SMEs
ความจำเป็นยุคโซเชียล! ต้องออกแบบสินค้า/บริการ “กระตุ้น”ให้อยากถ่ายรูป คุณพริมา จักรพันธุ์ ณ อยุธยา นักออกแบบไอศกรีมอาชีพคนแรกของเมืองไทย และเจ้าของร้านไอศกรีมดีไซน์สร้างสรรค์ “ICEDEA-ไอซ์เดีย” ให้ข้อมูลไว้ว่า ลูกค้าเป้าหมายกิจการของเธอเป็น กลุ่มผู้หญิง ในวัยนักเรียน นักศึกษา และ เริ่มต้นทำงาน ฉะนั้นก่อนที่จะออกแบบไอศกรีมรสชาติหรือรูปทรงใดๆออกมาจำหน่าย ต้องมีการศึกษาพฤตกิรรมลูกค้ากลุ่มหลักก่อน ว่าเป็นอย่างไร “ลูกค้าที่ร้านชอบของใหม่ๆ ชอบมาเป็นหมู่คณะ และต้องถ่ายรูปอาหาร หรือไม่ก็ถ่ายอาหารกับตัวเอง แล้วอัพขึ้นเฟซบุ๊ค โชว์เพื่อน แชร์กัน จึงเกิดไอเดียทำไอศกรีมให้มีหน้าตาที่กระตุ้นให้พวกเขารู้สึกอยากถ่ายรูป”เจ้าของกิจการบอกถึงที่มาของไอศกรีมหน้าตาแปลกจากความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นเหมือนตัวช่วยให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่ม เจ้าของกิจการไอศกรีม ICEDEA บอกอีกว่า การสร้างเรื่องราว มีที่มาที่ไป ใส่ลงไปในอาหาร สามารถสร้างเสน่ห์ให้คนหันมามอง หันมาสนใจได้ ยกตัวอย่าง เมนู “โกลบอล วอร์มมิ่ง” เป็นไอศกรีมลดโลกร้อน ที่จริงมันคือ ไอศกรีมรสมินต์ โอริโอ ช็อคชิพ ทั่วไป เพียงแต่มีการเสริมแนวคิดเพิ่มเติมเข้าไป คือ แ
“Quick Service”เคาน์เตอร์เซอร์วิสครบวงจร ตอบโจทย์ยุคค้าขายออนไลน์ ทุกวันนี้ ผู้คนต่างใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ ทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว เป็นผลให้ร้านที่ให้บริการต่างๆ ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคน “บริการส่งพัสดุ” ก็มีการปรับตัวเช่นกัน เมื่อก่อนผู้ให้บริการเจ้าหลักๆ คือ ไปรษณีย์ไทย ระยะเวลาในการได้รับพัสดุอย่างด่วน ใช้เวลา 3 – 5 วัน ต่อมาได้มีบริการของภาคเอกชน เข้ามาเป็นตัวเลือกมากขึ้น และหนึ่งในนั้นคือ “ Quick Service ” (ควิก เซอร์วิส) จุดให้บริการสำหรับ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) แบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์คนขายของออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ก่อตั้งเมื่อปี 2553 มี คุณต้น-ชาตรี ศรีชัยวาณิชย์ นั่งท่านผู้บริหารวัย 46 ปี ปัจจุบันกิจการของเขามีสาขากว่า 300 สาขาทั่วประเทศ คุณต้น เริ่มให้ฟัง ธุรกิจนี้เกิดจากความคิดที่ว่า “ เวลาจะส่งของ ต้องไปที่ไปรษณีย์ ซึ่งต้องเข้าไปในตัวเมือง แล้วต้องไปทำพ.ร.บ ก็ต้องไปอีกที่ ค่อนข้างเสียเวลา เลยอยากเปิดร้านที่เป็นร้านสารพัดบริการในชุมชน เป็น one stop service shop และต้องรวบรวมงานบริการต่างๆไว้ที่จุดเดียว ก็เลยเกิดเป็น Quick Service ที่มีคอนเซป จุดเดียวจ
“น้ำปลาไทย” กว่าจะส่งไปขายเมืองนอก ไม่ใช่ง่าย โดนไล่อออกจากร้านมาแล้ว! ความ “มั่งคั่ง และ “มั่นคง” ของธุรกิจน้ำพริกมูลค่านับพันล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “พันท้ายนรสิงห์” มีจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว จากบรรพบุรุษ รุ่นพ่อ-แม่ ซึ่งมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อดทน ขยัน และบากบั่น มากพอที่จะ ให้รุ่นลูก-หลาน ยึดถือเป็นแบบอย่างและสานเจตนารมณ์ต่อมาจนถึงวันนี้ จากทำกันอยู่ “ครัวหลังบ้าน” มาถึงปัจจุบัน กิจการเติบโตเป็น บริษัท อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์สินค้าพื้นเมือง จำกัด