SMEs
‘ปู่ม่านย่าม่าน’ เอกลักษณ์เมืองน่านสู่งานศิลป์บนของที่ระลึก เจาะลูกค้าทุกกลุ่ม จังหวัดน่าน เมืองเล็กๆ น่าหลงใหลแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ เมืองแห่งนี้มีเรื่องเล่าชื่อเสียงโด่งดัง กระซิบรักบันลือโลก หรือ ปู่ม่านย่าม่าน ซึ่งเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกระซิบบทสนทนา ผลงานของหนานบัวผัน จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งภาพจิตรกรรมเลื่องชื่อนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานที่ประณีตและโดดเด่นประจำวัดภูมินทร์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดน่านไปโดยปริยาย เพราะไม่ว่าไปที่ไหนในจังหวัดน่าน จะเห็นภาพปู่ม่านย่าม่านปรากฏอยู่บนของที่ระลึกต่างๆ ทั้ง เสื้อผ้า กิ๊ฟต์ช็อป ของใช้ โปสการ์ด เต็มไปหมด พูดถึงของที่ระลึก มีโอกาสรู้จักกับ คุณชาย-เพิ่มพูน พึ่งพระเดช อายุ 49 ปี และคุณจี๊ด-อภิญญา สุขโรจน์บัณฑิต อายุ 54 ปี ทั้งสองเป็นเจ้าของร้านน่าน แอ่ปข้าว เพ้นท์ ที่นำตำนานอันเป็นสัญลักษณ์เมืองน่าน ปู่ม่านย่าม่าน มาสร้างสรรค์เป็นงานของฝากของที่ระลึกทำจากไม้สักเสริมลวดลายด้วยศิลปะการเพ้นต์ ตั้งโชว์ได้ ใช้งานได้จริง คุณชาย เล่าให้ฟังว่า ยึดอาชีพทำของที่ระลึกมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ก่อนนั้นมีภรรยาเป็นหัวเรือใหญ่
ดอกมะลิ ดอกดาวเรือง ราคาสวิงขึ้น-ลงตลอด หนุ่มวิศวกรหาทางออกช่วยครอบครัวเพิ่มมูลค่านำมาร้อยเป็นพวงมาลัย ช่วงหน้าหนาวมะลิขายดี กิโลกรัมละ 600 บาท พร้อมเผยเทคนิคการปลูกมะลิเพื่อส่งขายตลาด จำหน่ายดอก คุณพูลศักดิ์ คำหอม อยู่บ้านเลขที่ 422 หมู่ที่ 5 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ได้ทำอาชีพร้อยพวงมาลัย เรียกง่ายๆ ว่า เป็นอาชีพที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวเลยก็ว่าได้ โดยไม้ดอกที่นำมาร้อยเขาจะเน้นปลูกเองเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ได้นำผลผลิตคือดอกมะลิมาใช้ ส่วนที่มากเกินก็ส่งจำหน่าย จึงเกิดเป็นรายได้มากขึ้นหลากหลายทางอีกด้วย คุณพูลศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวก็มีที่นาอยู่บ้างโดยสินค้าทางการเกษตรก็ไม่แน่นอน ต่อมาครอบครัวจึงได้เริ่มที่จะร้อยพวงมาลัยจำหน่าย คุณแม่ก็ได้ปลูกสวนมะลิขึ้นมาด้วย เพื่อให้มีวัตถุดิบมาใช้สำหรับร้อยพวงมาลัย ต่อมาเมื่อเขาโตขึ้นจนเรียนจบระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็ได้ทำงานเป็นฟรีแลนซ์เกี่ยวกับวิศวกร จึงมีเวลาว่างในช่วงที่ยังไม่ได้ไปติดตั้งงานระบบ ทำให้มีเวลากลับมาอยู่บ้านบ่อยๆ เม
