SMEs
สวมบทบาทเป็นทั้งเกษตรกรปลูกมังคุด 50 ไร่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และตั้งตัวเองเป็น “ล้ง” รับซื้อผลผลิตเพื่อส่งขายไปยังประเทศจีน สำหรับคุณอุดร กาญจนดี พ่อค้าหัวใสจบการศึกษาเพียง ป.6 แต่ทว่ามีรายได้จากการรับมังคุดไปขายต่อปีละเป็นล้าน เป็นที่รู้กันว่า มังคุดที่ปลูกในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีคุณภาพเยี่ยม มีเนื้อสีขาวแน่น รสหวานหอมอร่อย เมืองคอนไม่ได้มีมังคุดที่มีคุณภาพดีเท่านั้น ยังมีปริมาณมากด้วย ปลูกกันมากที่สุดในเขตอำเภอลานสกา พรหมคีรี ท่าศาลา และนบพิตำ ตรงบริเวณไหนที่ไม่ได้ปลูกยางพาราก็จะมีมังคุด ว่างั้นเถอะ พ่อค้าคนจีนจำนวนหนึ่งจึงมาตั้งหลักรับซื้อมังคุดกันเป็นล่ำเป็นสัน แปลว่าทำกันอย่างเอาจริงเอาจัง โดยส่งมังคุดไปเมืองจีนปีละเป็นหมื่นๆ ตัน เฉพาะซื้อต่อจาก คุณอุดร กาญจนดี พ่อค้ารับซื้อมังคุดเพียงรายเดียวก็มีถึง 4,500 ตัน ต่อปี ที่ว่านี้ หมายถึงปีนั้นมังคุดออกผลเพียงครั้งเดียว แต่ถ้าออก 2 ครั้งก็จะได้ปริมาณมังคุดเพิ่มอีกเท่าตัว ยกเว้นบางปี ที่ดินฟ้าอากาศมีปัญหา มังคุดจะออกผลน้อย แต่ก็นานๆ ครั้ง ที่ผมรู้เรื่องนี้ดีก็เพราะได้พูดคุยกับคุณอุดรผู้เป็นเจ้าของสวนมังคุดกว่า
สาวออฟฟิสหลงเสน่ห์กระบองเพชรซื้อสะสมตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา ถ่ายรูปลงในอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก อยู่บ่อยๆ คนอื่นเห็นชอบเเละติดต่อขอซื้อ สร้างรายได้เสริมให้กับงานประจำเดือนละ 3000 บาท จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความฝืดเคือง หรือเรียกว่ายุคข้าวยากหมากแพง อาจทำให้หลายๆ คนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกติดขัดในเรื่องของสภาพความคล่องตัวทางการเงินมิใช่น้อย ส่งผลให้เกิดสภาวะหนี้สินมากขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่พยายามมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีมากขึ้นสำหรับพอใช้จ่ายเพื่อให้ตนเองเกิดหนี้สิน แม้จะเป็นเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่มากเท่ากับงานประจำที่ทำ แต่ก็ทำด้วยใจรักสามารถเป็นงานที่สร้างเงินได้ เหมือนเช่น คุณวรินดา สุวรรณทอง อยู่บ้านเลขที่ 351 ถนนเลียบคลองมอญ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร คุณวรินดา สุวรรณทอง คุณวรินดา สาวอินดี้ผู้รักความอิสระ เล่าให้ฟังว่า ปัจุบันตัวเธอทำงานเป็นสาวออฟฟิศ แต่มีความชอบในเรื่องของการปลูกต้นกระบองเพชร มาตั้งแต่ ปี 2551 สมัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในช่วงนั้นคือ ได้ศึกษาวิธีการปลูกเลี้ยง
เทคโนโลยีกับการพัฒนาเกษตรกรรมในปัจจุบันของประเทศไทยเรานั้น มาไกลกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก ด้วยความร่วมมือกันหลายภาคส่วนที่ได้นำองค์ความรู้หลายๆ ด้าน ทั้งทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม เกษตรกรรม และอีกมากมาย มาบูรณาการก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทำเกษตรกรรมสมัยใหม่ เน้นการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ ล่าสุด อาจารย์ปิยะพร มูลทองชุน และ ผศ. ยงยุทธ สุจิโต อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย ร่วมมือพัฒนา “เครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียนแบบควบคุมอุณหภูมิ” เพื่อใช้ในการควบคุมการเพาะถั่วงอก โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยในการควบคุมที่ได้รับความนิยม เป็นอีกหนึ่ง Smart Farm ขนาดย่อย ที่สามารถต่อยอดจากการทำการเกษตรภาคครัวเรือนสู่แหล่งเรียนรู้ของชุมชน สามารถสร้างผลผลิตให้มีคุณภาพและสร้างรายได้ต่อไปในอนาคต เครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียนแบบควบคุมอุณหภูมิ สามารถใช้เพาะถั่วงอกได้ทุกฤดูกาล ทุกสถานที่ ยังคงประสิทธิภาพในการใช้ระบบน้ำหมุนเวียนในการเพาะ เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำในการเพาะแต่ละครั้ง ควบคุมจังหวะการรดน้ำเพื่อให้ได้ผลผลิตที่
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hedychium coronarium Roem. ชื่อสามัญ Butterfly Lily, Ginger Lily, White Ginger, Garland Flower. ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE ชื่ออื่นๆ มหาหงส์ หางหงส์ ตาห่าน เหินแก้ว เหินคำ เลเป ยันเต (ระยอง, จันทบุรี) กระทายเหิน ต๋าเหิน หนูถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ทางเพศเกี่ยวกับกลิ่น กลายเป็นว่านสาวมหาเสน่ห์ ทั้งๆ ที่หนูเป็นญาติกับตระกูลขิง ข่า ที่มีหัวหรือเหง้าอยู่ในดิน แตกลำต้นเป็นก้านโผล่ขึ้นมา แปลกใจอยู่ที่ เมื่อเขาขุดพี่ขิง พี่ข่า เขาก็เอาไปต้มยำทำแกง สำหรับหนูเขาบอกว่าหัวใต้ดินมีความหอม เขาจึงเอาไปผสมทำลูกประคบหน้าให้สวย ผิวงามเกลี้ยง ส่วนดอกก็หอม นำไปสกัดทำน้ำมันหอมระเหยและครีมให้ผิวหนังชุ่มชื้น ดังนั้น ขณะที่ประคบหน้าก็ได้กลิ่นหอมรัญจวนจากดอกไปด้วย หนูจึงแปลกใจว่า ลูกเป็ดขี้เหร่อย่างหนูกลับมาดังอยู่ในวงการเสริมสวย ทำสาวทำเสน่ห์กันได้อย่างไร เรื่องคุณสมบัติความหอมเห็นทีจะไม่แปลกใจ เพราะเขาต้องใช้กรรมวิธีหลายขั้นตอนที่จะทำให้หอมและประทินผิว แต่แปลกใจกว่านั้นคือเรื่องชื่อที่เรียกหนูว่า “สะเลเต” ฟังแล้วหนูตกใจเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง แทบว่าถ้าใครเรียกจะไม่หันไปมอง แต่เวลาไปดูในทะเบียนบ้านจริงๆ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรเชื่อมเกษตรกรเข้าถึงข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรที่สำคัญ โดยศูนย์ดังกล่าวให้บริการข้อมูล ทั้งด้านองค์กร แผนปฏิบัติงาน ข้อมูลด้านโยบายงานวิจัย การติดตามและประเมินผลตลอดจนข้อมูลด้านราคาสินค้าเกษตร การพยากรณ์ การเตือนภัย การผลิต การตลาด การนำเข้า-ส่งออก ทั้งของพืช ปศุสัตว์ และประมง รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือน เกษตรกรและข้อมูลแผน ที่แสดงถึงความเหมาะสมในการผลิต เพื่อกำหนดเขตเศรษฐกิจสินค้าเกษตร สศก. ได้ทำการเชื่อมโยงกับศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรไปยังระดับเขตและระดับเศรษฐกิจการเกษตรอาสา(ศกอ.) ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบอาสาสมัคร ของสศก. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรอย่างเต็มรูปแบบให้เกษตรกรในพื้นที่ ให้เข้าถึงข้อมูล และสามารถใช้เป็นทางเลือกในการตัดสินใจทำการผลิต และการตลาด เช่น ข้อมูลราคา ต้นทุน การผลิต และข้อมูลแนวโน้มการตลาด เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกรให้สูงขึ้น ที่ผ่านมา สศก.เปิดศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรอาสา(ศบอ.) ในหลายพื้นที่ เช่น ที่จังหวัดนครปฐม เศรษฐกิจกา
