SMEs
เทรนด์นี้ กำลังมาแรง เพื่อนเช่า ครอบครัวหลอกๆ ไปยัน บัดดี้ร่วมเตียง ธุรกิจ “เพื่อนเช่า” เกิดขึ้นมานานแล้วในหลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น แต่ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในจีน ท่ามกลางความกดดันและโดดเดี่ยวในสังคมเมือง แถมคนจีนก็ตกงานมากขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดี งานนี้จึงช่วยตอบโจทย์เรื่องรายได้ “ไชน่าเดลี” ระบุว่า ธุรกิจรับจ้างเป็นเพื่อนหรือญาติคึกคักมากในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงเวลารวมญาติครั้งสำคัญ แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง “เซี่ยนหยู” (Xianyu) เต็มไปด้วยบริการให้เช่าแบบหลากหลาย ตั้งแต่เพื่อนเจ้าสาว ไปจนถึงแฟนหลอกๆ แม้แต่รับบทพ่อ แม่ หรือครู สำหรับบริการรับจ้างเป็นแฟนจะครอบคลุมกิจกรรมทั่วไป อาทิ ช้อปปิ้ง กินข้าวนอกบ้าน ดูภาพยนตร์ และบางรายอาจต้องไปแสดงตัวต่อหน้าครอบครัวของลูกค้าเพื่อลดแรงกดดันจากความคาดหวังที่พ่อแม่อยากให้ลูกมีแฟนหรือแต่งงาน ค่าตอบแทนของบริการเพื่อนเช่าก็มีความหลากหลายขึ้นกับสถานการณ์ โดยจะมีการจ่ายเงินมัดจำก่อน และรับเงินส่วนที่เหลือเมื่องานจบ หญิงสาวรายหนึ่งในมณฑลเจียงซูที่ทำงานพาร์ตไทม์เป็นแฟนเช่า เล่าว่า เธอประกาศหางานผ่านช่องทางออนไลน์ โดยรับเงินขวัญถุงจากค
เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่น 4 ขา ชาลี กับ ข้าวตู ผู้มาปลอบประโลม เยียวยาหัวใจ คุณต่าย-วิจิตรา โรจนประดิษฐ เป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชนทำธุรกิจสื่อ ชื่อว่า “ข่าวสด” และด้วยความที่มีนิสัยใจคอรักสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ เวลาว่างส่วนใหญ่จึงทุ่มเทให้กับเหล่าน้องแมว-น้องหมา มาอย่างต่อเนื่อง “หนุงหนิง คือ หมาประจำออฟฟิศ ที่สนิทกันมานาน ภารกิจประจำคือ พาขึ้นรถเช้าไปเย็นกลับบ้านกับบริษัท ช่วงที่ยังมีแรง จะตระเวนเที่ยวไปด้วยกันทุกที่ ที่ไหนมีการจัดงานน้องหมามักชอบพาไป ทำให้คนรู้จักหนุงหนิง และด้วยนิสัยที่เป็นมิตร ใจดีอ่อนโยน จึงเริ่มมีคนติดตาม หนุงหนิง กลายเป็นที่รักของพนักงานในบริษัทและเพื่อนๆ ในโลกโซเชียล นับแต่นั้น” คุณต่าย เริ่มต้นให้ฟัง ก่อนเล่าต่อ ราวปี 2558 เธอได้เปิดเพจ หมาแก่หัวใจแกร่ง เพื่อใช้เป็นพื้นที่เก็บความทรงจำทุกอย่างเกี่ยวกับ หนุงหนิง เพราะช่วงเวลานั้น หนุงหนิง อายุได้ 15 ปี แล้ว และเริ่มเจ็บป่วยเป็นโรคไต แต่สุดท้ายต้องมาเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ “การจากไปของหนุงหนิง ทำให้หลายคนเสียใจมาก ความแสนรู้และน่ารักของหนุงหนิง ทำให้หลายๆ คนจดจำและรู้จักเธอ แต่พอไม่มีหนุงหนิงแล้ว เพจหมาแก่หัวใจแกร่
