SMEs
เปิดเทคนิค สู้วิกฤตโควิด-19 ของ มาดามแมงโก้ ผลไม้อบแห้งเจ้าดังเมืองเชียงใหม่ หากใครยังจำกันได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของ คุณราเมศ รัตยันตรกร ผู้ก่อตั้ง แบรนด์ “มาดามแมงโก้” อดีตครีเอทีฟเจ้าของบริษัทรับผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ เบอร์ 4 จากนั้นนำมาแปรรูปอบแห้ง ส่งขายต่างประเทศ รายได้กว่าหลักแสนต่อเดือน (อ่านเรื่องราวของคุณราเมศได้ที่ คลิก) เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้โอกาสคุยกับคุณราเมศอีกครั้ง เขาเล่าว่า ในช่วง 3 ปีที่แบรนด์มาดามแมงโก้ได้ถือกำเนิดมา มีรายได้เข้ามาจากการส่งออกผลไม้อบแห้งไปขายที่จีน อย่าง มะม่วงอบแห้งและสับปะรดภูแลอบแห้ง และการรับทำ OEM ต่อมาก็มีไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นมาอย่าง ข้าวป๊อป ที่ใช้พันธุ์ข้าวพื้นถิ่นมาแปรรูป เพื่อสร้างความแตกต่างและเป็นทางเลือกให้ลูกค้าของแบรนด์ ธุรกิจกำลังไปได้ดี แต่ก็ต้องมาสะดุดเพราะโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาด “ธุรกิจกำลังไปได้เรื่อยๆ แต่พอสถานการณ์โควิดเข้ามาช่วงกุมภา มีนา ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันครับ เรียกว่าได้รับผลกระทบเยอะเลยแหละ เพราะช่วงนั้นเรากำลังเอาสินค้าตัวใหม่ อย่าง เจลลี่ กัมมี่ มา
มันฝรั่งทอดทำเงิน! “TORO FRIES” เฟรนช์ฟรายด์ยาว 1 ฟุต ทีเด็ดกรอบนอกนุ่มใน เคยกินกันหรือยัง เฟรนช์ฟรายด์ยาว 1 ฟุต “TORO FRIES” คินค้นและพัฒนาสูตรโดย 4 ผู้ร่วมก่อตั้งคนไทย ที่ตระเวนชิมเฟรนช์ฟรายด์ยาวมาแล้วทั่วเอเชีย คัดสรรวัตถุดิบ ปรับปรุงสูตรเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยที่สุด เพิ่มมิติรสชาติด้วยดิปชีสให้เลือกมากถึง 8 รสชาติ โดยมีแฟรนไชส์ไปแล้วกว่า 50 สาขา ในระยะเวลาเพียง 10 เดือน “TORO FRIES (โทโร่ฟรายส์)” ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยหุ้นส่วนทั้งหมด 4 คน หนึ่งในนั้นคือ คุณชานนท์ แสงมณี หรือ ตั้ม หนุ่มวัย 34 ปี อาสาให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงที่มาที่ไปของแบรนด์ “เราทั้งหมด 4 คน ชอบเดินทางไปท่องเที่ยว ทั้งในไทยและต่างประเทศ ตามรอยรีวิวของกินไปเรื่อยๆ ที่ไหนรีวิวว่าเด็ดจะไม่เคยพลาด จนไปเจอ เฟรนช์ฟรายด์ยาวชิมแล้วรู้สึกว่า มันยังไม่ใช่ มันต้องอร่อยกว่านี้ มันต้องดีกว่านี้ (ในใจก็คิดว่าอาจจะไม่ถูกปากสำหรับเราคนเดียวก็ได้มั้ง) เริ่มมีการคุยๆ กันในทีม จึงมีความคิดเห็นตรงกันว่ามันสามารถปรับปรุงรสชาติได้อีก เพื่อให้ถูกปากคนไทย
