SMEs
ในช่วงปีที่ผ่านมา “สินค้าเกษตรอินทรีย์” ติดโผสินค้าขายดีอันดับต้นๆ ของภาคเกษตรทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าพืชผัก ธัญพืชและผลไม้นานาชนิด ที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ (ออร์แกนิก) เช่น ข้าว ผักปลอดสารพิษ มังคุด ทุเรียน ลำไย ฯลฯ มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและส่งออก ยอดขายดี ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องอาหารอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ พืชสมุนไพร ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่มาจากระบบเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งกระแสท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ (Organic Tourism) ก็ขายดีด้วยเช่นกัน สอดคล้องกับกระแสความนิยมของผู้บริโภคทั่วโลกที่หันมาดูแลเอาใจใส่สุขภาพกันเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ทุกชนิดมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี คาดว่า ในปี 2562 ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% เพราะทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคเอง ต่างตื่นตัวในเรื่องสุขภาพเพิ่มมากขึ้น เลมอน ฟาร์ม “ร้านเลมอน ฟาร์ม” เป็นองค์กรของสมาชิกและผู้บริโภคที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นกลไกเชื่อมโยงเกษตรกรผู้ผลิตในชนบทกับผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นการผลิตสินค้าเกษตรปลอดสารพิษที่ปลอดภัยต่อตัวเกษตรกร สร้างสุขภาพ
ปลุกกระแส “ขจัดพิษดิจิตอล” ร้านค้าระดมส่วนลด-โปรโมชั่น จูงใจงดใช้มือถือ เดินไปไหนมาไหนก็เห็นแต่คนใช้โทรศัพท์มือถือ รอรถก็หยิบมาเล่นเกม ระหว่างเดินก็ยังแชต ไปรับประทานข้าวกับครอบครัวก็ต่างคนต่างโซเชียล สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ในไทย แต่ผู้คนทั่วโลกกำลังเข้าสู่สังคมก้มหน้า และเสพติดมือถือมากขึ้น ในบางกรณีอาการรุนแรงจนต้องรับการบำบัด ผลการสำรวจในปี 2560 ของ “เคาน์เตอร์พอยต์ รีเสิร์ช” บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี พบว่า ราวครึ่งหนึ่งของผู้ใช้สมาร์ตโฟนหมดเวลาไปกับหน้าจอสี่เหลี่ยม 3-7 ชั่วโมง ต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาชี้ว่า เทคโนโลยีมือถือมีแนวโน้มทำให้ผู้คนขาดสมาธิในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับสุขภาพจิต เช่น ความกังวล ภาวะซึมเศร้า เหล่านี้ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มหันมาใส่ใจปลุกกระแสขจัดพิษดิจิตอล หรือ ดิจิตอล ดีท็อกซ์ มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเหล่านี้ ร้าน “ซูชิ เลาจน์” ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐอเมริกา ชวนลูกค้าเก็บมือถือไว้ในถังแช่ไวน์ แลกกับส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้งค่าอาหารและเครื่องดื่ม เพราะทางร้านหวังให้ลูกค้าพักวางจากมือ