คนอังกฤษ ปลูกเฟอร์นิเจอร์ ขาย! กว่าจะได้ไม่ง่าย บางงานใช้เวลานาน 11 ปี บนพื้นที่ 5 ไร่ทางตอนกลางของอังกฤษ แกวิน และ อลิซ มันโร สองสามีภรรยา กำลังช่วยกันทำให้คำว่า การทำธุรกิจแบบยั่งยืนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ก้าวไปอีกระดับ ด้วยการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ด้วยวิธีค่อยๆ “ดัดต้นไม้” จากต้น แล้วอดทนรอนานเป็นแรมปี กระทั่งต้นไม้นั้นมีรูปทรงตามต้องการ จึงตัดออกมาเพื่อวางจำหน่าย ปัจจุบัน สองสามีภรรยาคู่นี้มี “ฟาร์มเฟอร์นิเจอร์” อยู่ที่เมืองเดอร์บี้เชียร์ ที่ต้นไม้จำนวนมากกำลังเติบโต รอวันเปลี่ยนไปเป็น เก้าอี้ 250 ตัว, โคมไฟ 100 ดวง และ โต๊ะ 50 ตัว โดยเป็นวิธีผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ แกวิน และ อลิซ ต่างเห็นว่า สามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “แทนที่เราจะปลูกต้นไม้ปล่อยให้โตไปสัก 50 ปี แล้วก็ตัดต้นไม้นำมาเลื่อย มาตัดให้มีขนาดเล็กลงเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ สู้เรามาปลูกต้นไม้แล้วค่อยๆ ดัดทำให้มีรูปทรงตามที่เราต้องการเลยดีกว่า” แกวิน เล่าว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจทำให้เกิดไอเดียนี้ เริ่มจากตอนเด็กๆ เขาเคยเห็นต้นบอนไซที่มีรูปท
ภาพถ่าย อธิบายตัวตนสินค้า-บริการ บนโลกออนไลน์ สำคัญไม่แพ้การรีวิว ว่ากันว่า “ภาพหนึ่งภาพมีล้านความหมาย” เพราะภาพถ่ายไม่ได้มีไว้เพียงแค่บันทึกความทรงจำ หรือถ่ายเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ภาพถ่าย สามารถบอกเล่าหรือแชร์มุมมองที่แตกต่างของช่างภาพผู้กดชัตเตอร์ อาจารย์มาร์ค-ภานุพันธ์ กิจแสวง อาจารย์สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เล่าเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการสนใจถ่ายภาพว่า ประมาณช่วงเรียนปริญญาตรีปี 3 ช่วงนั้นลงเรียนวิชาถ่ายภาพเป็นวิชาโท ประกอบกับเริ่มสนใจจริงจังคือตอนที่โดนกดดันจากครอบครัว ด้วยความที่เราเป็นเด็กนิเทศศาสตร์ ทุกครั้งที่ไปงานหรือมีงาน จะต้องรับหน้าที่เป็นคนถ่ายภาพ ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมกับความคาดหวังว่าต้องถ่ายสวย จากจุดนั้นเอง จึงพยายามพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ ประกอบกับช่วงฝึกงาน ได้ฝึกในตำแหน่งช่างภาพให้กับ GMM Grammy จึงทำให้เรายิ่งต้องพัฒนาตนเองให้มากกว่าเดิมและต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน “งานแรกในช่วงที่เริ่มถ่ายภาพใหม่ๆ คือ งานถ่ายภาพรับปริญญาเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับตอนนั้นสนใจงานถ่าย Magazine ด้วย จึงใช้โอกาสบางจังหวะที่มีคนจ้างไปถ่ายงานรับปริญญา
