงดอกกระเจียวใช่จะมีไว้ดูเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่บางสายพันธุ์ยังสามารถนำมารับประทานได้ด้วย ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยรับประทานดอกกระเจียวมาก่อน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในจังหวัดยโสธรรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะรับประทานกันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะการนำมาต้มจิ้มน้ำพริกต่างๆ ซึ่งใครที่เคยได้ลิ้มรสต่างติดใจกันเป็นแถว ดอกกระเจียวหวาน ทำได้สารพัดเมนู ด้วยความที่เห็นช่องทางการตลาดอันสดใสของดอกกระเจียว คุณเมืองชัย ทองลา หรือ คุณโบ้ อายุ 27 ปี ซึ่งจบ ปริญญาตรี (เทคโนโลยีการผลิตสัตว์) สาขาส่งเสริมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ จึงได้รวมกลุ่มชาวบ้านจดทะเบียนจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนดอกกระเจียวหวานบ้านโคกนาโก” อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร โดยตัวเขาเองทำหน้าที่เป็นเลขานุการของกลุ่ม จากแรกเริ่มมีแค่ 20 คน ตอนนี้เพิ่มเป็น 50 คนแล้ว ปัจจุบันมีเนื้อที่ปลูกโดยรวมประมาณ 20 ไร่ และมีแนวโน้มขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอีก เพราะเห็นชัดว่าเป็นพื
อดีตช่างทองฝีมือดีที่แต่ละวันทำงานอยู่กับของสวยๆ งามๆ เน้นใช้ทักษะด้านฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ มาวันนี้เลือกที่จะทิ้งชีวิตทำงานในห้องแอร์มาสวมบทบาทเกษตรกรทำงานท่ามกลางอุณหภูมิธรรมชาติ เพราะมีความคิดว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุด แต่ก็ยังรักสบาย เลือกปลูกแตงกวาญี่ปุ่นไร้ดิน ปลูกในโรงเรือน แถมยังใช้ระบบรดน้ำอัตโนมัติ มีรายได้ทุกวัน คุณ “ศิริ คำอ้าย” ชายหนุ่มอัธยาศัยดี วัย 51 ปี อดีตเคยเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี แต่แล้วเมื่อสุขภาพเริ่มไม่เอื้ออำนวย เลือกที่จะหาความมั่นคงให้ชีวิต ด้วยการลาออกมาเป็นเกษตรกร เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุดแล้ว “ผมเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี หลังๆ อายุเยอะขึ้น สายตาเริ่มไม่ดี กลัวว่าจะถูกไล่ออกตอนแก่ เลยชิงลาออกก่อน ตอนอายุ 45 ปี เลือกไปเป็นเกษตรกร คิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุด เพราะอย่างไรก็ตาม พืชผักเป็นอาหารที่มนุษย์ทุกคนต้องกิน ฉะนั้นผลผลิตยังไงก็ขายได้” นับเป็นการพลิกบทบาทจากชีวิตที่สบาย ทำงานในห้องแอร์ ต้องมาเป็นเกษตรกรทำงานท่ามกลางอุณหภูมิธรรมชาติ คุณศิริ บอกว่า เลือกปลูกแตงกวาญี่ปุ่น เพราะเป็นพืชล้มลุก ปลูก 30 วัน ก็สามารถเก็บขายได้แล