ในพื้นที่อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด แม้จะเป็นแหล่งแดนดินถิ่นอีสาน ที่เคยได้ชื่อว่าแห้งแล้งเหลือเกินนั้น ยังมีเรื่องของการเลี้ยงปลา ซึ่งต้องอาศัยแหล่งน้ำ และยึดการเลี้ยงปลาเป็นอาชีพทำกิน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวมหาศาล คุณวิลัย แพงคำแสน วัย 56 ปี เจ้าของ “สมโชคพันธุ์ปลา” ตั้งอยู่เลขที่ 65 หมู่ที่ 5 บ้านนิคม ถนนแจ้งสนิท ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้มีงานประจำทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถยนต์ ของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดร้อยเอ็ด คุณวิลัย เล่าย้อนให้ฟังว่า งานในหน้าที่คือพนักงานขับรถยนต์ ช่วงว่างช่วยงานด้านการผสมเทียมปลา เลี้ยงปลา จนเกิดความชำนาญระดับผู้เชี่ยวชาญด้านการผสมเทียมปลาน้ำจืดทุกชนิด เช่น ปลาดุกบิ๊กอุย ปลาดุกรัสเซีย ตัวละ 1 บาท ปลานิลจิตรลดา ถุงละ 100 บาท ปลาทับทิมใหญ่ ตัวละ 2 บาท ปลาหมอเทศ 80 ตัว 100 บาท ปลาตะเพียน ถุงละ 100 บาท ปลาแรด ตัวละ 5 บาท ปลากดเหลือง ตัวละ 1 บาท ปลากระโห้ ตัวละ 1 บาท ปลาสวายบิ๊กโพ ตัวละ 2 บาท ปลาจาระเม็ด ตัวละ 2 บาท ปลาไน ถุงละ 100 บาท ปลาบึก ตัวละ 200 บาท ปลานิลหมัน ตัวละ 2 บาท และปลาสลิด 80 ตัว 100 บาท “ผมสามารถเพาะพันธุ์โดยวิธีการ
ดร.ลูกหลานเกษตรกร ไม่ลืมกำพืช วางแผนหลังเกษียณจะทำเกษตร “เลี้ยงปลา-ทำสวนผลไม้” อยากให้ได้อ่านเรื่องราวชีวิตของ ดร.ปรีชา ชื่นชนกพิบูล ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา (ETV) ในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร ซึ่งเขาวางแผนชีวิตหลังเกษียณจะทำเกษตร “เลี้ยงปลา-ทำสวนผลไม้” มั่นใจสร้างรายได้ ชีวิตมีความสุข เชื่อว่า มีข้าราชการและพนักงานบริษัทจำนวนมากที่อายุใกล้ 60 ปี เริ่มนับวันถอยหลังที่ก้าวเข้าสู่วัยเกษียณอย่างมีความสุข แต่บางคนอาจมีความกังวลว่าเมื่อตนก้าวพ้นวัยทำงานไปแล้วจะใช้เวลาว่างที่เหลืออย่างไร จะเข้าวัดฟังธรรม อยู่บ้านเลี้ยงหลาน หรือใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ หากใครยังคิดไม่ตกว่าจะวางแผนการใช้ชีวิตอย่างไร อยากให้ลองอ่านชีวิตเกษตรก่อนเกษียณ ของ “ ดร.ปรีชา ชื่นชนกพิบูล ” เขาวางแผนทำสวนเกษตรไว้ล่วงหน้า จนรู้ปัญหาอุปสรรคในการทำสวนเกษตร เมื่ออายุครบ 60 ปี เขาสามารถเก็บเกี่ยวความสุขในวิถีชีวิตเกษตรกร หลังวัยเกษียณได้อย่างเต็มที่ ดร.ปรีชา ชื่นชนก
พื้นที่ลาดเชิงเขา และมีความสูงจากระดับน้ำทะเล ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นตัวชี้ว่า ไม่ใช่พืชทุกชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในถิ่นนี้ ถ้าจะให้ดีต้องปลูกพืชที่มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ผลผลิตที่ได้จากการปลูกพืชจึงจะงอกเงยเห็นผลที่ชัดเจน ไม้ผลอย่าง อะโวกาโด ยังคงเป็นพืชที่หลายคนมองว่า ปลูกง่าย หากพื้นที่มีความเหมาะสมมากพอ ทั้งยังเก็บผลผลิตได้ยาวนาน ไม่ต้องรื้อแปลงปลูกใหม่ เป็นไม้ผลที่ยืนต้นเช่นเดียวกับไม้ผลชนิดอื่น คุณวิทุน ขยันใหญ่ยิ่ง คุณวิทุน ขยันใหญ่ยิ่ง ที่อดีตเป็นเด็กในพื้นถิ่นตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ปัจจุบัน มีความยิ่งใหญ่ตามนามสกุล