SMEs
พีอาร์สาว เข้าครัวทำ ขนมกลีบลำดวน ขายช่วงโควิด ชูรสมันม่วง-ชาเขียวมัตฉะ เอาใจสายเฮลตี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดำเนินมาได้ครึ่งปีแล้ว ภาคธุรกิจ พนักงานทุกอาชีพ ต่างก็ได้รับผลกระทบและปรับตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้ากันมากขึ้น หนึ่งในอาชีพยอดนิยมเลยคือ การทำอาหาร-ขนม ขาย ซึ่งก็มีคนทำเป็นอาชีพเสริมอยู่ก่อนแล้ว เช่นเดียวกับ คุณแอนนา-สุกัญญา สังขะมาน วัย 44 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท ไอเดีย คอมมูนิเคชั่น จำกัด คุณแอนนา เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอทำอาชีพเป็นนักประชาสัมพันธ์องค์กร หรือ พีอาร์ มา 15 ปี ควบคู่กับการทำอาชีพเสริมอย่าง การทำขนมไทยขาย “พี่เป็นคนไม่ชอบทานเบเกอรี่ เลยจะทานพวกขนมไทย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องของความชื่นชอบ พอชอบแล้วก็อยากทำ ก็ไม่ได้ไปเรียนทำขนมที่ไหน อาศัยครูพักลักจำ ดูในยูทูบบ้าง ไปทานขนมร้านไหนอร่อยๆ ก็มานั่งแกะสูตรมาทำให้สามีกับลูกทานบ้าง แล้วตอนเด็กๆ ปู่ย่าตายายทำให้ทาน พี่ก็จะจำได้ว่ารสชาติมันประมาณไหน ก็พยายามทำออกมาให้ได้แบบนั้น แล้วก็ทำแจกจ่ายให้คนรอบตัวลองทาน พอบ่อยเข้า เขาก็เกรงใจไม่อยากกินฟรี ก็จะมีขอซื้อบ้าง สั่งทำบ้าง เลยกลายมาเป็นกา
ยังมีหนทาง! เอาต์บาวนด์ไม่สามารถ บริษัททัวร์จัดทริปใกล้กรุง กำไรหัวละร้อยก็สู้ เพราะเป็นคนชอบเดินทางหาประสบการณ์ เลยตัดสินใจพาตัวเองเข้าสู่ “ธุรกิจทัวร์” ด้วยการทำงานในแวดวงการท่องเที่ยวตั้งแต่ ปี 2542 เก็บหอมรอมริบได้จำนวนหนึ่ง จึงตัดสินใจเปิดบริษัทเล็กๆ เมื่อราวปี 2558 ด้วยทุนจดทะเบียนหนึ่งล้านบาท มีพนักงานประจำออฟฟิศ 2 คน คุณเก๋-สรัญรัชต์ หาญภาคภูมิ ผู้บริหาร บริษัท อะเดปท์ ทัวร์ จำกัด ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/08353 เริ่มต้นบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนให้ข้อมูลต่อเพื่อรู้จักกันมากขึ้นว่า ที่ตั้งสำนักงานแรกบริษัททัวร์ของเธอ เป็น บ้านพักอาศัยตัวเอง ทำได้ไม่นานรู้สึกไม่เหมาะ เลยย้ายออกมาเช่าคอนโดฯ ขนาด 32 ตารางเมตร ย่านมีนบุรี ทำเป็นสำนักงาน เพื่อทำงานธุรการ ส่วนการทำธุรกิจที่ดูแล ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าเป้าหมายนั้น ใช้วิธีการเก่าแก่ นั่นคือการ เคาะประตู “ช่วงนั้น สื่อโซเชียล ยังไม่แพร่หลาย จึงใช้วิธี น็อกดอร์ โทรศัพท์หาลูกค้า สวัสดีค่ะ ขอสายฝ่ายเอชอาร์ค่ะ ไม่ทราบว่าทางบริษัทของท่าน จะมีการจัดสัมมนาประจำปีมั้ยคะ เรามีโปรแกรมน่าสนใจ มานำเสนอ…ประมาณนี้ค่ะ” คุณเก๋ อธิบายภาพ