ชี้ Soft Power แฟชั่น สำเร็จได้ ต้องใช้ศาสตร์ เข้าใจห่วงโซ่ อย่างถ่องแท้ เมื่อไม่นานมานี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้ง FLYNOW แบรนด์เสื้อผ้าไฮเอนด์ ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นมาหลายสิบปี เกี่ยวกับประเด็นเส้นทางการเติบโตธุรกิจของเขา โดยตอนหนึ่งของการสนทนา ได้มีการเอ่ยถึงนโยบายผลักดัน Soft Power ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่ได้บรรจุเรื่องของแฟชั่น เข้าไปด้วย “ถามว่าผมส่งกำลังใจไหม ผมส่งนะ แต่มันไม่ง่าย ถ้าคนไม่เข้าใจแฟชั่นในห่วงโซ่อย่างถ่องแท้ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำและนำไปสู่ระดับสากล ถ้าไม่เข้าใจทำยังไงก็ไม่สำเร็จ เสียเงินเปล่าๆ แต่ถ้าเข้าใจมันจะมีพลังมหาศาล เพราะทุนเดิมมีอยู่แล้ว แค่ไม่ได้ไปเจาะ ไปเจียระไน ลองไปเจาะดูสิ ลองเจียระไนดูสิ จะเห็นความงามในประเทศของเรา ที่มีแต่ Soft Power เต็มไปหมด”คุณลิ้ม เปิดหัวไว้อย่างนั้น ก่อนบอกต่อ เชื่อว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่อยากให้ประเทศไทย มี Soft Power แต่ความจริง Soft Power มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว บ้านเรามีพระอาทิตย์ มีทรายสวย ทะเลสวย มีคนที่น่ารัก มีอาหารที่อร่อย ใช้ชีวิตยังไงก็มีความสุขโดยที่ไม่ต้อ
มะนาวแพง! แจกวิธีปลูกมะนาวในโอ่ง ลดต้นทุน ดูแลง่าย บังคับออกผลเก็บขายนอกฤดูได้ “ปลูกมะนาวในโอ่ง” – ปัจจุบันนี้ หลายคนสนใจปลูกมะนาวเป็นงานอาชีพ หรือเป็นงานอดิเรกในยามว่าง โดยปลูกต้นมะนาวลงดิน บางคนนิยมปลูกต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ในวันนี้ขอนำเสนอการปลูกมะนาวในโอ่ง เป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับผู้สนใจปลูกมะนาว ข้อดีของการปลูกมะนาวในโอ่ง คือ สามารถเคลื่อนย้ายหรือยกไปปลูกที่อื่นได้ วิธีนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิต ต้นมะนาวสามารถเจริญเติบโตได้ดี ดูแลรักษาง่าย ใส่ปุ๋ยและให้น้ำเช่นเดียวกับการปลูกในวงบ่อซีเมนต์ และสามารถบังคับให้มะนาวติดดอกออกผลนอกฤดูได้ด้วย การเลือกโอ่ง การเลือกโอ่งเป็นภาชนะปลูก แนะนำให้เลือกโอ่งที่ใส่ดินปลูกได้ 5-10 ปี๊บ ด้านข้างสูงจากก้นโอ่งขึ้นมา 2-3 นิ้ว จะเจาะรูขนาด 1/2-2 นิ้ว หรือขนาดเท่ากับผลมะนาว 2-3 รู เพื่อให้เป็นช่องทางระบายน้ำ จากนั้นนำกาบมะพร้าวสับมารองก้นโอ่ง สูงประมาณ 1 ฝ่ามือ หรือสูง 4-6 นิ้ว เพื่อให้ก้นโอ่งโปร่ง จากนั้นนำดินปลูกที่มีส่วนผสมของ ดิน 1 ส่วน ใบไม้แห้ง 2 ส่วน และปุ๋ยคอกแห้ง 1/2 ส่วน ผสมคลุกเคล้ากันให้ทั่วแล้วใส่ลงในโอ่งส่วนหนึ่ง การปลูกมะนาวในโอ่ง สาม
