SMEs
ร้านดังผุดเมนูชวนเคลิ้ม “ขนมเขียว” เน้นขายประสบการณ์การกิน มากกว่าแค่ใส่กัญชา คนไทยเราเองคุ้นชินกับ “กัญชา” หรือพืชที่ถูกขนานนามว่าเป็นพืชต้องห้าม เพราะกฎหมายจัดว่าเป็นยาเสพติด แต่เมื่อไม่นานมานี้มีการ ปลดล็อก บางส่วนของกัญชา-กัญชง ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ยกเว้น ช่อดอก และเมล็ดกัญชา สิ่งที่เราได้เห็นจากการปลดล็อก กัญชา คือไอเดียธุรกิจใหม่ๆ ของผู้ประกอบการไทย เห็นได้จากการนำกัญชามาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ขนม อาหาร หรือแม้แต่เครื่องดื่ม นอกจากช่วยเพิ่มมูลค่าแล้ว ยังช่วยให้คนรู้จักแบรนด์ได้ชั่วข้ามคืน เช่น แบรนด์เก่าแก่ 45 ปี “ขนมสยาม” แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้ว เพราะเป็นต้นตำรับ “ขนมครกใบเตย” ย่านสยามสแควร์ แต่ยังขานรับการปลดล็อกกัญชา เพราะเชื่อว่า ขนมไทยสามารถสร้างมูลค่าได้ นอกเหนือจากบราวนี่ หรือคุกกี้ “กัญชา คือโอกาสทำให้คนได้รู้จักแบรนด์เรามากขึ้น เพราะยังมีบางส่วนไม่รู้จักขนมครกใบเตย แต่รู้จักกัญชา เมื่อนำสองอย่างมาผสมกัน จึงทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น” คุ
อิ่มบุญ อิ่มใจ ประมวลภาพงานแรลลี่ เส้นทางเศรษฐีฯ เรียนรู้และแบ่งปัน ครั้งที่ 5 ผ่านไปแล้ว สำหรับกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม แรลลี่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เรียนรู้และแบ่งปัน ครั้งที่ 5 กรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งเริ่มต้นกันตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา โดยบรรดาผู้ร่วมคณะแรลลี่เกือบร้อยชีวิต ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนที่บริษัท มติชน จำกัด ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง แต่การ์ดไม่ตก มีการตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย และ ตั้งเจลแอลกอฮอล์ ไว้ตามจุดต่างๆ ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้า ที่สำคัญ ไม่ลืมเว้นระยะห่าง จุดแรกที่ขบวนแรลลี่ มุ่งหน้าสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม เวิร์กช็อป ทำน้ำมันนวดสมุนไพร ที่ ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ หมู่บ้านแปรรูปสินค้าอินทรีย์ ตามวิถีชีวิตแบบไทย ก่อนพากันไปช็อปปิ้ง กระจายรายได้กันที่ ตลาดสุขใจ ที่เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรอินทรีย์ กว่า 180 ครอบครัว และชุมชนรอบสวนสามพราน มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์ แวะเติมพลังกันที่ลิตเติ้ลทรี การ์เด้น คาเฟ่ในซอยลึก ที่คนรักต้นไม้ต้องมาเช็กอิน ตกบ่าย คณะแรลลี่เดินทางมุ่งหน้าไปที่ โรงเรียนวัดห้วยหมู (อ
ไม่หวั่นโควิด! ทุ่ม 50 ล้าน สร้างคาเฟ่เครื่องบิน หรูสุดในไทย ช่วงหลายปีมานี้ คาเฟ่ ถือเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น หากมีเวลาว่างวันเสาร์หรืออาทิตย์ คาเฟ่ คือหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยวที่ต้องแวะไป บางคนแวะไปถ่ายรูป บางคนไปนั่งทานขนม หรือเครื่องดื่ม อย่างย่านลาดกระบัง มีคาเฟ่เปิดใหม่ หรูหรากว่าที่ไหนๆ เพราะยกเครื่องบินทั้งลำมาตั้งไว้ ให้ลูกค้าได้ตื่นเต้นกับความอลังการของเครื่องบิน ที่เคยได้รับขนานนามว่าใหญ่ที่สุดในโลก คุณแบงค์-ธรรมรักษ์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ อายุ 25 ปี ทายาทเจ้าของคาเฟ่ เล่าให้ฟังว่า คุณพ่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ส่วนตนเองเปิดร้านอาหาร ทั้ง ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหม้อดินนายกร, ร้านหม่าล่าโบอิ้ง และธุรกิจใหม่ล่าสุด ลงทุนไป 50 กว่าล้าน คือ 747 คาเฟ่ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากไอเดียของคุณพ่อ ที่อยากให้คนไทย และชาวต่างชาติได้เห็นความอลังการของเครื่องบิน ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตเคยถูกขนานนามว่า “ราชินีแห่งฟากฟ้า” เพราะลำใหญ่ที่สุดในโลก รองรับได้ประมาณ 416 ที่นั่ง “คุณพ่อคลุกคลีอยู่ในวงการท่องเที่ยว จึงมีคอนเน็กชั่นในการติดต่อขอซื้อเครื่องบิน ซึ่งโบอ
ดื่มด่ำกับมื้อสุดอลังตำรับชาววัง ชื่นชมคอลเล็กชั่นของสะสมโบราณ ไปกับ กินข้าว…บ้านเผ่าทอง เรียกว่ากำลังเป็นที่พูดถึงและสร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก ในหมู่นักชิมอาหาร นอกจากจะได้ทานอาหารตำรับโบราณแล้ว ยังได้ดื่มด่ำกับการชื่นชมของสะสมโบราณสุดเก่าแก่ ไปพร้อมๆ กับเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากครัว กินข้าว…บ้านเผ่าทอง ซึ่งมีเจ้าของคือ คุณแพน-เผ่าทอง ทองเจือ หรือที่รู้จักในนาม อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี พิธีกรและวิทยากรผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย ชื่อดังนั่นเอง กินข้าวบ้านเผ่าทอง ตั้งอยู่ที่ ถนนสุขุมวิท ซอย 34 ใกล้ๆ กับ BTS ทองหล่อ โดยอาจารย์เผ่าทอง เล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า ส่วนตัวแล้วไม่ได้เป็นเชฟ แต่เป็นพ่อบ้านที่ชื่นชอบและมีงานอดิเรกคือการทำกับข้าวมากกว่า ดังนั้น กินข้าวบ้านเผ่าทอง จึงเป็นกิจกรรมการมารับประทานอาหารที่บ้านมากกว่าจะเรียกว่าเป็นร้านแบบ Chef Table “รายการอาหารต่างๆ ที่จัดเลี้ยง จะมาจากเมนูแบบที่ผมเคยรับประทานเองที่บ้านของผม ตั้งแต่ยังเด็กๆ มีทั้งเมนูแบบไทยบ้าง ฝรั่งบ้าง ง่ายๆ พื้นๆ ที่ยายและแม่ปรุงรับประทานเองท
ผึ้งชันโรง แมลงผู้ช่วยเกษตรกร ปลูกกาแฟอาราบิก้า ให้มีรสชาติกลิ่นหอม “ชันโรง” หรือ ผึ้งจิ๋ว เป็นแมลงในกลุ่มเดียวกับผึ้ง แต่ไม่มีเหล็กใน พบได้ในทุกภูมิภาคของไทย ในไทยมีทั้งหมด 34 สายพันธุ์ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เผยผลวิจัยและพัฒนากาแฟอาราบิก้าครบวงกร ภายใต้การดำเนินงานตามนโยบาย BCG ประสบผลสำเร็จ พบ “ผึ้งชันโรง” ซึ่งเป็นแมลงผสมเกสรในกลุ่ม ผึ้ง ต่อแตน มีบทบาทและประสิทธิภาพสูงสุดในการผสมเกสรดอกกาแฟให้มีรสชาติ กลิ่นหอม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงและพัฒนาน้ำผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มุ่งรองรับสังคมผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ โดย สถาบันวิจัยลำตะคอง ได้รับโจทย์จากกระทรวง อว. ให้ดำเนินโครงการงานวิจัยและพัฒนากาแฟอาราบิก้าแบบครบวงจร ภายใต้การดำเนินงานตามนโยบาย BCG ตั้งแต่การผลิตต้นน้ำ การบริหารจัดการดินและปุ๋ย การใช้ฮอร์โมนเพื่อแก้ไขปัญหาการออกดอกและผลิตผลไม่สม่ำเสมอ รวมถึงการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต ตลอดจนการเพิ่มปริม