เถ้าแก่หนุ่มรวยน้ำใจ ทำข้าวเหนียวหมูกรอบ-น้ำจิ้มแจ่วขาย ราคาแล้วแต่คนกินจะให้ ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ข้าวของแพง ไหนจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีก ทุกสิ่งทุกอย่างดูถาโถมจนหลายคนอาจจะรู้สึกว่า หนทางทำมาหากินเลี้ยงชีพนั้น ช่างมืดมนเสียจริง แม้แต่เงินไว้ซื้อข้าวทานยังแทบไม่มี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเอ็ม-ภัควรรธน์ ธนวัฒน์กันยกร วัย 22 ปี เจ้าของธุรกิจรับตัดกางเกงส่งขายรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ที่มีใจอยากช่วยเหลือแบ่งปันความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในยามยาก โดยการทำข้าวเหนียวหมูกรอบน้ำจิ้มแจ่วขาย ซึ่งราคาขายนั้นไม่เหมือนกับเจ้าอื่นๆ เพราะ ข้าวเหนียวหมูกรอบน้ำจิ้มแจ่วชุดที่ว่า ลูกค้าสามารถจ่ายเงินซื้อในราคาเท่าไหร่ก็ได้! โดยคุณเอ็ม เล่าว่า ตนเองยึดอาชีพรับตัดกางเกงส่งขายรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี มาได้ 4 ปีแล้ว และเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี ผนวกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้มีคนตกงานเพิ่มมากขึ้น ตนเองที่พอจะมีกำลังทรัพย์จึงอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แม้จะเล็กน้อยก็ยังดี “ยุคนี้ก็เป็นยุคที่คนตกงาน
“ลดค่าใช้จ่าย-จัดโปรแจกเครื่องดื่ม” วิธีปรับตัวของคาเฟ่น้องหมา ในยุคโควิดครองเมือง คาเฟ่หมา – ในยุคที่ไวรัสแพร่ระบาดไปแทบจะทั่วทุกมุมโลกแบบนี้ แน่นอนว่าธุรกิจหลายๆ อย่างย่อมหยุดชะงัก แต่เมื่อตั้งตัวได้ ต่างก็หาวิธีรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เช่นเดียวกันกับ Dog In Town Ari – Dog Cafe คาเฟ่หมาอารีย์ ที่ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงผลกระทบและการปรับตัวให้อยู่รอดในช่วงไวรัสระบาดว่า ปัจจุบัน คาเฟ่น้องหมา ด๊อกอินทาวน์ มีทั้งหมด 2 สาขา ได้แก่ สาขาเอกมัย ที่เปิดมาได้ 5 ปี และสาขาอารีย์ ที่กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 1 อย่างเต็มตัว ทางร้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กิจการก่อนโควิด มีเเนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่องเเละเป็นช่วงท่องเที่ยว โดยทางร้านมีลูกค้าต่างชาติ ทั้งทางฝั่งเอเชียเเละยุโรป คิดเป็น 40% และลูกค้าในประเทศ 60% ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงที่ธุรกิจสามารถทำรายได้ได้มากที่สุดของปี “พอมีโควิด ทางร้านเราเตรียมการรับมือในการป้องกันโรคทันที หลังจากทราบข่าวว่ามีการเเพร่เชื้อที่อู่ฮั่น เราก็เเจ้งลูกค้าต่างชาติก่อนเข้าร
