SMEs
ช่วงนี้ฝุ่นเยอะ! ตู้อบอาหารพลังงานแสงอาทิตย์ ปลอดภัยจากฝุ่นและแมลง ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำที่เกษตรกรไทยต้องประสบกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากเสียงสะท้อนถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่องผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่า ราคากล้วยตกต่ำหรือหาตลาดจำหน่ายไม่ได้ ราคาพริก ใบมะกรูด หรือสัตว์น้ำ อย่าง ปลาชนิดต่างๆ ขายไม่ได้ราคา เป็นต้น นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างความมั่นคงทั้งด้านรายได้และอาชีพเป็นอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในหนทางสำคัญที่ทุกภาคส่วนไม่ว่า ภาครัฐหรือ เอกชน ที่เข้ามาช่วยเหลือต่างให้ข้อแนะนำ คือ การนำสินค้าเกษตรมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ทั้งนี้ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้คำจำกัดความว่า หมายถึง การนำผลิตผลทางการเกษตรมาแปรสภาพจากลักษณะเดิมไป เป็นกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน ซึ่งอาจเกิดจากการแปรสภาพตามธรรมชาติให้ต่างไปจากเดิมเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งสินค้าเกษตรด้านที่ไม่ใช่อาหารและด้านอาหาร นายธงชาติ ศรีศักดิ์ ผู้ก่อตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีพลังงานทดแทน เป็นผู้หนึ่งที่ได้เห็นและสัมผัสถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรในสาขาต่างๆ
ไขข้อข้องใจ!! มะพร้าวกะทิ กับ มะพร้าวแกง ต่างกันอย่างไร เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมสงสัยว่า มะพร้าวกะทิ กับมะพร้าวแกงเกิดขึ้นแตกต่างกันอย่างไร ผมเพียงแต่ทราบว่า ในต้นมะพร้าวต้นเดียวกัน จะมีมะพร้าวกะทิปะปนอยู่แต่ไม่มาก และหากนำผลมะพร้าวกะทิไปปลูกก็ไม่ได้ เมื่อไม่นานมานี้ทราบว่า มีการผลิตกล้าพันธุ์มะพร้าวกะทิได้แล้ว ผมจะต้องไปติดต่อซื้อพันธุ์ได้ที่ไหน กรุณาแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถือ สมชัย กาญจนศิริพงษ์ สุพรรณบุรี ตอบ คุณสมชัย กาญจนศิริพงษ์ เมื่อเริ่มต้นการสร้างเนื้อมะพร้าว จะเหมือนกันทั้งมะพร้าวแกง และมะพร้าวกะทิ โดยการสร้างคาร์โบไฮเดรต ที่ชื่อว่า กาแลคโตแมนแนน ต่อมามะพร้าวแกงจะสร้างเอนไซม์ แอลฟ่า-ดี กาแลคโตซิเดส มาย่อย กาแลคโตแมนแนน ให้เป็นคาร์โบไฮเดรต เรียกว่า แมนแนน ที่เป็นเนื้อมะพร้าวธรรมดาหรือมะพร้าวแกง แต่มีบางผลที่ไม่สามารถผลิตเอนไซม์ แอลฟ่า-ดี กาแลคโตซิเดสได้เนื้อมะพร้าวก็ยังคงเป็นคาร์โบไฮเดรต กาแลคโตแมนแนน ที่มีลักษณะนุ่ม เหนียว คล้ายวุ้น รสชาติดี เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค มะพร้าวกะทิ แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม กลุ่มแรก มีเนื้อมะพร้าวกะทิหนาไม่มาก และนุ่ม คล้ายข้าวสุก กล
เศรษฐกิจฟุบไม่เกี่ยว! “หมอนเหี้ย-หมอนทอง-หมอนผี” ขายดีตลอด 2 ปี มีกำไรเดือนเป็นแสน เมื่อพูดถึง “ของขวัญ” เชื่อว่าภาพในจินตนาการของใครหลายคน คงนึกไปถึงสิ่งของชิ้นน้อยใหญ่ที่มีความสวยงาม บรรจุภัณฑ์ถูกหุ้มห่ออย่างแน่นหนาด้วยกระดาษลวดลายหลากสีสันพร้อมกับผูกริบบิ้น เพื่อส่งถึงผู้รับให้เกิดความประทับใจ แต่จะมีใครคาดคิดถ้าหากของขวัญที่ได้รับเป็นสิ่งของสุดแสนเซอร์ไพรส์ โดยมีนัยเป็นคำด่า วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับเจ้าของธุรกิจ “หมอนเหี้ย” ไอเดียสุดแปลก สร้างสรรค์มาจากคำด่าติดปากในหมู่วัยรุ่น หนุ่มเจ้าของธุรกิจนี้มีชื่อว่า “คุณจั๋ง – ณัฐวุฒิ ทรัพย์สำรวม” อายุ 34 ปี จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขาเล่าให้ฟัง ถึงจุดเริ่มต้นของการทำสินค้านี้ว่า เกิดขึ้นจากในตอนแรก ได้เปิดบริษัทดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ร่วมกับภรรยา “คุณนุ้ย – กัลยาวัสถ์ ทรัพย์สำรวม” ภายใต้ชื่อว่า “NJ One Stop” (เอ็นเจ วัน สต็อป) โดยเป็นบริษัทที่ดูแลสินค้าให้กับลูกค้าหลายเจ้า คุณจั๋ง เล่าต่อ ทำธุรกิจอยูพักใหญ่ เห็นว่ายังไม่มีสินค้าที่เป็นของบริษัทตนเอง แต่บังเอิญมีคู่รักคู่หนึ่ง ซึ่งเป
“กิ๊บติดผม” ผลงานกลุ่มแม่บ้านศาลายา โดนใจลูกค้าต่างชาติ ส่งขายไกลถึงยุโรป ร้านขายเครื่องประดับผมอย่างกิ๊บติดผม ในท้องตลาดมีมากมายหลายร้าน และหนึ่งในนั้นมี ร้าน “กิ๊บเกศ” ที่ยืนระยะอยู่มายาวนานตั้งแต่ปี 2546 เพราะด้วยฝีมืออันประณีตของกลุ่มแม่บ้านศาลายา จังหวัดนครปฐม ทำให้กิ๊บติดผมตัวเล็กๆ กลายเป็นสินค้าโดนใจชาวต่างชาติ มีออร์เดอร์สั่งไปขายไกลถึงทวีปยุโรป เครื่องประดับกับผู้หญิงถือเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะทรงผม ย่อมต้องมีเครื่องประดับตกแต่งให้สวยงามดูดี ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับเครื่องประดับผู้หญิง ยังไงก็ไปได้ เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นแบบใด ทุกคนย่อมต้องการดูดีในสายตาคนอื่น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเจาะธุรกิจร้านขายกิ๊บติดผม มานำเสนอ และที่สำคัญเป็นกิจการที่ยืนยงอยู่ในตลาดมานานนับสิบปี คุณกุ้ง – เบญญาภา สุทธิพันธุ์ เจ้าของร้าน “กิ๊บเกศ” กิจการขายกิ๊บ และกิ๊ฟต์ช็อป ที่มีสินค้าเครื่องประดับให้เลือกมากมาย ตั้งอยู่ที่แพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ตึกเก่าชั้น 5 ย้อนความเป็นมา เริ่มต้นธุรกิจนี้เมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว โดยมีคุณแม่ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และเป็นประธานกล
สะใจ ใหญ่ โหด! ร้านโปรดของหลายคน Mother Trucker BKK เบอร์เกอร์เด็กแนว จัดเป็น “ร้านโปรด” ในหมู่วัยรุ่นน้อย-ใหญ่ ไล่ไปจนถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิซทั้งหลาย สำหรับ Mother Trucker Bkk (มาเธอร์ ทรักเกอร์ แบงคอก) ร้านเบอร์เกอร์เคลื่อนที่สไตล์อเมริกัน กับสโลแกน 3 คำ “สะใจ ใหญ่ โหด” คุณอาร์มี่ หิญชีระนันทน์ หนึ่งในสามของหุ้นส่วนกิจการ Mother Trucker Bkk หนุ่มอัธยาศัยดี ให้ข้อมูลด้วยน้ำสียงร่าเริ่ง เริ่มต้นให้ฟัง เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบปริญญาตรีจากคณะ International Business มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนหน้านี้เคย ทำงานประจำเป็นผู้ช่วยวิทยากรรับจัดอีเวนต์ เพราะอยากเรียนรู้การบริหารจัดการเกี่ยวกับผู้คน ทำอยู่หนึ่งปีลาออกมาทำงานกองถ่าย อยู่ฝ่ายสถานที่ ก่อนออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยชักชวนเพื่อนซี้อีกสองคน คือ บุช – ธนาวุฒิ อภิธนาคุณ และ ม้ง – คณิต ประภา มาลงหุ้นทำ เบอร์เกอร์ขาย โดยได้ไอเดียริเริ่มมาจากของต่างประเทศ ซึ่งมีรถขายอาหารหน้าตา “เท่-เท่”กันหลายแบบ ขณะที่ในบ้านเรามีแต่รถเร่ขายลองกอง ขายทุเรียน หรือผลไม้ทั่วไป เลยคิดลองทำอาหารขายบนรถ ให้ดูแปลกตาออกไป เพราะเมืองไทยย
