SMEs เกษตร
ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีตัวอย่างให้เห็นบ่อยๆ ถึงคนที่มีหน้าที่การงานดีและมั่นคงได้ผันชีวิตมายึดอาชีพ “เกษตรกร” กันหลายคน หนึ่งในนั้นคือ พยาบาลสาวสวย อ้น-กานต์รวี บัวบุญ อายุ 32 ปี ชาววาปีปทุม จ.มหาสารคาม ในวันที่เธอตัดสินใจหันหลังให้อาชีพนี้ เธอโดนแรงเสียดทานจากสังคมมากมายว่า “บ้าหรือเปล่า” มีงานประจำทำดีๆ ทำไมถึงออกมา หากนั่นไม่ทำให้สาวตากลมคนนี้หวั่นไหว เธอเดินหน้าตั้งใจทำงานจนในที่สุด ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี กานต์รวีได้รับคัดเลือกให้เป็น “ยังก์ สมาร์ท ฟาร์มเมอร์” จ.มหาสารคาม และล่าสุดเธอได้รับคัดเลือกจากกองบรรณาธิการ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ให้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณเป็น “เกษตรกรดีเด่น ประจำปี 2560” โดยจะเข้ารับรางวัลในงานเกษตรมหัศจรรย์ 2560 “พืชกินได้ ไม้ขายดี” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ในวันที่ 7 กันยายนนี้ ก่อนตัดสินใจมาเป็น “เกษตรกร” กานต์รวี จบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี เป็นพยาบาลอยู่ 8 ปี จบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และกำลังศึกษาปริญญาเอกสาขาเดียวกันและที่เดียวกัน “จุดหักเหของชีวิตที่ทำให้ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกร เพราะแ
หลังคว้าใบปริญญาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากรั้ว ม.ธรรมศาสตร์ “สกาวเดือน วิภากรวิทย์” หรือดาว หญิงสาวผู้ใฝ่รู้ ได้บินลัดฟ้าไปศึกษาต่อ ป.โท ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศออสเตรเลีย เรียนไปด้วย เปิดร้านอาหารไทยไปด้วยนาน 10 ปี รายได้ต่อเดือนเป็นล้าน แต่สุดท้ายทนความคิดถึงบุพการี คิดถึงภูมิลำเนาไม่ไหว เลือกที่จะกลับมาอยู่กับครอบครัว แล้วยึดอาชีพใหม่ นั่นคือ ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับเปิดร้านอาหาร รายได้ต่อเดือนเฉียด 2 แสน คุณดาว เล่าว่า หลังจบ ป. ตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากรั้ว ม.ธรรมศาสตร์ ไปต่อ ป.โท ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างนั้นทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เปิดร้านอาหารไทย รายได้ดี ยังไม่หักรายจ่ายเฉลี่ยเดือนละล้านบาท แต่ทว่ากลับบ้านมาเยี่ยมครอบครัวเพียงปีละหน ที่สำคัญอยากกลับบ้านมาดูแลพ่อแม่ ในที่สุดเลือกที่จะกลับบ้านเกิดที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ราวปี 58 อย่างไรก็ตาม แม้จะทำงานอยู่ต่างประเทศรายได้ดี แต่ด้วยความคิดถึงครอบครัว หญิงสาวนักเรียนนอก เลือกที่จะกลับบ้าน ในช่วงแรกเธอไปเรียนด้านอาชีพหลายอย่าง แต่สุดท้ายค้นพบว่าตัวเองชอบปลูกผัก เล
ณวัชรีญา มณีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี ได้ทดลองทำงานในบริษัทได้สักระยะรู้สึกว่าไม่ชอบงานทางด้านนี้ จึงได้ปรึกษากับทางครอบครัวว่าอยากจะกลับมาอยู่บ้าน โดยทำอาชีพทางด้านเกษตรกรรมเน้นแบบผสมผสาน จะทำให้มีรายได้หมุนเวียนในการใช้จ่ายภายในครัวเรือน แปลงแก้วมังกร โดยพื้นที่ภายในบ้านก้จะแบ่งเป็นโซนปลูกพืชผักสวนครัว แปลงไม้ผล ไปตลอดจนหญ้าเนเปียที่ใช้สำหรับเลี้ยงโคเนื้อ และที่สำคัญเล้าหมูและไก่เป็ดที่เลี้ยงยังสร้างรายได้ให้กับเธอได้อีกด้วย แปลงปลูกหญ้าเนเปียร์ “พอเราปรึกษากับที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านเลย ตอนนั้นก็นำเงินทุนที่ได้จากทำงาน มาค่อยๆ ลงทุน โดยที่ยังไม่ได้ลงทุนทีเดียวหมด ขั้นแรกก็มีซื้อโคเนื้อมาเลี้ยง เพราะมองว่าสามารถผลิตลูกโคให้เราได้ จากนั้นเราก็ขายไป พอมีรายได้เข้ามาเราก็ทำอย่างอื่นไปด้วย ก็จะเป็นรายได้ทดแทนกันไป ซึ่งการจะมีรายได้รายวัน เราก็ปลูกพืชผักสวนครัว ส่วนเงินรายเดือนก็ได้จากเป็ด ไก่ หมูปลา ก็จะเอาเงินที่ได้จากทางนี้มาใช้จ่ายซื้ออาหารสำหรับทำปศุสัตว์
“ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ผู้บริโภคให้การยอมรับอย่างเป็นวงกว้าง เพราะเนื้อของไก่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติดี และด้วยกรรมวิธีการเลี้ยง ขั้นตอนการเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ มีรูปแบบการเลี้ยงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมาก และที่สำคัญคุณภาพเนื้อที่มีคุณภาพเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้รับการยอมรับจากเชฟจากโรงแรมต่างๆ ให้ความสนใจและนำไปทดลองประกอบอาหารหลายเมนู จึงมีความนิยมอย่างต่อเนื่อง” คุณ ณ นพชัย กล่าว คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง อยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ได้เห็นถึงลักษณะพิเศษของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จึงได้มาทำการเลี้ยงเป็นอาชีพ และช่วยส่งเสริมต่อยอดให้กับเกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงสร้างรายได้ต่อไป คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง ซึ่งไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว คือไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อ
“ไก่” นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2555-2559) การผลิตไก่เนื้อของไทยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยร้อยละ 6.8 ต่อปี จากปริมาณความต้องการบริโภคไก่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยปี 2559 ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตไก่เนื้อเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการขยายตลาดส่งออกเป็นหลัก ประกอบกับการเติบโตของตลาดในประเทศ และต้นทุนการผลิตที่ลดต่ำลงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เป็นต้น ไก่เนื้อ “ไก่เนื้อ” หรือ “ไก่กระทง” เป็นสายพันธุ์ไก่เชิงพาณิชย์ ที่เน้นผลิตในปริมาณมากเพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด แต่มีต้นทุนต่ำสุด ไก่เนื้อส่วนใหญ่ถูกนำเข้าสายพันธุ์มาจากบริษัทเอกชนผู้จำหน่ายสายพันธุ์สัตว์ในซีกโลกตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ไก่เนื้อที่โตเร็ว กินอาหารได้มาก ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงสั้น เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จับไก่ออกขายได้แล้ว ราคาไก่เนื้อไม่สูงนัก ผู้เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะว่าต้นทุนการผลิตต่ำ ปัจจุบัน ไก่เนื้อ 1 ตัว ระยะเวลาการเลี้ยง 30-35 วัน เลี้ยงด้วยอาหารไก่กระทงอย่างเต็มที่ เมื่อครบกำหนด