เดินตลาดแคลิฟอร์เนีย เกาะโต๊ะแทงหวย หวังรวย 5 หมื่นล้าน! เพิ่งเป็นข่าวไปทั่วโลก ขนาด CNN ยังรายงานครึกโครม เมื่อ California Lotto หรือลอตเตอรี่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศโครมครามว่า รางวัลแจ็กพอตใหญ่ หรือที่เรียกว่า Mega Millions Prize นั้นแตกแล้ว ด้วยเงินรางวัล 1,500 ล้านเหรียญ หรือ 5 หมื่นกว่าล้านบาท รางวัลขนาดนี้ มันก็ต้องกรีดร้องให้ก้องโลกกันหน่อยว่าไหม แต่ช้าก่อน…มาเดินตลาดกันอย่างพินิจพิจารณา แล้วเรียนรู้กันว่ามันยังไงแน่ ในอเมริกา มีลอตเตอรี่ขายเกือบทุกรัฐ เป็นการสร้างรายได้ของรัฐบาลท้องถิ่น แต่ไม่มีลอตเตอรี่ของรัฐไหน “เล่นใหญ่รัชดาลัย” เท่าของแคลิฟอร์เนีย ด้วยเงินรางวัลสูงกว่าพันล้านเหรียญ ลอตเตอรี่เขาก็ขายเหมือนรัฐอื่น คือ เราไปซื้อเริ่มจากเหรียญสองเหรียญ ระบุเลขทุกหลักได้เลย แต่ระบุหมวดอักษรไม่ได้ เสร็จแล้วก็เก็บไว้รอเขาออกรางวัล แต่เขามีลูกเล่นไว้ดึงดูดใจกันเป็นล่ำเป็นสัน ด้วยการทำช่องทางให้ลุ้นรางวัลใหญ่กว่าปกติ อย่างลอตเตอรี่ Power Ball ซึ่งมีโอกาสได้เงินมากขึ้น ด้วยลูกเล่นการแทง น่าจะเหมือนบ้านเราที่มีโต๊ดมีเต็ง มีแทงเพิ่มให้ได้เงิน 2 เท่า อะไรประมาณนั้น ซับซ้อนขนา
วุ้น ขนมหวานคลายร้อนที่หาทานได้ทั่วไป เมื่อก่อนมีอยู่ไม่กี่รสให้เลือกทาน เช่น วุ้นน้ำแดง วุ้นกะทิ และวุ้นมะพร้าวน้ำหอม แพ็กเกจของวุ้น จะเป็นถ้วยเล็กๆ ทรงเรขาคณิตบ้าง ทรงรูปสัตว์บ้าง ซึ่งเป็นแบบธรรมดาทั่วไป ปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายคน เกิดไอเดียนำส่วนผสมต่างๆ อาทิ ขนมไทย ผลไม้ไทย มาเป็นส่วนผสม เกิดเป็นรสชาติใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคได้ลอง อีกทั้งมีการคิดพัฒนาแพ็กเกจให้มีความโดดเด่น เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้แก่ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าของสินค้า วันนี้ได้มีโอกาสมาเดินเล่นที่ตลาดนัดแถวศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สังเกตเห็นหน้าร้านหนึ่ง มีลังโฟมใส่กล่องลูกชิ้น แต่ที่แปลกคือ ทำไมถึงแช่ไว้บนน้ำแข็ง จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ กลับไม่ใช่ลูกชิ้นอย่างที่คิด เป็นวุ้นเสียบไม้แทนเสียนี่ “วุ้น*ชิ้น*สด” คือชื่อของวุ้นหน้าตาแปลกใหม่นี้ มีสองสามีภรรยาเป็นเจ้าของแบรนด์ คือ คุณนุ่น-วิภาดา มินาลัย อายุ 43 ปี และ คุณก๊อก-เจษฎา โยธาปาน อายุ 44 ปี คุณนุ่นเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เธอจบนิเทศศาสตร์ ส่วนสามีจบบริหารธุรกิจ เมื่อก่อนทำงานประจำ แต่ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ทั้งคู่ โดยคุณก๊อก สามีของคุณนุ่นเป็นคนชอบทำอาหาร