ชาวไทยนั้นคุ้นเคยกับอาหารเวียดนามเป็นอย่างดี บางอย่างเรากินกันจนลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเป็นของต่างชาติ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงนี้คือ หมูยอ ย้อนหลังไปสมัยเป็นเด็กนักเรียนจำได้ว่าเวลาใครไปใครมาเชียงใหม่จะต้องหอบหิ้วหมูยอกลับมาเป็นของฝากจนคิดว่าหมูยอนั้นเป็นอาหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยี่ห้อที่ฉันรู้จักตอนเด็กนั้นคือ ตราดาวที่อยู่บนถนนช้างม่อย ตอนหลังมียี่ห้อป้าย่นที่ยังโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยได้เดินทางมากขึ้นก็พบว่าหมูยอในภาคอีสานนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเวียดนามเพราะติดชายแดนลาว ถัดไปอีกหน่อยก็ถึงเวียดนามแล้ว ก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศลาวนั้นจะได้กินอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารลาวเสียอีก พวกเขานิยมกินกันจริงๆ เหมือนคนไทยชอบกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่าหมูยอมีต้นกำเนิดจากไหน จนมีอันต้องระเห็จไปอยู่ที่เวียดนามเสียนานหลายปี จึงเอะใจว่าหมูยอนี้น่าจะมีต้นตอมาจากที่นี่ อย่างแรกเลยก็คือชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นน่าจะมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) หรือ “หย่อหลั่วะ” (Giò lụa) ที่ใช้เรียกหมูยอข
“มานะ เอาท์เล็ท” อาณาจักรเครื่องครัวสุดฮิต ราคาสบายกระเป๋า ขายดีจนต้องปิดร้านมาแล้ว ชั่วโมงนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก “มานะ Outlet” อาณาจักรเครื่องครัวที่ทุกคนต้องไป เพราะบนพื้นที่ 2 ไร่แห่งนี้เต็มไปด้วยอุปกรณ์เครื่องครัวนานาชนิด จบครบในที่เดียวในราคาที่จับต้องได้ คุณอาร์ต-รักษิต โพธิ์โลหะกุล วัย 29 ปี ทายาทรุ่น 3 มานะ เอาท์เล็ท เล่าให้ฟังว่า ย้อนไปเมื่อ 50 ปีก่อน ที่ตั้งของ มานะ เอาท์เล็ท คือโรงงานผลิตอะลูมิเนียม ริเริ่มโดยอากงอาม่าของคุณอาร์ต ผลิตหม้ออะลูมิเนียมส่งจำหน่ายทั่วประเทศ และเมื่อ 4 ปีก่อนด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทางครอบครัวได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจด้วยการเพิ่มความหลากหลายของสินค้า โดยมีคุณอาเป็นกำลังสำคัญ “คุณอามีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องครัว ท่านได้นำเข้าเครื่องครัวต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น เครื่องครัวเซรามิก, ปิ่นโตสี, ปิ่นโตลายไทย, ถ้วย, ชาม, แก้ว, หม้อสเตนเลส,อะลูมิเนียม, เครื่องครัวงานไม้, กระทะ, ตะหลิว, มีด, อุปกรณ์ครัวอื่นๆ โดยแบ่งพื้นที่โรงงานมาเป็นหน้าร้าน แต่ธุรกิจอะลูมิเนียมแย่ลงคนไม่นิยมใช้ จึงได้เปลี่ยนโรงงานมาเป็นมานะ เอาท์เล็ท ขายอุปกรณ
น้ำพริกป่นปลา แนมผักนึ่ง-ผักสด อาหารง่ายๆ โภชนาการครบ รสชาติอร่อย ช่วยเจริญอาหาร กลุ่มชาติพันธุ์ไทย-ลาว ที่อยู่ริมสองฝั่งโขงทั้งในประเทศไทยและประเทศลาว เรามีวัฒนธรรมร่วมกันหลายอย่างที่ยังคงสืบต่อมาจนปัจจุบัน ทั้งภาษา ศาสนา การแต่งกาย และอาหารที่แทบจะไม่ต่างกันเลย โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินที่กินข้าวเหนียวเป็นหลักพร้อมกับกับข้าวที่ทำขึ้นง่ายๆ จากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นตามฤดูกาล กินผักกินปลาแม่น้ำโขงเป็นหลัก น้ำพริกหรือเครื่องจิ้มชนิดหนึ่งที่แพร่หลายอย่างมากคือ ป่นปลา ซึ่งพบว่าชาวลาวนี้กินกันมานาน ดังปรากฏอยู่ในบันทึกของเพียสิง จะเลินสิน ที่ได้จดบันทึกตำรับอาหารพระราชวังหลวงพระบางที่เขาได้คลุกคลีอยู่ในห้องเครื่องในวังหลวง ก่อนที่จะถึงแก่อนิจกรรมใน ค.ศ.1967 ในสมุดจดเล่มนั้นได้กล่าวถึง ป่นปาเลิม (ปลาเลิม) ซึ่งหมายถึงปลาเทพา อันเป็นปลาหนังจำพวกหนึ่งที่มีมากในแม่น้ำโขง เขาบอกถึงวิธีทำว่านำชิ้นปลาไปต้มกับเกลือหรือน้ำปลา มีหอม กระเทียม พริกสด และมะเขือเปราะอ่อนนำไปหมกไฟให้สุกเรียกว่าเครื่องหอม แล้วจึงตำให้เข้ากันกับเนื้อปลา เติมน้ำต้มปลาให้พอข้น ปรุงรสด้วยน้ำปลา โรยต้นหอม ผักชี และใบมะก
เปิดบทเรียนสู้โควิด รีสอร์ทดังราชบุรี ขายผลผลิตจากฟาร์มผักหารายได้ จากพื้นที่รกร้าง 200 ไร่ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ วิวภูเขาทะเลสาบ ถูกเนรมิตรให้เป็นรีสอร์ท “อินเลญา” ที่พักชื่อดังในจังหวัดราชบุรี ชื่อนี้มีรากศัพท์มาจากภาษาพม่า เป็นชื่อหมู่บ้านในทะเลสาบ ก่อนปรับใหม่ให้ฟังแล้วนุ่มนวลขึ้นเป็นชื่อรีสอร์ทในปัจจุบัน คุณสกรรจ์ พุ่มนาค ทายาทเจ้าของรีสอร์ท เล่าว่า ครอบครัวเคยทำธุรกิจโรงพิมพ์มานานเกือบ 20 ปี ก่อนคุณพ่อเกษียณได้ซื้อที่ไว้ เดิมทีเป็นที่รกร้าง มีทะเลสาบเพราะเจ้าของเดิมขุดหน้าดินขาย ทางครอบครัวคิดไว้แล้วว่าอยากทำที่พัก แต่ที่พักต้องมีร้านอาหารก่อน จึงเริ่มต้นทำร้านอาหารชื่อว่า Inlaya bar & grill ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ สร้างรีสอร์ทควบคู่ไปด้วย ปัจจุบันเปิดมานาน 5 ปี “เปิดร้านอาหารแรกๆ โปรโมทผ่านเฟซบุ๊กในช่วงวันลอยกระทง เรามีทะเลสาบให้ลูกค้ามาลอยกระทงได้ มีอาหารและเครื่องดื่มให้กิน นับเป็นวันแรกๆ ที่คนราชบุรีรู้จักเรา ร้านอาหารรองรับคนแทบไม่ไหว เพราะเป็นร้านเล็กๆ เลยพักโปรเจกต์รีสอร์ทมาขยายร้านอาหารให้ใหญ่ขึ้น ค่อยกลับมาทำรีสอร์ทต่อ เราลงทุนเรื่อยๆ ตอนนี้คืนทุนได้เยอะแล้ว”