จึง เตี่ย ฮวด ธุรกิจกระดาษเงิน กระดาษทอง กว่า 6 ทศวรรษ เข้าสุ่ยุคออนไลน์ ในหนึ่งปีจะขายดีมากช่วงเทศกาลตรุษจีน สารทจีน และเช็งเม้ง สำหรับ กระดาษเงิน กระดาษทอง ซึ่งคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนที่มีความเชื่อและศรัทธาต่อบรรพบุรุษจะต้องมาซื้อของเซ่นไหว้ ส่งผลให้ธุรกิจสินค้าประเภทนี้ยังคงอยู่คู่เทศกาลดีๆ ของคนจีนอย่างขาดไม่ได้ จึง เตี่ย ฮวด ร้านขายกระดาษเงิน กระดาษทอง เก่าแก่บนถนนเยาวราช ติดกับศาลเจ้าหลีตี๊เมี้ยว เปิดมานาน 60 ปี ปัจจุบันทายาทรุ่น 3 เข้ามาสานต่อ เติมไอเดียคนรุ่นใหม่ด้วยการเปิดเพจเฟซบุ๊กขายออนไลน์และมีบริการจัดส่งทั่วไทย หวังผลขยายกลุ่มลูกค้า นอกจากนั้น ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกของไหว้แก่บรรดามือใหม่หัดไหว้เจ้าอีกด้วย คุณนัท-พีรสรณ์ จิรพิชิตชัย เจ้าของร้าน “จึง เตี่ย ฮวด” วัยเพียง 25 ปี เล่าว่า ร้านนี้เปิดมา 60 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นอากง อาม่า ท่านมาจากประเทศจีน แรกเริ่มขายในตลาดเก่าเยาวราช ต่อมาขยายร้านอยู่ริมถนนพลับพลาไชย ประเภทสินค้าที่ขาย มีของไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ งานกงเต๊ก และสินค้ามงคล มีทั้งขายปลีก ขายส่ง เกือบทั้งหมดรับจากประเทศจีนเพราะต้นทุนถูก ในส่วนของกระดาษเงิน กระด
สุเทพ สีใส ขาย กะปิโหว่โบราณ สืบทอดความอร่อย มาจากคุณแม่ สุเทพ สีใส คว้าสูตรเครื่องจิ้มของแม่ยาย “กะปิโหว่โบราณ” อร่อยเด็ด ขายมานานกว่า 3 ปี ลูกค้าต่างติดใจในรสชาติ ส่วนผสมกะปิโหว่ ใช้ น้ำตาลมะพร้าวแท้ๆ เกลือ พริกแดงจินดา ไม่ใส่กุ้งแห้ง ทีเด็ด คือ เอามาปั่นกับกะปิที่ผ่านการหมัก 1 ปีขึ้นไป ไม่เค็ม ไม่คาว ทิ้งให้เซตตัว 2-3 วัน ส่วนมะม่วงเบาใช้มะม่วงใต้เท่านั้ัน “เราไม่คิดว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้ เรามั่นใจในรสชาติแต่ไม่ได้คิดว่าจะมาเป็นอาชีพจริงจัง” สุเทพ สีใส ตลกดังเล่าถึง “แมงโก้ เนเวอร์ ดาย บาย สีใส (Mango Never Die by Srisai)” ธุรกิจที่ช่วยกันปลุกปั้นกับ ป๊อป ธณัฏฐ์ภรณ์ ศรีภรรยา จนตอนนี้กลายมาเป็นอาชีพทำเงินให้เดือนละหลายแสนบาท โดยเขาว่า จุดเริ่มต้นมาจากเมื่อ 3 ปีก่อนตอนลูกสาวเข้ามหาวิทยาลัย ภรรยาที่เคยรับหน้าที่ดูแลลูกเต็มเวลาเลยอยากหาอะไรทำ และอาศัยว่ามีฝีมือในการทำเบเกอรี่จึงเริ่มด้วยการทำกราโนล่าขายแต่ผลตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร พอดีกับที่ช่วงนั้นมะม่วงเบากำลังเป็นกระแส แถมภรรยายังมีเครื่องจิ้มสูตรเด็ดอย่าง “กะปิโหว่สูตรโบราณ” ที่สืบทอดความอร่อยมาจากคุณแม่ สุดท้ายกะปิโหว่สูตรโ