เกษตรอินทรีย์ เป็นการทำการเกษตรด้วยหลักธรรมชาติ บนพื้นที่การเกษตร ที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง และหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสารเคมีทั้งทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของดินและความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ รวมถึงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี สารสังเคราะห์ หรือสิ่งที่ได้จากการตัดต่อพันธุกรรม แนวทางของเกษตรอินทรีย์ เป็นการอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการปลูกพืชจะใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ๋ยเคมี กำจัดวัชพืชโดยใช้แรงงานคน ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อให้เกิดความหลากหลาย มีการเลี้ยงไส้เดือนดิน ใช้เศษพืชทำเป็นปุ๋ยหมัก ทำให้ดินได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และลดต้นทุนการผลิตด้วย มีการใช้น้ำส้มควันไม้เพื่อไล่แมลงศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมี เป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เกษตรกรมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค คุณภัทรภร แสงบุญ บ้านเลขที่ 43/2 หมู่ที่ 4 ตำบลชมพู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ดำเนินงานปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืชผักหลายชน
ส้มโอ ผลไม้ที่ขายได้ทุกฤดูกาล มีผลออกตลอดปี ทำให้แม่ค้าส้มโอมีรายได้ไม่ขาดมือ ที่ตลาดไทมีส้มโอหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น ขาวน้ำผึ้ง ขาวแตงกวา ทองดี หรือท่าข่อย แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ส้มโอทับทิมสยาม เจ้าของแผงส้มโอ คุณสนธยา ว่องกุล หรือเจ๊หมวย อายุ 71 ปี เจ้าของผู้จำหน่ายส้มโอทับทิมสยามเจ้าเดียวในตลาดไท เล่าว่า ทำอาชีพแม่ค้ามากว่า 40 ปีแล้ว เดิมเคยขายอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แล้วย้ายมาขายที่ตลาดไทได้ 10 ปี พื้นเพเจ๊หมวยเป็นคนจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสามีเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช อาชีพทำสวนส้มโอ และเจ๊หมวยนำมาขายเองที่ตลาด คุณสนธยา ว่องกุล เริ่มขายส้มโอทับทิมสยามเมื่อ 3 ปีก่อน แต่เมื่อปีที่แล้วมีปัญหาในเรื่องสภาพแวดล้อมอากาศ พายุเข้าทำให้ขายไม่ค่อยได้ และรสชาติไม่อร่อยเท่าที่ควร แต่ปัจจุบันกลับมาขายได้ราคาดี รสชาติอร่อย เหตุผลที่ขายส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม เพราะที่สวนปลูกไว้ มีราคาขายตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ตามขนาดของลูก นอกจากพันธุ์ทับทิมสยาม ยังมีพันธุ์อื่นๆ อีก เช่น ทองดี มาจากปากพนัง ราคาขายตั้งแต่ 30-60 บาท ขาวน้ำผึ้งปากพนัง ลูกใหญ่ หวานอร่อย มีราคาตั้งแต่ 40-100 บาท ส้มโอทับทิมสยาม ย
มะพร้าวน้ำหอม เป็นพืชที่ปลูกกันมากในจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร นครปฐม ในอดีตพบว่า พืชชนิดนี้มีปัญหาด้านราคาที่ผันผวน แต่หลายปีที่ผ่านมามีเกษตรกรปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้อย่างมีคุณภาพ จนทำให้มีกลุ่มธุรกิจสนใจรับซื้อเพื่อส่งออกไปขายต่างประเทศ อย่าง จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศในกลุ่ม อียู ขณะเดียวกัน ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจหันมาบริโภคมะพร้าวน้ำหอม เนื่องจากทราบว่าเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จังหวัดราชบุรี เป็นอีกแหล่งที่ชาวบ้านสนใจปลูกมะพร้าวน้ำหอมกันมากขึ้น ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะความได้เปรียบทางด้านต้นทุนทางธรรมชาติหลายอย่าง อีกทั้งความสามารถจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พยายามพัฒนาคุณภาพเน้นการปลูกแบบอินทรีย์ จนทำให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีมีรสชาติหวาน หอม ปลอดภัย เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศอย่างมาก แล้วยังสร้างรายได้ที่ดีให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกกันทั่วหน้า แม้มะพร้าวน้ำหอมจากราชบุรีจะมีคุณภาพดีเยี่ยมเพียงใด แต่ถ้าขาดการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์อยู่เสมออย่างต่อเนื่องแล้ว โอกาสที่จะทำให้คุณภาพลดลงก็อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ ผศ.ประสงค์ ทองยงค์ นับเป็นบุคคลท่านหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่
ไก่พื้นเมือง เป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย มีความต้านทานโรคสูง หากผู้ที่เลี้ยงได้ทำการศึกษาถึงอุปนิสัยและวิธีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองให้ถ่องแท้ การเลี้ยงไก่พื้นเมืองก็จะไม่ใช่เรื่องยาก เพราะหาอาหารกินเองได้ โดยเฉพาะแมลง ไก่พื้นเมืองก็กินได้ จึงทำให้สามารถปล่อยเลี้ยงแบบธรรมชาติได้ ในเรื่องของการตลาดนั้นผู้บริโภคยังมีความต้องการ เพราะเนื้อไก่พื้นเมืองมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อนำมาประกอบอาหารมีความอร่อย แต่เมื่อเทียบจำนวนผู้เลี้ยงเพื่อจำหน่ายแล้ว ยังถือว่ามีอยู่จำนวนน้อยและตลาดยังมีความต้องการ จึงทำให้ราคาจำหน่ายของไก่พื้นเมืองมีราคาที่ดีตามไปด้วย ผู้ใหญ่ณรงค์ กิ่งแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 14 ตำบลซับสนุ่น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นอาชีพเสริม โดยที่การเลี้ยงไม่ได้ลงทุนอะไรมาก จึงทำให้การจำหน่ายมีกำไรและสามารถมีรายได้ใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี ผู้ใหญ่ณรงค์ กิ่งแก้ว อาชีพหลักเลี้ยงโคนม เลี้ยงไก่พื้นเมืองเสริมรายได้ ผู้ใหญ่ณรงค์ เล่าให้ฟังว่า มีโอกาสได้มาอยู่ในจังหวัดสระบุรี เพราะเมื่อประมาณปี 2530 ทางรัฐบาลได้เปิดรับสมัครนักศึกษาที่จบทางด้านการเกษต
นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่คนหนุ่ม-สาว หันมาสนใจทำเกษตรกรรม ด้วยการนำความรู้ด้านบริหาร เทคโนโลยี รวมถึงแนวคิดการตลาดมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้กิจกรรมการเกษตรเกิดความก้าวหน้าทันยุคสมัย เสมือนหนึ่งเป็นฟันเฟืองรุ่นใหม่ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพการเกษตรของประเทศให้รุ่งโรจน์ในอนาคต จนได้รับการขนานนามว่า Young Smart Farmer ปัจจุบันนโยบายภาครัฐให้การสนับสนุนและส่งเสริมการก้าวเข้ามาเป็น Young Smart Farmer ของคนรุ่นใหม่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีกระบวนการคัดเลือกเกษตรกรรุ่นใหม่ของแต่ละจังหวัด เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายในทุกระดับของจังหวัด แล้วขยายผลไปทั่วประเทศ ภายใต้หลักคิด Young Smart Farmer เป็นผู้นำทางการเกษตรสมัยใหม่ พึ่งพาตนเองได้และเป็นที่พึ่งแก่เพื่อนเกษตรกร คุณกรวิชญ์ มาระเสนา คุณกรวิชญ์ มาระเสนา หรือ คุณหมู เป็นอีกหนึ่งของ Young Smart Farmer จังหวัดสงขลา ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ขณะเดียวกัน ยังได้ใช้ความรู้ ความมีทักษะ ถ่ายทอดให้แก่เพื่อนสมาชิกเพื่อเป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจต่อความมุ่งหวังกิจกรรมเกษตรของแต่ละคน แต่กว่าชายผู้นี้จะก้าวมาสู่แถวหน้าของ Young Smart Farmer เขากลับต้องพ