“คนดูถูกว่าไม่นานก็เจ๊ง” ช่างท๊อป ด๊อกอาร์ท ลบคำดูถูก สู่นักตัดขนขวัญใจเจ้าตูบและเหมียว เมื่อหลายปีก่อนเรื่องราวของ ช่างท๊อป-ภาณุพงศ์ จงจิตร เจ้าของร้านตัดขนสัตว์ “บ้านช่างท๊อป ด็อกอาร์ท” ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นไวรัลมากๆ บนโลกโซเชียล จากการที่เขาอัปโหลดวิดีโอด้วยภาษาใต้ พร้อมแคปชัน “ห้ามแหลงคําว่าอาบน้ำ #น้องลูกจัน” ซึ่งเป็นคลิปของ “น้องลูกจัน” แมวสายพันธุ์เปอร์เซียที่ดูเหมือนว่าจะเกลียดการอาบน้ำเข้าไส้ และแสดงอาการขู่ฟ่อใส่ช่างท๊อปทุกครั้งที่พูดว่าอาบน้ำ จนเป็นที่ชอบใจปนเอ็นดูของชาวเน็ต มียอดเข้าชมเกือบ 3 ล้านวิว และมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา “รู้สึกตกใจที่มีคนดูและแชร์มากขนาดนั้น เพราะจริงๆ แล้ว ผมอัดคลิปเพียงเพราะอยากให้ลูกค้าเห็นว่าสัตว์เลี้ยงของเขามีพฤติกรรมยังไงตอนอยู่กับช่าง เนื่องจากส่วนใหญ่เวลาลูกค้าเอาหมาหรือแมวมาอาบน้ำตัดขนที่นี่ ก็มักจะบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเขาเรียบร้อย เลี้ยงง่าย” ช่างท๊อป กล่าว ก่อนเล่าต่อถึงที่มาของ อาชีพรับตัดขนสุนัขและแมว เริ่มต้นเมื่อปี 2547 ตนขึ้นไปเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่กรุงเทพฯ ตอนนั้นไม่มีเงินจึงไปสมัครงานพิเศษ จนได้
ฮิโรชิมา แหล่งกำเนิด มาสด้า ข้าวเกรียบกุ้งคาลบี้ เสื้อผ้ายูนิโคล่ และ ร้านไดโซะ ฮิโรชิมา เป็นเมืองหนึ่งอยู่เกือบปลายสุดของเกาะฮอนชู เกาะใหญ่สุดของญี่ปุ่น เกาะเดียวกันกับที่เมืองหลวงคือโตเกียวตั้งอยู่ แต่ไกลกันมาก ฮิโรชิมาอยู่ปลายสุด ลงใต้ไปอีกหน่อยก็เป็นเมืองฟูกูโอกะแหล่งเกษตรกรรมธรรมชาติที่สำคัญของญี่ปุ่น ฮิโรชิมา เป็นเมืองในใจตลอดกาลของฉัน หลงรักตั้งแต่ไปครั้งแรกเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ชอบที่มีรถรางวิ่งผ่านเมือง เหมือนซานฟรานซิสโก เป็นรถรางเก่าแก่วิ่งมาแต่เก่าก่อน แต่เขารักษาสภาพไว้ดีมาก และยังใช้กันเป็นปกติ แม้ว่าคนใช้จะเป็นนักท่องเที่ยวเสียส่วนใหญ่ เพราะคนทำมาหากินทั่วไปก็หันไปใช้รถไฟใต้ดิน หรือการสัญจรวิธีอื่น ฮิโรชิมา เป็นเมืองสวย เป็นเมืองชายทะเลที่ไม่หนาวเกินไป อากาศดีตลอดปี น้ำทะเลด้านนี้ซึ่งเป็นช่องแคบคั่นระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้แถวเมืองปูซาน ก็สงบกว่าอีกด้านที่ติดทะเลลึก แต่คนทั้งโลกไม่ค่อยรู้จักฮิโรชิมาในแง่นี้ กลับรู้จักเพียงว่าเป็นเมืองที่เคยถูกระเบิดนิวเคลียร์หย่อนใส่เมื่อ 74 ปีก่อน ก่อนที่อีกไม่กี่วันต่อมาก็หย่อนใส่เมืองนางาซากิ ผู้คนล้มตายนับแสน และทำให้ญี่ปุ่นยอมแพ้สงคร
