SMEs
ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป พรเทพ พลสระน้อย ชายพิการผู้ขายข้าวเกรียบเลี้ยงชีพ สู่เจ้าของธุรกิจขนส่งพัสดุ ถือว่าเป็นกระแสบนโลกโซเชียล โดยเฉพาะในทวิตเตอร์มาได้สักพักแล้ว กับ ข้าวเกรียบลุงพรเทพ ชายผู้บกพร่องทางการสื่อสาร ที่หาเลี้ยงชีพตัวเองจากการขายข้าวเกรียบตามสถานีรถไฟฟ้า ล่าสุด คุณลุงต่อยอดอาชีพตัวเอง เปิดร้านรับส่งพัสดุเองแล้วด้วย! โดยคุณลุงพรเทพ หรือ พรเทพ พลสระน้อย วัย 44 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงชีวิตความเป็นอยู่และที่มาที่ไปของอาชีพที่ทำอยู่ คุณลุงเล่าว่า ตนมีอาการพูดไม่ชัดเหมือนลิ้นจุกปาก เหตุเพราะเมื่อตอนเด็กๆ มีอาการชักอย่างรุนแรง จึงส่งผลต่อการสื่อสาร เมื่อโตขึ้นก็ทำงานหาเลี้ยงชีพตัวเอง โดยยึดอาชีพขายข้าวเกรียบมาได้หลายปีแล้ว ซึ่งก่อนจะมาขายข้าวเกรียบ เคยทอดแคบหมูขายมาก่อน “ลุงเคยทำแคบหมูขายมาก่อน ก็ไม่ได้ไปเรียนที่ไหน ดูวิธีทำวิธีทอดเอาจากยูทูบ ทอดเสร็จก็เอาไปขายตามออฟฟิศ ตามตลาด แต่คนกินน้อย เพราะเขากลัวอ้วน แต่ก็ไปขายตามปกติ จนวันหนึ่งยืนขายที่ตลาดก็เห็นคนทอดข้าวเกรียบขาย ก็อาศัยจำๆ วิธีทำเขามา แล้วเราก็ไปสั่งแผ่นข้าวเกรียบมาทอดขาย ซึ่งมันก็พอขายได้เย
อดีตมนุษย์เงินเดือน ลาออก ทำ มะตูมเชื่อม ขาย เจ้าสุดท้ายในบางกอกน้อย ที่ใช้เตาถ่านทำ มะตูมเชื่อม ขนมโบราณสีแดงปนน้ำตาล ทำมาจากผลมะตูมที่ถูกนำมาหั่นเป็นแว่นหนา และเคลือบด้วยเกล็ดน้ำตาลสีขาวบางๆ และถ้าหากใครอยากทานขนมหวานโบราณชนิดนี้แล้วล่ะก็ ชุมชนตรอกมะตูม ย่านบางกอกน้อย คงเป็นชื่อแหล่งผลิตที่น่าจะนึกถึงกันไม่น้อย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณชมพู่-วิระยุ ยุทธชำนาญ เจ้าของกิจการ มะตูมเชื่อม ป้าตุ๊ วัย 50 ปี หนึ่งในผู้ผลิตของดีขึ้นชื่อแห่งตรอกมะตูม ว่ากันว่าย่านนี้ เป็นแหล่งผลิตมะตูมเชื่อมที่ดีที่สุดในประเทศไทย คุณชมพู่ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมายึดอาชีพทำมะตูมเชื่อมขาย เดิมเธอเป็นพนักงานออฟฟิศมาก่อน โดยที่แม่และยายของเธอนั้น ยึดอาชีพทำมะตูมเชื่อมกันมาก่อนแล้ว นับๆ ดูก็เป็นเวลา 50 กว่าปีเลยทีเดียว ที่ทำกันมาก่อนเธอจะเข้ามารับช่วงต่อ “ถ้าตั้งแต่เปิดร้านเลยก็ 50 กว่าปีแล้วที่แม่กับยายทำกันมา ชื่อร้านก็เป็นชื่อของแม่นี่แหละ งานหลักพี่คือทำงานเป็นพนักงานบริษัท แล้วเราก็ต้องคอยดูแล หาข้าวหาปลา คอยพาแม่พายายไปหาหมอ และก็ช่วยๆ เขาทำมะตูมเชื่อมขายบ้าง แต่มนุษย์เงินเดือนน่ะ มันจะลางา
