Inspiration
“คอนเทนต์ของผมทำให้คนกล้าเข้าครัวมากขึ้น ผู้ติดตามรู้สึกง่ายและสนุกมากขึ้นเมื่อเข้าครัว ถือว่าเราได้สร้างทั้งความสุขและแรงบันดาลใจให้ผู้คน” นี่คือคำตอบของคำถามที่ว่า เชฟเคน-ปรัตถกร เตชะธรรมนุกูล แห่งช่องติ๊กต๊อก paratt_ คิดว่าอะไรที่ทำให้เขาเป็น 1 ใน 3 อินฟลูเอนเซอร์ด้านอาหารที่ได้รับรางวัล Best Foodie Influencer Award จากงาน Thailand Influencer Awards 2025 และกับรางวัลล่าสุด Food Creator of the Year จากงาน TikTok Awards เชฟเคน นับเป็นอินฟลูเอนเซอร์หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านอาหารที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงการนี้แค่ไม่นาน เพราะเขาเพิ่งปักหลักเป็นอินฟลูเอนเซอร์หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยดุสิตธานี สาขาศิลปะการประกอบอาหารอย่างมืออาชีพ (หลักสูตรนานาชาติ) เมื่อ 3 ปีก่อนเท่านั้น แต่แค่ไม่กี่ขวบปีเขามียอดผู้ติดตามมากกว่า 440,000 คน แถมยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติดังเอ่ยมาข้างต้นด้วย เชฟเคน ย้อนให้ฟังว่า อันที่จริงเขาไม่เคยคิดจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์มาก่อนเลย แต่ก็จับพลัดจับผลูได้ยึดอินฟลูเอนเซอร์เป็น “อาชีพ” โดยไม่ได้ตั้งใจ “ตอนผมเรียนจบจากวิทยาลัยดุสิตธานี ใหม่ๆ เคยไปทำงานร้านอาหารแ
“โมเน่ใช้ทู้กกกวัน” “ไอเลิฟ มาย จ็อบ” วลีสุดน่ารักของ “น้องโมเน่” เสาหลักของบ้านวัย 2 ขวบ ที่กำลังเป็นไวรัลบนโลกโซเชียล เมื่อเด็กน้อยสวมบทบาทเป็นแม่ค้าตัวจิ๋ว ช่วยคุณแม่ไลฟ์สดขายของบนติ๊กต็อก ช่อง may.primaya เมพรีมายา☀️🌙 (ช่องจริง) ด้วยความช่างพูดช่างจา “1 เดอร์ 5 เดอร์ 8 เดอร์” หรือตอนที่ร้องไห้อยากได้บ้าน 5 หลัง ประกอบกับความน่ารัก ปากนิด จมูกหน่อย กับผมหน้าม้าเต่อ จึงทำให้เหล่าพี่ๆ ตกหลุมรักกันทั้งโซเชียล วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พาทุกคนไปรู้จักกับ “น้องโมเน่-พชรมน สรรเสริญ” วัย 2 ขวบ แฝดพี่ของ “น้องโซล” ลูกของ “เม-พิชญ์นรี ตันติวิทย์” หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ “เม พรีมายา” เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และธุรกิจเกี่ยวกับความงาม ความไวรัลของโมเน่ ถ้าพูดถึงความไวรัลล่าสุดของโมเน่ คงจะเป็นตอนร้องไห้ น้ำหูน้ำตาไหล เพราะอยากได้บ้าน 5 หลัง จากการถามแม่ว่า “บ้านหลังนี้เป็นของใคร” แล้วพบว่า หลังจากเกิดมาได้ 2 ขวบ ตนเองไม่มีบ้าน เพราะเป็นบ้านของแม่ ด้วยความใสซื่อนี้ ทำให้พี่ๆ ในไลฟ์ต่างพากันเอ็นดู และหัวเราะให้กับความน่ารักของสาวน้อยคนนี้ หรือก่อนหน้านี้ ที่โมเน่ร้อง
จากปรากฏการณ์ไลฟ์ของ เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ ที่ทำสถิติผู้เข้าชมไลฟ์ในเวลาเดียวกันสูงสุด 1.2 ล้านวิว ย้ำให้เห็นว่า แพลตฟอร์ม TikTok Shop สามารถส่งเสริมแบรนด์ไทยให้เกิดและเติบโตได้อย่างเห็นผล เจนนี่ กล่าวถึงแรงจูงใจในการทำไลฟ์สตรีมขายของครั้งนี้ว่า “มองเห็นโอกาสที่จะช่วยสนับสนุนสินค้าไทยและช่วยธุรกิจรายย่อยไทยให้ได้รับการมองเห็น มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มของตัวเองเชื่อมโยงผู้ติดตามเข้ากับแบรนด์ไทยดีๆ ส่วนเคล็ดลับสำหรับครีเอเตอร์นายหน้าที่อยากประสบความสำเร็จคือ ต้องจริงใจ เป็นตัวของตัวเอง รู้จักสินค้าตัวเองอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญ ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ความเชื่อใจจากคอมมูนิตี้จะมาจากจุดนี้” โดยไลฟ์ของเจนนี่ สามารถสร้างยอดขายให้ธุรกิจกว่า 270 แบรนด์ อาทิ Kathy Cosmetics, BioActive+, Madame Fin, LYO, Cho Cosmetics, CHAME’ Thailand, Whitelab Essentials, Sureeporn Cosmetics, Taokaenoi, บีลีฟ เนเชอรัล, Yerpall Thailand, RAD Cosmetics, KACHA BRAND, PROMTHONG, Manyrarebkk และ Cicelle แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของครีเอเตอร์และคนดังสามารถส่งเสริม
“นกหวีดพารอด – PAROD Whistle” ไอเดียเจ๋งๆ นี้มาจาก Qualy ผู้ออกแบบ “นกหวีดพารอด – PAROD Whistle” ที่ไม่ใช่แค่เครื่องส่งเสียง แต่คือสัญลักษณ์แห่งความรอด และพลังแห่งศรัทธา โดยทางเพจ Qualy ได้อธิบายรายละเอียดไว้อย่างน่าสนใจว่า นกหวีดพารอด ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “พระรอด” ซึ่งเป็นพระเครื่อง 1 ใน 5 ของชุดเบญจภาคีที่มีอายุเก่าแก่ มีความเชื่อเรื่องพุทธคุณแคล้วคลาด คงกระพัน จนถูกขนานนามว่า “พระเครื่องสายเหนียว” สู่การดีไซน์ “นกหวีดพารอด” เครื่องรางแห่งความรอดปลอดภัย ที่มาพร้อมเสียงเตือนภัย และแรงศรัทธาแห่งความยั่งยืน โดยออกแบบด้วยเทคนิคให้ด้านหน้าเป็น “พระเครื่อง” สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคู่คนไทย ด้านหลังออกแบบให้เป็น “นกหวีด” เครื่องส่งสัญญาณเตือนภัยและขอความช่วยเหลือจากภัยอันตราย ทั้งภัยจากธรรมชาติ และภัยร้ายใกล้ตัว พร้อมออกแบบ Typography Design คำว่า “ROD = รอด” ที่สามารถอ่านได้ทั้ง 2 ภาษาในคำเดียว เรียกว่าเป็นกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยเพิ่มความเหนียวไปอีกหนึ่งสเต็ป และเมื่อถอดรหัสความหมายที่แฝงอยู่ในคำว่า PAROD จะสามารถนิยามได้ว่า P = Portable, A = Awareness, R = Res
MizuMi (มิซึมิ) แบรนด์สกินแคร์ของคนไทย เดินหน้ารุกตลาดทรีตเมนต์แผ่นบำรุงผิวหน้า (Facial Sheet Treatment) เต็มรูปแบบ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย แผ่นมาสก์บำรุงผิวหน้า (Mask Sheet) และ โทนเนอร์แพด (Toner Pad) ชูจุดเด่นนวัตกรรมความงามตอบโจทย์ทุกสภาพผิว พร้อมจัดงานเปิดตัว “พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ถ่ายทอดภาพลักษณ์ผิวสดใสและดูสุขภาพดี ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างตรงใจ โดยมีคุณวริษฐา สืบพันธ์วงษ์ CEO and Founder และคุณกนกวรรณ กอปรกีรติพงศ์ Co-Founder มาร่วมงาน คุณวริษฐา สืบพันธ์วงษ์ CEO and Founder แบรนด์ MizuMi (มิซึมิ) เผยว่า “ตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้ายังคงเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด การมาสก์หน้าได้กลายเป็นหนึ่งในขั้นตอนการบำรุงผิวที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของผู้บริโภคไทย อีกทั้งมาสก์ชีตก็เป็นสินค้าที่ลูกค้า MizuMi (มิซึมิ) เฝ้ารอและสอบถามกันมาตลอด ทางแบรนด์จึงเปิดตัว สินค้าตัวแรกด้วย MizuMi CICAFuse™ Calming Mask แผ่นมาสก์บำรุงผิวหน้าที่มาพร้อมกับนวัตกรรม CICAFuse™ Technology ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ MizuMi และ MizuMi Sk