เค็มบักนัด ปลาหมักสับปะรด ต้นเค้าชาวเวียด สมัยก่อนไม่ใช่จะหากินกันง่ายๆ สมัยที่ฉันเป็นเด็ก เวลาเพื่อนของน้าสาวมาจากอุบลราชธานีบ้านเกิด เธอจะนำขวดเครื่องปรุงอาหารอย่างหนึ่งมาฝากทุกครั้ง เธอเรียกว่า เค็มบักนัด เด็กเมืองกรุงไม่ประสีประสาอย่างฉัน รู้สึกขบขันกับชื่อประหลาดนี้ แต่ก็ทำให้ฉันจำได้แม่นยำทีเดียว เมื่อโตมาจึงคุ้นเคยกับอาหารชนิดนี้ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นไม่ใช่จะหากินกันง่ายๆ ถ้าไม่ได้ไปถึงอุบลราชธานีก็ไม่ได้กินหรอก ไม่เหมือนสมัยนี้ที่มีโอท็อปทำให้หาซื้อได้ง่ายขึ้น เค็มบักนัด หรือ เค็มหมากนัด ถ้าแปลเป็นภาษากลางคือ เค็มสับปะรด ก็เพราะมีสับปะรดเป็นส่วนผสมสำคัญ โดยจะนำไปหมักกับปลาแม่น้ำที่เป็นปลาหนัง ที่นิยมกัน คือ ปลาสวายและปลาเทโพ ใส่เกลือ น้ำตาล หมักราวครึ่งปี นำมาปรุงอาหารได้ ถ้ากินอย่างง่ายๆ ซอยพริก กระเทียม และหอมแดงใส่ นำมากินเป็นเครื่องจิ้มกับบรรดาผักสดทั้งหลาย จะให้หรูกว่านั้น ก็นำมาหลน ซึ่งนับว่าหลนเค็มบักนัด เป็นเมนูที่นิยมมากที่สุด และฉันก็ว่ามันเข้าท่าดี วิธีทำเหมือนหลนทั่วไป คือ นำหม้อตั้งไฟใส่กะทิ หมูสับ หอมแดง ใบมะกรูด พริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้าตามสะดวก เครื่องสมุนไพรนั้น บา
จากเด็กโดดเรียน เป็นลูกมือร้านเสริมสวย สู่เจ้าของห้องเสื้อชื่อเก๋ ตัดชุดให้นางงามใส่ จากร้านเสริมสวยเล็กๆ ในหมู่บ้าน ต่อยอดเป็น “ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ” ที่ใครได้ยินถึงกับต้องสงสัยในความแปลกของชื่อ ด้วยฝีมือการออกแบบและตัดเย็บที่ไม่ธรรมดา ทำให้ห้องเสื้อนี้มีโอกาสตัดเย็บชุดให้กับสาวงามเวทีดังมาแล้ว เจ้าของห้องเสื้อ มีชื่อว่า คุณแคท-ดุสิตา ดุเหว่าคำ อายุ 38 ปี เล่าให้ฟังว่า เธอเป็นคนชอบเรื่องสวยงามมาตั้งแต่เด็ก สมัยเรียน ปวช. ปี 3 ชอบโดดเรียนไปเป็นลูกมือร้านเสริมสวย แต่เรื่องนี้ไม่เป็นความลับอีกต่อไปเมื่ออาจารย์ฝ่ายปกครองแวะไปเป็นลูกค้าสระไดร์ ซึ่งอาจารย์ท่านนั้นโทรไปบอกพ่อกับแม่ว่าลูกชอบทางนี้ควรสนับสนุน ผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจส่งไปเรียนเสริมสวยจริงจัง ทั้งๆ ที่เหลือปีสุดท้ายก็จบ ปวช. แล้ว คุณแคทใช้เวลาเรียนเสริมสวยนาน 8 เดือน เมื่อมีความรู้มากพอเธอจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปเป็นลูกมือร้านเสริมสวย อยู่ในวงการนี้เกือบ 5 ปี กระทั่งกลับมาเปิด “ร้านตัดผมกาญจนา” ร่วมกับแม่ที่อยุธยา ธุรกิจเสริมสวยเริ่มเติบโต คนในชุมชนเห็นความสามารถ นอกจากตัดผมเป็นแล้วเรื่องเย็บปักถักร้อยยังไม่เป็นรอ