หนุ่มเจนวาย เปลี่ยนบ้านเป็นฟาร์ม เลี้ยงปลาหางนกยูง คัดเกรดประกวดขายออนไลน์ หากเอ่ยถึง “ปลาหางนกยูง” ไม่เพียงแต่เลี้ยงเพื่อคาวมสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัตว์น้ำทำเงินให้ผู้ประกอบการมาแล้วหลายราย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพามาทำความรู้จัก ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง ของเด็กหนุ่มวัย 24 ปี “คุณเบ้น-วราโชติ โรจนวีรเดช” เขาเริ่มต้นฟาร์มแห่งนี้ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน “ระหว่างเรียนคณะประมง สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผมเริ่มรู้จักสายพันธุ์ปลาหลายชนิด จนมาเจอปลาหางนกยูง ผมลองศึกษาหาข้อมูลซึ่งมันไม่ได้มีแค่ประเทศไทยที่เลี้ยงปลาหางนกยูงแต่คนเลี้ยงกันทั่วโลก อีกทั้งยังมีการจัดงานประกวดปลาหางนกยูง รวมถึงการซื้อขายสายพันธุ์ต่างๆ และการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมาได้อีก เมื่อมันมีมาตรฐาน มีการจัดงานประกวดที่ขึ้นตรงโดยกรมประมง ผมเลยคิดว่ามันน่าสนุกและสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียนได้” หนุ่มเจนวาย เล่าถึงแนวคิดก่อนเปิดฟาร์ม หลังได้ไอเดีย คุณเบ้นได้เปลี่ยนบ้านของตัวเองเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงเล็กๆ ด้วยเงินลงทุนไม่มาก “ผมเลี้ยงปลาเกรดประกวดแทบทุกสายพันธุ์ นำ
ร้านในมาเลเซีย “ดิ้นสู้โควิด” เปลี่ยนจากกินข้าวในร้าน มานั่งกินข้าวในรถ (ก็ได้) วินาทีนี้ใครที่ “คิดได้-คิดแปลก” และคิดแบบที่สามารถนำไปปรับใช้จริงได้ ย่อม “ได้เปรียบ” และ “ได้เงิน” แน่นอน ดูอย่างร้านอาหารในเมืองไซเบอร์จายา มาเลเซีย ที่เจอพิษโควิด-19 จนทำให้ขาดรายได้จากการขายอาหารแก่ลูกค้าเข้ามานั่งกินในร้านลดฮวบ โดยรายได้ตอนนี้ เหลือแต่หารายได้จากการขายอาหารแบบ เทก อะเวย์ หรือซื้อกลับไปกินนอกร้านเท่านั้น ทำให้ เลียว คิม งัน เจ้าของร้าน ปาตี เฮ้าส์ ต้องพยายามคิดหาทางออก จนกระทั่งในที่สุด ก็มาเจอรูปแบบการขายอาหารที่เชื่อว่าน่าจะยังไม่มีใครทำ นั่นก็คือ การขายอาหารให้ลูกค้าสามารถนั่งกินในรถของตัวเองได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณเลียว เล่าให้ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์สฟังว่า พิษโควิด-19 ทำให้รายได้ของร้านลดฮวบไปถึง 80 เปอร์เซ็นต์ “มันจึงเป็นความท้าทายมากๆ ที่เราต้องพยายามคิดหาวิธีใหม่ในการหารายได้” คุณเลียว เล่าว่า เขาได้ไอเดียนี้ จากวิธีเสิร์ฟอาหารบนเครื่องบิน จึงลองนำมาปรับใช้ ด้วยการสั่งทำถาดใส่อาหารที่มีขนาดพอดีระหว่างตัวคนขับรถ กับพวงมาลัยรถ เมื่อลูกค้าต้องการเข้า
นัดคิวตีสองยังได้! อายโฮม ร้านแว่นตาในบ้าน เปิด 24 ชม. รับลูกค้าแค่ 5 คน/วัน ธุรกิจร้านแว่นตา ไม่ใช่อะไรแปลกใหม่ เพราะสามารถพบเห็นได้ทั่วไป อีกทั้งบริการวัดหรือตัดแว่นสายตาก็มีมานานแล้วเช่นกัน แต่จะมีร้านไหนบ้างที่ฉีกกฎร้านแว่นตาได้เท่ากับร้านนี้ ทั้งเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง แถมยังใช้เวลาในการวัดสายตา ตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียดนานถึง 2 ชั่วโมง และที่สำคัญ รับลูกค้าจำกัดวันละ 5 คนเท่านั้น ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ คือบริการจากร้าน “EyeHome ร้านแว่นตาอายโฮม” ของ คุณชิง-ธนิดา ผดุงเกียรติสกุล วัย 30 ปี และ คุณปลั๊ก-ประมาณ ภัทรชัยวงศ์ สองเจ้าของที่ช่วยกันเปิดร้านแว่นตามานานกว่าปีครึ่ง ก่อนมาเปิดร้านแว่นตา คุณชิงคว้าปริญญาใบแรก จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาได้ศึกษาต่อปริญญาตรีใบที่สอง ในคณะทัศนมาตรศาสตร์ เกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดสายตาโดยเฉพาะ ใช้เวลาเรียนนานถึง 6 ปี ก่อนใช้เวลาอีกหลายปีทำงานในร้านแว่นตาตามห้างสรรพสินค้า เพื่อหาประสบการณ์ “จากการทำงานทำให้เห็นปัญหา ว่าร้านแว่นตาส่วนใหญ่ ลูกค้าชอบมาใช้บริการในเวลาเดียวกัน ทำให้ร้านไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ จะวัดนานก็เกรงใ