แพงก็สู้! แม่ค้าส้มตำกัดฟัน ไม่ใช้ “มะนาวขวด” กลัวลูกค้าหนี ได้ไม่คุ้มเสีย จากสภาพอากาศหน้าแล้ง ส่งผลให้มะนาวขาดตลาด และปรับราคาขึ้น จาก 7 กิโลกรัมขาย 100 บาท มาเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท พ่อค้า-แม่ขาย จำนวนไม่น้อย ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะร้านค้าที่ต้องใช้มะนาวเป็นวัตถุดิบหลักอย่างเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ว่ามีการปรับตัวอย่างไร คุณปาจารี ดีสร้อย อายุ 46 ปี แม่ค้าขายส้มตำเจ๊ไร ปากซอยวิภาวดีรังสิต 42 ให้ข้อมูลว่า ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากปัญหามะนาวขึ้นราคา แต่ต้องยอมเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมเพราะราคามะนาวในตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นสูงถึงกิโลละ 100 บาท จากเดิมมะนาวมีราคา 7-8 กิโล เพียง 100 บาทเท่านั้น ถือว่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แต่ก็ต้องยอมจ่ายเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม ไม่นำ “มะนาวขวด” มาใช้ เพราะรสชาติแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถรับรู้ได้ทันที ส่งผลให้รสชาติส้มตำแย่ลง นับเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย คุณจำปี พฤฒามาตย์ อายุ 48 ปี เจ้าของร้านน้ำแห่งหนึ่งในซอยวิภาวดี แสดงความเห็นว่า ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เ
ดอกสลิด หรือ ดอกขจร ผักพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายประเภท หรือจะนำมาลวกจิ้มกินกับน้ำพริกก็อร่อย แถมยังมีวิธีการปลูกและดูแลง่าย ปลูกได้ทุกสภาพพื้นดิน เพียงแต่ต้องรู้จักนิสัยสักหน่อย คุณศราวุฒิ ลาจังหรีด (ต่าย) อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 8 บ้านโคกโจด ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา พนักงานประจำด้านปศุสัตว์ สนใจอยากหารายได้เสริมให้ครอบครัว ด้วยความที่ไม่อยากให้พ่อกับแม่ที่มีอายุมากออกไปรับจ้างทำงานข้างนอกบ้าน จึงมีความคิดที่จะปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริม เพราะจากที่ศึกษาข้อมูล ขจร เป็นพืชที่ปลูกง่าย ลงทุนน้อย ปลูกครั้งเดียวเก็บดอกได้นาน 5 ปี คุณศราวุฒิ ลาจังหรีด (ต่าย) เริ่มปลูกดอกขจร ด้วยเงินเพียง 500 บาท คุณต่าย เริ่มปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 5 ปี ดอกขจรที่ปลูกคือ พันธุ์เกษตร 1 ให้ช่อดอกใหญ่ ดกเต็มต้น ขายได้ราคาดี “ผมเริ่มต้นปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริม ด้วยเงินเพียง 500 บาท คือการซื้อกิ่งพันธุ์มาชำแล้วปลูกเองจำนวน 200 กิ่ง ปลูกได้ไม่ถึง 2 งาน เริ่มเปิดตลาดด้วยการนำดอกขจรไปนั่งขายที่ตลาดนัด ก็ได้รับผลตอบรับดี ชาวบ้านให้ความสนใจ มี
อาชีพเสริมพีอาร์สาว ขาย “อโรมา” ราคาหลักร้อย แต่ความหอมหลักล้าน!! แม้มีงานประจำใช่ว่าชีวิตจะมั่นคง เงินเดือนที่ได้อาจน้อยนิดจนหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลายต้องหันมาทำอาชีพเสริม ที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบันเลยคือ ค้าขายออนไลน์ สารพัดจะมี ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ เส้นทางเศรษฐีมีหนึ่งอาชีพเสริมมาเล่าสู่กันฟังโดย คุณเคที่-สิธิกาญจน์ ธนจินดาเลิศ วัย 45 เธอคนนี้เป็นอดีตนักข่าว ที่ผันตัวมาเป็นผู้บริหารสื่อสารมวลชนของธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) ควบตำแหน่งเจ้าของแบรนด์ใหม่เอี่ยม “Thi-Karn” อโรมากลิ่นหอมฟุ้งราคาหลักร้อย แต่ความหอมหลักล้าน!! ก่อนมาทำธุรกิจขายอโรมา เธอเล่าย้อนถึงความหลากหลายของชีวิตให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า ชีวิตดิ้นรนมาตลอด เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ไม่เคยขอเงินที่บ้านเลยสักบาท เพราะไม่ได้มีส่งให้มากมาย เรียนจบได้ด้วยตัวเองภายใน 5 ปี จนชีวิตก้าวเข้าสู่วัยทำงานในฐานะนักข่าวสายการเงิน ช่วงที่เป็นนักข่าว คุณเคที่ บอกว่า ยังคงทำอาชีพเสริมอยู่เรื่อยๆ เพราะอยากมีเงิน และใจรักบริการ ขายไอศกรีม และสินค้าต่างๆ สลับกันไป จนได้รับคำชวนจากพี่ที่สนิทให้ไปเป็นพีอาร์ปร