12 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะม่วง – มะม่วงเป็นผลไม้ที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ในประเทศไทยมีมะม่วงหลากหลายพันธุ์ และเราก็นิยมนำผลไม้ชนิดนี้มากินทั้งแบบดิบ สุก และแบบแปรรูป อีกทั้งยังใช้ทำได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน บีบีซีชวนอ่านเรื่องน่ารู้ 12 ประการเกี่ยวกับผลไม้เมืองร้อนชนิดนี้ที่คุณรู้จักมายาวนานแต่อาจยังไม่ทราบเกี่ยวกับมัน 1. มะม่วงมีสายพันธุ์หลากหลายไม่ต่างจากแอปเปิลและลูกพลัม เทศกาลมะม่วงในกรุงนิวเดลีของอินเดีย มีมะม่วงกว่า 500 พันธุ์ให้คนรักมะม่วงได้ลิ้มลอง / Getty Imagesในโลกมีมะม่วงหลายร้อยชนิด บางชนิดมีอยู่เฉพาะในบางภูมิภาค บางชนิดมีรสชาติหวานมัน บางชนิดมีรสเปรี้ยว และบางชนิดมีรสชาติคล้ายสับปะรด ส่วนใครชอบทานมะม่วงสุก ควรลิ้มลองมะม่วงพันธุ์ต่าง ๆ และหนึ่งในนั้นคือ มะม่วง “อัลฟองโซ” (Alphonso) ซึ่งผลสุกมีรสชาติหอมหวานจนชาวอินเดีย ยกให้เป็น “ราชาแห่งผลไม้” 2. มะม่วงเป็นผลไม้ประจำชาติของ 3 ประเทศ หลายประเทศยกมะม่วงเป็นพืชสำคัญ / Getty Images 3 ประเทศที่จัดให้มะม่วงเป็นผลไม้ประจำชาติ ได้แก่ ปากีสถาน อินเดีย และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ บังกลาเทศยังจัดให้มะม่วงเป็นต้นไม้ประจำชาติด้วย
43 ปี “ลัคกี้เฟลม” แบรนด์ครัวเรือนไทย กับการแตกไลน์ธุรกิจบิลด์อิน ปัจจุบันเทรนด์การทำอาหารยังมีต่อเนื่อง สังเกตได้จากบนหน้าจอโทรทัศน์ ทุกวันนี้มีรายการแข่งขันทำอาหารมากหน้าหลายตา ทั้งเชฟมืออาชีพ เชฟสมัครเล่น หรือแม้แต่เด็กเองยังมีโอกาสได้โชว์ฝีมือ บ่งบอกให้เห็นว่าไม่ว่าใครก็ทำได้ แต่จะทำอาหารให้อร่อย คงไม่ใช่แค่ฝีมือ หรือสูตรตายตัวอย่างเดียว อุปกรณ์เครื่องครัวก็สำคัญเช่นกัน หากใช้ง่าย ปลอดภัย รูปลักษณ์สวยงาม ย่อมส่งผลให้คุณพ่อบ้านแม่บ้านมีความสุขในการทำอาหาร รสชาติที่ได้ยิ่งอร่อยมากขึ้น และหากเอ่ยถึงแบรนด์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ยังมีให้เห็นถึงทุกวันนี้แล้วล่ะก็ หนึ่งเดียวตอนนี้ต้องยกให้ Lucky Flame (ลัคกี้เฟลม) หรือที่ส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม เตาแก๊สลัคกี้เฟลม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณพ่อบ้านแม่บ้านมานาน 43 ปี หรือมากกว่า 4 ทศวรรษ ในโอกาสนี้เองได้รับเกียรติจาก คุณเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒกุล กรรมการบริหารและผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด มาถ่ายทอดเรื่องราวให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า แบรนด์ลัคกี้เฟลมเกิดจากความชื่นชอบในเสน่ห์ของครัวไทย จากตอนแรกที่ทำกันแค่ธุรกิจครอบครัว ก็ขยับขยายมาเร