ปัจจุบัน ผู้คนสนใจและหันมารณรงค์เรื่องการใช้ของรีไซเคิล เกิดเป็นเทรนด์รักษ์โลกขึ้น ไม่ว่าจะการนำของกลับมาใช้ซ้ำ ลดจำนวนการใช้ถุงพลาสติก หันมาใช้ถุงผ้า การนำของที่ใช้แล้วมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับเทรนด์รักษ์โลกต่างๆ เริ่มเติบโตขึ้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเจอธุรกิจหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในเฟซบุ๊ก เรียกได้ว่าเป็นไอเดียต่อยอดทำเงิน นำของที่มีอยู่มาเพิ่มมูลค่า อีกทั้งยังเข้ากับเทรนด์รักษ์โลกที่คนกำลังให้ความสนใจในปัจจุบัน อย่าง “ธุรกิจรับเคลือบถุงกระดาษแบรนด์เนม” คุณดา – ณัฎฐ์พัฒน์ โพธิ์สีดา ครูสอนงานสีและช่างสปากระเป๋า วัย 46 ปี เป็นอีกคนหนึ่งที่หันมาจับธุรกิจรับเคลือบถุงแบรนด์เนม เธอเล่าให้ฟังว่า ตนเองทำอาชีพเป็นช่างทำสีและช่างสปากระเป๋า อีกทั้งเป็นคนที่ชื่นชอบกระเป๋าแบรนด์เนมด้วย คนที่ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมบ่อยๆ จะทราบกันดีว่า มักจะมีถุงกระดาษใส่กระเป๋ามาให้อยู่แล้ว เมื่อนำกระเป๋าออกมาใช้ ถุงที่ได้มาก็พับเก็บไว้ ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อีกทั้งเมื่อประมาณ 4–6 เดือนก่อน ทางร้านสปากระเป๋า มีเทรนด์นำถุงกระดาษที่ได้มาจากการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม มาลองเคลือบเป็นกระเป๋า
แจกสูตร “เปาะเปี๊ยะสดขาหมู” วิธีการทำไม่ซับซ้อน แต่ต้องเครื่องเยอะหน่อย นานมาแล้ว ผมไปกินเปาะเปี๊ยะสดที่เยาวราช เป็นรถเข็นมีตู้กระจก คนขายใส่หมวกจีน กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ข้างท้ายรถมีเตาถ่านตั้งหม้อนึ่ง หรือเมื่อก่อนคนไทยเรียก “ลังถึง” ปัจจุบันยังหลงเหลือเรียกกันอยู่บ้างว่า “ซึ้ง” ทั้งสองคำมีที่มาจากภาษาจีน “ลัง” มาจากคำว่า “ลั้ง” แปลว่าภาชนะไม้ไผ่ ส่วน “ถึง” มาจาก “ถึ่ง” แปลว่าทำให้ร้อน ส่วน “ซึ้ง” ไม่ได้ไปทำซึ้งจ้องตาใคร แต่มาจากคำว่า “เล่งซึ้ง” แปลว่า หม้อนึ่ง นั่นแหละ ในลังถึงนั้นแยกชามเป็นส่วนๆ มี กุนเชียงหั่นเป็นเส้น ถั่วงอกนึ่ง เต้าหู้ขาวต้มพะโล้ ส่วนในตู้กระจกมีแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะบางๆ คลุมผ้าไว้กันแข็ง แตงกวาหั่นยาว ต้นหอม พริกชี้ฟ้าเขียว ไข่เจียวหั่นฝอย และ “หมูตั้ง” คนคิดชื่อนี้เป็นการให้ชื่อที่ง่ายและเห็นภาพชัดเจน เพราะหมูตั้ง คือ การเอาพวกเศษหัวหมู หูหมูพะโล้ มาสับรวมกันแล้วอัดใส่พิมพ์เป็นก้อนสี่เหลี่ยม พอเย็นตัวก็จะแข็งด้วยเจลาตินที่มีอยู่ในหัวหมู แล้วค่อยตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมตั้งได้ สมแล้วที่ชื่อหมูตั้ง จิ้มกับน้ำส้มเป็นกับข้าวต้ม หรือเป็นกับแกล้มก็ได้ ภาษาจีนเรียก ตือเถ