เพราะเขาเป็นหนุ่มที่มีความขยันใหญ่ยิ่งจริงๆ ทำให้ทุกวันนี้ คุณวิทุน เปรียบได้กับผู้นำด้านเกษตรและสุขภาพของชุมชนในถิ่นนั้น นับตั้งแต่วัยเยาว์ คุณวิทุนมีความโดดเด่นในหลายเรื่อง ทำให้ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนเข้ารับการอบรมเรื่องการรักษาสุขอนามัยเบื้องต้น ตามโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่งให้คัดเลือกเยาวชนเข้ารับการอบรม เพื่อนำกลับมาดูแลสุขภาพและถ่ายทอดให้กับชาวบ้านในพื้นที
“ละมุด” เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน กลิ่นหอม คนไทยและต่างชาตินิยมบริโภคเป็นของหวานหรือของว่าง เพราะละมุดเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยมาก ต้นละมุด เป็นไม้ผลอีกชนิดที่น่าปลูก เพราะเมื่อต้นละมุดมีอายุมาก ยิ่งให้ผลดกมากเป็นเงาตามตัว ละมุดสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินทราย ดินเหนียว หรือแม้แต่ดินลูกรังก็ตาม แถมต้นละมุดยังปลูกดูแลไม่ยากเหมือนกับไม้ผลชนิดอื่นๆ ละมุดยักษ์สาลี่ หรือ ละมุดพันธุ์สาลี่เวียดนาม ละมุดเวียดนาม ละมุดเวียดนาม เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ละมุดยอดนิยม ที่คนไทยนิยมปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน และปลูกเชิงการค้าเพราะมีผลขนาดใหญ่ รสชาติหวาน กรอบ เนื้อไม่เละ กินอร่อยถูกใจคนซื้อและคนขาย คุณสมพร ไพบูลย์ (ลุงพร) เกษตรกรคนเก่ง เจ้าของสวนลุงพร ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 6 บ้านใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ปลูกต้นละมุดเวียดนาม เพื่อจำหน่ายกิ่งพันธุ์ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ละมุดเวียดนามเป็นหนึ่งในกิ่งพันธุ์ไม้ขายดีของสวนแห่งนี้ เพราะต้นละมุดเวียดนาม ปลูกดูแลง่าย แถมให้ผลดกตลอดทั้งปี ลุงพร (คุณสมพร ไพบูลย์) โชว์ผลละมุดเวียดนาม ลุงพร พาไปชมต้นละมุด ที่ปลูก
ตลาดแม่สาย ฮือฮา! “ทีมหมูป่า” อุดหนุน “ข้าวมันไก่รามัญ” แฟนคลับกรี๊ด-ขอถ่ายรูปตรึม รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อค่ำวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ตลาดโต้รุ่ง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เกิดเหตุการณ์ฮือฮายกใหญ่ เมื่อ “ทีมหมูป่า อะคาเดมี่” เยาวชนคนดังระดับโลก จากเหตุการณ์ “ถ้ำหลวง” จำนวน 5 คน นำโดย “โค้ชเอก-เอกพล จันทะวงษ์” มาปรากฏตัวในชุดนักกีฬาฟุตบอล ก่อนจะชวนกันไปนั่งรับประทานอาหารร้านอาหารริมทาง ชื่อร้าน “ข้าวมันไก่รามัญ” โดยทุกคนสั่ง “ข้าวมันรวม” ซึ่งมีไก่กรอบ-ไก่ต้ม รวมมาในจานเดียว ราคาจานละ 40 บาท ข่าวแจ้งด้วยว่า ทุกคนรับประทานข้าวมันไก่รามัญ กันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่เหลือข้าวแม้แต่เม็ดเดียว ส่วน “โค้ชเอก” ยังสั่งเบิ้ลอีกหนึ่งจานด้วย และในระหว่างการรับประทานอยู่นั้น มี “แฟนคลับ” จำนวนมาก มาขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งทาง “ทีมหมูป่า” ก็เต็มใจและชักชวนกันถ่ายภาพด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามไปยัง คุณตีตี้ –ฐิติภัทร ง่วนหอม เจ้าของกิจการ “ข้าวมันไก่รามัญ” ซึ่ง ก่อนหน้าพ่อค้าหนุ่มใหญ่ใจสู้ท่านนี้ เคยนำข้าวมันไก่ของทางร้าน จำนวนหลายสิบกล่อง ไปมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบ
