SMEs
ไดรฟ์ทรู รับวัคซีนโควิด กลางสนามเบสบอล คนไทยในแอลเอ แชร์ประสบการณ์ เมื่อวันก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าการรับวัคซีนของพลเมืองสหรัฐอเมริกา โดยคุณวิคกี้ ให้ข้อมูลว่า ครอบครัวของเธอทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ เป็นคนไทยที่ย้ายครอบครัวมาลงหลักปักฐานที่เมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย จนได้เป็นพลเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา นานแล้ว แต่ยังมีความผูกพันกับเมืองไทย ที่ผ่านมาต้องบินกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดแทบทุกปี คุณวิคกี้ เล่าต่อ ช่วงเวลานี้ เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สิ่งที่หลายคนเฝ้ารอคอยอยู่ อาจจะเป็นวัคซีน ที่หลายประเทศเริ่มมีการฉีดกันแล้ว แต่ทราบว่าที่เมืองไทย ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน เลยอยากแชร์ประสบการณ์ การรับวัคซีนโควิด-19 ที่แอลเอ ให้คนไทยที่เมืองไทยได้ทราบ เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย “พลเมืองสหรัฐ ที่มีสิทธิได้รับวัคซีนโควิดก่อน ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา คนที่มีโรคประจำตัวซึ่งมีความเสี่ยงสูง อย่าง เบาหวาน ความดัน และบุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หากใครเข้าเกณฑ์ ให้ทำการนัดหมายผ่านช่องทางออนไลน์กับหน่วยงานของรัฐ หรืออาจจะโทรศัพท์ติดต่อก็ได
ซื้อขายกันหลักล้านมีจริง! นักจัดสวน เปรียบต้นไม้คือแฟชั่น อีก 3 ปี เทรนด์ยังไม่ตก หากใครที่ชื่นชอบธรรมชาติ แต่ไม่อยากเดินทางไกล ลองแวะมา อ.สามพราน จ.นครปฐม กันดูสักนิด ใช้เวลาขับรถไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เปิดกูเกิ้ลแมพ แล้วปักหมุด Little tree garden (ลิตเติ้ลทรี การ์เด้น) คุณจะได้พบกับโลกใบใหม่ เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์ ทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ ปลูกเรียงรายอยู่ทั่วพื้นที่ เรานัดแนะพูดคุยกับ คุณวิทย์-ศิริวิทย์ ริ้วบํารุง ชายวันกลางคน รูปร่างสันทัด เจ้าของ ลิตเติ้ลทรี การ์เด้น ในอีกมุมหนึ่ง เขาคือนักจัดสวน ที่ไม่ได้เรียนจบด้านการจัดสวน แต่มีใจรักต้นไม้มาตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่า ต้นไม้อยู่ใน DNA “ผมเรียนจบนิเทศศาสตร์ มีใจรักต้นไม้มาตั้งแต่เด็ก เพราะโตมากับสวนกล้วยไม้ และซึมซับมาจากครอบครัวที่ชื่นชอบต้นไม้ ถ้าไปบ้านญาติ หรือไปไหน เจอต้นไม้แปลกๆ ก็จะซื้อมาเลี้ยงไว้ กลายเป็นว่าสะสมต้นไม้มาตั้งแต่เล็กแต่น้อยโดยไม่รู้ตัว” คุณวิทย์ เล่า เมื่อ 20 ปีก่อน หลังพี่สาวเรียนจบจากต่างประเทศ ตกลงว่าจะสร้างโรงเรียนสอนภาษาและศิลปะ เขาจึงรับหน้าที่ตกแต่ง และจัดสวน ให้สมบูรณ์แบบขึ้น เพราะต้นไม้ถูกปลูกมานา
วิถีแคมป์ สวนกระแสโควิด ผู้ประกอบการ ชี้ ลูกค้าสนใจ แต่รอคุมได้ชัวร์ค่อยเปิดบริการ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดำเนินลากยาวมาเป็นปี และก็ไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ ทำให้แทบทุกคนต้องล็อกตัวเองกักตัวอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม นานวันคนยิ่งโหยหา อยากออกไปท่องโลกภายนอกมากขึ้น เหตุนี้เองที่ทำให้กระแสแคมปิ้งกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณใหญ่-เชาวลิต องค์สรณะคมกุล เจ้าของธุรกิจที่พักในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ถึงกระแสการออกมาแคมปิ้งของคนในช่วงนี้ เขาเล่าว่า ธุรกิจ บ้านน้าตรี สวนผึ้ง เป็นธุรกิจให้บริการที่พักและลานกางเต็นท์ เปิดทำการแบบเต็มรูปแบบมาได้ 2 ปี “จริงๆ ของเราให้บริการที่พักครับ ลานกางเต็นท์เป็นผลพลอยได้จากการปรับพื้นที่มากกว่า ทำให้ลานเรามีไม่เยอะเหมือนเจ้าอื่นๆ มันก็อยู่ที่ความพอใจของลูกค้าว่าอยากใช้บริการที่ไหน พอใจกับคุณภาพของที่ไหน” คุณใหญ่ ให้ข้อมูลต่อว่า ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีลูกค้าให้ความสนใจและเข้ามาใช้บริการทั้งที่พักและลานกางเต็นท์เรื่อยๆ ไม่ถึงกับเงียบเหงา แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิดเกิดขึ้น ทางที่พักจึง
เปิดประวัติ โรงเรียนวัดห้วยหมู (อมรธรรมรัตราษฎร์บำรุง) สถานที่ขึ้นชื่อเรื่องดูแลเด็กพิเศษ เมืองโอ่งมังกร เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ หรือเรียกสั้นๆ ว่า เด็กพิเศษ หมายถึงเด็กที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ และการเข้าสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพของตนเอง ซึ่งการดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ จะทำตามลักษณะความจำเป็น และความต้องการของเด็กเป็นรายบุคคล ในจังหวัดราชบุรี โรงเรียนวัดห้วยหมู (อมรธรรมรัตราษฎร์บำรุง) ถือเป็นโรงเรียนที่ขึ้นชื่อเรื่องการดูแลเด็กพิเศษเป็นอย่างมาก และเป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรวมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยมี คุณจิราพร หลายพูนสวัสดิ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนรุ่นที่ 3 ในการบริหารงาน และเล่าที่มาที่ไปของโรงเรียนดูแลเด็กพิเศษแห่งนี้ให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า โรงเรียนแห่งนี้ เปิดการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2500 โดยจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันมีนักเรียนชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนทั้งสิ้น 291 คน โรงเรียนได้ให้ความสำคัญของการจัดการศึกษาสำ
ญี่ปุ่นทำ Pajamas Suit ชุดทำงานใส่สบายเหมือนชุดนอน สนองนี้ด คนทำงานที่บ้าน ทุกวิกฤต ทำให้เกิดไอเดีย ความคิดใหม่ๆ ออกมาเสมอ ยิ่งวิกฤตครั้งใหญ่ของโลกอย่าง วิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มีผู้คนคิดค้นไอเดียการทำธุรกิจใหม่ๆ ผุดขึ้นมามากมาย เพื่อความอยู่รอด หรือกอบโกยรายได้ในช่วงวิกฤต ล่าสุดที่ญี่ปุ่น ก็มีบริษัททำเสื้อผ้า ปิ๊งไอเดียทำชุดเสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับใส่ทำงานอยู่บ้านออกมาให้เลือกซื้อกันแล้ว รอยเตอร์ส รายงานว่า ผลงานแฟชั่นทันสมัย เข้ากับยุคโควิด-19 ที่ว่านี้ เป็นผลงานของ บริษัท โอกิ โฮลดิ้งส์ (Aoki Holdings) บริษัทค้าปลีกของญี่ปุ่น ที่ปิ๊งไอเดียทำ “ชุดพาจามา สูท (Pajamas Suit)” ออกมาวางขายเมื่อกลางเดือนธันวาคม เพื่อเอาใจกลุ่มคนทำงานเวิร์กฟรอมโฮม ในยุคโควิด-19 ที่ทำให้บรรดานายจ้าง บริษัทห้างร้านต่างๆ ต้องปรับตัวหันมาใช้วิธีให้พนักงานทำงานจากที่บ้านกัน และกลายเป็นที่มาของความต้องการชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วให้ความรู้สึกสบายตัวเหมือน “ชุดนอน” แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้ความรู้สึกเป็นทางการเหมือน “ชุดทำงาน” แต่ไม่ใช่ชุดแฟชั่นจ๋า เพื่อเอาไว้สวมใส่เวลาที่อาจต้องมีการประชุม หร