“เป้าหมายของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ไม่ใช่โฟกัสเรื่องสินค้าจีนในไทย แต่คือการเปิดทางให้สินค้าไทยได้ก้าวออกไปสู่ตลาดโลก ผ่านระบบนิเวศที่คนไทยสร้างขึ้น เพื่อสนับสนุนคนไทยอย่างแท้จริง” ทิศทางใหม่นี้สะท้อนความตั้งใจในการขยายขอบเขตของคุณคมสันต์ ลี จากการเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ในประเทศ ไปสู่การเป็นแรงผลักดันให้แบรนด์ และผู้ประกอบการไทยมีเวทีในระดับสากล โดยใช้ศักยภาพของ Flash และเครือข่ายธุรกิจใน Ecosystem เดียวกัน เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก คุณคมสันต์ กล่าวว่า ไม่ได้ต้องการสร้างแพลตฟอร์มค้าปลีกเพื่อขายของจีน แต่สร้างขึ้นเพื่อให้แบรนด์ไทยได้ไปต่อ แพลตฟอร์มนี้จะเป็นเวทีของสินค้าคนไทย แบรนด์ไทย ที่อยากเติบโตในเวทีโลก ส่งออกแบรนด์และแนวคิดไทย ผ่าน Ecosystem ที่คนไทยสร้างเอง ธุรกิจใหม่ที่กำลังพัฒนานั้นจะใช้ Ecosystem ที่สร้างจาก Flash Express และพันธมิตรในสายโลจิสติกส์ไทยเป็นฐานหลัก พร้อมต่อยอดด้วยธุรกิจ Mad Unicorn ที่จะช่วยสร้างเครื่องมือและเทคโนโลยีสนับสนุนแบรนด์ไทยในการแข่งขันระดับสากล หากย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของ Flash Express จะเห็นได้ชัดว่า ผู้ก่อตั้งอย่างคุณคมสันต์ ลี และ Co-founder ไ
เมื่อเร็วๆ นี้ มีการแข่งขัน Thailand’s International Culinary Cup 2025 (TICC) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นเวทีประชันฝีมือเชฟที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุดของประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจากสมาคมเชฟประเทศไทย ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ โดยครั้งนี้ นักศึกษาจากสาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เข้าร่วมแสดงฝีมือ และสามารถคว้า 2 รางวัลเหรียญทองแดง จากการแข่งขัน สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และศักยภาพของเชฟรุ่นใหม่ในการผลักดันอาหารไทยและนานาชาติสู่เวทีโลก นายเป็นต่อ สมยาภักดี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สามารถสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้ารางวัล เหรียญทองแดง ในประเภท Duck Main Course : Individual ผลงานของเขา คือ “Duck n’ Rice” เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากข้าวหน้าเป็ดอาหารไทยคุ้นเคย แต่ถูกยกระดับด้วยเทคนิคการปรุงที่ประณีตและการจัดวางร่วมสมัย ทำให้ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมแต่เพิ่มมิติแห่งความน่าสนใจ สะท้อนการผสมผสานวัฒนธรรมอาหารตะวันตกและไทยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับรางวัลครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจ แต
เรียกได้ว่าแฟชั่นในปัจจุบันมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมากมายหลายแบบ ไม่ได้มีแค่หุ่นตามบิวตี้สแตนดาร์ดหรือค่านิยมอีกต่อไป แต่ยังมีแฟชั่นสำหรับสาวพลัสไซซ์ ที่โดดเด่นทั้งสไตล์ และขนาดที่มีหลากหลายกว่าเมื่อก่อน จากรายงานของ Future Market Insight คาดการณ์ว่า ตลาดเสื้อผ้าพลัสไซซ์จะมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2025 ถึง 2035 โดยในปี 2025 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 319,821 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2035 มีโอกาสแตะ 583,451 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ ได้แก่ เทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนไว บวกกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีในเรื่องของการที่โลกยุคนี้มีการยอมรับตัวตนที่หลากหลายมากขึ้น เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป ยกตัวอย่าง วัฒนธรรมการแต่งกายในประเทศจีน ที่จะมีความกดดันในเรื่องของขนาดร่างกาย ที่สะท้อนออกมาให้เห็นผ่าน ‘ขนาดของเสื้อผ้า’ โดยคุณหลี่ เล่าให้ Jing Daily ฟังว่า ในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างกลางๆ แต่ต้องใส่เสื้อผ้าไซซ์ 3XL-5XL นั่นก็เพราะว่าไซซ์เสื้อผ้าที่จีนมีขนาดเล็กมาก “ลองนึกดูสิว่าไซซ์ S จะมีขนาดเล็กแค่ไหน” เพราะคนจีนถูกปลูกฝังให้ไม่อยากใส่เสื
หลายๆ คนอาจจะมองภาพนักการเมืองว่าต้องแต่งตัวเนี้ยบ ทานอาหารในโรงแรมหรู หรือดูเข้าถึงยาก แต่สำหรับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หรือที่หลายคนเรียกติดปากกันในชื่อ “เสี่ยหนู” นายกรัฐมนตรีคนล่าสุด กลับมีสไตล์การกินที่เข้าถึงง่าย ไม่ต่างจากคนทั่วไป ไม่ติดหรูหรา แต่ติดใจในความ “หรอย” (อร่อย) มากกว่า โดยเขามักจะแชร์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อว่า Anutin Charnvirakul และโพสต์คอนเทนต์ร้านอาหารที่ชอบไปทาน ทั้งร้านดัง ร้านท้องถิ่น ร้านเก่าแก่ในตำนาน หรือแม้แต่ร้านเล็กๆ ข้างทาง เสี่ยหนูก็แวะลิ้มรสมาแล้ว และสิ่งที่ทำให้เป็นซิกเนเจอร์ คือทุกครั้งที่โพสต์รูปอาหารบนเฟซบุ๊ก เขามักจะปิดท้ายด้วยแฮชแท็กประจำตัว #เสี่ยหนูเมนูอร่อย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเขาไปแล้ว วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปตามรอยร้านเด็ดที่การันตีความอร่อยโดยเสี่ยหนู เริ่มกันที่ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ร้านเฮียตง หน้าวัดไตรมิตรฯ หนึ่งในร้านโปรดของเสี่ยหนู เป็นบรรยากาศร้านอาหารสตรีตฟู้ด ขึ้นชื่อเรื่องลูกชิ้นปลาเหนียวนุ่ม น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม โดยเสี่ยหนูได้มีการพาหวานใจกับเหล่าข้าราชการที่สนิทไปนั่งทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ที่ต
ไม่กี่วันที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง X และ TikTok ต่างพากันพูดถึง #น้ำหอมน้องอินจุน จนกลายเป็นกระแสไวรัลที่ทำให้แบรนด์น้ำหอม Janua กลายเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ จากน้ำหอมแบรนด์ไทยเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากขายออนไลน์ วันนี้ “Janua” (แจนยัวร์) เติบโตขึ้น และกลายเป็นน้ำหอมแบรนด์ไทยที่ใครๆ ต่างพูดถึง และล่าสุดกับไวรัลระดับโลก ด้วยการทักแฟนคลับเพียงประโยคเดียวของ เหรินจวิ้น NCT DREAM ว่า “ใช้น้ำหอมของอะไร หอมมาก” ซึ่งเมื่อบอกราคาไปแล้วถึงกับอึ้ง เพราะราคาไม่ถึงหมื่นวอน (ราคาประมาณ 199 บาท) หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เกิดเทรนด์ในทวิตขึ้น #น้ำหอมน้องอินจุน จนทำให้เจ้าของแบรนด์ได้ออกมาอัปเดตว่า สินค้าหมดจนต้องปิดตะกร้า! เหตุการณ์นี้เรียกได้ว่าเป็นเพราะพลังซัพพอร์ตของเหล่าแฟนคลับที่ทำให้เกิดอิมแพกต์ความแมสนี้ ล่าสุด ทางแบรนด์ได้มีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ร่วมงานกับศิลปินระดับ Global นั่นคือ “น้องอินจุน NCT DREAM” และสร้างปรากฏการณ์ไวรัล RENJUN’S SCENT #JANUAxRENJUN จนขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของโลก กวาดยอดขายไปกว่า 11 ล้านบาทภายในไม่กี่ช
