SMEs
นั่งกินชิลๆ บนรถบัส “เตี๋ยวไก่-โพนทอง” ราคาเดียว 20 บาท ยอดขายวันละ 150 ชาม “เส้นทางเศรษฐี” มีร้านอาหารราคาประหยัดมาแนะนำ ร้านนี้เป็นกระแสมาพักใหญ่บนโลกโซเชียล มีเมนูมัดใจคือ ก๋วยเตี๋ยวไก่ ขายเมนูเดียวราคาเดียว 20 บาท ไม่ได้เป็นร้านที่ขายราคาถูกมาก แต่เป็นร้านที่เสนอไอเดียฉีกกฎหน้าร้านทุกแบบ บวกกับราคาที่บอกไว้ คอนเฟิร์มเลยว่าต้องลองสักครั้ง โดยเจ้าของร้านไอเดียบรรเจิดสร้างความแปลกใหม่ไม่ใช่แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวแบบที่เคยเห็นทั่วไป แต่เป็นร้านที่นำรถบัสเก่ามารีโนเวตใหม่ แบ่งพื้นที่สำหรับหน้าร้านและที่นั่งให้กับลูกค้าไว้บนรถคันเดียว ร้านนี้มีชื่อว่า “เตี๋ยวไก่-โพนทอง” ตั้งอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ธุรกิจเล็กๆ เริ่มต้นได้ 4 เดือนกว่า มี คุณต้น-วิชัย เรือนรส อายุ 32 ปี เป็นเจ้าของกิจการ คุณต้น เริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเองว่า ก่อนมาเปิดร้านเตี๋ยวไก่-โพนทอง เคยเข้ามาเป็นหนุ่มกรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตและเรียนจนจบด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าทำงานเกี่ยวกับคลังสินค้าอยู่นานกว่า 6 ปี ภายหลังแต่งงานมีครอบครัวจึงย้ายกลับไปอยู่บ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยึดอาชีพค้าขายนาน 4 ปี ก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูกินง่าย เมื
อดีตเด็กช่างกลใจรักเกษตร ปักหลักอยู่ร้อยเอ็ด ใช้พื้นที่มรดกของภรรยาปลูกฝรั่งกิมจู 1 ไร่ 400 ต้น แซมด้วยกล้วยหอมทอง และ มะพร้าวน้ำหอม คิดเทคนิคประหยัดน้ำไม่เหมือนใคร ใช้โอ่งขนาดใหญ่เป็นภาชนะให้ความชื้นพืชได้ทั้งวัน ปลูกฝรั่ง 8 เดือนเก็บขาย รายได้เป็นแสน พื้นที่ 10 ไร่ ที่ดอนสูง คุณคงศักดิ์ นาคคุ้ม เกษตรกรหัวไวใจสู้ นำโอ่งขนาดใหญ่ หรือชาวภาคอีสานเรียกว่า “โอ่งแดง” ตั้งเรียงยาว แถวละ 10 ลูก 3 แถว ต่อท่อน้ำให้เชื่อมกันจากนั้นสูบน้ำใต้ดินให้เต็มโอ่งเพื่อเป็นการให้ความชื้นแก่พืชที่ปลูกแบบผสมผสานโดยใช้ฝรั่งกิมจูเป็นหลัก คุณคงศักดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 547 หมู่ที่ 5 บ้านนิคม ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 โทร. (081) 927-2541 จบการศึกษาจากช่างกลอุเทนถวาย สาขาช่างก่อสร้าง ทำงานภาคเอกชน มีภรรยาที่ร้อยเอ็ด จึงปักหลักที่ “ร้อยเอ็ดเพชรอีสาน พลาญชัยบึงงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมชั้นดี สตรีโสภา ทุ่งกุลาสดใส งานใหญ่บุญผะเหวด” แม้จะเปลี่ยนมาเป็น “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ”
“สวนผักคนเมือง” ก้าวข้ามข้อจำกัดผืนดินปลูก ต่อยอดเป็นอาชีพสร้างสรรค์ได้ ขึ้นชื่อว่าผัก เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ต่างๆ เช่น วิตามินบี 2 บี6 กรดโฟลิค แมกนีเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก ทองแดง โพแทสเซียม โดยเฉพาะวิตามินนั้น มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีนหรือวิตามินเอ ซี และอี ช่วยชะลอความเสื่อมร่างกายและผิวพรรณเต่งตึง สดใส ป้องกันโรคหัวใจ โรคต้อกระจกโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ โรคข้อเสื่อม เพิ่มภูมิต้านทานโรค และป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ส่วนแคลเซียม ป้องกันโรคกระดูกพรุน ธาตุเหล็กป้องกันโรคโลหิตจาง