SMEs
“ไส้กรอกเลือด” ไส้กรอกแบบนี้ ตอนที่อยู่เมืองไทยไม่ได้พบเจอเท่าไร ฉันได้กินไส้กรอกเลือดครั้งแรกกลับเป็นไส้กรอกของเกาหลีที่เรียกว่า “ซุนเด” (순대) กินแล้วก็ติดใจทันที เพราะมันทำให้ระลึกถึงอาหารไทใหญ่ชนิดหนึ่งที่เป็นของโปรดของฉัน นั่นก็คือ “ข้าวเงี้ยว” หรือ “ข้าวกั้นจิ้น” ที่เป็นข้าวคลุกกับเลือดห่อใบตองแล้วนำไปนึ่งให้สุก ไส้กรอกเลือดของเกาหลีจะใส่ข้าว หรือวุ้นเส้นมันเทศด้วย อร่อยมาก ไส้กรอกเลือด เป็นอาหารที่เก่าแก่ชนิดหนึ่งของโลก ของฝรั่งก็มีทั้งในทวีปยุโรป สแกนดิเนเวีย และอเมริกา ในเอเชียมีที่มองโกเลีย และเกาหลี สำหรับประเทศลุ่มน้ำโขงที่ชัดเจนที่สุดคือ เวียดนาม เรียกว่า “โด่ยเตี๊ยต” (Dồi tiết) ในภาษาเหนือ หรือ “โด่ยเฮวี๊ยต” (Dồi huyết) ในภาษาใต้ ของไทยเราจริงๆ จะมีหรือไม่ฉันก็ไม่แน่ใจ เพราะเท่าที่พบว่ามีการทำไส้กรอกเลือดก็เป็นของคนญวน เช่น ที่จังหวัดมุกดาหาร พอมาดูลาวและเขมรก็เห็นว่ามีไส้กรอกเลือดที่ทำอย่างเดียวกันกับของเวียดนาม จะแตกต่างกันบ้างก็ตรงส่วนผสมของสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอมและดับคาว ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะอาหารเวียดนามมีอิทธิพลอย่างมากในลาวและกัมพูชาอยู่แล้ว ไส้กรอกเลือดแบบนี้ส่วนผส
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและกลางย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ตามที่ สสว. ได้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มที่มีศักยภาพ ภายใต้ชื่อ “โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Strong/Regular Level)” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 โดยมุ่งเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าหรือบริการให้เกิดมาตรฐานและคุณภาพในกระบวนการผลิตให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สสว. จึงได้ช่วยผู้ประกอบการในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME ให้สูงขึ้น โดยร่วมกับองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) จัดกิจกรรม THAI AIM 2017 ในงาน Houseware Fair เป็นการจัดงานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่จัดขึ้นที่ประเทศฮ่องกง มี exhibitors ออกบู๊ธมากกว่า 2,000 ราย จากทั่วโลก ในงานนี้ สสว. ร่วมกับองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง จัดกิจกรรม THAI AIM 2017 โดยเป็นการเปิดการแข่งขันสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทยในสาขาเครื่องใช้ในครัวเรือน สาขาของขวัญและของที่ระลึกสาขางานหัตถกรรม เข้าร่วมส่งประกวดวีดีทัศน์ผลงานสร้างสรรค์ผ่านแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ และได้คัดเลือกผู้ชนะที่มีผลง