ช่างเสริมสวยแพ้สารเคมี เบนเข็มผลิต ชา-กาแฟกระวาน สินค้าแปรรูปเมืองจันท์ การเกิดเป็นลูกสาวช่างตัดเสื้อฝีมือระดับกรรไกรทอง เจ้าของสถาบันตัดเสื้อ รวมถึงร้านเสริมสวย ทำให้ คุณกิ๊ฟ-กนกวรรณ ธนพัฒนากุล วัย 32 ปี เดินตามรอยพ่อแม่ กลับมาสานต่อกิจการร้านเสริมสวย แต่ทว่าเธอกลับแพ้สารเคมีที่ใช้ในการทำผม จนต้องเข้ารับการรักษา พยายามอย่างเต็มที่ถึง 5 ปี จนที่สุดถึงจุดเปลี่ยนให้ทิ้งอาชีพช่างเสริมสวยไว้ข้างหลัง แล้วหันมาเริ่มต้นใหม่ เปิดร้านกาแฟ “มุมพอดี” คุณกิ๊ฟ เล่าย้อนให้ฟังว่า หลังเรียนจบ ม.6 ได้ศึกษาต่อในโรงเรียนเสริมสวย และอาศัยช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จากนั้นเลือกกลับมาดูแลกิจการที่บ้าน เพราะทางครอบครัวมองแล้วว่า ในอนาคตร้านตัดเสื้อในจังหวัดจันทบุรี จะไม่ได้รับความนิยม ด้วยมีราคาสูง และคนนิยมไปซื้อตามห้างสรรพสินค้ามากกว่า จึงเลือกทำร้านเสริมสวย “ในแต่ละวันต้องอยู่กับสารเคมี ผมลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น การใช้น้ำยาต่างๆ จึงไม่เท่ากัน มีทั้งมากและน้อย อาการที่เห็นได้ชัด คือ คันตามผิวหนัง แสบตา ส่วนมากช่างเสริมสวยจะม
โควิดรอบใหม่ สมุทรสาคร สุดช้ำ พ่อค้า แม่ขาย แทบไปไม่ถูก จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก ตลาดกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีแรงงานพม่าอาศัยและทำงานอยู่จำนวนมาก โดยมีแรงงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วกว่า 1,300 คน สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน ผลกระทบเหล่านี้ ยังส่งไปถึงผู้ประกอบการ ร้านค้า ธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่ ยังไม่ทันได้ฟื้นตัวจากโควิด-19 รอบแรก โควิดรอบใหม่ก็ซัดเข้ามาอีกระลอกให้เจ็บช้ำกว่าเดิม หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบคือ ผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป คุณก้าวหน้า วงษ์วิจารณ์ วัย 45 ปี เจ้าของร้านใจดี ราตรี ผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป ในตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร เผยกับผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า โควิด-19 ทำให้บรรยากาศร้านเงียบเหงาเหมือนป่าช้า ส่งผลไปถึงยอดขายที่ลดลง เพราะ คนไม่กล้าซื้ออาหารทะเล แม้จะเป็นอาหารทะเลแห้งก็ตาม “ยอดขายหายไปเพราะ คนกลัว ไม่กล้ามาสมุทรสาคร ผมคิดว่าคนยังมีความรู้ความเข้าใจ โควิด-19 น้อย เลี่ยงไม่ทานอาหารทะเล ทั้งๆ ที่อาหารทะเลไม่ใช่ตัวพาหะนำเชื้อโรค โดยเฉพาะของแห้ง หรือสินค้าแปรรูป แต่มนุษย์ต่างหากคือตัวพาหะ