เส้นใยอาหารในพืชมีสารเฉพาะที่เรียกว่าสารพฤกษเคมี สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้หลายชนิด องค์การอนามัยโลก แนะนำว่าอาหารที่กิน และจะช่วยป้องกันโรคได้จะต้องมีผักผลไม้อย่างน้อยวันละ400กรัมขึ้นไปหรือต้องกินปีละ 146 กิโลกรัม/คน เฉลี่ยเดือนละ 12 กิโลกรัม ดังคำกล่าวที่ว่า “กินผักดีกว่า ถูกกว่าค่ายารักษาโรค และอร่อยกว่ากินยา” หลายคนที่รักสุขภาพ และกินผักเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เขตเมืองทั้งใน กทม.และตามเมืองใหญ่ๆ ในต่างจังหวัด มีความสนใจอยากปลูกผักกินเอง เพรา
ทำเอาหลายคนถึงกับ “งง” ว่าขายได้ยังไงจานละ 5 บาท สำหรับข้าวราดแกง 1 อย่าง นอกจากนั้นถ้าเป็นกับข้าวตักแยกใส่ถ้วย ขายถ้วยละ 10 บาท ใส่ถุงกลับบ้านก็ 10 บาท ซึ่งร้านข้าวแกงที่ว่าเปิดมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ ตั้งอยู่ที่ ลาดหญ้า ซอย 9 เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มัดใจลูกค้าทุกเพศทุกวัยทั่วสารทิศ นับเป็นร้านข้าวแกงเก่าแก่ที่ไม่เคยปรับราคาขึ้น แต่ละวันเสิร์ฟไม่ต่ำกว่า 12 เมนู ขายหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ลูกค้าการันตีว่า “อร่อย” เจ้าของร้านข้าวแกงลาดหญ้า ซอย 9 ชื่อ คุณสมจิตร์ อดุลย์เจริญ หรือที่ลูกค้าเรียกขานว่า เจ๊เนี๊ยว หญิงเชื้อสายจีนวัย 57 ปี เธอ บอกว่า ขายข้าวแกงมาตั้งแต่เด็ก ราคาที่ขายในสมัยรุ่นแม่ ข้าวราดกับข้าว 1 อย่าง 5 บาท 2 อย่าง 10 บาท กับข้าว 3 อย่าง ราคา 15 บาท หากสั่งเป็นกับข้าวใส่ถ้วย ราคาถ้วยละ 7 บาท เมนูมัดใจ พะแนงเนื้อ แกงจืดเลือดหมู ผัดเผ็ดปลาดุก ผัดกะเพราไก่ หมูทอด ผัดเครื่องในไก่ ผัดหน่อไม้ กุนเชียงทอด ปัจจุบันร้านเปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 20.30–00.00 น. “ดิฉันช่วยแม่ขายข้าวแกงตั้งแต่เด็กๆ ขายกันสองคนแม่ลูก สมัยตอนอายุ 10 กว่าขวบ แม่ขายข้าวเปล่าจานละ 2 บาท แกงถ้วยละ 7
“ตลาดหัวมุม” วันนี้ ยังค้าขายได้ตามปกติ! “เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจและให้โอกาสแม่ค้า” จากกรณีช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีข่าวจากหลายสำนักรายงานว่า ทางนายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับสั่งการให้ฝ่ายกรรมการสิทธิ์ ไปจัดทำป้ายติดประกาศ บริเวณตลาดหัวมุม บริเวณถนนเกษตร-นวมินทร์ อีกครั้ง เพื่อยืนยันจะเดินหน้า “เคลียร์พื้นที่” เพื่อก่อสร้างโครงการทางด่วนสายเหนือขั้นที่ 2 ตอน N2 ช่วงวงแหวนตะวันออก-เกษตร หลังจากก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือยกเลิกสัญญาเช่าตลาดหัวมุม ไปแล้ว แต่ยังพบว่าเจ้าของตลาดดังกล่าวยังคงเปิดให้บริการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมเรียกเก็บค่าเช่าแผงปีละกว่า 140 ล้านบาท ทั้งนี้ ยืนยันว่าทาง กทพ. ได้ยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ดังกล่าวกับเอกชนไปนานแล้ว โดย กทพ. ไม่ได้เก็บค่าเช่าแต่อย่างใดในช่วงปีที่ผ่านมา อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปิดอีกที่! เตรียมรื้อตลาดหัวมุม เกษตร-นวมินทร์ เพื่อสร้างทางด่วน ต่อมาราวปลายเดือนเดียวกัน ทางแอดมินเพจ หัวมุม Market & More ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว มีเนื้อหาพอสรุปได้ว่า ตลาดหัวมุม หมดสัญญาจากการเช่า 2
ในปัจจุบัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เป็นตัวช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี อย่าง การจ่ายเงินซื้อของผ่านโมบายแบงก์กิ้ง หรือ สิ่งของที่จับต้องได้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้เดินทางไปที่จังหวัดศรีสะเกษ และแวะเที่ยวที่ ตลาดน้ำริมทาง ที่ดอนแก้ว หนองสามขา ซึ่งเป็นตลาดข้างทางติดริมน้ำ มีซุ้มขายของจากชาวบ้านหลายซุ้ม ทั้งซุ้มผ้าไหม ซุ้มอาหาร ซุ้มขายเสื่อ และซุ้มผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ชาวบ้านทำมาขาย เดินเข้าไปที่ซุ้มหนึ่ง ซึ่งเป็นซุ้มขายผ้าไหมทอมือ แต่กลับสะดุดตากับของเล็กๆ ที่วางแอบๆอยู่กับผ้า จึงหยิบขึ้นมาดู เป็นพลาสติกสีขาวขุ่นลักษณะเหมือนแก้วน้ำขนาดพอดีมือ ด้วยความอยากรู้ จึงถามชายคนหนึ่ง ที่ท่าทางเป็นคนขายว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร เขาตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มเล็กๆ “อันนี้คือที่กรวดน้ำครับ” ด้วยความสงสัย จึงซักถามชายคนขายไป ทราบชื่อเจ้าของกิจการ คือ คุณกอล์ฟ-คมสัน พันคำภู หรือ คุณกอล์ฟ มีอาชีพเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ ที่โรงเรียน วัดม่วงเปสิทธิวิทยา คุณกอล
ถ้าพูดถึง ข้าวเปียก หลายคนอาจจะงง แต่ถ้าบอกว่า เป็นกวยจั๊บญวน ก็อาจจะเห็นภาพมากขึ้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสไปพบกับ ร้านบ้านข้าวเปียก ที่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ และพบว่าเป็นร้านที่ ลูกค้าให้การตอบรับมากทีเดียว เรียกว่าได้ลูกค้าทั้งคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว หากร้านใด ขายอาหารพื้นเมือง ที่ได้รับความนิยมจากคนทั้งสองกลุ่มนี้ ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้วระดับหนึ่ง คุณมุกดากร อ่อนสูงเนิน เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า ลูกค้าจะมาตั้งแต่เช้า 6 โมงเช้าอะไรแบบนั้นเลยทีเดียว บางคนมาวิ่งออกกำลังกาย มาชมพระอาทิตย์ขึ้นริมแม่น้ำโขง แล้วก็แวะมาทานกัน ในขณะที่บางคนก็พิเศษกว่านั้นคือ นอกจากกินที่ร้านแล้วยังซื้อใส่บาตรยามเช้ากันอีกด้วย ข้าวเปียก ของที่ร้านนี้ เด่นที่เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี น้ำซุปร้อนๆ อร่อยคล่องคอ ในขณะที่ทานกับหมูยอ และกลิ่นหอมเจียว เข้ากันดีทีเดียว สนนราคาชามละ 30-40 บาท ข้าวเปียก ไข่กระทะ นอกจาก ข้าวเปียก อาหารขึ้นชื่อ อาหารหลักของที่ร้านแห่งนี้แล้ว ยังมีไข่กระทะ อาหารเช้าตัวเด่นอีกตัวหนึ่ง รวมทั้งโจ๊ก ขนมปัง กาแฟ คุณมุกดากร บอกว่า ช่วงเช้าลูกค้าจะเยอะมาก ขายได้ถึงราวบ่าย 2 มีลูกน้อง 6 คน
ยืนหยัด 40 ปี ‘พริกแกงแม่น้อย’ เจ้าดังเชียงราย จากตักขายในตลาดสด สู่ส่งออกทั่วโลก กว่า 40 ปีที่ ‘พริกแกงแม่น้อย’ คอยสร้างความอร่อยบนจานอาหาร จากธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กในตลาดสดเชียงราย ผลิตพริกแกงออกจำหน่ายเพียงไม่กี่กิโลกรัม ใส่ถังพลาสติกตักใส่ถุงขายเหมือนร้านทั่วไป วันนี้พริกแกงของแม่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่โดยทายาทเจนสอง กลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ส่งออกได้ไกลถึงต่างประเทศ คุณเฉลิมเกียรติ ธารทองไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภาเบญ ฟู้ดส์ จำกัด ทายาทเจนสอง เล่าย้อนให้ฟังถึงที่มาว่า เมื่อปี พ.