SMEs
ไปสำรวจตลาดดอกไม้ แถวตลาดไท เมื่อวันก่อน ได้ข้อมูลกลับมาน่าสนใจ ทุกวันนี้ นอกจาก ผลไม้ ของเด็กเล่น เสื้อผ้า และสินค้าอีกจิปาถะ จากประเทศจีน จะเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย ด้วยผลพวงจากข้อตกลง FTA แล้ว “ดอกกุหลาบ” นับเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ถูกส่งเข้ามาวางขายให้คนไทยซื้อหากันได้อย่างกว้างขวาง และด้วยคุณสมบัติ ดอก-กลีบ ค่อนข้างใหญ่ ไม่ช้ำง่าย ก้านยาว มีหนาม แต่ราคาขายถูกกว่า ไม้ดอกจากยุโรปหลายเท่าตัว ส่งผลให้ “กุหลาบเนเธอร์แลนด์” ซึ่งเคยเป็นตัวเลือกอันดับต้น ของคนชอบของเกรดนอก ลดความนิยมลงไปมาก มาวันนี้ ไปทางไหน แม่ค้าดอกไม้ มักให้ข้อมูลกับลูกค้า มีกุหลาบไทยกับกุหลาบจีนให้เลือก ซึ่งราคาขายต่างกันไม่มาก หากอยู่ในกลุ่มราคาเดียวกัน กุหลาบไทยจะดอกเล็กกว่ากุหลาบจากจีนนิดหน่อย และก้านสั้นกว่า แถมไม่มีหนาม พอถาม…แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่ากุหลาบอันไหนของไทยหรือของจีน เพราะต่างก็ถูกห่อไว้ด้วยกระดาษแน่นหนา แม่ค้าท่านเดิม ยิ้มมุมปาก ก่อนเฉลย “กุหลาบไทย จะห่อด้วยหนังสือพิมพ์ไทย ส่วนกุหลาบจากจีนจะห่อมาด้วยกระดาษสีขาว” คนถามถึง “บางอ้อ” ก็วันนี้นี่เอง!
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (SME Start Up) มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยคัดเลือกผู้สมัครเพื่อฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการยกระดับทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญให้ผู้ประกอบการกว่า 30,000 ราย ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย วิสาหกิจชุมชนระดับฐานรากที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรถึง 70% ช่วยยกระดับภาคการผลิตไปสู่เกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพมาตรฐาน ผ่าน 6 พื้นที่ดำเนินการ คือ ภาคเหนือตอนบน 11 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง 7 จังหวัด ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 25 จังหวัด ภาคอีสานตอนบน 12 จังหวัด ภาคอีสานตอนล่าง 8 จังหวัด และภาคใต้ 14 จังหวัด โดยในแต่ละพื้นที่ดำเนินการ เมื่อผ่านการอบรม จะเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ประเมินศักยภาพธุรกิจในด้านต่างๆ โดยจัดที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาแนะแนวทางการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจ ยกระดับการผลิตสินค้าและบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ลดเวลาดำเนินการ แนะการปรับเปลี่ยนเครื่
พ่อค้าเร่ขนม ยึดหลักอาชีพน่าชื่นชม “ของทุกชิ้นต้องชิมก่อน ถ้าใครถามแล้วบอกไม่ได้ เหมือนทรยศลูกค้า” เมื่อวันก่อน ตอนไปหาซื้อขนมนมเนย ที่ “โฮม เบเกอรี่” ที่ตั้งอยู่ภายในรั้วของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต ขณะกำลังเพลิดเพลินกับความหลากหลายของสินค้า พลันสายตาแอบสังเกตเห็น ผู้ชายท่าทางทะมัดทะแมงออกแนวเก๋าๆ วัยกะด้วยสายตาน่าจะราวสามสิบเศษ ง่วนอยู่กับการเลือกซื้อขนมใส่ตะกร้าเป็นจำนวนมาก เลยเข้าไปชวนคุย ชายหนุ่มท่านดังกล่าว ใบหน้ายิ้มแย้ม อัธยาศัยดี ให้ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวอาชีพที่เขาทำอยู่ “ชื่อ ขรรค์ชัย มักสกุล เป็นพ่อค้าเร่ขายขนมของโฮม เบเกอรี่ อุดหนุนเป็นคู่ค้ากันมานานกว่าสิบปีแล้วครับ” เขาเริ่มต้นบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนคุยกันแบบกันเอง ถ่ายทอดประสบการณ์อาชีพของเขาให้ฟัง “ผมไม่ได้เรียนหนังสืออะไรสูงๆ และไม่ชอบเป็นลูกจ้างใคร เลยยึดอาชีพค้าขายเหมือนพ่อกับแม่ เมื่อก่อนเดินขายบ๊ะจ่างอยู่แถวปากคลองตลาด คุณย่า เป็นคนทำให้แล้วผมเอาไปเดินขาย ลูกค้าเป็นพวกคนทำมาค้าขายแถวนั้นแหละ ทีนี้มีคนรู้จักคนหนึ่งเขามาแนะนำให้มารับขนมที่โฮมฯ ไปขาย ตอนนั้นยังไม่รู้จักโฮม เบเกอรี่ คืออะ
“ผมมีอาชีพทำนามานาน วันหนึ่งมีความสนใจที่อยากทำสวนผลไม้จึงตัดสินใจปลูกชมพู่ทับทิมจันท์ โดยการแบ่งผืนนา จำนวน 7 ไร่ มาทำสวนชมพู่ทับทิมจันท์ 3 ไร่ จนถึงทุกวันนี้ผมมีรายได้ต่อปีราว 3 แสนบาท จากการทำสวนชมพู่ 3 ไร่ และปลูกต้นชมพู่ เพียง 150 ต้น เท่านั้น ทำกันเพียง 2 คน กับภรรยาเป็นหลัก งานก็ไม่ตากแดดมากเหมือนทำนา รายได้ก็ดีกว่าการทำนา ส่งลูกเรียนสบาย” คุณสำเริง เจริญวงษ์ “แม้ราคาชมพู่ทับทิมจันท์จะไม่สูงมากเหมือนแต่ก่อน ถึงแม้ราคาจากสวนจะเหลือแค่เพียงกิโลกรัมละ 10 บาท เกษตรกรก็พออยู่ได้ เนื่องจากชมพู่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตเป็นจำนวนมาก สามารถบังคับให้ออกดอก ติดผลได้ทั้งในและนอกฤดูตลอดทั้งปี แต่คนทำสวนชมพู่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องไม่ขี้เกียจ ต้องมีความขยัน ช่างสังเกต ทำผลผลิตให้มีคุณภาพและเรียนรู้อยู่ตลอด” สองข้อความข้างต้น เป็นคำพูดของ คุณสำเริง เจริญวงษ์ บ้านเลขที่ 2/4 หมู่ 5 ต.ถอนสมอ อ.ถอนสมอ ต.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี โทร. 089-9818543 ที่ปลูกชมพู่ทับทิมจันท์ มานานกว่า 7 ปี มีเรื่องราวดีๆ จากประสบการณ์ในการทำสวนชมพู่แนะนำให้กับหลายๆ ท่านที่กำลังสนใจในการทำสวนชมพู่ว่าทำน้อยแต่ได้มาก ว่าต้องมีก
ปัจจุบันงานทางการเกษตรกำลังเป็นอีกหนึ่งสายงานที่คนหนุ่มสาวในยุคนี้เลือกทำ เพราะนอกจากจะได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวแล้ว ยังเป็นการสานต่ออาชีพดั้งเดิมที่ทำสืบต่อกันมา เพื่อให้กิจการงานเหล่านั้นคงอยู่ ซึ่งบางรายถึงกับเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเพื่อเล่าเรียนทางสายเกษตรโดยตรง เป็นการหาวิชาและนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดให้กับธุรกิจของตนเอง เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มผลผลิตให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น คุณพรภินันท์ ดุสฎีกาญจน อยู่บ้านเลขที่ 77/7 หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรสาวคลื่นลูกใหม่ไฟแรงที่ยึดอาชีพทางการเกษตรคือ ทำสวนกล้วยไม้ โดยรับช่วงต่อจากครอบครัว พร้อมทั้งศึกษาเทรนด์ทางการตลาดใหม่ๆ ด้วยการออกจำหน่ายผลผลิตของตามงานต่างๆ จึงทำให้เกิดความชำนาญและรู้ถึงความต้องการของตลาด และเกิดความชำนาญที่จะผลิตกล้วยไม้ออกมาแต่ละช่วงให้สอดคล้องกับความต้องการ ครอบครัวทำสวนกล้วยไม้ มากว่า 40 ปี คุณพรภินันท์ เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่จำความได้เมื่อสมัยยังเด็กการปลูกกล้วยไม้ ถือเป็นอาชีพหลักของครอบครัวมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า เมื่อเจริญวัยก็เกิดความรู้สึกว่าอาชีพที่ทำกันมาน