เแรลลี่ เส้นทางเศรษฐีฯ ครั้งที่ 5 เคลื่อนขบวนส่งกำลังใจ ให้โรงเรียนวัดห้วยหมู จัดเป็นประจำทุกปี สำหรับกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม แรลลี่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เรียนรู้และแบ่งปัน ครั้งที่ 5 กรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งเริ่มต้นกันตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.นี้ โดยบรรดาผู้ร่วมคณะแรลลี่เกือบร้อยชีวิต ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ถนนเทศบาลนฤมาล เขตจตุจักร ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง แต่การ์ดไม่ตก มีการตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย และ ตั้งเจลแอลกอฮอล์ ไว้ตามจุดต่างๆ ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้า ที่สำคัญ ไม่ลืมเว้นระยะห่างกันด้วย เวลาประมาณ 08.15 น. คุณวิมล ตัน บรรณาธิการเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เป็นประธานปล่อยขบวนแรลลี่ มุ่งหน้าสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม เวิร์กช็อป ทำน้ำมันนวดสมุนไพร ที่ ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ หมู่บ้านแปรรูปสินค้าอินทรีย์ ตามวิถีชีวิตแบบไทย ก่อนพากันไปช็อปปิ้ง กระจายรายได้กันที่ ตลาดสุขใจ ที่เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรอินทรีย์ กว่า 180 ครอบครัว และชุมชนรอบสวนสามพราน มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์ ตกบ่าย คณะแรลลี่เดินทางมุ่งหน้าไปท
“Care the Whale ขยะล่องหน” เดินหน้าสู่ปีที่ 2 ปรับมุมคิด ไม่มีอะไรเป็นขยะ อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือ หัวเรือใหญ่ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหา “ขยะ” ที่นับวันจะยิ่งทวีคูณความรุนแรง หากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ขยะเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ทุกคน จากความมุ่งมั่นและตั้งใจจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ดำเนิน “โครงการ Care the Whale ขยะล่องหน” ภายใต้เป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในข้อ 13 “Climate Action” ข้อ 12 “Responsible Consumption and Production” และข้อ 17 “Partnerships for the Goals” เน้นขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับพันธมิตรและเครือข่ายกว่า 30 องค์กร ประกอบด้วย ผู้ประกอบการบนพื้นที่ถนนรัชดาภิเษก 14 แห่ง รวมถึงผู้ประกอบการทางสังคม องค์กรพันธมิตรในธุรกิจ ด้าน Circular Economy และหน่วยงานภาครัฐ โดยย่านถนนรัชดาภิเษกจะมี “วาฬ” เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของระบบนิเวศที่รอให้มนุษย์เข้ามาแก้ไข คุณภากร ปีตธวัชชัย กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งป