ธุรกิจนำเข้าสินค้าชะงัก หันขายขนมเปี๊ยะสู้โควิด ออร์เดอร์ทะลักแทบไม่ได้นอน คุณเปรี้ยว-นภสร สังขพิจิตร ในวัย 33 ปี บอกกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า เปิดบริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนร่วมกับเพื่อนมานาน 6-7 ปี แต่เพราะเกิดโควิด-19 ไม่สามารถนำเข้าสินค้าได้ รายได้หายไปร่วมแสนบาท เธอเลยต้องปรับตัวมาขายขนมเปี๊ยะ “สินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่ คือ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ธุรกิจเรามาทรุดช่วงโควิด-19 เพราะนำเข้าสินค้าไม่ได้ ถึงนำเข้าได้ก็ไม่คุ้ม ขายออกยาก รายได้หายไปร่วมแสนบาท เลยต้องพักธุรกิจนี้ไว้ก่อน เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนแยกไปทำสวนลำไย ส่วนเรามาทำขนมเปี๊ยะขาย เรียนมานานแล้วแต่ไม่เคยทำขาย นำมาปรับสูตรให้พอดี เริ่มขายแถวหมู่บ้านก่อน ยังไม่ได้ลงออนไลน์ คนในหมู่บ้านกินแล้วบอกต่อ พอได้ออร์เดอร์จากคนนอกมาบ้าง เริ่มมั่นใจมากขึ้นว่ารสชาติถูกปากลูกค้า เลยเปิดเพจขาย ชื่อ ขนมบ้านพิจิ เป็นชื่อของลูกชาย” คุณเปรี้ยว เล่า ขนมเปี๊ยะบ้านพิจิ มี 2 รสชาติ “ไส้แรกที่ทำขายคือถั่วไข่เค็ม และคัสตาร์ดไข่เค็มลาวา ซึ่งตอนนี้ขายดีกว่าไส้แรก จ้างป้าแถวบ้านมาช่วยทำไส้ถั่วไข่เค็ม ส่วนไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม
ยึดหลักไว้ 3 ประการ! สำหรับคนอยากขายอาหารออนไลน์ ให้ “แจ้งเกิด” มีนักเรียน มาตามให้ไปช่วยสอนวิธีการทำ “อาหารตามสั่ง” ให้ง่ายที่สุด ชนิดที่คนไม่เคยทำอาหารมาก่อนเลยก็ทำได้ คือ เขามีที่ทางเปิดร้านขายเกี๊ยวซ่าอยู่แล้ว อยู่ชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์ เคยเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งควบคู่ไปแล้วด้วย แต่แม่ครัวออกบ่อย เที่ยวนี้ลูกค้าเรียกร้อง เจ้าของเลยคิดทำซะเองเลยไม่ง้อแม่ครัว (จริงๆ ก็จ้างพนักงานต่างประเทศมา 2 คน เรียนรู้ไปด้วยกัน) เกี๊ยวซ่าที่เขาขาย เป็นเกี๊ยวซ่ายี่ห้ออิมพอร์ท แต่มาทำเอง ขายหนักทางออนไลน์ มอเตอร์ไซค์มารับถึงที่มากกว่าขายหน้าร้าน ใครอยากขายอาหารออนไลน์แล้วให้เกิด ยึดหลักไว้ได้ 3 ประการดังนี้ อาหารนั้นต้องแปลกใหม่ ไม่ซ้ำคนอื่น มีเอกลักษณ์ อาจจะเป็นยี่ห้อ (ดูเหมือน) อิมพอร์ทก็ได้ หรือเป็นของโบราณๆ สมัยนี้กำลังนิยม ข้อนี้คิดยากสุด เพราะต้องแปลกด้วย อร่อยด้วย คนกินแล้วต้องชอบด้วย ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ขอให้มีคนทำ เครื่องมือเพียงพอ บรรจุในภาชนะที่สวยงามเก๋ไก๋ เสียเงินค่าการตลาดเป็นช่วงๆ ให้เจ้ารับส่งอาหารดังๆ ทั้งหลาย มีโปรโมชั่นบ้าง คนยุคนี้เจเนอเรชั่นนี้ชอบของถูก ของดี ลองของแปลก ถ้า