คลิปเศร้า-ชาวหวย! “อยากจะตัดใจ อยากลืมหวยไปจากใจเรา เงินหมดแล้วในกระเป๋า กินแค่ข้าวคลุกน้ำปลา” เรียกเสียงฮากันยกใหญ่ในหมู่ “ชาวหวย” ก่อนจะพากันส่งต่อ คลิป Cover เพลงในอดีต อย่าง ตัดใจไม่ลง ของเพ็ญ พิสุทธิ์ ศิลปินดังยุค 80 เพราะเนื้อหาของเพลงที่ดัดแปลงมานั้นช่างตรงกับ “ชีวิตจริง” ของใครหลายคน สำหรับคลิปเศร้าของชาวหวยดังว่า มีความยาวหนึ่งนาทีเศษ มีหญิงสาวหน้าตาดี เสียงไพเราะ ทั้งร้องและเล่นกีตาร์โปร่งเอง โดยระหว่างการบรรเลงเพลงนั้น เธอมีสีหน้าเศร้าสร้อยน่าเห็นใจ ส่วนเนื้อหาของเพลงเศร้าของชาวหวย ที่ถูกดัดแปลงมาจากเพลงดังในอดีต มีดังนี้ “โอ้เอย…หัวใจ ทำไฉนจะเลิกกับหวย หวยนั้นพาซวย เจ้ามือรวยอยู่เรื่อยไป งวดก่อนๆ ก็โดน ถามว่าเคยเข็ดไหม ก็ยังแทงทุกงวดไป ใครให้เลขอะไรก็เอา อยากจะตัดใจ อยากลืมหวยไปจากใจเรา เงินหมดแล้วในกระเป๋า กินแค่ข้าวคลุกน้ำปลา แต่ตัดใจไม่ลง ลงทุนมาเยอะที่ผ่านมา ได้แต่รอเวลา อีก 15 วันเอาคืน” …. จะว่าไปฟังแล้วก็ได้แง่คิดดีเหมือนกันนะ!
กระแสเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ของสาวๆ วง BNK48 โด่งดัง ร้องตามกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง ล่าสุดเกิด “จุดประกาย” ให้คนรักค้าขาย วัย 26 ปี เกิดไอเดียในการทำขนมออกจำหน่าย โดยนำความฮิตของเพลงมาผนวกกับความชอบส่วนบุคคล เกิดเป็นสินค้าสร้างรายได้ให้ไม่น้อย คุณเอย เจ้าของขนมแบรนด์ NGI คุกกี้เสี่ยงทาย(รัก) เล่าถึงความเป็นมา ของคุกกี้เสี่ยงทาย(รัก)ให้ฟัง ก่อนหน้านี้ เพลงคุกกี้เสี่ยงทายของวง BNK48 ดังมาก ตอนแรกคิดเล่นๆ เพลงนี้ทำไมฮิตมาก ประกอบกับเป็นคนชอบทานคุกกี้อยู่แล้ว เลยไปคุยกับรุ่นพี่ ที่ต่อมากลายเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ว่า มาลองทำขายไหม ก่อนจะแยกย้ายกันไปไปหาสูตร หาวิธีการทำกัน แล้วทำเป็นแบบให้มีคำเสี่ยงทาย เพื่อขนมมีลูกเล่น แทนที่จะเป็นแค่คุกกี้เฉยๆ “หลังจากเกิดไอเดีย 2 วันก็ลงทุนเลย เพราะมีแหล่งผลิตคุกกี้ที่ทานประจำอยู่ก่อนแล้ว เลยไปรับมา บรรจุแพ็กเกจใหม่ ก่อนนำมาใส่แบรนด์ตัวเอง และกิมมิกสำคัญ คือ หาคำทำนายที่อ่านแล้ว สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้” คุณเอย บอกอย่างนั้น ก่อนเผย คุกกี้ที่เลือกมาจำหน่าย เป็น “คุกกี้ทูเลย์” ที่แป้งบางกรอบ หอมนุ่ม ทานง่ายกว่าคุกกี้แบบปกติที่จะเป็นแป้งหนา ส่วน กล
ต้นสำรอง พืชท้องถิ่นในเขตภาคตะวันออก พบได้ในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 30-40 เมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านออกรอบต้น เรียงกันเป็นชั้นๆ มีสรรพคุณหลากหลาย มีผลออกปลายกิ่ง เรียกว่าลูกสำรอง หรือผลสำรอง ในหนึ่งกิ่งจะมี 4-5 ผล ภายในผลมีเมล็ด ลักษณะผลกลมรี เหี่ยวย่น แห้ง ผลแก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม ส่วนเมล็ด มีเยื่อหุ้ม มีสารเมือกเป็นจำนวนมาก เมื่อนำมาแช่น้ำ หรือถูกน้ำจะพองตัว กลายเป็นวุ้นคล้ายเยลลี่ ที่บ้านหนองสนม จ.ระยอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ นำลูกสำรอง หรือผลสำรองมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มน้ำสำรอง รสชาติอร่อย วางจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับสมาชิก คุณอ้อย-กนิษฐา ธนะจินดา อายุ 51 ปี ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองสนม เล่าว่า สมาชิกในกลุ่มต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำขายและวางจำหน่ายได้ จึงเลือกนำผลไม้ท้องถิ่นทางภาคตะวันออกมาทำ ด้วยกรรมวิธีที่รู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร นำมาต้ม ผสมรสชาติให้หลากหลาย คือ ตะไคร้ หญ้าหวานกับดอกคำฝอย ใบเตย และเก๊กฮวย พี่อ้อย เล่าต่อว่า แรกๆ ทำขายแค่สูตรดั้งเดิม ขายให้กับนายทุน พ่อค้าคนกลาง รายได้ไม่ตาม