มาแรง แซงทางโค้ง CIA ผู้มาก่อนกาล ธุรกิจม้ามืด…แห่งปี ปี 2563 เรียกว่าเป็นปีที่สะบักสะบอมกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะประเทศไทย เพราะนอกจากจะโดยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกแล้ว การเมืองในบ้านเราก็เผ็ดร้อนเป็นที่จับตามองของนานาชาติเช่นกัน แต่มีธุรกิจหนึ่งที่มาแรงแซงทุกสถานการณ์ ที่ไม่ว่าจะมีการชุมนุมที่ไหน ก็จะไปถึงก่อนใคร จนชาวเน็ตถึงกับตั้งสมญานาม CIA หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ให้ CIA หน่วยเคลื่อนที่เร็ว เป็นรถมอเตอร์ไซค์ขายอาหารพ่วงข้าง ที่มีสารพัดอาหารคาวหวาน อย่าง ไก่ทอด ลูกชิ้นทอด ข้าวไข่เจียว ข้าวโพดคลุกเนย หรือจะน้ำดื่ม น้ำหวาน เป็นต้น มี CIA จำนวนไม่น้อย ที่สามารถกอบโกยรายได้จากการค้าขายในรูปแบบนี้ ยกตัวอย่างเช่น คุณเก้า แม่ค้าร้านลูกชิ้นทอด วัย 25 ปี ที่ยึดอาชีพขายไส้กรอกทอด ลูกชิ้นทอด มาเกือบ 6 ปี ปกติขายได้วันละประมาณ 4 พันบาท ลดเหลือวันละพันบาท อาจเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่พอมีม็อบก็ตามไปขาย จึงทำให้พอมีรายได้เข้ามาบ้าง หรือจะเป็นแม่ค้าร้านน้ำรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ยึดอาชีพเปิดร้านขายน้ำอยู่แล้ว นอกจากจะขาย
ทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน กลับบ้านนอกเพาะเห็ด ต่อยอดทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเห็ด หนีคู่แข่ง จากอาชีพวิศวกรโรงงาน โลดแล่นอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยเงินเดือนครึ่งแสน แต่ใช้ชีวิตกินอยู่อย่างประมาท ทำให้ คุณสายฝน ดวงคำ วัย 28 ปี มีหนี้สินท่วมตัว เป็นหนี้บัตรเครดิต และหนี้ก้อนใหญ่จากการซื้อบ้าน เพราะตั้งใจอยากพาแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีก ย้ายจากสุรินทร์มาดูแลอย่างใกล้ชิดในกรุงเทพฯ แต่กรุงเทพฯ ไม่ใช่ที่ที่แม่คุ้นชิน เธอตัดสินใจกลับบ้านเกิด เปิดโรงเรือนเพาะเห็ด จนได้เงินมาส่งบ้าน และจ่ายหนี้บัตรเครดิต แต่ไม่มีเงินเหลือพอให้สามารถทำชีวิตให้ดีขึ้น จึงตัดสินใจปล่อยบ้านให้ธนาคารยึดขายทอดตลาด “กรุงเทพฯ ไม่ใช่สังคมที่แม่เคยอยู่ ท่านต้องอยู่บ้านคนเดียว เราออกทำงานแต่เช้ากลับดึกไม่มีเวลาดูแล ทำกับข้าวมื้อเช้า มื้อเที่ยง มื้อเย็น ทิ้งไว้ทั้งวันก็ไม่อร่อย แล้วแม่ไปไหนไม่ได้ เพื่อนบ้านก็ไม่มี ทำให้แม่นั่งร้องไห้บนวีลแชร์ เป็นแบบนี้อยู่ปีกว่า เราคิดหาทางแก้ปัญหาแต่ไม่มีทางออก เลยตัดสินใจกลับบ้านที่จังหวัดสุรินทร์ในปี 2558 ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่” คุณสายฝน ย้อนความหลัง หากเป็นคนทั่วไป เมื่อกลับบ้านต่างจังหวัดคงยึด
เปิด 7 เรื่องจริง บุญเติม จากตู้เติมเงินมือถือ สู่สารพัดตู้บริการ ย้อนไปเมื่อ 12 ปีก่อน เป็นครั้งแรกที่คนไทยได้รู้จักบริการเติมเงินผ่าน “ตู้บุญเติม” ตู้สีส้มขนาดกะทัดรัด ตั้งอยู่ตามร้านค้าในชุมชน เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้โทรศัพท์ทั่วประเทศ และนี่คือ 7 เรื่องจริง ที่ทุกคนยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ตู้บุญเติม 1. คุณณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี เติบโตมาจาก ตู้โทรศัพท์สาขา pabx และโด่งดังมากเพราะเคยเป็นผู้ทำระบบชุมสายโทรศัพท์ให้กับ TOT ทั่วประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านสื่อสาร และเล็งเห็นว่า การเติมเงินโทรศัพท์สมัยก่อนถือเป็นเรื่องยาก ไม่มีบริการออนไลน์ ยังเป็นยุคของการเติมเงินผ่านบัตรต้องขูดเลขเพื่อเติมเงิน และในยุคนั้นบริษัทเป็นผู้ผลิตตู้เติมเงินให้กับเครือข่ายโทรศัพท์ 3 ค่ายดัง แต่บริหารจัดการยาก “บริษัท มองเห็นโอกาส จึงควบรวมเป็นตู้เดียว ยกเลิกการขายแล้วเปลี่ยนมาผลิตและให้บริการเอง ใช้วิศวกรไทยทั้งหมด ที่ใครๆ รู้จักในชื่อ ตู้บุญเติม เป็นชื่อที่พร
โควิดพ่นพิษ SMEs เด่น ผู้ไม่ยอมแพ้ พลิกวิกฤตเป็นโอกาสพยุงธุรกิจ ท่ามกลางไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด หลายธุรกิจล้มลุกคลุกคลาน บาดเจ็บสาหัสกันไปหลายราย ยอดขายหรือกำไรที่เคยได้ เหลือศูนย์ในพริบตา แต่อย่างไรก็ตาม เชื้อมรณะตัวนี้ไม่สามารถหยุดยั้งสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ได้ ในรอบปี 2563 นี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวม SMEs ดาวเด่น ผู้ไม่ยอมแพ้ มาให้ดูกัน SMEs ดาวเด่นคนแรก ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ คือ คุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของร้าน “Penguin Eat Shabu-เพนกวินกินชาบู” ร้านบุฟเฟ่ต์ชื่อดัง ที่เติบโตสวนกระแสวิกฤตโควิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากไอเดีย “สั่งชาบูแถมหม้อ” เป็นเวลากว่า 6 ปีที่ร้านเพนกวิน อีท ชาบู เปิดให้บริการบุฟเฟ่ต์ ด้วยโลโก้เพนกวินสีเหลืองเด่น ทำให้ร้านเป็นที่จดจำ บวกกับคุณภาพวัตถุดิบ ที่ลูกค้าทานแล้วประทับใจ ทำให้ร้านสามารถขยายได้มากถึง 9 แห่ง อ่านเพิ่มเติม เปิดวิธีคิด สู้แบบเพนกวิน อะไรคือสิ่งที่ควรทำ ถึงเกิดวิกฤตก็รอดได้ แม้ร้านจะเติบโตมาด้วยรากฐานและระบบที่แข็งแกร่ง แต่ช่วงพิษโควิดไม่เคยปรานีใคร เพนกวิน อีท ชาบู ประกาศปิด 2 สาขา (นิมมานฯ-สีลม) และเริ่