ศ. 2519 คุณพ่อและคุณแม่คือคุณสุจิตต์-คุณนวลน้อย ธารทองไพบูลย์ ได้เริ่มต้นธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กในตลาดสดเชียงราย ด้วยการทำพริกแกงแบบใส่ถังพลาสติกตักขายในตลาดสดเชียงรายวันละไม่กี่กิโลกรัม กระทั่งปี พ.ศ. 2537 พริกแกงธรรมดาได้ถูกพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะมองการณ์ไกลว่าพริกแกงของแม่นั้นสามารถไปได้ไกลกว่าทำขายแบบเดิม โดยคุณเบญจวรรณ (ธารทองไพบูลย์) และคุณภาณุ ภัทรธรรมกุล จนชื่อ ‘พริกแกงแม่น้อย’ เป็นที่รู้จักในตลาดสดจังหวัดเชียงราย สินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘แม่น้อย’ ซึ่งต่อมาได้ทำการจดทะเบียนนิติบุคคลในนามบร
เปิดเคล็ดลับ ผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้อย่างไรให้ได้คุณภาพดี กับ “พนม อศรีโศก” คุณพนม อศรีโศก หรือที่ชาวบ้านแถวโป่งตาลองเรียกติดปากว่า “ป๋าพนม” บ้านเลขที่ 66/1 ม.7 ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โทร. 086-2524285 ได้รับการยกย่องจากเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในเขตนั้นให้เป็นเซียนมะม่วงคนหนึ่งของเมืองไทยเพราะมีความรอบรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการทำมะม่วง อีกทั้งยังคอยให้คำแนะนำแก่เพื่อนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงด้วยกันทั้งในเขตใกล้เคียงหรือแม้แต่เกษตรกรที่เดินทางมาจากที่ต่างๆ คุณพนมจะให้คำแนะนำและข้อคิดอย่างไม่มีการปิดบัง เริ่มปลูกมะม่วงเขียวเสวย แรด และฟ้าลั่น แต่จบที่น้ำดอกไม้ คุณพนม เริ่มต้นอาชีพการทำสวนมะม่วงประมาณพ.ศ. 2527-2528 ในช่วงนั้นการทำสวนมะม่วงจะนิยมปลูกมะม่วงหลายๆ สายพันธุ์ที่ปลูกกันมากก็ได้แก่ เขียวเสวย แรด ฟ้าลั่น หนังกลางวัน น้ำดอกไม้ ฯลฯ โดยเฉพาะเขียวเสวยเป็นที่นิยมกันมากเพราะตลาดมีความต้องการสูง มะม่วงเขียวเสวย มีข้อเสีย คือ ดึงช่อดอกยาก ออกดอกติดผลได้ปีละ 1 ครั้ง คุณพนมจึงมองหามะม่วงพันธุ์ที่ออกดอกง่ายก็มาพบมะม่วงน้ำดอกไม้ ในช่วงแรกๆ จะมีแต่พันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 และต่อมาก็มีพันธุ์สีทองออกตา
ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีไม้น้ำ” สำหรับ “ดอกบัว” เพราะนอกจากมีดอกที่สวยงามแล้ว “ดอกบัว” ยังเป็นพืชที่ชอบแดด เลี้ยงง่าย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศประเทศไทย ปัจจุบันดอกบัวมีหลากหลายสายพันธุ์ หนึ่งในสายพันธุ์ที่สวยงามได้รับฉายา “คิง ออฟ สยาม” คือ “บัวฉลองขวัญ” คุณชัยพล ธรรมสุวรรณ นักเลี้ยงบัวชาวแปดริ้ว คือผู้ที่ผสมพันธุ์บัวสายพันธุ์นี้ขึ้นมาเมื่อปี 2541 ซึ่งบัวฉลองขวัญผ่านการประกวดและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลกมาแล้ว สำหรับที่มาของบัวฉลองขวัญ เกิดจากการผสมพันธุ์ของบัวที่ชื่อว่า บัว Colorata และบัวลาภประเสริฐ ซึ่งบัวต้นแรกมีสีม่วง ส่วนบัวต้นที่สองมีสีเหลือง สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นบัวสีม่วงน้ำเงิน โดยมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษอันไพเราะ ว่า King of Siam บัวฉลองขวัญ เป็นบัวที่มีกลีบดอกสีม่วง ซ้อนกันหลายชั้น เป็นบัวที่มีดอกใหญ่ สามารถบานพร้อมกันหลายดอก ถ้าได้รับการดูแลที่ดี และเป็นบัวที่บานตอนกลางวัน และจุดเด่นของบัวฉลองขวัญ นอกจากดอกขนาดใหญ่มีความสวยงาม และยังเป็นบัวที่ เมื่อตัดดอก และนำมาจัดแจกัน สามารถอยู่ได้นาน 3-4 วัน ในพื้นที่ปกติ และถ้าอยู่ในห้องแอร์ หรือพื้นที่ปิดสามารถอยู่ได้นานถึง