ถึงตอนนี้คงไม่มีใครปฏิเสธความจำเป็นที่ต้องบริโภคพืช/ผักอินทรีย์หรือผักปลอดสาร เนื่องจากตระหนักถึงภัยจากโรคร้ายหลายชนิดที่มีผลเสียต่อสุขภาพ เสียเงินทองรักษา แล้วสุดท้ายอาจตายในเวลาที่รวดเร็ว ความจริงคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าผักปลอดสารพิษเป็นผักที่สะอาดมากจนไม่มีสารอันตรายปนเปื้อนอยู่เลย แต่แท้จริงแล้วการปลูกผักเพื่อให้ปลอดภัยจากสารเคมีอาจไม่ใช่เรื่องง่ายในทางปฏิบัติเพราะมีข้อจำกัดและเงื่อนไข อีกทั้งยังต้องใช้เวลานานหลายปีเพื่อให้พืช/ผักที่ปลูกมีความแน่ใจว่าปลอดสารเคมีจริง พนักงานช่วยเก็บผลผลิตผักสลัดส่งขาย แต่สำหรับ WB ORGANIC farm ถือเป็นฟาร์มปลูกพืช/ผักอินทรีย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับรองมาตรฐานจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เป็นที่ไว้วางใจให้แก่ผู้ประกอบการตามโมเดิร์นเทรดชั้นนำของประเทศ WB ORGANIC farm เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2557 ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บนเนื้อที่กว่า 300 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้พื้นที่ว่างเปล่าระหว่างพื้นที่สวนยางนำมาทำให้เกิดประโยชน์ โดยการทำเป็นฟาร์มผักอินทรีย์ตลอดกระบวนการ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ และบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ ปราศจากสารพิษ
นายมนตรี บาซอรี เกษตรกรจ.นครนายก ให้สัมภาษณ์ว่า ครอบครัวทำนากว่า 40 ไร่ ที่อ.องครักษ์ จ.นครนายก ปีหนึ่งปลูก 2 รอบ ซึ่งหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จจะไม่ใช้วิธีการเผา แต่จะใช้จุลินทรีย์เพื่อสลายตอซังข้าว ปรากฏว่าได้ผล ไม่เกิน 7 วันตอซังข้าวก็ย่อยสลายหมด และอินทรีย์วัตถุ เป็นการปรับปรุงบำรุงดินไปในตัว แต่การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าวนี้จะต้องใช้น้ำให้ท่วมตอซังข้าวถึงจะได้ผลดี สำหรับการใช้จุลินทรีย์ นี้ ตนใช้มาหลายปีแล้ว เพราะถือว่าคุ้มเนื่องจากไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม เป็นการลดต้นทุน อย่างไรก็ตามยังมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ชอบเผา ส่วนใหญ่เป็นแปลงนาที่ใช้ปุ๋ยเคมี เกษตรกรรายใดมีปัญหาหลังการเก็บเกี่ยว โทรมาพูดคุยปรึกษาหารือกับตนได้ที่ 087-0087698 นายชะเอม คงกระพันธ์ เกษตรกรอ.แสวงหา จ.อ่างทอง กล่าวว่า ตนปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณ 40 ไร่ ที่ผ่านมาประสบปัญหาข้าวดีด ข้าววัชพืช และเพลี้ยกระโดดลงนาข้าวเป็นอย่างมาก หลังจากได้ใช้จุลินทรีย์สลายตอซังข้าว และใช้รถย่ำตอซังข้าว ทั้งที่ยังสดๆ ตามที่ได้รับคำแนะนำ พอผ่านไป 5 วัน ฟางข้าวและข้าววัชพืชก็ย่อยสลายไปเกือบหมด จากนั้นไถ่ปั่นและหว่านเมล็ดข้าวลงไปทันที พบว่าเม
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและกลางย่อม (สสว.) กล่าวตอนหนึ่งในงาน “สตาร์ทอัพฟอรัม: บทเรียนจากความสำเร็จของสตาร์ทอัพเกาหลี ” ว่า งานครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับ Startup ของไทย ผ่านความสำเร็จของ Startup เกาหลี และเปิดโอกาสให้หน่วยงานส่งเสริม Startup ไทยได้เรียนรู้การดำเนินการและระบบการส่งเสริม Startup ของ Youth Startup Academy ของเกาหลี โดย นับตั้งแต่ สสว.และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับหน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสาธารณรัฐเกาหลี( The Small and Medium Business Administration หรือ SMBA) ในขณะนั้น ซึ่งต่อมาได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นกระทรวงวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและวิสาหกิจเริ่มต้น (Ministry of SMEs and Startupsหรือ MSS ) ได้ก่อให้เกิดความร่วมมือในหลายรูปแบบ อาทิ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีไทย-เกาหลีในการช่วยผู้ประกอบการในการถ่ายทอดเทคโนโลยี การร่วมลงทุน และรูปแบบต่างๆ ของการจับคู่ธุรกิจ สร้างความสัมพันธ์ในการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาการส่งเสริมวิสาหกิจ
หนึ่งในเทรนด์อาหารเช้า ปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ยังติดโผ เป็นที่นิยมของทุกเพศทุกวัย อย่างปาท่องโก๋ร้านเพชรบุรี 42 สูตรฮ่องกง ร้านนี้มีที่มาน่าสนใจ เพราะศึกษาสูตรจากหนังสือใส่ฝีมือลงไปจนได้สูตรปาท่องโก๋แสนอร่อยขายได้ แถมมียอดขายเฉลี่ย 2-3 หมื่นบาทต่องานเลยทีเดียว ลุงชวน วัย 61 ปี เจ้าของร้านเล่าว่า ยึดอาชีพมาขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้มาตั้งแต่ปี 2527 แถวปากซอย 42 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพราะมีเพื่อนที่มาจากจังหวัดเดียวกันทำขายอยู่แถวตลาดคลองเตย ในตอนแรกลุงชวนไม่ได้คิดจะขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ แต่เห็นเพื่อนขายแล้วรายได้ดีแบบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนจากอีสานมาทำงานในกรุงเทพฯ ลุงเลยเริ่มสนใจ เริ่มถามคนรู้จักที่ค้าขายส่วนใหญ่บอกว่าดี ได้เงินทุกวันจะมากน้อยก็ยังได้ อาศัยเรียนสูตรกับเพื่อน มาเป็นลูกมือ มาเรียนสูตร เพื่อนก็ช่วยสอนให้ อยู่ร่วม 2 เดือนจนทำเป็น จากปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ ณ ตอนนั้น ขยับขยายมาอีกก้าว สู่ปาท่องโก๋ร้านเพชรบุรี 42 สูตรฮ่องกง ที่ทำขายในปัจจุบัน เพราะลุงชวนรู้สึกว่าสินค้าที่ขายอยู่ยังสามารถปรับสูตรให้ดีกว่านี้ได้ ตอนนั้นเองที่ลุงชวนเริ่มศึกษาสูตรปาท่องโก๋จากหนังสือ “ลุงใช้สูตรจากหนังสือ
ข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยรายละเอียดโครงการจัดประกวด 20 สุดยอดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Food Tourism ภายใต้โครงการ “Eat Local : Locallicious” เน้นประชาสัมพันธ์เส้นทางอาหารถิ่น เส้นทางเรียนรู้วัตถุดิบ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมด้านอาหารร่วมกับเชฟชุมชน เส้นทางอาหารอร่อย อาหารห้ามพลาด โดยมีวัตถุประสงค์ กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวใน 55 เมืองรองทั่วประเทศ ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองโดยใช้อาหารเป็นเครื่องมือในการทำ Destination Marketing ผลักดันสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของแต่ละจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ให้เป็นจุดขายทางการตลาด กระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นเพื่อกระจายโอกาสเชิงรายได้ลงสู่เมืองรอง ตามเป้าไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนหลายภาคี โดยผลที่คาดว่าได้รับนั้น เชื่อว่าจะก่อให้เกิดการแชร์ประสบการณ์กินที่น่าสนใจในหมู่นักท่องเที่ยว เกิด “ทริปกินเที่ยว” รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน สามารถสร้างยอดขายได้เป็นรูปธรรม ทั้งยังเพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่น รวมถึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดผู้
คุณพลชัย เพชรปลอด อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยศิลปากร อดีตผู้บริหารการตลาด กลุ่มธนบุรีประกอบรถยนต์ ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” กรณีแนวโน้มการเกิดปรากฏการณ์ สินค้าสารพัดชนิด รุมแย่งตัวทีมหมูป่า อคาเดมี่ ไปร่วมงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ ว่า ในอนาคตอันใกล้ สินค้าจะโถมเข้าหา “ทีมหมูป่า” ทั้ง 13 คนมั้ย บอกเลยว่ามีแน่นอน เพราะสินค้าทุกประเภท จะต้องพยายาม “เกาะกระแส” บรรดาคนดัง เพราะเหมือนได้ “มีเดีย” ฟรีไปด้วย และถ้าถามว่าสินค้าพยายามจะเข้าหาบุคคลดังเหล่านี้ ผิดมั้ย ในทางการตลาดก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร คุณพลชัย กล่าวต่อว่า เมื่อมีสินค้าเข้าหา ก็ต้องมีการเสนอผลตอบแทน แต่จะมากน้อยแค่ไหนอย่างไรนั้นพูดยาก ขึ้นกับความพอใจของทั้งสองฝ่าย และสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ เด็กได้ผลประโยชน์ ส่วนสินค้าเอง ได้พรีเซ็นเตอร์ที่ทรงพลัง แต่ต้องยอมรับว่า สังคมส่วนหนึ่งมองเด็กกลุ่มนี้ว่าคือ ฮีโร่ ถ้าสินค้านำเสนอรูปแบบโฆษณาออกมาไม่ดี อาจถูกมองว่าฉวยโอกาสหาประโยชน์จากคนดัง แทนที่สินค้าจะมีภาพลักษณ์หรือยอดขายดี อาจเกิดกระแสตีกลับได้ ฉะนั้นถ้าให้ดีสินค้าไม่ควรนำเสนอแบบฮาร์ดเซล “ในฐานะนักวิชาการ มองว่าเรื่องราวของเด็กกล
จากเด็กผู้หญิงฐานะยากจน อาศัยเรียนภาคค่ำ แล้วทำงานรับจ้างเย็บเสื้อโหลและรับจ้างพิมพ์ดีดในช่วงหลังเลิกเรียน วันละ 70 บาทเพื่อจ่ายค่าเทอมเองตั้งแต่ ม. 2 ปัจจุบันผงาดกลายเป็นเจ้าของอาณาจักรเครื่องประดับจากเพชร “ไอยรา เจมส์” ร้านขายเพชรที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์เป็นลำดับต้นๆ ของเมืองไทย เจ้าของธุรกิจนี้ คือ คุณอิษยา พรหมมาลี ซีอีโอบริษัท ไอยรา เจมส์ จำกัด ต้นทุนต่ำ ต้องพยายามสูง มุ่งมั่น เป็นเจ้าของร้านเพชร คุณอิษยา หรือ คุณตูน ย้อนวันวานว่า ทำงานส่งเสียตัวเองเรียนด้วยการรับจ้างเย็บเสื้อโหลตั้งแต่ม.2 จนกระทั่งจบ ปวช. จากนั้นพักเรียนต่อ ออกไปหางานทำ 2 ปี แล้วกลับมาเรียนต่ออีกครั้งระดับปริญญาตรีภาคค่ำ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เรียกว่าทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ตอนเรียนปริญญาตรี คุณตูน เผยว่า เห็นเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งฐานะดี มีรถยนต์ขับ เรียนดี แต่งตัวสวย เลยยกให้เป็นไอดอลขณะนั้น และยิ่งได้รู้ว่าเพื่อนทำธุรกิจขายเพชรพลอย ก็ตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ว่า อยากดำเนินรอยตามเพื่อนคนนี้ “หลังจากจบปริญญาตรีไปเรียนต่อด้านการดูอัญมณี 1 ปีที่สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งเอเซีย (AIGS) ต่อด้วยเรียนการออกแบบเคร