10 อาชีพ/ธุรกิจ สุดช้ำ รายได้หาย กำไรหด เพราะวิกฤตไวรัส ในรอบปีที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด จนถึงตอนนี้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ยังเพิ่มขึ้นทุกวัน สะสมกว่า 80 ล้านคนทั่วโลก ในส่วนของผลกระทบ เรียกว่าเจ็บช้ำไปตามๆ กัน ไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ ก่อนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอรวบรวม 10 อาชีพ/ธุรกิจ สุดช้ำ ในปี 2563 มาให้ดูกัน ว่ามีอะไรบ้าง 1. นักบิน จากวิกฤตไวรัส ส่งผลให้ธุรกิจการบินหยุดชะงัก นักบิน หรือกัปตัน เลยต้องหันมาทำอาชีพเสริม หารายได้เลี้ยงตัวในช่วงหยุดบิน เช่น คุณเดช-เดชพนต์ พูลพรรณ กัปตันการบินไทย วัย 39 ปี จากคนขับเครื่องบิน ต้องเปลี่ยนมาควบคุมไฟอบบราวนี่ แบรนด์ Flying sweets ขาย ในทุกๆ วัน คุณเดชพนต์จะเป็นเชฟหลักทำบราวนี่ทุกชิ้นด้วยตัวเอง ส่วนภรรยาจะช่วยเช็กและรับออร์เดอร์จากลูกค้า ลูกสาวคอยพับกล่อง ติดสติ๊กเกอร์แบรนด์ เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ และยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้คนในครอบครัวมีเวลาอยู่ร่วมกันอีกด้วย อ่านเพิ่มเติม กัปตันการบินไทย ทำบราวนี่ขายยาวๆ แถมผุดโครงการ ช่วย รร.ขาดแคลน 2. แอร์โฮสเตส คืออีกอาชีพที่ได้รับผลกระทบเช่
ลิปจากผักออร์แกนิก สำหรับคนแพ้ง่าย ไอเดียอดีตสาวออฟฟิศ ฮิตมากในต่างแดน ลิปสติก เครื่องสำอางที่ใช้แต่งริมฝีปากให้มีสีสันสวยงาม มีหลากหลายประเภท แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถใช้ลิปสติกแต่งเติมริมฝีปากได้ เพราะใช้แล้วเกิดอาการแพ้ หรือริมฝีปากมีสีคล้ำกว่าเดิม เหตุนี้เองจึงทำให้เกิดแบรนด์ลิป Lovella Organics (เลิฟเวลล่า ออร์แกนิค) ขึ้น โดยมี คุณแพร์ – ลักษณ์วดี พิพัฒนศิริกุล วัย 32 ปี เป็นผู้ก่อตั้ง คุณแพร์ เล่าว่า เลิฟเวลล่า ออร์แกนิค เป็นแบรนด์ลิปออร์แกนิกที่ผลิตขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยให้กับเหล่าคนแพ้ง่าย ซึ่งแรงบันดาลใจมาจากตัวเธอเองที่เป็นคนแพ้ง่ายเช่นกัน “แบรนด์เปิดมาได้ 4 ปีแล้วค่ะ จุดเริ่มต้นมาจาก ช่วงมัธยมแพร์เห็นเพื่อนแพ้ลิปจนปากเป็นสีม่วง ก็รู้สึกว่าการแพ้ลิปมันน่ากลัว แล้วพอขึ้นมหา’ลัย แพร์ก็ดันมาแพ้ลิป ยี่ห้อไหนที่เขาบอกว่าดีก็แพ้ จนทำงานบริษัทแล้วลาออกไปเรียนต่อที่อังกฤษ แล้วเมืองเขาอากาศมันหนาว ก็จะหาของที่เราใช้แล้วไม่แพ้มันยาก เลยคิดว่า เรียนที่นี่เราก็หาข้อมูลศึกษาพวกสารประกอบต่างๆ ได้ง่าย ก็หาอ่านเลยสิ เลยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อยากผลิตลิปเพื่อคนแพ้ง่ายแบบแพร์ได้ใ