พันธมิตร 49 องค์กร หนุนสร้าง Platform การท่องเที่ยวแห่งชาติ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK นำโดย คุณปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาเชิงพาณิชย์ สายการบินนกแอร์ ได้เข้าร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งหมด 49 องค์กร/หน่วยงาน ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือในโครงการ Digital Tourism Platform ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อร่วมมือกันในการสนับสนุนการปฏิรูปและการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คณะทำงานภาคเอกชน 30 องค์กร จะจัดตั้งบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อจัดทำแอปพลิเคชัน (Application) ชื่อ “ทักทาย” หรือ TAGTHAI และประสานความร่วมมือกับภาครัฐ 19 หน่วยงาน มุ่งให้เกิดความร่วมมือ สนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว และร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ โดยจะมีการออก แอปพลิเคชันรุ่นแรกในเดือนเมษายน 2562 นี้ สำหรับการสร้าง Platform การท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นกิจกรรมหนึ่งในแผนงานด้านเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและ MICE (D3) ซึ่งเป็น
ตลาดราตรีหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เป็นแหล่งของกินยามค่ำ ที่คุณจะได้พบกับอาหารเวียดนามนานาชนิดแบบที่ชาวเวียดนามกินกันในบ้านเกิด พ่อค้าแม่ค้าเชื้อสายเวียดนามจะมาเริ่มจัดของขายตั้งแต่บ่าย 4 โมง และจะคึกคักที่สุดช่วง 5 โมงเย็นจนถึง 1 ทุ่ม ซึ่งตลาดจะปิดราว 3 ทุ่ม ร้านที่มีคนมุงตลอดคือ ร้านขายปากหม้อญวน ซึ่งคนทำทำกันมือระวิงไม่ได้หยุด ปากหม้อนี้ภาษาเวียดนามเรียกว่า “บั๊นก๊วน” (Bánh cuốn) ที่นี่จะทำแบบเวียดนามทุกอย่าง ตั้งแต่การละเลงแป้งบนผ้าที่ขึงบนปากหม้อเพื่อรับไอน้ำร้อนที่จะทำให้แป้งสุก แล้วใช้ไม้บางๆ ยาวๆ ม้วนแป้งขึ้นมาวางแผ่ ใส่ไส้ที่เป็นหมูสับผัดกับต้นหอม ม้วนแล้วหยิบใส่จาน หั่น “จ๋าหลั่ว” (chả lụa) คือหมูยอ มาวางเคียง พร้อมถ้วยน้ำจิ้ม “เนื้อกจ้าม” (Nước chấm) ที่ผสมน้ำเชื่อมกับน้ำปลารสเค็มๆ หวานๆ บนโต๊ะจะมีมะนาวหั่นซีกและพริกสดตำไว้ให้ปรุงรสเพิ่ม ชาวไทยจะคุ้นเคยกันดีเพราะมีขายอยู่ในร้านอาหารเวียดนามทั่วๆ ไป หลายคนจะเรียกว่าข้าวเกรียบปากหม้อ ซึ่งชื่อนี้ทำให้ฉันฉงนสงสัยมานานนับสิบปีว่าแป้งบางๆ นิ่มๆ ไม่เห็นจะกรอบแบบข้าวเกรียบ เหตุใดจึงเรียกว่าข้าวเกรียบปากหม้อ ฉันเพิ่งจะมาบรรลุเอาเม
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พาลงใต้ไปเยี่ยมเยียนเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองเก่าแก่ของไทยเมืองหนึ่ง อย่าง จังหวัดสงขลา กับบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ได้แวะเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา” ที่จัดแสดงความเป็นมา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตต่างๆ ของคนสงขลาเอาไว้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป เดิมเป็นบ้านของพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา หรือก็คือต้นตระกูล ณ สงขลา ในปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2421 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นบ้านพักอาศัยของตระกูล ณ สงขลาได้ 16 ปี ทางราชการได้ซื้ออาคารหลังนี้จากทายาทของตระกูล เพื่อใช้เป็นที่พำนักข้าหลวงและที่ทำการราชการ และท้ายที่สุดใช้เป็นศาลากลางจังหวัดสงขลา ก่อนจะถูกทิ้งร้างและได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี 2516 และทางกรมศิลปากรได้เข้ามาปรับปรุงเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ในปี 2525 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จัดแสดงเกี่ยวกับความเป็นมาของจังหวัด งานประณีตศิลป์ต่างๆ รวมถึงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับบริจาคจากประชาชนในพื้นที่ด้วย บรรยากาศของพิพิธภัณฑสถานแห่
งานประจำมันหายาก! หนุ่มวิศวฯมธ.หันเปิดร้านขนมไทยฟิวชั่น เกือบเจ๊งหลายครั้งแต่ไม่ยอมแพ้ เดี๋ยวนี้ ไม่ว่ามองไปทางไหน เห็นแต่ธุรกิจคาเฟ่เต็มไปหมด หากรสชาติไม่ดีจริง มนุษย์ ผู้มีทางเลือกหลากหลายก็ไร้ซึ่งความสนใจ ท้ายที่สุดร้านนั้น คงต้องปิดกิจการไป สรุปแล้ว สิ่งสำคัญที่นักธุรกิจยุคนี้ต้องมี คือ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูดมนุษย์ขี้เบื่อ ที่เปลี่ยนแปลงความชอบไปตามกระแสนิยม ในไอเดียที่ผุดขึ้นมาประชันกันอย่างมากมาย ใครจะไปคิด ”บัวลอย” ขนมหวานไทยแสนอร่อยที่มีมาอย่างยาวนาน จะถูกสร้างสรรค์จนกลายเป็นเมนูยอดฮิตเสียได้ แน่นอนว่า เมนูสุดฮิตนี้ ดึงดูดมนุษย์ผู้อยากลองสิ่งใหม่ ๆ แต่ก่อนจะลงรายละเอียดในตัวสินค้า ขอแนะนำให้รู้จัก คุณโจ้-โกศล บวรศักดิ์มงคล อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน café Cococano (คาเฟ่ โคโคคาโน่) กันเสียก่อน คุณโจ้ เล่าว่า เรียนจบปริญญาตรี จากคณะวิศกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งใจว่าจะเป็นวิศวกร ทำงานในบริษัทสักปีสองปี แต่คงเป็นเพราะโชคตะตา ทำให้ไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน ท้ายที่สุดจึงต้องมาเป็นเจ้านายตัวเอง โดยเริ่มต้นจากการขายต้นไม้ที่ได้ต้นแบบธุรกิจจากต่างประเทศ เมื่อทำแล้ว
จากเด็กปรุงยาความรู้น้อย มาเป็นเถ้าแก่สินค้าดัง “เต่าเหยียบโลก” ยอดขายเดือนเป็นแสนขวด จัดเป็นสินค้า “ขายดี” ที่มีวางขายในร้านสะดวกซื้อระดับชาติ มานานนับปีแล้ว สำหรับผงแป้งสมุนไพร คุณสมบัติระงับกลิ่นใต้วงแขน ชื่อแบรนด์ชวนอมยิ้ม อย่าง “เต่าเหยียบโลก” แต่ “เส้นทาง”บนธุรกิจสายนี้ ใช่จะมี “ลู่วิ่ง” เรียบเนียน ให้เดินเหินได้อย่างสบายอุรา ทว่ามีทั้งหลุมบ่อและขวากหนาม คอยเป็นเครื่องทดสอบความอุตสาหะของ “เต่าน้อย”ตัวนี้ อยู่เป็นระยะ หากอุปสรรคดังเกริ่นมานั้น ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายาม ในการเดิน “ทีละก้าว-ทีละก้าว” จนนำพาตัวเองเข้าสู่ “เส้นชัย” แซง “กระต่าย”บางตัว ที่มัวหลับใหลได้ อย่างสง่างาม คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์ ประธานบริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด วัยหกสิบเศษ เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เต่าเหยียบโลก” เปิดบ้านพักหลังงามย่านสุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นด้วยการย้อนความเป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก พื้นเพเป็นคนอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ครอบครัวทำอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวเล็กๆน้อยๆ พวกพริก-มะเขือ-เผือก-มัน ส่วนการศึกษาในโรงเรียน จบชั้นสูงสุดแค่ประ