นวัตกรรมสร้างอาชีพ ‘เตาชีวมวล’ ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง ร้อนเร็ว ไฟแรง คนกรุงชอบใช้ เตาชีวมวล หนึ่งทางเลือกนวัตกรรมแบบชาวบ้านจ่ายครั้งเดียวใช้คุ้มไปอีกนาน เป็นเตาที่ใช้แกลบมาเป็นเชื้อเพลิง ใช้หลักการเผาไหม้ทั่วไป ใช้พัดลมหอยโข่งเป็นตัวให้ออกซิเจนมาเป็นตัวประกอบการเผาไหม้ โดยพัดลมหอยโข่งจะถูกควบคุมโดยกล่องควบคุมแรงดันไฟฟ้า ที่จะควบคุมเปลวไฟที่เผาไหม้ได้ตามต้องการ นวัตกรรมชิ้นนี้เกิดขึ้นจาก คุณปรีชา ใจบาล อายุ 45 ปี กับคุณพ่อของเขาช่วยกันคิดช่วยกันทำจนออกมาเป็น ‘เตาแกลบเสาร์แก้ว’ จำหน่าย ณ ปัจจุบัน มีรูปทรงและลักษณะคล้ายกับเตาแก๊สปิกนิก มีส่วนประกอบหลักๆ คือ หัวเตา ฉนวนเตา พัดลมเตา และไส้เตา ใช้งานได้ไม่ยาก เจ้าของไอเดียเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า คุณพ่อของตนได้ไอเดียมาจากการไปดูงานครั้งเป็นอาสาสมัครพลังงาน จนนำมาประยุกต์ใช้เองในครัวเรือน ตั้งแต่ปี 2551 รวมแล้ว 10 ปี ทำควบคู่กับการเปิดฟาร์มซึ่งเป็นอาชีพหลัก แรกๆ ตัวถังเป็นคอนกรีต หนักและแตกง่าย ภายหลังเปลี่ยนมาเป็นโลหะได้ปีกว่า มีความแข็งแรง จัดส่งให้ลูกค้าง่าย ประหยัดต้นทุนได้มากกว่า นอกจากตัวถังที่เปลี่ยนแล้ว หลังคุณปรีชาเข้ามาดูแล
ผมเป็นคนที่ชอบกินข้าวราดผัดพริกใบกะเพราเนื้อวัว มาตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าร้านที่กินครั้งแรกๆ เป็นร้านตามสั่งหน้าโรงพยาบาลราชบุรี ตั้งแต่ราว พ.ศ. 2515 เจ๊กคนทำจะผัดเนื้อวัวสับหยาบๆ ในน้ำมันหมู ใส่พริกขี้หนูทุบสองสามเม็ด พริกชี้ฟ้าเขียวแดงหั่นแฉลบ บุบกลีบกระเทียมด้วยปังตอจนแบน ปรุงรสเค็มหวานด้วยน้ำปลาและซีอิ๊วดำหวาน โรยใบกะเพราตบท้าย ผัดคลุกเร็วๆ ก่อนจะตักราดข้าวสวยหุงร่วนๆ โปะไข่เป็ดดาวกรอบๆ ตั้งให้เรากินพร้อมถ้วยน้ำปลาพริกขี้หนูถ้วยเล็กๆ มันมักเป็นผัดกะเพราที่มีกลิ่นไหม้นิดๆ เพราะผัดด้วยไฟแรง มีน้ำมันเยิ้มมากน้อยแล้วแต่ร้าน ทว่าน้ำสีดำๆ ที่เกิดจากการใส่ซีอิ๊วดำหวานนั้นเหมือนกันหมด และเขาน่าจะใส่ผงชูรสด้วยไม่น้อยนะครับ ผมยังจำรสนัวติดลิ้นนั้นได้รางๆ ตามที่ผมได้ลองสืบค้นประวัติมาบ้าง ผัดพริกใบกะเพราไม่ใช่สำรับเก่า มันเพิ่งเกิดใหม่ช่วงก่อน พ.ศ. 2500 ไม่นาน เรียกว่าอายุไม่น่าจะเกิน 80 ปี ทั้งจากคำบอกเล่าของคนแก่ๆ และทั้งการไม่ปรากฏในตำรากับข้าวที่มีอายุ 8 ทศวรรษขึ้นไปเอาเลย ก่อนหน้านี้ กะเพราถูกใช้ในผัดเผ็ดบ้าง แกงเผ็ด แกงป่าบ้างนะครับ แต่ไม่เคยถูกปรุงในลักษณะผัดพริกกระเทียมแบบนี้มาก่อน อย่า