อดีตสาวออฟฟิศ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทำเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน ในยุคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น เทรนด์ฮิตติดลมบนที่ยังคงเป็นกระแสมาอย่างยาวนานในหมู่วัยรุ่นและวัยทำงานคงจะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกจาก การออกกำลังกายและการทานอาหารคลีน แต่เท่านั้นคงยังไม่เพียงพอที่เราจะสามารถมอบสิ่งดีๆ ให้กับตัวเราเองได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐี พาบุกไปถึงจังหวัดลำปาง เพื่อพูดคุยกับ คุณจอย – ปิยนุช ปิยะเทพธานีกุล สาวบริหารฯ อดีตพนักงานออฟฟิศ ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจ “Yummy Farm” (ยัมมี่ ฟาร์ม) ฟาร์มออร์แกนิกขนาดย่อมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานแหล่งผลิตโดยกรมวิชาการเกษตร คุณจอย เล่าถึงสาเหตุการตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพราะตนเองมองว่าเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นควรทำสิ่งที่อยู่กับตนเองได้ยาวนานกว่าการเป็นพนักงานออฟฟิศ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการหันมาเปิดฟาร์มออร์แกนิกแห่งนี้ โดยยึดถือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการทำฟาร์มเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชไว้สำหรับทาน หากเหลือสามารถนำไปขายสร้างรายได้ ทั้งเพิ่มคุณภาพของผลผลิตด้วยการนำวัตถุ
SMEs ไทย ขอความสุขลุงตู่ ช่วยดันราคาสินค้าเกษตร – แก้กฎหมายทำธุรกิจ หลังจากที่มีข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ เผยเหตุผลต้องเลือก บิ๊กตู่ ชูทำไทยมีความสุขอันดับ 1 ของโลก ออกมานั้น ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สอบถามความเห็น ของผู้ประกอบการ SMEs ว่า “ถ้าอยากมีความสุข อยากให้นายกฯทำอะไร” คุณนุ่ม-วรพชร วงษ์เจริญ เจ้าของแบรนด์ แรบบิทจันท์ สินค้าแปรรูปจากมะปี๊ด ให้สัมภาษณ์ว่า ด้วยความที่ตนอยู่ในวงการเกษตรกรรม ต้องทำมาค้าขายอยู่กับพืชผลทางการเกษตร ก็อยากให้นายกฯ ช่วยเน้น เรื่องของการส่งเสริมการค้าขายสินค้าเกษตรกรรมให้มากขึ้น เช่น การพยุงราคาซื้อ-ขาย รวมถึงความปลอดภัยของสินค้า ตนมองว่า ยังไม่มีการควบคุมในส่วนนี้กันอย่างจริงจังเท่าใดนัก ถ้าอยากให้ประชาชนมีความสุข ก็ควรให้มีความสุขมาจากข้างใน สุขภาพกายดีสุขภาพจิตก็จะดีตามไปด้วย คุณฝน-พรพิรุณ อุดมเดช อายุ 38 ปี เจ้าของกิจการ เครื่องไข่เจียว-ไข่ตุ๋นอบแห้ง ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ส่วนตัวแล้ว ตนอยากให้นายกฯ ช่วยแก้ไขเรื่องข้อกฎหมายในการทำธุรกิจ ให้ผู้ประกอบการได้ทำมาค้าขายได้สะดวกขึ้น เป็นการสร้างความสุขให้คนไทยอย่างแท