เซจนล้ม เจ้าของร้านชานมหน้าใหม่ เปิดใจ “โควิดมา ตั้งตัวไม่ทัน ขายได้วันละแก้วยังมี!” “ชานมไข่มุก” ที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไต้หวัน ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นโดย “หลินชิ่วฮุย” โดยชาไข่มุกส่วนใหญ่ จะเป็นแบรนด์ของถิ่นกำเนิดประเทศแม่ และเริ่มเข้ามาแพร่ขยายความนิยมในหลายๆประเทศ รวมถึงประเทศไทยก็ด้วย จนทุกวันนี้มีแบรนด์ชานมไข่มุกต่างๆ ให้ได้เลือกทานกันมากมาย ทั้งแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์ของคนไทย คุณวิกกี้- รัญชนา พฤกษานานนท์ สาวน้อยวัย 23 ปี ก็เป็นอีกคนที่ทำธุรกิจร้านชานมไข่มุก โดยมีแบรนด์เป็นของตัวเองชื่อ Oui Tea เธอให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ธุรกิจนี้ เกิดจากความชอบของเธอและพี่ๆ อีก 2 คน ซึ่งเธอที่เป็นน้องเล็กเพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ เกิดอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงนำเอาความชอบมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ โดยมีพี่ๆ และสมาชิกในครอบครัวให้การสนับสนุน “กี้เริ่มทำงานเก็บเงินมาตั้งแต่สมัยเรียนปี 1 ทำให้พอมีเงินและมองเห็นโอกาสในตลาดเครื่องดื่ม อย่างชานมไข่มุก ว่า มันยังไปต่อและกี้ก็ทำได้ แล้วเราก็ชอบด้วย เลยอยากมีร้านเป็นของตัวเอง ร้านนี้ก็ถื
เคยกินยัง “ไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมด” ของคนไทย คัดวัตถุดิบพิเศษมีให้ชิมกว่า 20 รสชาติ เกือบ 2 ปี ที่แบรนด์ SCOOPS & SMILES ไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดของคนไทยสร้างความอร่อยให้เหล่าไอศกรีมเลิฟเวอร์ มีให้เลือกชิมมากกว่า 20 รสชาติ โดยไอศกรีมแต่ละรสชาติอัดแน่นไปด้วยความเข้มข้น เพราะคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยเจ้าของแบรนด์ที่มีประสบการณ์ ด้านการพัฒนาสินค้าและพัฒนาสูตรยาวนานกว่า 15 ปี คุณจูน-พรศิริ ปลื้มเกียรติชัย วัย 39 ปี เจ้าของแบรนด์ดีกรีไม่ธรรมดา เรียนจบปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต คณะอุตสาหกรรมเกษตร สาขาพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจบปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) “หลังเรียนจบปริญญาตรี ได้เข้าทำงานด้าน R&D ผ่านการพัฒนาสูตรและสินค้ามากมายให้กับบริษัทเอกชนมาแล้วหลายแห่ง ด้วยความที่ชอบชิม ชอบทดลองทานอาหาร ขนม และวัตถุดิบใหม่ๆ ภายหลังได้ออกจากงาน และมีโอกาสในการทำสินค้าของตัวเอง เลยคิดถึงไอศกรีมเป็นอย่างแรกค่ะ ด้วยตัวเราและคนในครอบครัวชอบทานไอศกรีมมาก และคิดว่าไอศกรีมยังเป็นสินค้าที่เหมาะสมกับ