เรียนรู้จากความสำเร็จ…เผื่อจะรวยแบบเขาบ้าง!?! นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 4 – วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 ที่ลงสัมภาษณ์ “ชฎาทิพ จูตระกูล” ผู้บริหารระดับสูงของสยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่, สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าแห่งใหม่ล่าสุด บริเวณถนนเจริญนคร ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 โดยมีอาณาบริเวณพื้นที่ให้บริการลูกค้ากว่า 7.5 แสนตารางเมตร ทั้งยังตั้งเป้าที่จะมีลูกค้ามาใช้บริการมากกว่าวันละ 1.5 แสนคน ทั้งนั้นเพราะ “ชฎาทิพ” เชื่อว่าไอคอนสยามน่าจะเป็นแม็กเนตในการดึงดูดลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติให้มาช็อปปิ้งมากที่สุด เนื่องจากคอนเซ็ปต์ของไอคอนสยามจะไม่ใช่ศูนย์การค้า แต่จะเป็นเดสติเนชั่น (ปลายทาง) ที่ทุกคนต้องมา ถามต่อว่าทำไมต้องมา? คำตอบแรกคืออาจเพราะอาคารของไอคอนสยามถูกออกแบบให้สะท้อนถึงเอกลักษณ์ และสื่อถึงความเป็นไทยสไตล์ โดยเฉพาะกับการนำกระทง การบายศรีสู่ขวัญ และการห่มสไบ มาผสมกับความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิก จนทำให้อาคารแห่งนี้มีความโดดเด่นมากกว่าอาคารแห่งใดบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังมีการบอกเล่าเรื่องราว
เมืองหงสา สปป.ลาว สวย สงบ อากาศดี แค่ 30 กม.จาก ต.ห้วยโก๋น จ.น่าน จะไป “หงสา” เราบอกเพื่อน “หงสา ไหน พม่าเหรอ” เพื่อนถาม “ไม่ใช่ๆ หงสา ที่ลาว จ้า” นั่นคือคำตอบ หลายคนไม่รู้ว่า ห่างจากชายแดนไทย ที่ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ข้ามไปเพียง 30 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว (ผ่านด่านชายแดนน้ำเงิน เมืองเงิน ของ สปป.ลาว) การเดินทาง 30 กม.ที่ว่านี้ก็สะดวกมากๆ ด้วยถนนลาดยางอย่างดี (ใน สปป.ลาว สภาพถนนมีผลมากต่อการเดินทาง) ดังนั้น ขับรถมาแป๊บเดียวก็ถึงเมืองหงสาแล้ว ในเมืองหงสา ถนนหนทาง ดีกว่า ในเมืองอื่นๆ มาก ส่วนหนึ่งเป็นผลพลอยได้จากการตั้งขึ้นของโรงไฟฟ้าหงสา ที่เริ่มเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีอัตราส่วนการถือหุ้น ดังนี้ รัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาว (Lao Holding state Enterprise-LHSE) ร้อยละ 20 , บริษัท บ้านปูเพาเวอร์ จำกัด ถือร้อยละ 40 และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือร้อยละ 40 (กำลังการผลิต 1,878 เมกะวัตต์ MWs จำหน่ายให้การไฟฟ้าลาว100 เมกะวัตต์ หรือ 5.32% ของกำลังการผลิต ส่วน 1,473 เมกะวัตต์ หรือ 78.43% ส่งกลับไปขายที่เมืองไทย