ในฐานะเจ้าของสินค้าในกลุ่มเครื่องปรุงรสและเครื่องจิ้มนานาชนิด ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตราพันท้ายนรสิงห์” มีโรงงานผลิตตั้งบนที่ดินกว่า 80 ไร่ อยู่ริมถนนใหญ่ เขตตำบลกาหลง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ล่าสุดผลิตภัณฑ์แบรนด์ “พันท้ายนรสิงห์” นับร้อยรายการ ถูกส่งออกไปจำหน่ายไปขายยังต่างแดน กว่า 50 แห่ง นับตั้งแต่ กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมทั้งประเทศแถบโซนเอเชียด้วย คุณสุนทร วัฒนาพร ประธานกรรมการบริษัท อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์สิ
จากความชอบและคำแนะนำของเพื่อนบ้านผู้มีประสบการณ์เปิดร้านคาเฟ่อเมซอนมาก่อนหลายสิบสาขา ทำให้ คุณสมยศ ลือคำ นักธุรกิจรุ่นใหญ่ท่าทางใจดีวัย 48 ปี ตัดสินใจลงทุนวางเงินเก็บก้อนใหญ่ราว 3 ล้านบาท เปิดร้านคาเฟ่อเมซอน (Café Amazon) สาขาแรกของตัวเอง ที่ปัจจุบันให้บริการมาแล้วกว่า 5 ปี นักธุรกิจรุ่นใหญ่ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังอย่างเป็นกันเองว่า ตนไม่ได้เรียนจบสูง ด้วยความมุมานะ อาศัยผลักดันและพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ ทำกิจการค้าขาย แบบซื้อมาขายไป จนนำมาสู่การเปิดร้านคาเฟ่อเมซอนในที่สุด “ผมเลือกทำธุรกิจร้านกาแฟเพราะชอบดื่มกาแฟ พอดีมีเพื่อนบ้านใกล้กันเปิดร้านคาเฟ่อเมซอนมาแล้วหลายสิบสาขามาให้คำปรึกษา เขาทำมาก่อนแล้ว ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยตัดสินใจลงทุนทันที” เมื่อคิดแล้วว่าอยากเปิดร้านคาเฟ่อเมซอน คุณสมยศไม่รอช้า นำเงินก้อนที่สะสมเมื่อครั้งทำกิจการค้าขายราว 3 ล้านบาท ลงทุนเปิดร้าน ยึดพื้นที่ใจกลางเมืองย่านสีลม บนศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 4 เนื้อที่ 53 ตารางเมตร ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปเป็นที่ตั้งร้าน “เลือกสีลมเพราะคิดว่าเป็นย่านที่ดีที่สุดใจกลางกรุง เป็นย่านที่คนมีกำลังซื้อ เดินมา 10 คน ต้องมี
การจักสาน คืองานหัตถกรรมอย่างหนึ่ง นับเป็นงานฝีมือที่คนไทยทำกันมาช้านาน เป็นการนำวัสดุขนาดเล็กมาขัด หรือสานกันจนเป็นชิ้นงาน เช่น เสื่อ ตะกร้า ตะกร้อ เป็นต้น อย่างทางภาคใต้ของไทยเอง มีชาวบ้านซึมซับการสานกระจูดมาแต่โบราณ สำหรับกระจูดเป็นพันธุ์ไม้จำพวก “กก” มีลักษณะลำต้นกลมสีเขียวอ่อน สูงประมาณ 1-2 เมตร ออกดอกเป็นกระจุก นิยมนำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิทแล้วสานเป็นเสื่อกระจูด พบมากในพื้นที่ป่าพรุของตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งต้นกระจูดคุณภาพดี สวย เหนียว และทน โดยกลุ่มชาวบ้านที่ตำบลเคร็ง มักนำกระจูดมาจักสานเป็นของใช้สอยในครัวเรือน เป็นวิถีการดำรงชีวิตมาตั้งแต่อดีต เป็นภูมิปัญญาของคนเคร็งที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นปู่ย่าตายาย สู่รุ่นลูกหลานจนถึงปัจจุบัน คุณมะลิ-อุบลวรรณา แป้นด้วง ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกชาวบ้านจักสานกระจูดกันเป็นวิถีชีวิตมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย สานกันเป็นแทบทุกคน โดยงานสานที่นิยมทำคือ เสื่อปูนอน ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ จนเมื่อปี 2547 เกิดเป็น “กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอว
อย่ามองข้าม อาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไม่เกี่ยงงาน ไม่ปฏิเสธลูกค้า วิ่งวิน 7 โมงจันทร์ถึงศุกร์ เลิกงานตอนบ่าย รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท อดีตหนุ่มออฟฟิศสู้งานในวัย 40 ปี แม้จะเรียนจบไม่สูง แต่ก็เคยทำงานประจำที่บริษัทใหญ่รายได้หลักหมื่น แต่เนื่องจากเงินเดือนไม่กระเตื้องขึ้นหลายปี ประกอบกับเบื่อรูปแบบงานออฟฟิศ ผันตัวมายึดอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แถวท่าเรืออโศก กทม. ยึดหลักลูกค้า คือ “พระเจ้า” ไม่เกี่ยงงาน ไม่ปฏิเสธลูกค้า วิ่งวิน 7 โมงจันทร์ถึงศุกร์ เลิกงานตอนบ่าย รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท คุณยงยุทธ ศรีวารี หรือ คุณยุทธ ในวัย 40 ปี เผยเรื่องราวชีวิตกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า จบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำหลายแห่ง ยาวนานกว่า 20 ปี อาทิ แผนกผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จํากัด เคยเป็นแมสเซ็นเจอร์ เคยอยู่ร้านพิซซ่า เงินเดือนสุดท้ายที่ได้รับหมื่นกว่าบาท งานประจำในบริษัทใหญ่ที่คนภายนอกดูว่าดี แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ปฏิเสธความมั่นคงในชีวิตนั้นด้วยการลาออก “ผมทำงานประจำมานาน 20 ปี แต่ละบริษัทเงินเดือนกว่าจะ
ว่านหางจระเข้ ปลูกไม่ยาก ลงทุนไร่ละ 2 หมื่น ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้นาน 10 ปี ขายหน่อสดหน่อละ 10-100บาท หัวดีแปรรูปสร้างมูลค่า นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก ส่งขาย กิโลกรัมละ 60 บาท หรือตันละ 6หมื่น เป็นอาชีพสร้างรายได้ดี ว่านหางจระเข้ สมุนไพรชั้นดี สรรพคุณทางยามากมาย ทั้งช่วยรักษาแผล หรือสมานแผล ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนของแผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ว่านหางจระเข้ก็ช่วยได้ และนอกจากเป็นสมุนไพรรักษาแผลที่ดีแล้ว ปัจจุบันนวัตกรรมที่ก้าวไกล มีผู้คิดค้นวิจัยนำว่านหางจระเข้มาทำเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย มากมาย ทำให้ปริมาณความต้องการว่านหางจระเข้มีมากขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกรในประเทศไทยเป็นอย่างดี ซึ่งแหล่งปลูกสำคัญอยู่ทางภาคตะวันตกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การปลูกว่านหางจระเข้ส่งโรงงาน ถือเป็นอาชีพสร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกรแถวนั้นมานานกว่า 30 ปี และปัจจุบันนี้ได้สืบทอดมาถึงรุ่นลูก ตลาดก็ยังสดใสอยู่ คุณธนัชญาน์ มีสวัสดิ์ หรือ คุณจูน อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 10 ตำบลบ่อนอก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรสาวผู้สืบทอดงานเกษตรกรรมจากครอบครัว เล่าว่า ครอบครัวของตนทำไร่ปลูกว่านห
ทุกวันนี้ ภาคเกษตรต้องเผชิญปัญหาดินเสื่อม โรคแมลงศัตรูพืชและปัญหาภัยธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตต่ำสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น หากใครกำลังมองหาแนวทางลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ก็แนะนำให้ทดลองใช้ “ปุ๋ยปลาร้า” (น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเล) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ตามที่ต้องการ ย้อนกลับเมื่อปี 2550-2551 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยคุณสุพจน์ แสงประทุม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ในสมัยนั้น เกิดแนวคิดที่จะช่วยเกษตรกร “ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม” จึงได้มอบหมายให้ นักวิชาการเกษตร ชื่อ คุณวิชัย ซ้อนมณี ศึกษาทดลองการใช้น้ำหมักชีวภาพชนิดต่างๆ มาใช้ในแปลงเพาะปลูกพืช ก็ได้ผลสรุปว่า น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเลหรือที่เรียกกันทั่วไปคือ ปุ๋ยปลาร้า มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม ได้อย่างดี เมื่อนำปุ๋ยปลาร้าไปให้เกษตรกรทดลองปุ๋ยปลาร้าก็พบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในแปลงปลูกพืช เพราะสามารถเพิ่มจำนวนปริมาณของผลผลิตมากขึ้น ช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้น เป็นทั้งปุ๋ยและยาควบคุมศัตรูพ
คงต้องขอหยิบยืมคำว่า “ไม่ต้องพูดมาก…เจ็บคอ” มาใช้บรรยายความโด่งดังและความสามารถที่หลากหลายของบล็อกเกอร์สาวคนนี้ เมย์อา บล็อกเกอร์แถวหน้า – เมย์-พรพรรณ เรืองปัญญาธรรม หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หน่องเม” และ “เมย์อา” บล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์วัย 25 ปี ที่ความน่ารัก สดใส อย่างเป็นธรรมชาติ ประกอบกับคอนเทนต์ที่มีประโยชน์และน่าสนใจ ทำเอาหลายคนฝากตัวเป็น “แฟนคลับตัวยง” ติดตามชมผลงานของเธอตลอดระยะเวลา 6 ปี ด้วยมีหลายคนบอกว่าการชมคลิปวิดีโอของเธอคือความสุข เป็นการผ่อนคลายหลังจากพบเจอวันที่ยากลำบาก เพราะเมย์อา พาแฟนๆ ไปท่องโลกของเธอผ่านคลิปวิดีโอที่บอกเล่า “ไลฟ์สไตล์” ในด้านชิคๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งแฟนๆ สามารถนำมาประกอบการตัดสินใจตามรอยไปเที่ยวตามเธอได้เลย เพราะเธออธิบายไว้ได้ละเอียดพอสมควร เกี่ยวกับการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ พร้อมชมภาพสวยๆ ที่บางครั้งเธอก็บอกเล่าเทคนิคการถ่ายภาพเล็กๆ น้อยๆ ตลอดจนสอนแต่งหน้าในลุคต่างๆ เคล็ดลับดูแลความงาม พาไปชิมของอร่อย และรวมไปถึงการซื้อบ้าน ซื้อรถ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนี้เธอจึงเป็น “ขวัญใจในโลกออนไลน
แม่บ้านไทยในสหรัฐ เรียกร้องหน่วยงานตรวจพิสูจน์ “น้ำปลาไทย” ชี้ความปลอดภัยผู้บริโภคต้องเท่าเทียม จากกรณี หน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ(FDA) ได้ประกาศห้ามนำเข้าน้ำปลาสองยี่ห้อดังของไทย เนื่องจากต้องการให้ไทยตรวจสอบพิสูจน์สารปนเปื้อนจากการหมักน้ำปลาว่าไม่มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็งนั้น เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ออกสำรวจปฏิกิริยาบริโภคตามพื้นที่ต่างๆ เกี่ยวกับข่าวที่เกิดขึ้น โดยจากการสุ่มสำรวจตามร้านก๋วยเตี๋ยวย่านประตูน้ำ พบว่ายังมีการใช้น้ำปลาหนึ่งในสองยี่ห้อที่ตกเป็นข่าวกันอยู่ตามปกติ และจากการสอบถาม แม่ค้าส้มตำ ท่านหนึ่ง ซึ่งเปิดร้านอยู่หน้าห้างดังย่านเตาปูน ให้ข้อมูลว่า ไม่ทราบข่าวดังกล่าวมาก่อน และคิดว่าไม่มีผลกระทบอะไรกับการทำมาหากินของตัวเอง เพราะไม่ได้เลือกใช้น้ำปลาสองยี่ห้อที่ตกเป็นข่าวอยู่แล้ว เนื่องจากราคาค่อนข้างสูงและมีรสเค็มเกินไป ทำให้ปรุงอาหารยาก ส่วนคุณป้า อีกท่าน ซึ่งกำลังมาเลือกซื้อน้ำปลาอยู่ภายในห้างดังกล่าว กล่าวสั้นๆ ไม่ใช้น้ำปลาสองยี่ห้อที่ตกเป็นข่าวอยู่แล้ว เพราะที่บ้านไม่ทานผงชูรส จึงเลือกใช้น้ำปลาดี ที่ไม่มีส่