ร.ต.ท. จรูญ เทพสุริวงค์ หรือ จ่าหมี ตำรวจ สภ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา หมู่ที่ 2 ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ได้ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ในเนื้อที่ 5 ไร่ มาเกือบ 4 ปี และเป็นการลงทุนปลูกรุ่นแรก สามารถทำเงินได้สูงถึงเดือนละกว่า 6 หมื่นบาท จากการขายมะละกอฮอลแลนด์เพียงอย่างเดียว ไม่รวมรายได้ขายกล้วยน้ำหว้าที่ปลูกแซม เก็บขายวันละนับ 100 กก. ราคา กก. ละ 20 บาท และตลาดวิ่งชนมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน เพื่อส่งขายทั้งในตลาด จ.สงขลา ยะลา ปัตตานี หรือแม้แต่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และมีออร์เดอร์ใหม่ๆ เข้ามาตลอด ไม่เคยประสบปัญหาด้านการตลาดและราคา ร.ต.ท. จรูญ กล่าวว่า ตนรับราชการตำรวจอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายสิบปี ถูกลอบวางระเบิดจนขาขวาขาด จึงขอย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ จ.สงขลา ด้วยความชื่นชอบการเกษตรอยู่แล้ว จึงใช้เวลาว่างจากหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไปศึกษาหาความรู้จากเพื่อนบ้าน วิธีปลูกมะละกอฮอลแลนด์ ในเนื้อที่ 5 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนบาท ปลูกได้ประมาณ 8 เดือน ออกผลเก็บขายได้ และเพียงแค่รุ่นแรกก็คืนทุนทันที และนับจากนั้นมาเก็บขายได้ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 100 กก. ร.ต.ท. จรูญ กล่าวอีกว่า
ข้าวโพดตักหงาย เป็นข้าวโพดข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดเลย ที่มีลักษณะเด่น คือ ขนาดฝักเล็กประมาณ 10-15 ซม. เมล็ดสีม่วง กลิ่นหอม รสชาติเหนียวนุ่ม และเคี้ยวไม่ติดฟัน เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั่วไป มีเรื่องเล่าในท้องถิ่นว่า ชาวบ้านรายหนึ่งได้กินข้าวโพดชนิดนี้ แล้วเกิดติดใจในรสชาติความอร่อย กินเพลินจนหยุดไม่ได้ ต้องกินไปเรื่อยๆ จนหงายท้องกันเลยทีเดียว ทำให้ข้าวโพดพันธุ์นี้ถูกเรียกขานว่า “ตักหงาย” มาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน จังหวัดเลยมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดตักหงายประมาณ 2,000 ไร่กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย นาแห้ว ภูเรือ ท่าลี่ และ อำเภอเมือง ข้าวโพดตักหงายมีอายุออกดอก 52-90 วัน ขึ้นอยู่กับระบบการจัดการของเกษตรกร โดยเฉลี่ยจะมีผลผลิต 2-6 ฝัก ต่อต้น ราคาขายส่งหน้าสวน 7-10 บาท ต่อ 20 ฝัก เกษตรกรจะมีรายได้ประมาณ 2-4 หมื่นบาท ต่อไร่ ข้าวโพดตักหงายใกล้เสี่ยงสูญพันธุ์ เพราะเกิดการผสมข้ามพันธุ์กับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ทำให้สีเมล็ดเปลี่ยนเป็นสีขาว และแข็งขึ้น รสชาติและความหอมไม่เหมือนเดิม กรมวิชาการเกษตร จึงได้ดำเนินโครงการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดตักหงายสายพันธุ์แท้ เพื่ออนุรักษ์ให้ค