เทคนิค บีบมะนาว ช่วยร้านอาหาร ประหยัดต้นทุนได้ เดือนเป็นพัน จริงดิ!?! “การเดินทางของมะนาว” ผมมักยกมาเป็นตัวอย่างประจำในการอบรมหรือบรรยายให้คนทำร้านอาหารเห็นความสำคัญของการเป็น “ร้านอาหารสีเขียว” คือ ร้านอาหารที่มีการปฏิบัติเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมไปถึงการปฏิบัติต่อผู้คน พนักงาน ลูกค้า ชุมชน เรื่องของพลังงาน น้ำ การประกอบอาหาร การใช้วัตถุดิบ การลดขยะ การกำจัดมลพิษ และอีกหลายๆ เรื่องข้อย่อยยุบยิบ แต่พอเอ่ยเรื่องนี้กับใครมักไม่ค่อยเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ดูไกลตัว ใครๆ ก็ใช้ถุงพลาสติก เทเศษอาหารลงขยะ เทน้ำล้างจานลงท่อ ผมเลยคิดหาวิธียกตัวอย่างว่า ถ้าคุณทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อสิ่งแวดล้อม มันไม่ได้ดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่ยังดีทั้งต่อคนอื่น ต่อตัวคุณเอง ต่อร้านอาหาร และที่สำคัญ เพิ่มพูนผลกำไรให้ด้วย เลยมาได้เรื่องของ “มะนาว” คำถามแรกที่ผมถามคนเข้าอบรมทุกคนคือ “ปกติคุณหั่นมะนาวเพื่อบีบเอาน้ำมะนาว คุณหั่นยังไง” ถ้าคนที่บ้านหลายคน อาจจะผ่าครึ่งลูกตามขวาง แล้วบีบเอาน้ำออก กรองเมล็ดโดยใช้นิ้วมือ (อย่าลืมล้างมือก่อน) ช้อน หรือที่บีบน้ำมะนาวก็ตามแต่ ซึ่งเป็นวิธีที่ดี ได้น้ำมะนาวเต็มเม็ดเต็มหน่ว
ไทบ้านต้องรู้! ก่อนเปิดร้านลาบที่ญี่ปุ่น มีร้านส้มตำเด้อ ส้มตำไทยระดับอินเตอร์ เปิดอยู่ก่อนแล้ว จากวลี “พ่อครับ…ผมว่าจะเปิดร้านลาบอยู่ญี่ปุ่น” ที่ผู้กำกับหนังชื่อดัง ต้องเต-ธิติ ศรีนวลได้ฝากไว้ในภาพยนตร์สัปเหร่อ นำมาสู่โปรเจ็กต์ใหม่หมาดๆ ที่หลายคนตั้งตารอ ไทบ้านเดอะซีรีส์ 3 ซึ่งหากมองในมุมธุรกิจ วลีดังกล่าวอาจไม่ใช่แค่บทพูดของนักแสดง แต่การไปเปิดร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นนั้นมีผู้ประกอบการไทยบุกเบิกมาก่อนแล้ว นั่นคือ “ร้านส้มตำเด้อ” ร้านอาหารอีสานระดับอินเตอร์ที่เริ่มต้นจากประเทศไทย สู่การขยายสาขาในเมืองใหญ่ในต่างประเทศ ร้านส้มตำเด้อ ไม่ได้ประสบความสำเร็จแค่ในไทย เพราะหลังจากเปิดร้านที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2555 คุณธนฤกษ์ เหล่าเราวิโรจน์ เจ้าของร้าน ได้พาอาหารอีสานรสแซ่บบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปปักหมุดไกลถึงกรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2557 และได้รับมิชลินสตาร์ 1 ดาว ในปี 2559 ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับร้านอาหารที่จะได้รับมิชลินสตาร์ ตราสัญลักษณ์ที่แสดงถึงคุณภาพมาตรฐานจากการจัดอันดับของมิชลิน ไกด์ ต่อมาในปี 2560 เจ้าของร้านส้มตำเด้อได้บินไปเปิดสาขาที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และกรุงโตเก