คอร์สละหนึ่งล้าน เจ้าตำรับตบนม หันเปิดสอนวิชาตรามนุษย์ ศาสตร์ตั้งชื่อ-สกุล ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภาพรวมทางเศรษฐกิจตลอดจนการดำเนินชีวิตของคนทั่วโลก ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อไปต่อ ในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ การปรับตัวเพื่อประกอบสัมมาชีพ ก็มีวิวัฒนาการตามสถานการณ์ เช่นเดียวกัน คุณกุ้ง-เขมมิกา ณ สงขลา ผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกกับอาชีพน่าทึ่ง คือ ตบนม ตบหน้า ตบปรับสรีระ ซึ่งเธอได้ประกอบอาชีพและเปิดสอนในแต่ละวิชา โดยรับลูกศิษย์จำนวนจำกัด จนได้รับการกล่าวขานว่า เป็นอาชีพที่ค่าเรียนแพงที่สุดในโลก ประกอบกับสไตล์การแต่งตัวที่ไม่เหมือนใคร จนเป็นเหตุให้สื่อมวลชนจากทั่วโลก เดินทางมาสัมภาษณ์เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเธออย่างไม่ขาดสาย นอกเหนือจากวิชาชีพที่สร้างชื่อให้ คุณกุ้ง ตามที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ในช่วงวิกฤตโควิด-19 แพร่ระบาด เกิดการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ อาชีพหลักของเธอเองได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ชื่อของเธอกลับได้รับการกล่าวขานถึงอีกครั้ง ด้วยอาชีพถ่ายทอดวิชา ตรามนุษย์ ซึ่งเธอบอกว่า เป็นศาสตร์แรกและศาสตร์เดียวของโลก ที่เธอพัฒนาขึ้นมา จากหลักคิดที่ยายให
โควิดลากยาว! ร้านอาหาร ยอมตัดใจ ประกาศเซ้งสาขาที่รักมาก จากต้นปีถึงปัจจุบัน โควิดยังคงอยู่กับเราทุกคน ผลกระทบลากยาวต่อเนื่อง ธุรกิจต่างๆ จึงยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ 100% เช่น สุพรรณิการ์กรุ๊ป หัวเรือใหญ่ของร้านอาหาร 3 แบรนด์ ก็ได้รับผลกระทบครั้งนี้ด้วยเช่นกัน จนในที่สุดต้องตัดสินใจประกาศเซ้งสาขาที่เพิ่งเปิดได้เพียง 3-4 เดือนเท่านั้น คุณธัชชัย นาคพันธุ์ CEO, Supanniga Group เล่าว่า เครือสุพรรณิการ์กรุ๊ป ก่อตั้งมายาวนานเกือบ 10 ปี เกิดจากการร่วมทุนระหว่างกลุ่มเพื่อนพี่น้องที่อยากทำร้านอาหาร โดยดำเนินกิจการในกลุ่มร้านอาหาร 3 แบรนด์ คือ ห้องทานอาหารสุพรรณิการ์ (อาหารตราด), ส้มตำเด้อ (อาหารอีสาน) และสุดคั่ว by สุพรรณิการ์ (อาหารจานเดียวดีลิเวอรี่) “ส้มตำเด้อ” คือร้านอาหารแบรนด์แรก ของสุพรรณิการ์กรุ๊ป เสิร์ฟเมนูอีสานรสแซ่บนัว สูตรความอร่อยจากสกลนคร สาขาแรกตั้งอยู่ที่ศาลาแดง หลังจากนั้นหนึ่งปี หุ้นส่วนได้นำร้านไปเปิดที่นิวยอร์กจนได้มิชลิน 1 ดาว ในปี 2016 และอยู่ในมิชลินไกด์จนถึงปัจจุบัน ด้วยความนิยมของร้าน ได้ขยายสาขาสองที่นิวยอร์ก รวมทั้งขยายสาขาในญี่ปุ่น เวียดนาม และไต้หวัน ไม่นานได้เปิดตัวแ
เปลี่ยนรถเป็นห้องกินข้าว ออกนอกบ้านแบบไม่เสี่ยง แถมช่วยอุดหนุนร้านให้อยู่รอด เชื่อว่าทุกคนคงเบื่อกับ โควิด-19 ที่ขยันระบาดชนิดไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปจากเดิม ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม หลายๆ คนงัดสารพัดวิธีขึ้นมารับมือ ซึ่งมีหลายไอเดียที่แหวกแนว และนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ เหมือนอย่างไอเดียของสามี-ภรรยาในนครชิคาโกของสหรัฐอเมริกา ที่ลุกขึ้นมาดัดแปลงรถให้กลายเป็นห้องกินอาหารแบบเคลื่อนที่ เพื่อรักษาบรรยากาศของการกินข้าวนอกบ้านเอาไว้ แม้จะต้องเผชิญกับมาตรการป้องกันไวรัสที่เข้มงวด ฟ็อกซ์ บิสซิเนส ระบุว่า ไอเดียนี้ได้รับความสนใจจากผู้คนบนโลกโซเชียลอย่างล้นหลาม ซึ่งสามี-ภรรยาคู่นี้ไม่ได้หวงห้าม หากจะมีใครเลียนแบบ และช่วยสนับสนุนกิจการของบรรดาร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากไวรัส สามี-ภรรยา “ไวต์ส” เกิดความคิดนี้ขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม หลังจากพวกเขาขับรถไปรอบๆ เมือง ท่ามกลางความรู้สึกเศร้าใจที่รัฐอิลลินอยส์ประกาศปิดเมือง ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำกิจกรรมสนุกๆ ได้อีก และรู้สึกเห็นใจพนักงานร้านอาหารที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ นอกจากนี้ “โด ไวต์ส” สามี ก็เพิ่
กลุ่มไหนได้รับสิทธิ โครงการเราชนะ ผ่านเว็บไซต์ 29 ม.ค.นี้ รับเงิน 7,000 บาท ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการ ‘เราชนะ’ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดระลอกใหม่ โดยแจกเงินเยียวยา 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 7,000 บาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอนั้น สามารถลงทะเบียนได้ที่ www.เราชนะ.com เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ‘เราชนะ’ เป็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 31.1 ล้านคนนั้น เปิดลงทะเบียน โครงการเราชนะ ผ่านเว็บไซต์ 29 ม.ค.นี้ รับเงิน 7,000 บาท โดยโครงการเราชนะจะจ่ายเงินเยียวยา 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 7,000 บาทต่อคน รวมผู้ได้รับสิทธิ 31.1 ล้านคน กรอบวงเงิน 2.1 แสนล้านบาท เป็นจำนวนเงินที่สูงพอสมควรในการลดค่าครองชีพ ถ้านับเป็นวันเฉลี่ยวันละ 160 กว่าบาท ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของค่าแรงขั้นต่ำ วงเงินที่ใช้ในโครงการเราชนะ 2.1 แสนล้านบาท จะใช้เป็นงบของส่วนของเงินกู้และงบเยียวยาที่โยกมาผสมกัน ซึ่งมีความเพียงพอ จากที่มีตอนนี้กว่า 5 แสนล้านบาท ทำให้มีเงินเหลือเกือบ 3 แสนล้านบาท โครงการเราชนะ มีรายละเอียดดังนี้ วงเงิน 3,500 บาท ต่อคน ต่อเดือน จำนวน 2
เกษตรกรคนขยัน เช่าที่ปลูกผัก เก็บผลผลิตขายในเซเว่นฯ ได้จับเงินทุกวัน แม้จะไม่มีที่ทางเป็นของตนเอง แต่ คุณทะนงศักดิ์ แซโค้ง เกษตรกรคนขยัน อายุ 66 ปี ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ทุกวัน ด้วยการเช่าพื้นที่ปลูกผัก 30 ไร่ ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ส่งผักปลอดสารขายในเซเว่นฯ มาปีกว่า เจ้าตัว เล่าว่า ตั้งแต่ค้าขายกับซีพี ออลล์ มีรายได้ที่แน่นอน ไม่ต้องกังวลเรื่องถูกเอาเปรียบ มีรายได้ทุกวัน เฉลี่ยวันละ 1,200 บาท สบายใจ มั่นใจไม่ตกงาน “เมื่อก่อนส่งผักขายตลาด มีออร์เดอร์ไม่แน่นอน ซ้ำยังถูกกดราคา ตั้งแต่ส่งผักให้เซเว่นฯ สบายใจขึ้นเยอะ ไม่โดนเอาเปรียบ ได้กำไรแน่นอนอย่างน้อยกิโลกรัมละ 5 บาท ยิ่งช่วงโควิด-19 เพื่อนเกษตรกรด้วยกันตกงาน แต่เรารายได้เพิ่ม จากวันละ 1,200 เป็น 2,400 บาท เรียกว่าเหนื่อยกายแต่ไม่เหนื่อยใจ เพราะได้จับเงินทุกวัน” จากที่ได้ร่วมงานกับบริษัท ซีพี ออลล์ เกษตรกรคนขยัน เผยความในใจว่า ตลอดระยะเวลาที่เป็นคู่ค้ากันมา ได้รับการช่วยเหลือจากเซเว่นฯ ทุกอย่าง ไม่คิดว่าองค์กรใหญ่จะให้ความสำคัญกับเกษตรกรที่เรียนจบไม่สูง ช่วยสร้างงานที่มั่นคง มีออร์เดอร์ที่แน่นอน ปัจจุบ