พอยิ้มได้! คุณยายวัย 99 หายป่วย ออกขายกล้วยทอด ลูกค้าช่วยอุดหนุน ล้มป่วยด้วยอาการไข้หวัดอยู่หลายวัน จนลูกค้าตามหากันจ้าละหวั่น สำหรับคุณยายจำลอง วงค์หงษา แม่ค้ากล้วยทอดวัย 99 ปี ที่อีกไม่กี่วันอายุก็จะครบร้อยแล้ว แต่ยังขยันขันแข็ง เข็นรถออกขายกล้วยทอด มันทอด ตั้งแต่ตีสี่ พอมีเวลาหยุดสัปดาห์ละวันก็ยังไปรับจ้างลอกหนังปลา-คั่วถั่ว ได้ค่าแรงวันละ 150 บาท ข่าวเกี่ยวข้อง เศร้าจัง! สังขารไม่ไหวแต่ใจสู้ คุณยายวัย 99 ขายกล้วยทอด พ้อ “ป่วยอยู่หลายวัน รายได้ก็ไม่มี” แต่เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยไม่เข้าใครออกใคร เมื่อไม่กี่วันก่อน คุณยายจำลอง มีอันต้องหยุดขายของเพราะไข้หวัดเล่นงาน ทำให้ขาดรายได้ แต่ล่าสุดวันนี้ (21 มี.ค.62) คุณยายออกมาขายของได้ตามปกติ สีหน้ายิ้มแย้ม แม้จะยังดูอิดโรยอยู่บ้าง “หลายคนทราบข่าวก็มาช่วยซื้อ ช่วยอุดหนุน บางคนเอาเงินมาช่วยเหลือบ้าง ทำให้มีกำลังใจสู้ ก่อนหน้านี้ มีเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมจังหวัดฯมาถ่ายรูปรถเข็นกับรถลากซื้อของ ซึ่งมันเก่าและเริ่มเข็นแทบไม่ได้ เข้าใจว่าเขาคงจะซื้อให้ใหม่”แม่ค้ากล้วยทอด วัย 99 ปี เล่าให้ฟัง ก่อนขอตัวไปขายของต่อ ใครอยากอุดหนุนเป็นกำลังใจให้คุณย
นับถือใจ! สาวพิการเพราะโดนสามีเผาทั้งเป็น ลุกขึ้นสู้ชีวิต ขายเสื้อหาเงินส่งลูกเรียน “ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันไป” คำกล่าวนี้ใช้ได้จริงทุกยุคสมัย แม้จะล้ม หรือประสบชะตากรรมเลวร้ายเพียงใด หากยังมีชีวิตอยู่ ขอจงอย่ายอมแพ้ และวันนี้ “เส้นทางเศรษฐี” จะพาไปรู้จักกับหญิงสาวรายหนึ่ง ที่แม้จะถูกสามีเผาทั้งเป็นจนกลายเป็นคนพิการ แต่ก็ยังสู้ชีวิต ลุกขึ้นมาขายเสื้อส่งลูกเรียน หญิงนักสู้คนนั้นคือ คุณเนตรนภา นวลกุล อายุ 28 ปี หรือคุณเนตร เจ้าของเพจร้านค้าเพื่อลูก เธอได้เล่าถึงเรื่องราวในอดีตให้ฟังว่า เดิมตนเป็นแม่บ้าน อยู่บ้านเลี้ยงลูก ไม่ได้ทำอาชีพอะไร และใช้ชีวิตปกติเรื่อยมา จนกระทั่งประมาณ หลังวันสงกรานต์ ปี 59 ตนทะเลาะกับอดีตสามีอย่างรุนแรง อีกทั้งยายของอดีตสามียุยงให้แยกทางกัน ตนได้ยินดังนั้นจึงตัดสินใจหย่าร้าง แต่สามีไม่พอใจ จึงจุดไฟเผาตนทั้งเป็น พิษจากการถูกเผาทั้งเป็นในครั้งนั้น ทำให้ตนกลายเป็นคนพิการ หน้าตาอัปลักษณ์ เนื้อหนังที่เคยเต่งตึงกลายเป็นแผลตกสะเก็ด เนื้อบางส่วนขาดหายไป แขนงอใช้การไม่ได้ ต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายที่ถูกเผาหลายจุด เข้าพบจิตแพทย์เพราะเครียด หว
เศร้าจัง! สังขารไม่ไหวแต่ใจสู้ คุณยายวัย 99 ขายกล้วยทอด พ้อ “ป่วยอยู่หลายวัน รายได้ก็ไม่มี” เรื่องราวน่าทึ่งของ คุณยายวัย 99 ปี ที่ยังยึดอาชีพแม่ค้า ปั่นรถซาเล้งขายกล้วยทอดอยู่ในตัวเมืองจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งตกเป็นข่าวเมื่อไม่นานนี้ มีผลต่อใจของใครหลายคน จนบรรดาผู้อาศัยอยู่ในละแวก พากันไปตามหาเพื่ออุดหนุนสินค้าของคุณยายคนละถุงสองถุง แต่ปรากฏว่าตามหาตัวคุณยายไม่เจอ ทั้งที่ตามปกติแล้วคุณยายจะออกมาขายของแทบทุกวัน ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน” ไปพบคุณยายท่านดังกล่าวถึงที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ย่านถนนพระองค์ดำ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งคุณยาย ออกมาต้อนรับด้วยอาการอิดโรยเล็กน้อย จึงถามไถ่ถึงสุขภาพ คุณยาย บอก ช่วงนี้เป็นหวัด ไอและมีไข้ เลยหยุดขายของได้สองสามวันแล้ว พูดคุยกันนิดหน่อย สีหน้าของคุณยายสดชื่นขึ้น จึงอยู่เป็นเพื่อนต่อ เลยขอให้คุณยาย เล่าประวัติความเป็นมาให้ฟัง ท่านก็ใจดีเหลือหลาย ย้อนความทรงจำให้ฟังว่า ชื่อ จำลอง วงค์หงษา เกิดวันที่ 1 เมษายน 2462 ปัจจุบันอายุ 99 ปี อีกไม่กี่วันอายุก็จะครบ 100 ปีแล้ว พื้นเพดั้งเดิมเป็นคนอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย สมัยสาวๆ มีอาชีพทอผ้าขา
